-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 5,820
× 45,900
แชร์ :
ตอนที่ 11 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 11

รถยนต์คันหรูที่วิ่งเข้ามาจอดในช่องจอดรถ หลังจากที่พาแม็คกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาพักรักษาตัวต่อ ไรอันก็มาส่งขุนแผนที่คอนโดแต่เพราะความอยากแกล้งคนที่กำลังหลับจึงได้จงใจทำให้เจ็บตัวด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

“ไอ้เชี่ยไรอันมึงจะฆ่ากูไงวะ” ขุนแผนกุมขมับตัวเองที่หัวไปโขกกับกระจกรถ

“โทษทีวะ กูปลุกมึงแรงไปหน่อย ฮา ฮ่า ฮ่า”

“มึงตั้งใจแกล้งกู”

“กูเปล่าแกล้งมึงแค่ปลุกเฉยๆ”

“สัสนี่ มึงกลับเข้าไปเลย”

“เออๆ ไปก็ได้ว่ะ แค่นี้ทำเป็นงอน”

“กูไม่ได้งอน ไอ้เชี่ยนี่” ขุนแผนมองอย่างคาดโทษ พร้อมกับเปิดประตูรถลงจากรถ

“มึงจะไปไหน ทางขึ้นคอนโดอยู่อีกทางหรือว่าสมองเสื่อมวะ” ไรอันเลื่อนกระจกรถลงพร้อมพูดใส่เพื่อนตัวดีเมื่อเห็นกำลังเดินไปอีกทาง

“กูจะไปลานจอดเว้ย ไปเอาของที่รถ!” ขุนแผนยกนิ้วกลางด้านซ้ายให้เพื่อนตัวเอง เพราะร่างสูงที่อยู่ในรถพูดจากวนบาทาเบื้องล่างมาก!

ไรอันหัวเราะที่แกล้งอีกคนได้สำเร็จ ก่อนที่จะสตาร์ทรถขับออกไป

ขุนแผนเดินมาที่ลานจอดรถของคอนโด โดยที่ไม่รู้ว่าใครอีกคนกำลังจ้องมองการกระทำของเขาทุกฝีก้าว

ร่างโปร่งเดินไปฮัมเพลงไปด้วยอารมณ์ที่สุนทรี กำลังจะถึงตัวรถแต่ก็ต้องชะงักเมื่อใครบางคนฉุดแขนไว้ ขุนแผนหันหน้าไปมองอีกฝ่ายที่เป็นตัวการทำให้ต้องหยุด

“มึงใช่ไหมชื่อขุนแผน” ชายแปลกหน้าที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ตั้งคำถามใส่ทันทียืนจ้องมองอีกฝ่ายที่ทำหน้าแปลกใจไม่แพ้กัน พอตั้งสติได้ขุนแผนก็ถามทันที จำได้ว่าไม่เคยรู้จักกับร่างสูงตรงหน้า

“มึงเป็นใคร?”

“มึงไม่จำเป็นต้องรู้”

ขุนแผนเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายมันวอนหาเรื่องยกหมัดขึ้นเตรียมชก ร่างสูงมองอย่างยิ้มเยาะกับการกระทำของร่างโปร่งก่อนที่จะเบี่ยงตัวหลบแล้วจับไปที่ข้อแขนของขุนแผนจับพลิกตัวและไขว้แขนไปที่หลังทันที โดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ขุนแผนหน้านิ้วเพราะความเจ็บแต่ก็ไม่ร้องออกมาให้อีกฝ่ายเห็นใจ พยายามดิ้นหนีอีกแต่ก็ไม่เป็นผล

“ปล่อยกู!”

“เสียใจว่ะ กูไม่ปล่อย” ร่างสูงเอ่ยท้วงทันที

“ไอ้สัส! ปล่อย...กูไปทำอะไรให้มึง”

“มีคนยากพบมึงว่ะ เลยให้กูพามึงไปพบ”

ขุนแผนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ใครต้องการมาพบเขากัน

 “แต่ก่อนที่กูจะพามึงไป มึงคงเจ็บตัวนิดหน่อยว่ะ” ร่างสูงแสยะยิ้ม มองคนตรงหน้าที่หยุดฟัง เซนจับกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างเร็วก่อนที่จะชกเข้าไปอย่างเต็มแรงจนขุนแผนหน้าหันไปตามแรงชก

ผัวะ***!***

“อั๊ก!” ขุนแผนร้องเมื่อถูกหมัดหนักชกเข้าไปที่ใบหน้าอย่างจัง แต่ก็ไม่ยอมเสียเปรียบ ขุนแผนยกขาถีบคนตรงหน้าอย่างแรงจนทำให้ร่างสูงล้มไปกับพื้น

“เป็นไงมึง คนอย่างกูไม่ยอมเสียเปรียบว่ะ” ขุนแผนเอ่ยอย่างสะใจ

“มึงมีแรงแค่นี้เองเหรอวะ หมัดเหมือนเด็กประถมชนะกูไม่ได้หรอก” เขายันตัวเองให้ลุกยืนขึ้น

ขุนแผนสบถอย่างหัวเสียสิ่งที่ร่างสูงพูดกลับยิ่งทำให้ขุนแผนโกรธจนหน้ามืด กำหมัดแน่นเตรียมตัวเข้าไปชกอีกฝ่ายให้หนำใจแต่เซนไวกว่าเขายกขาสูงถีบไปที่หัวเข่าของอีกฝ่ายจนล้ม

ไม่รอให้ขุนแผนลุกขึ้น เขาก็รีบกำคอเสื้ออีกฝ่ายอีกครั้งก่อนที่จะชกเข้าไปอีกหลายทีจนขุนแผนงอตัว ขุนแผนใช้แขนบังเพื่อลดแรงกระแทกและความเจ็บที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ ถึงแม้จะเจ็บที่ร่างกายแต่ขุนแผนก็ไม่ร้องออกมาขอหรืออ้อนวอนให้คนตรงหน้าหยุด

ใบหน้าที่เริ่มช้ำเพราะแรงต่อยที่หนักหน่วง ปากแตกจากแรงตบไปหลายครั้ง เนื้อตัวที่เต็มไปด้วยเลือดที่หยดลงมาจากใบหน้า ใครบางคนกำลังยืนแสยะยิ้มอย่างสะใจ ก้มลงนั่งชันเข่าให้อีกฝ่ายที่ยังนอนอยู่ กำคอเสื้อแน่นอีกครั้ง ขุนแผนมองอย่างอาฆาตแค้น

“ไอ้สัส! กูไปทำอะไรให้มึง”

“มึงไม่ได้ทำอะไรให้กูแต่เพื่อนมึงทำ”

พูดจบเขาก็นำมือล้วงไปที่กระเป๋ากางเกง หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีขาวออกมาแล้วโปะไปที่ขุนแผนอย่างเร็ว โดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ขุนแผนที่สูดดมเข้าไปอย่างแรง จึงทำให้สมองเริ่มเบลอ เพียงไม่นานก็เริ่มรู้สึกหนักไปทั่วตัว


******************************


ขุนแผนครางในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงสว่างที่เรือนรางถูกส่องจากหลอดไฟที่อยู่ด้านบนเพดาน ทันทีที่เริ่มตั้งสติได้ขุนแผนก็พยายามขยับร่างกายที่หนักอึ้งไปทุกส่วน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมือไม่สามารถขยับได้อย่างใจนึก หันไปมองพบว่าตังเองถูกมัดไว้ให้นอนอยู่ แขนที่ถูกกดทับเริ่มชาจนเจ็บ

ขุนแผนหรี่ตามองไปรอบห้องที่คล้ายเป็นโกดังเก็บของ อย่างสงสัยก่อนที่จะเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำได้ว่ากำลังเดินอยู่ที่ลานจอดรถ แล้วก็มีคนมากระชากร่างจากนั้นก็ถูกชกอย่างแรง ขุนแผนขมวดคิ้วอย่างมึนงง เริ่มหัวเสียเล็กน้อยที่ตัวเองพลาดท่าโดยที่ไม่ทัน สังเกตว่ามีใครอยู่ในห้อง

“ตื่นจนได้นะมึง”

ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากเงามืด พร้อมกับคนอีกสองคนที่เดินมาตามหลัง

หนึ่งในนั้นขุนแผนจำได้ดี เป็นคนที่ทำร้ายร่างกายเขาและจับตัวมา ขุนแผนมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าโกรธมาก

“ไอ้สัส! ปล่อยกู!” ขุนแผนตะโกนต่อว่าทันที

“กูไม่ปล่อย มึงจะทำไม”

“พวกมึงเป็นใคร กูไม่รู้จักพวกมึง มึงจับตัวกูมาทำไม” ขุนแผนถามร่างสูง ที่อยู่ด้านหน้า

เคียวนั่งลงข้างตัวก่อนที่จะจิกผมให้หันมาสบตาอย่างจัง

“อึก! ไอ้เหี้ยปล่อยกู”

“มึงไม่รู้จักกู แต่กูรู้จักมึงสิ่งที่เพื่อนมึงทำ มึงเป็นเพื่อนก็ต้องชดใช้” เคียวไม่รอให้อีกฝ่ายท้วงถาม ก็ประเคนหมัดหนักๆ ไปที่หน้าอย่างแรง จนขุนแผนหน้าหันไปตามแรงชกของอีกฝ่าย

ขุนแผนหันมาจ้องหน้าอีกฝ่ายทันที ส่งสายตาที่โกรธจัดไปให้

“หึ มึงเจ็บไหมล่ะ มันก็เหมือนกับที่เพื่อนมึงทำกับน้องกู สิ่งที่พวกมึงทำกับเป็นหนึ่งมึงสำนึกบ้างไหม!” เคียวตะคอก

“มึงรู้จักเป็นหนึ่ง”

“เป็นหนึ่งเป็นน้องกู”

“กูไม่เชื่อ! มึงโกหก ทำไมกูจะไม่รู้ ว่านอกจากแม่เป็นหนึ่งก็ไม่มีญาติที่ไหน” ขุนแผนตะคอกกลับ จ้องมองคนตรงหน้า

“มึงเป็นญาติของเป็นหนึ่งเหรอถึงรู้ เป็นหนึ่งเป็นน้องของกูกว่ากูจะหาตัวจนเจอใช้เวลาตั้งหลายปี แต่เพื่อนมึงกลับมาทำระยำกับน้องกู” เคียวพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ส่งเสียงด้วยความโกรธจัด “เรื่องไอ้แม็คมันก็ไม่เกี่ยวกับมึง แต่มึงต้องชดใช้กับสิ่งที่เพื่อนมึงทำรวมทั้งไอ้ไรอันด้วย”

“มึงจะทำอะไร”

“ป่านนี้เพื่อนมึงอีกคนคงนอนหยอดน้ำข้าวต้ม ตามไอ้แม็คไปแล้วมั้ง ฮ่าๆ”

“ไอ้เหี้ย ไอ้ชั่ว!...อุ๊ก!” ขุนแผนด่าอีกครั้งอย่างเหลืออด แต่อีกฝ่ายก็ตบที่ใบหน้าอย่างจัง

“ปากดีนะมึง” เคียวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ฝ่ามือของเขาอยู่บนหน้าของขุนแผนแล้ว คนตรงหน้าจ้องมองด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด เคียวแสยะยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะชกไปที่ใบหน้าและลำตัวอีกหลายที

ขุนแผนกัดปากแน่นทนความเจ็บที่ได้รับ มองอีกสองคนด้านหลังที่กำลังยืนดูไม่คิดที่จะเข้ามาช่วย เหตุการณ์ที่แสนจะคุ้นเคยผุดขึ้นมาในสมองวันนั้นเป็นหนึ่งก็ร้องไห้อ้อนวอนไม่ให้แม็คทำร้ายร่างกาย โดยที่พวกเขาก็ไม่เข้าไปช่วยในตอนแรก

เมื่อซ้อมอีกฝ่ายจนพอใจ เคียวก็นั่งลงข้างขุนแผน เขามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก็สั่งให้เพื่อนทั้งสองคนออกไปด้านนอก

“มึงจะทำอะไร” ขุนแผนถามทันทีที่สองคนเดินออกไป มองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“มึงจะได้รู้ไง ว่ารสชาติของการถูกข่มขืนเป็นไง”

“ไอ้ชั่ว มึง...อ๊ะ”

ขุนแผนหน้าซีดแต่ก็ไม่ทันจะได้พูดอะไรก็ถูกอีกฝ่ายจับตัวขึ้นมาให้อยู่ในท่าคุกเข่า ดันหน้าให้ติดพื้นซีเมนต์ที่เย็นมือที่ถูกมัดไว้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พยายามดิ้นหนียกขาถีบคนตรงหน้าแต่อีกฝ่ายกลับไวกว่าคว้าไปที่ข้อเท้าและชกไปที่น่องทั้งสองเต็มแรงหลายครั้ง

“โอ๊ย!”

ขุนแผนร้องออกมาเพราะความเจ็บ ขาเริ่มชาไปทั่วน่องจนไม่มีแรงขยับ ร่างที่สูงจัดการยกสะโพกคนใต้ร่างขึ้นถอดเข็มขัดและกางเกงออกจนหมด ขุนแผนพยายามใช้แรงทั้งหมดดิ้นหนีอีกครั้งอย่างทุลักทุเล

“ไอ้เหี้ย! ปล่อยกู ไอ้ชั่ว” ขุนแผนร้องลั่นแต่ก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ เคียวจับไปที่ท้ายทอยของร่างโปร่งอีกมือก็จับไปที่สะโพกขาวที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า แล้วใช้ขาจับแยกให้ขาของขุนแผนแยกออกจากกันเสียงหัวเราะเยาะในลำคอดังขึ้นอีกครั้ง

ขุนแผนที่เจ็บตัวจากการถูกซ้อมและฤทธิ์ยาสลบที่ยังไม่หมด ทำให้เรี่ยวแรงเริ่มหายดันตัวหนีอีกฝ่ายอย่างยากลำบาก แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มปลดกางเกงออก

“ปล่อยกู ไอ้ชั่ว...เจ็บ!” ขุนแผนสะดุ้งตัวอย่างแรงและร้องลั่น เมื่อช่องทางถูกจู่โจมกะทันหัน

“อ๊า มึงนี่รัดแน่น ชิบหายเลยว่ะ”

เคียวสอดใส่เข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวก็ต้องหยุด เพราะแรงเกร็งจากอีกฝ่ายที่ไม่ยอมให้เข้าไปง่ายๆ แต่มันก็ตอดรัดจนทำให้ร่างสูงรู้สึกพอใจไม่น้อย

“อึก กูเจ็บ ปล่อยกู เอาออกไป มันเจ็บ”

“เสียใจว่ะ กูบอกแล้วไง ว่ามึงต้องชดใช้” เคียวพูดก่อนที่จะกระแทกเข้าไปทีเดียวจนสุด

“อ๊าก! เจ็บ ขอร้อง กูเจ็บ”

ขุนแผนร้องลั่นช่องทางที่ไม่มีใครเคยเข้ามาก่อนมันแคบสนิทและมีเลือดไหลแต่เคียวก็ไม่ได้สนใจ กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่เห็นคนใต้ร่างทรมาน ร่างสูงเอามือออกที่ท้ายทอยของขุนแผนเปลี่ยนมาจับสะโพกแน่น ไม่มีการรีรอให้อีกฝ่ายผ่อนคลายเคียวก็กระแทกอย่างแรงไม่มียั้ง

“อ๊า เจ็บ พอได้แล้ว กูเจ็บ ขอร้อง”

“หึ มึงร้องเข้าไปเถอะ ยังไงกูก็ไม่ปล่อย มึงจะต้องทรมานเหมือนอย่างที่เป็นหนึ่งเคยเป็น”

เสียงร้องไห้อ้อนวอนของขุนแผนไม่ได้ทำให้ร่างสูงใจอ่อนสักนิด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ได้แต่ทิ้งตัวไปตามพื้นและแรงกระแทกที่หนักหน่วง น้ำซึมที่หางตาหลับตาลงไม่อยากมองหน้าอีกฝ่าย คิดถึงหน้าใครบางคน เริ่มเข้าใจความรู้สึกที่ทรมานและความหดหู่สิ้นหวังถึงแม้จะสงสารที่ร่างบางถูกทำร้ายและคอยช่วยบางครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับรู้ความรู้สึกที่ถูกทรมานว่ามันเป็นเช่นไรจนได้มาพบกับตัวเอง

เคียวจ้องมองอีกฝ่ายที่สลบอยู่ใต้ร่าง คนร่างโปร่งนอนหลับใหลไม่ได้สติเพียงเพราะทนไม่ไหวจากแรงกระแทกและบทรักที่หนักหน่วง ทั้งๆ ที่เขายังไม่เสร็จในรอบสุดท้ายแต่ก็จัดการจนเสร็จความใคร่ของตัวเอง จากนั้นก็จับร่างโปร่งใส่เสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดอย่างไม่เหลือชิ้นดีก่อนจะช้อนร่างโปร่งอุ้มขึ้นแนบอก

ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตากับดวงตาที่แดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาหนัก ถึงเป็นหนึ่งจะไม่ถือโทษและโกรธอีกฝ่าย ที่สำนึกในการกระทำของตัวเองและเพื่อนจนยอมช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่เขา!

ใครที่มันทำน้องชายของเขาเจ็บ มันต้องเจ็บตามไปด้วย ต้องทำให้รู้สึกเจ็บและรับผลกรรมที่เพื่อนตัวเองก่อขึ้น


ขุนแผนลืมตาด้วยความหวาดผวา มองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นเคยนอนอยู่บนเตียงนุ่มแต่กลับไม่รู้สึกดี เสื้อผ้าถูกเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ยิ่งคิดก็ยิ่งช้ำไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะต้องมาพบเจอกับเรื่องแบบนี้

ร่างโปร่งยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบากก่อนที่จะย่างก้าวเท้าลงไปยังพื้นพยายามรั้งสองขาไม่ให้ล้มเดินไปที่ประตูด้วยความเจ็บที่เกินควบคุมแต่ก็ต้องกัดฟันทน ไม่อยากที่จะอยู่ไปนานกว่านี้เอื้อมมือไปเปิดประตูบานหนา ก่อนที่จะมองไปด้านหน้า เป็นห้องนั่งเล่นที่ไม่มีใครอยู่ สองขาสั่นๆ พาตัวเองเดินไปที่ประตูหน้ากำลังจะถึงเพียงแค่เอื้อม

“จะไปไหน!”

“กูจะกลับคอนโด”

 “กู-ไม่-ให้-ไป!” เคียวพูดเน้นคำ

“แต่กูจะกลับ มึงได้ทุกอย่างจากกูไปแล้วนี่ ต้องการอะไรอีก”

“มึงลืมไปแล้วเหรอว่ามึงต้องชดใช้แทนเพื่อนมึง เหมือนที่เพื่อนมึงทำกับน้องกู”

“ปล่อยกู!” ขุนแผนร้องลั่นเมื่อถูกเคียวกระชากเข้าห้องอีกครั้ง พยายามดิ้นหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ด้วยที่ตัวเองกำลังเจ็บและแรงที่น้อยกว่าคนตรงหน้าเลยทำให้ต้องถลาไปตามเหวี่ยงอย่างจัง ทำให้เจ็บตรงช่วงล่างที่โดนกระแทกจนตัวงอ สีหน้าที่บอกว่ากำลังเจ็บยิ่งทำให้เคียวสะใจ

ร่างสูงเดินมาประชิดแล้วขึ้นคร่อมทันทีขุนแผนหน้าขึ้นสีด้วยความตกใจพยายามดิ้นหนีคนตรงหน้าอีกครั้ง เคียวยกยิ้มที่มุมปาก มองคนร่างโปร่งด้วยสายตาหื่นกระหาย

“มึง! ปล่อย ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ปล่อยกูเดี๋ยวนี้”

“หึ ปล่อยมึง ฝันไปเถอะ”

“ไอ้สัส! มึงไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับกู”

“เหรอ มึงแน่ใจนะ” เคียวถามร่างโปร่ง มองหน้าเพื่อย้ำคำตอบ แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าไม่มีท่าทีที่จะยอมรับ ขุนแผนจึงคอยๆ ขยับปากพูดเน้นทีล่ะคำ

“มึง-ไม่-ได้-เป็น-อะ-ไร-กับ-กู”

“ในเมื่อมึงไม่ยอมรับ กูจะทำให้มึงยอมรับให้ได้ว่ากู...คือผัวมึง”

“อย่า!” ขุนแผนพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอีกฝ่าย แต่ร่างสูงก็จับไปที่กรามบีบจนเจ็บไม่สามารถหันหนีได้ลิ้นที่รุกไล้ไปทั่วโพรงปากมอบสัมผัสที่ชวนเคลิ้มให้ร่างโปร่งจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

เคียวจัดแจงล้วงมือไปที่ใต้เสื้อของขุนแผนดึงเสื้อขึ้นให้ไปถึงที่หน้าอก ผละจากปากมาที่ลำคอระหงมือทั้งสองข้างก็ยังคงคลึงไปที่หน้าอกเล็กๆ ทั้งสองข้างจนขุนแผนสะท้าน

“ไอ้สัส! โรคจิต ปล่อยกู”

“คงยากแล้วว่ะ”

ขุนแผนไม่รอให้เคียวพูดอะไรอีกยกขาถีบคนตรงหน้าด้วยแรงที่มีแต่ก็ถูกจับขาไว้แน่น ลำตัวดิ้นคลุกคละยันตัวขึ้นเพื่อลุกหนี แต่ร่างสูงก็จับสะโพกไว้แน่นแล้วจับไปที่แก่นกายของขุนแผนที่กำลังเริ่มมีอารมณ์ นิ้วหัวแม่มือคลึงไปที่ส่วนหัวของแก่นกายก่อนที่จะรูดขึ้นรูดลงด้วยจังหวะจากช้าจนกลายเป็นเร็ว

“อย่า!!! กูขอร้อง ปล่อย กูเจ็บ”

“มึงบอกเองนะว่าไม่ได้เป็นอะไรกับกู กูกำลังจะทำให้มึงเป็นอีกครั้งไง มึงจะได้รู้สักที”

“อย่าเลยนะ กูเจ็บ” ขุนแผนที่กำลังหวาดกลัวร้องไห้อ้อนวอนคนตรงหน้าให้หยุดการกระทำ ร่างโปร่งรู้สึกอายตัวเองที่ต้องมาร้องขอทั้งๆ ที่ไม่เคยอ้อนวอนใคร มีแต่คนตามใจและไม่เคยขัดขืน แรงที่มีเหลืออยู่น้อยนิดเพราะอาการที่ไม่คงตัว ดันมาตัวเองให้พ้นจากคนตรงหน้า

เคียวแสยะยิ้มที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่จะส่งนิ้วเข้าไปที่ช่องทาง เพียงแค่นิ้วเดียวก็ทำให้ขุนแผนต้องเม้มปากด้วยความเจ็บ เพราะแผลที่ฉีกขาดเมื่อวานยังไม่หายดี

เคียวรู้สึกถึงแรงดันไม่ให้ล่วงล้ำ แต่กลับยิ่งทำให้เพิ่มความรุนแรงจัดการกระแทกเข้าไปทีเดียวจนสุด ขุนแผนเกร็งตัว อ้าปากจะร้องแต่ก็ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากลำคอ นิ้วเรียวยาวควานไปทั่วโพรงจนกระทั้งไปถึงจุดกระสัน ทำให้ขุนแผนสั่นสะท้านไปด้วยความเสียวซ่าน

เคียวเพิ่มนิ้วเข้าไปเป็นสองนิ้ว ก็ยิ่งทำให้ร่างโปร่งรู้สึกเจ็บมากขึ้นและเพิ่มแรงตอดรัดมากขึ้นกว่าเดิม สองมือที่ถูกมัดไว้พยายามดิ้นหนีแต่ก็ไร้ผล ไม่ว่าจะแกะยังไงก็แกะไม่ออกและยิ่งถูกมัดไว้ที่หัวเตียงก็ยิ่งทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้

“ฮือ พอ พอแล้ว กูเจ็บ”

“มึงนี่ อย่ารัดแน่นดิวะ”

พูดจบเคียวไม่รอช้าจัดการถ่างขาของขุนแผนให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม จับแก่นกายที่พองโตของตัวเองที่พร้อมรบรูดขึ้นลงสองสามที จากนั้นก็จ่อเข้าไปที่ช่องทางรักที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ใส่เข้าไปเพียงส่วนหัวก็ต้องหยุดเหมือนเดิม ร่างโปร่งเกร็งลำตัวไม่ให้เข้ามาได้ เคียวยกยิ้มที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่จะกระแทกเข้าไปจนสุดเพียงครั้งเดียว

เสียงร้องครางของร่างสูงที่บ่งบอกว่าพอใจ กับเสียงร้องไห้ของร่างโปร่งที่ร้องออกมาเพราะความเจ็บ ดังไปทั่วห้องแผลที่ยังไม่ทันหาย ส่งผลทำให้ขุนแผนเจ็บจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่แต่เคียวก็ไม่ได้ใส่ใจยิ่งเห็นว่าเจ็บก็ยิ่งทำรุนแรง ดึงออกมาจนเกือบหลุดและดันเข้าไปอีกครั้งตามจังหวะจากเบาค่อยๆกลายเป็นเร็ว และเพิ่มความหนักหน่วงและแรงกระแทกจนคนใต้ร่างกระเด้งตัวไปตามที่ร่างสูงชักนำ

“กูเจ็บ หยุด…”

ขุนแผนร้องไห้อ้อนวอนอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนส่ายหน้าไปมาให้ร่างสูงหยุดกระทำแต่มันก็เหมือนเดิมไม่มีการหยุดและเห็นใจ ช่องทางทีมีการเบิกทางเพียงนิดเดียวและแผลที่ฉีกขาดจากเมื่อวานทำให้เลือดไหลจนกลายเป็นน้ำหล่อลื่นแทน จากเจ็บมากกลายเป็นชาจนเกือบไร้ความรู้สึกยิ่งร่างสูงไปโดนจุดกระสันก็ยิ่งทำให้

เคียวกระแทกเข้าไปอย่างแรงจน ขุนแผนก็ร้องออกมาปนความเสียวซ่านและความเจ็บ

สองมือก็ลูบไล้ไปทั่วตัวและสะโพกมน ก้มลงจูบที่ซอกคอจนไปถึงหน้าอกที่กำลังตั้ง เม้มและกัดอย่างแรงจนขุนแผนหน้านิ่วด้วยความเจ็บ จากนั้นก็จูบไปที่ริมฝีปากอีกครั้ง ความหอมหวานที่มีของคนร่างโปร่งกลับยิ่งทำให้ต้องการมากขึ้น จึงเพิ่มแรงกระแทกเข้าไปไม่ยั้ง

“อืม ขุนแผน อ๊า ทีนี้รู้รึยังว่ามึงเป็นอะไรกับกู”

“ไม่...”

ขุนแผนปฏิเสธยิ่งทำให้ร่างสูงกระแทกหนักกว่าเดิม จนร่างโปร่งต้องร้องดังอีกครั้ง ขุนแผนเม้มปากแน่นจนมีเลือดออกที่มุมปาก

“ว่าไง อ่า มึงจะตอบกูได้ยัง”

เคียวถามซ้ำอีกครั้งและโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจนร่างสั่นคลอนไปตามจังหวะ มือของเคียวจับไปที่แก่นกายของร่างโปร่งอีกครั้งและจัดการขยำจนขุนแผนสะท้าน เพียงไม่นานก็อยากจะปลดปล่อยแต่เคียวก็จับไปที่ปลายหัวอย่างเร็วจ้องหน้าคนใต้ร่างอย่างเหนือชัย

ขุนแผนหน้าบิดเบี้ยวอีกครั้งอยากจะปล่อยเต็มที่แต่ก็ถูกพันธนาการไว้จากคนร่างสูง เคียวหัวเราะในลำคออย่างพอใจรอคอยคำตอบ ขุนแผนไม่อยากพูดแต่ถ้าไม่พูดร่างสูงก็ไม่หยุด

“พอแล้ว ฮือ ฮือ มึงเป็น...เป็นผัวกู ฮือ”

“ดีมาก เมีย...เดี๋ยวกูจะให้รางวัล”

เพียงแค่ล่ะมืออกมาเพียงนิดน้ำรักก็ไหลออกมาเป็นครั้งที่สอง ส่งผลให้ขุนแผนเหนื่อยหอบและเคียวก็เริ่มที่อยากจะปลดปล่อยบ้าง เขากระแทกเข้าไปอย่างแรงและรัวอีกสองสามครั้งก่อนที่จะปลดปล่อยน้ำรักออกมาเช่นกัน

เคียวครางด้วยความพอใจกับบทรักที่ตนเองมอบให้ ล้มตัวลงไปนอนทับอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยหอบ อย่างต้องการพักกับอีกคนที่เหนื่อยไม่แพ้กัน

เคียวมองไปที่ใบหน้าของร่างโปร่งที่ยังไม่หลับใบหน้าถูกเบือนหนีไปอีกทาง น้ำที่หางตาเริ่มไหลแรงมากขึ้นกว่าเดิมรู้สึกอดสูไม่ได้ นิ้วหนาจับไปที่หน้าของขุนแผนก่อนที่จะเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา เหลือบมองไปที่มือของร่างโปร่งที่ถูกมัดเริ่มเห็นเป็นรอยถลอกอย่างเห็นได้ชัด จึงจัดการแกะออกให้

ขุนแผนรีบชักมือกลับมาอย่างเร็วยิ่งเห็นข้อมือของตัวเองก็ยิ่งช้ำใจ ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เคียวจับให้ที่ใบหน้าของร่างโปร่งหันมามองตนก่อนที่จะเริ่มพูดออกมาโดยที่ยังไม่ถอดแก่นกายออก

“เป็นไงล่ะมึง รู้สึกดีไหมล่ะ ความรู้สึกที่โดนข่มขืน มึงเจ็บปวด เป็นหนึ่งก็จบปวดแต่มากกว่ามึงหลายเท่า มึงต้องชดใช้ในส่วนของเพื่อนมึง มึงต้องอยู่กับกู”

“กูจะหนี! หนีจากมึงให้ได้” ขุนแผนตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

“ถ้ามึงหนี กูจะขังมึงไม่ให้ออกไปไหน แต่ถ้ายังมีอีก กูจะล่ามโซ่มึง” เคียวพูดเสียงเรียบแต่มีสีหน้าที่เอาจริง

“มึงจะทำอย่างกับกูแบบนี้ไม่ได้ กูเองก็เป็นคนมีหัวใจ ไม่ใช่สัตว์ที่จะต้องถูกจับมาขังแบบนี้” ขุนแผนพูดอย่างเหลืออด มองร่างสูงตรงหน้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“ก็เพราะกูรู้ไงว่ามึงเป็นคน กูถึงทำแล้วน้องกูก็เป็นคนเหมือนกัน แต่กลับถูกขังยิ่งกว่าสัตว์” เคียวพูดด้วยสีหน้าที่สะใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เจ็บปวดไม่แพ้คนตรงหน้า ถูกเพื่อนมึงข่มแหงทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไร มีแต่ความแค้นบ้าๆ ที่เพื่อนมึงยัดเหยียดให้ หรือมึงจะบอกว่าไม่จริง มึงเองก็เหมือนกันทำไมไม่ห้าม กลับสนับสนุนจนทำน้องกูเกือบตาย”

เคียวจ้องหน้าขุนแผนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน

“มึงรู้ไหม วันที่กูไปช่วยเป็นหนึ่งออกมาสภาพเป็นยังไง มีแต่ร่องรอยที่ไอ้เหี้ยนั่นทำ ขนาดกูเองยังแทบจะรับไม่ได้ แล้วมึงไม่คิดบ้างเหรอว่าน้องกูจะรู้สึกยังไง” ร่างสูงเอ่ยต่อ พยายามกลั้นเสียงไม่ให้สั่น นำมือทั้งสองข้างไปจับต้นแขนของอีกฝ่ายอย่างแรงจนขุนแผนหน้านิ่วด้วยความเจ็บ

“แต่สิ่งที่มึงทำมันก็ไม่ต่างจากเพื่อนกู แล้วยังจะบอกว่าตัวเองเป็นคนดีที่เพียงแก้แค้นให้น้องชายเท่านั้นน่ะเหรอ” ขุนแผนทักท้วง

“กูไม่เคยบอกมึงว่ากูเป็นคนดี ถึงกูจะเลวแต่ก็มีเหตุผลพอในสิ่งที่กูทำ” เคียวพูดเสียงเรียบ จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ล่ะสายตา

“มึงจะบอกว่าสงสารแล้วตามมาช่วยทีหลังมันก็ไม่มีประโยชน์ ตอนทำทำไมไม่คิดไม่ห้ามแต่กลับอยู่เฉยๆ”

“กูไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ กูไม่ได้ตั้งใจ” ขุนแผนพูดด้วยสีหน้าที่สลดลงอย่างสำนึกผิดกับในสิ่งที่เคียวพูดมันก็ถูกต้องแทบทุกคำจนเถียงไม่ออก

“แค่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แล้วมึงคิดว่าจะจบเหรอ ฮะ! มึงคิดง่ายไปไหม ขุนแผน” เคียวต่อว่า

“แล้วมึงจะเอาอะไรกับกูอีก มึงก็ได้แก้แค้นแล้วนี่ยังต้องการอะไรจากกูอีก”

“คิดว่าน้องกูทรมานมากี่เดือนกับมึงแค่วันสองวันก็แทบจะเป็นจะตาย”

“ใช่! กูไม่รู้ว่าเป็นหนึ่งรู้สึกยังไงในตอนนั้นแต่ตอนนี้กูทรมาน กูเจ็บ ฮึก ฮือ มึงเข้าใจกูบ้าง กูเองก็เจ็บเป็น ฮึก แล้วมึงไม่คิดเหรอว่ากูจะเป็นยังไง ฮือ”

“กูเข้าใจว่ามึงรู้สึกยังไง มึงกำลังเจ็บที่โดนกูย่ำยี มึงกำลังทรมานในสิ่งที่กูยัดเหยียดให้มึง ความเป็นผัว”

“มึงมันเลว”

“แล้วไง กูเลวเฉพาะกับมึงและเพื่อนมึง” เคียวยังคงพูดใส่ขุนแผนไม่ยั้งเช่นกันก่อนที่ก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากอีกครั้ง สองมือคลึงไปทั่วร่างแล้วเริ่มขยับแก่นกายที่เริ่มพองโตเพราะความรัดแน่นของอีกฝ่าย

ขุนแผนที่เริ่มรู้ตัวก็เริ่มดิ้นหนี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีจึงปล่อยตัวไปตามแรงโน้มถ่วง ไม่ขัดขืนน้ำตาไหลลงมาที่หางตาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่อดสูและเจ็บปวดสมเพชและรังเกียจตัวเอง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น