thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 24 สิ้นสุดคือ...จุดเริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 สิ้นสุดคือ...จุดเริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 233

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 08:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 สิ้นสุดคือ...จุดเริ่มต้น
แบบอักษร

 

 

ปี๊กกกกกกกกก!!!

 

เสียงบีบแตรของรถคันหนึ่งดังขึ้นยาวเหยียดพร้อมกับสายตาที่ลูกนัยต์ตาเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงประกายของคนในรถที่เหมือนจะตั้งใจชนอย่างเต็มที่ แต่แซ้งทำเป็นบีบแตรออกมาเพื่อกลบกลื่นความตั้งใจ แล้วพุ่งเข้าไปชนหญิงสาวคนหนึ่งอย่างแรง จนร่างนั้นกระเด็นออกห่างจากรถในระยะไม่ไกล และร่างนั้นก็นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นท้องถนนพร้อมกับน้ำสีแดงที่ไหลออกมาจากร่างกายของเธอมากองอยู่บนถนนเป็นบริเวณใหญ่

 

.

 

.

 

เพ่งง!

 

หญิงสาวคนหนึ่งทำแก้วน้ำหล่นจากมือลงกระทบกับพื้นจนแตกและทำให้เกิดเสียงดัง ในขณะที่กำลังนั่งประชุมอยู่ที่หัวโต๊ะกับคนอีกหลายคน จนทุกสายตาในที่ประชุมนั้นหันหน้ามาจับจ้องที่เธอ

 

“เป็นอะไรรึเปล่าคะบอส!”

 

“ปะ! เปล่า! เปล่า!!”

 

ถึงแม้ว่าปากจะตอบเปล่าแต่ในใจก็ยังรู้สึกกังวลกะวนกะวายอยู่ในใจอยู่ไม่น้อย

 

เมื่อเธอได้ฟังดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกไปยังหน้าประตูห้องประชุม

 

“ช่วยมาเก็บเศษแก้วที่แตกอยู่ด้านในนี้ให้หน่อยค่ะ”

 

“ค่ะ!”

 

เมื่อกล่าวตอบรับแล้วเธอก็เดินนำผู้ถูกวานให้ช่วยไปเก็บเศษแก้วที่ตกแตกอยู่ในห้องประชุมด้านใน

 

.

 

.

 

ผู้คนที่อยู่แถวนั้นและเห็นเหตุการณ์พร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาพร้อมกับเธอ ต่างวิ่งเข้ามาห้อมล้อมผู้เคราะห์ร้ายพร้อมกับส่งเสียงดังจนวุ่นวายชุลมุลไปหมด จนแทบจะมองไม่เห็นหญิงสาวที่นอนจมกองเลือดคนนั้นอยู่เลย แต่ก็ยังมีชายและหญิง3ถึง4คนที่เข้ามาช่วยประถมพยาบาลเบื้องต้นให้กับเธอ

 

"ท่านประธาน..ท่านประธานครับ..อย่าพึ่งเป็นไรไปนะครับ!"

 

“โทรแจ้งโรงพยาบาลกับตำรวจเร็วสิ!!”

 

“ทำไมมีเลือดไหลออกมาจากทางต้นขาด้วยล่ะ!!”

 

“ว่าไงนะ!! เชี้ยย..ตอนไหนรถพยาบาลจะมานะ ขืนมาช้าท่านประธานได้ตกเลือดจนเสียชีวิตแน่ๆ”

 

“ว่าไงนะ...”

 

คนหลายคนต่างตกใจพูดเป็นเสียงเดียวกัน

 

“เออะ..เอ่ออ...ทุกคนคะ! ช่วยถอยให้ห่างออกไปให้คนเจ็บมีอากาศหายใจหน่อยคะ!”

 

หญิงสาวขอให้ผู้คนที่มาลุมล้อมถอยห่างออกไป เพื่อให้พื้นที่ในบริเวณนั้นมีอากาศถ่ายเท่มากขึ้น คนเจ้บจะได้หายใจได้สะดวก ส่วนคนที่ขับรถพุ่งเข้ามาชนเธอก็ได้แต่นั่งแน่นิ่งอยู่ในนั้นด้วยความไม่รู้ตัวว่าตัวเองขับรถชนคนตอนไหน ก่อนที่จะซมซานออกมาจากรถเพื่อดูคนเจ็บ

 

“คุ..คุณ คุณครับ! คุณ...”

 

“นี่คุณขับรถยังไงกันคะ! ถึงไม่รู้ว่าไฟจราจรเป็นสีเขียวไม่ใช่สีแดง”

 

“ผม..ผมขอโทษครับ! ผมไม่รู้จริง..ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมชนคนตั้งแต่ตอนไหน”

 

“นี่คุณเมามารึเปล่าเนี้ยย!”

 

“เปล่า! ผมไม่ได้ดื่ม..”

 

ไม่ทันไรเสียงไซเรนก็ดังมาแต่ไกล แล้วก็เข้ามาจอดตรงใกล้จุดบริเวณที่มีอุบัติเหตุ แล้วคนบนรถคันนั้นก็รีบลงมาจากรถเพื่อเข้าไปดูคนเจ็บ

 

“ขอทางด้วยค่ะ/ครับๆ”

 

“หมอ..”

 

ชายคนหนึ่งกล่าวแล้วหลีกทางให้เข้ามาดูคนเจ็บ

 

“ต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของทางเราเองค่ะ!”

 

“ครับ!”

 

.

 

.

 

“จบการประชุมกันเท่านี้ก่อนนะคะ! ขอบคุณค่ะ..”

 

ลลิษาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมกล่าวก่อนยืนขึ้นแล้วรีบร้อนเดินออกไปจากห้องประชุมนั้น แล้วรีบวิ่งไปด้วยความเร็วเหนือเสียง ไม่ทันไรเธอก็มาถึงที่ที่หนึ่งซึ่งมีกลุ่มคนห้อมล้อมดูอะไรบางอย่าง แล้วจึงหยุดเดินเข้ามาดูบุคคลที่พาร่างไร้สติของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นรถพยาบาล

 

“เจนนี่!!! ลูกก...”

 

เธอกล่าวแล้วได้แต่ยืนมองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอกับพยาบาลไปก่อน แต่ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปหาแต่อีกใจก็คงคิดว่าต่อให้ตัวเองเข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่แล้วเธอก็มีความรู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างจึงรีบหันไปดูตรงจุดที่ตนรู้สึกถึงพลังบางอย่างแอบแฝงอยู่

 

สายตาของเธอมองไปเห็นร่างเงาสีดำกำลังยืนยิ้มแล้วหายไปกับตา

 

“บ้าเอ้ยย! ถ้าฉันอยู่ตอนนั้น..เรื่องในตอนนี้คงไม่เกิดขึ้น”

 

หญิงสาวสบถกล่าวโทษว่าเป็นความผิดตัวเองแล้วยืนกำมือแน่นเพราะทำอะไรไม่ได้ แล้วไม่ทันไรรถพยาบาลก็ขับเคลื่อนออกไปจากจุดเกิดเหตุ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

1สัปดาห์ต่อมา...

 

หญิงสาวคนหนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วมาไปยังหน้าต่าง แต่เธอกลับตกตะลึ่งกับภาพที่เห็น

 

“สุริยคราส มะ..มันเกิดอะไรขึ้น!!”

 

เสียงเอะอะโวยวายไปทั่วบริเวร เธอจึงรีบถอดสายออกแล้วค่อยๆเดินไปเปิดประตูห้องออกไปข้างนอก แต่ข้างนอกนั้นกลับชุลมุลวุ่นวายไปหมดทั้งหมอทั้งพยาบาลและคนไข้ต่างแตกตื่นกันไปหมด

 

“คุณคะ! เดี๋ยวก่อนคะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ”

 

“จู่ๆก็มีสุริยคราสเกิดขึ้น แล้วก็มีอะไรก็ไม่รู้ออกมาตามเงามืด”

 

เขาพูดจบก็รีบวิ่งไปเพื่อจะเอาตัวรอด หญิงสาวคนนั้นจึงรีบออกไปนอกโรงพยาบาลแล้วหยุดยืนมองดูสุริยุปราคาที่ใกล้จะเต็มดวงแล้ว

 

“เธอมาทำอะไรตรงนี้...มันอันตรายนะ”

 

“คุณณ....”

 

“หนีไปจากตรงนี้ซะ...”

 

“ทำไม”

 

“ไปซะ...ไป”

 

“ไม่..ทำไมต้องไล่กันด้วยล่ะ”

 

“รีบหนีไปก่อนที่สุริยคราสจะเต็มดวง..ไปซะ เราเสียลูกไปคนโดยที่เราทำอะไรไม่ได้แล้วนะ..เราไม่อยากจะสูญเสียเธอไปอีก”

 

“ถ้าไม่ล่ะ!!”

 

“อยากตายรึไง..”

 

“ตายหรอ! ทำไมต้องตาย..”

 

“เธอเห็นผู้คนที่วิ่งโห่ร้องเอาชีวิตรอดพวกนี้มั้ย..พวกเค้าต้องวิ่งเอาชีวิตให้รอด หนี..หลบซ้อนจากความกลัวและความตายมากมาย เพราะสิ่งนี้ได้ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วไง เงามืดจะนำพาความตายภูตผีปีศาจทุกตนจะมีพลังเกร่งกล้าพอที่จะปรากฎกายให้พวกมนุษย์เห็นได้ และกัดกินชีวิตเลือดเนื้อของเหลาบรรดามนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะเธอ..ที่มีพรพิเศษติดตัวมาแต่กำเนิด ซึ่งจะทำให้พวกมันแข็งเกร่งมากขึ้นและสามารถไต่ขึ้นไปยึดครองโลกทั้งสามได้.....แน่นอนว่าต้องรวมถึงฉันด้วย เพราะฉะนั้นเธอต้องมีชีวิตอยู่....อยู่เพื่อช่วย..ส่วนฉันมีหน้าที่แค่คุ้มครองเธอจนลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น และฉันก็เต็มใจจะทำ!! ทำเพื่อทุกคน..ทำเพื่อเธอ...แล้วก็..ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม เพราะงั้นเธอต้องรีบไปได้แล้วอย่าอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าสุริยคราสเคลื่อนตัวออกจนหมดเมื่อไหร่ แล้วทุกคนก็จะปลอดภัย”

 

ลลิษากล่าวร่ายบทยาว ส่วนเจนนี่เมื่อได้ฟังคำกล่าวอ้างดังนั้นเธอก็ยืนลังเลว่าจะไปหรือจะอยู่ตรงนี้ไม่ทิ้งใครบางคนไปไหนให้ต้องสู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะไปแล้วไม่นานสุริยุปราคาก็คราสเต็มดวงจนทั่วทัเงท้องฟ้านั้นมืดไปหมด แต่ด้วยความที่บุคคลที่ยังคงยืนรอความมืดอยู่ตรงนั้นเป็นลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจจึงสามารถมองเห็นในความมืดได้ เธอจึงมองไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่อยู่ไปทั่วอาณาบริเวณพวกนั้นแล้วปรากฏเป็นดวงตาสีแดงประกาย

 

“เธออยู่ไหน..”

 

“ถ้าอยากได้ตัวเธอ..ก็ข้ามศพฉันให้ได้ก่อน ถ้าไม่...ก็ไม่มีวัน”

 

“เธออยู่..ไหนนน อยากตายนักข้าก็จะจัดให้ตามต้องการ...”

 

เหล่าภูตผีและปีศาจพุ่งตัวลุมล้อมเข้าหาหญิงสาวผู้อยู่ท่ามกลางวงล้อมเพียงคนเดียว แล้วการต่อสู้นั้นก็สามารถยืนเวลาจนสุริยุปราคาได้เคลื่อนตัวออกไปแต่เธอนั้นก็ต้องตกอยู่ในสภาพที่สบัดสะบอมและอ่อนแรงอย่างมาก และแล้วก็มีปีศาจตนหนึ่งได้ถือของแหลมมีคมออกมาแล้วพยายยามจะแทงเข้าไปที่ใจกลางขั้วหัวใจของหญิงสาวผู้นั้น แต่ทันใดนั้นก็ปรากฏเป็นร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่งวิ่งเข้ามาขวางเอาไว้แล้วถูกแทงทะลุเข้าที่กลางหน้าอก เลือดในปากของเธอก็พุ่งออกมาจำนวนมาก

 

“เจนนี่...เจนนี่! คุณทำแบบนี้ทำไม เข้ามาขวางทำไม”

 

“เพราะ...ฉันน มะ ไม่อยาก..ให้ เธอตาย...ไง”

 

“ไม่ ไม่..เธอจะตายไม่ได้”

 

“นี่ไง..สุริยุปราคา...เคลื่อนตัว ตัวออกหมดแล้ว พวกมันหายไปป หมดแล้ว..ไม่มีเรื่องร้ายๆอีกแล้ว”

 

“ไม่ ไม่ ไม่!! เธอต้องอยู่ต่อสิ! เธอต้องไม่ตายย..คนที่ต้องตาย ต้องเป็นฉันสิ!! อึกก..อึก!! ฉันเสียลูกไปคนนึงแล้วนะ..อึกก! ฉันไม่อยากเสียเธอไปอีกนะเจนนี่...ฮืออ..อึก!! ฉันรักเธอ..เธออย่าทิ้งฉันไปไหนอีกคนสิ..ฮึกก..เจนนี่...เจนนี่! ฉันรักเธออ..เธอต้องไม่เป็นอะไรสิ!!”

 

เธอพูดทั้งน้ำตา..และเสียใจที่มิอาจปกป้องเธอคนนี้ได้

 

“มันไม่มีประโยชน์หรอก..ถึงฉันจะไม่ตาย ต่อไป...เรื่องง..พวกนี้ก็จะเกิดขึ้นมาอีก..อยู่ดี!! ชาติหน้ามีจริง..ขอให้เราได้เจอกัน...อีกนะ เพราะฉันจะขอสัญญาว่า..ฉันจะเปิดใจรอรักคุณ..คนเดียว...ก็ได้!!! 사랑해..

 

사랑해 ซารางเฮ = ฉันรักเธอ

 

ฟุ๊บบ!!

 

เธอกล่าวแล้วยื่นมือขึ้นไปจับใบหน้าของเขา ก่อนที่มือนั้นจะร่วงลงกระทบกับพื้น แล้วหลับตาลงปิดสนิท

 

“ไม่......!!!”

 

หญิงสาวร้องตะโกนดังลั่นฟ้าเมื่อหญิงสาวอีกคนได้สิ้นใจลงในอ้อมแขนตัวเอง

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

17ปีต่อมา...

 

ณ ชายหาดแห่งหนึ่งที่มีลมทะเลพัดผ่านเย็นสบายกายและมีผู้คนมามาย แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรับลมทะเลคิดย้อนไปถึงภาพอดีต คิดถึงภาพเรื่องราวของใครคนหนึ่งที่มีพรวิเศษ แต่ก็ต้องฝืนใจยอมรับ แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงเอะอะเหมือนผู้หญิงหยอกล้อเล่นกัน แล้วหญิงสาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาชนเธออย่างไม่ตั้งใจ

 

“โอ๊ะะ...”

 

“I'm sorry!!”

 

หญิงสาวสวมแว่นสายตาคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนเธอ เธอจึงกล่าวคำขอโทษแต่เมื่อหญิงสาวผู้ถูกชนเห็นหน้าตาของเธอคนนั้นถึงกับยืนนิ่งเงียบตะลึงอึ้งกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า แล้วนึกคิดถึงภาพของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้นมาในหัว

 

“ข้าววว...อาจารย์เรียกแล้ว”

 

หญิงสาวคนหนึ่งร้องเรียกชื่อของใครคนหนึ่งแต่ไกล ผู้เป็นเจ้าของชื่อจึงหันกลับไปทางด้านหลัง

 

“เดี๋ยวตามไป..แปปนึง...”

 

เธอกล่าวแล้วหันกลับมาถ้าคนตรงหน้าว่า

 

“How are you..”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ!!”

 

“เอ้าา...พูดไทยได้”

 

“ข้าวว..”

 

“เออๆ..ไปแล้วว!! ขอโทษนะคะ..ฉันไม่ทันระวัง!”

 

เธอกล่าวแล้วรีบวิ่งไปหาเพื่อนทันที เพื่อจะไปพบอาจารย์ที่เรียกไปรวมตัวกัน

 

“เจนนี่...!!”

 

 

 

ความคิดเห็น