thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 21 เขาว่ากันว่ากลัว..

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 เขาว่ากันว่ากลัว..

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 84

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 08:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 เขาว่ากันว่ากลัว..
แบบอักษร

 

 

 

เธอพยายามที่จะทำให้อีกฝ่ายยอมพูดกับตนและเลิกงอลตนเองเสียที แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าเธอจะยอมใจอ่อนให้กับตน จนเผลอไปโดนแผลบนแขนของเธอ

 

“โอ๊ยยย! เจ็บ..”

 

“เจ็บหรออ...ขอโทษ”

 

หญิงสาวกล่าวแล้วรีบผละตัวออกจากผู้ร้องเจ็บทันที ด้วยเกรงว่าเธอจะเจ็บยิ่งกว่าเดิมเพราะตนเองมีแรงที่มากกว่าคนอื่น และเทียบได้กับแรงของมนุษย์20ถึง30คน

 

“ไม่เป็นไร!”

 

หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

“ก็ได้อ๊ะ! เราจะอยู่นี่แหละ จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน จนกว่าเธอจะยกโทษให้เรา”

 

"เชิญ! ถ้าคุณอยากจะอยู่ตรงนั้นก็อยู่ไป อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกันนะ.."

 

เจนนี่ทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจลลิษาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังตนเอง ลลิษาเห็นท่าทีดังนั้นจึงหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โซฟาแล้วนั่งจ้องมองมายังเธออย่างไม่วางตา จนเวลาเลยผ่านไปเป็นชั่วโมงหญิงสาวใส่ชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวอีกคนที่สวมชุดพยาบาลสีขาว

 

"ขออนุญาตตรวจคนไข้นะคะ"

 

เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนลลิษาก่อนหันหน้าไปทางต้นเสียงนั้นทันที

 

"เชิญค่ะ!"

 

หญิงสาวลุกขึ้นจากโซฟาแล้วกล่าวเชิญหญิงสาวผู้ใส่ชุดกาวน์สีขาว ส่วนเจนนี่เมื่อหมอเดินเข้ามาตรวจเธอก็ลุกขึ้นจากนอนมานั่ง

 

"เป็นยังไงบ้างคะ! ดีขึ้นรึยังคะ"

 

"ค่ะ! ดีขึ้นมากแล้วค่ะ"

 

"okค่ะ! งั้นหมอขอตรวจอีกสักรอบก่อนนะคะ"

 

หมอสาวขออนุญาตผู้ป่วยก่อนที่จะเริ่มตรวจตามร่างกายของหญิงสาวผู้ป่วยอยู่บนเตียง

 

“หมอขออนุญาตล้างแผลนะคะ!”

 

กล่าวจบเธอก็ยื่นมือไปด้านหลังพร้อมกับหันหน้าไปหาพยาบาลที่เดินตามหลังตัวเองเข้ามา

 

"นี่ค่ะ! หมอ.."

 

เธอรับสำลีชุบน้ำแอลกอฮอล์สีน้ำเงินมือไว้ในมือ แล้วก็ค่อยๆบรรจงเช็ดบริเวณรอบข้างแผลที่โดนกัดจนกลายเป็นรอยเปื่อยไหม้อย่างนุ่มนวลและเบามือ

 

“ค่ะ! เรียบร้อยแล้วค่ะ..คนไข้นี่ฟื้นตัวเร็วจังเลยนะคะ”

 

“คงอาจจะเป็นเพราะฉันโดนแบบนี้เป็นประจำจนชินกับมันแล้วมั้งคะ”

 

“หมายความว่ายังไงกันคะ!”

 

“เปล่าค่ะ! ไม่มีอะไร..ฉันแค่พูดเล่นเฉยๆค่ะ”

 

“อ้ออ..ค่ะ! งั้นหมอขอตัวก่อนนะคะ..อีกไม่เกิน2ชั่วโมง หมอจะเข้ามาตรวจดูอาการคนไข้ใหม่อีกรอบนะคะ”

 

“ค่ะ! ขอบคุณค่ะ..”

 

หญิงสาวสวมชุดกาวน์ส่งยิ้มให้เธอบางๆ ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไปพร้อมกับพยาบาลสาวคนนั้น

 

 

“เนื้อหอมจังเลยนะคะ! เล่นเอาหมอคนนั้นมองตาแทบไม่กระพริบเลย ขนาดตอนล้างแผลให้ยังมองจนแทบไม่วางตาเลย..”

 

“นี่จะหาเรื่องกันใช่รึเปล่า! ทำไมคะ..หึงหรอ!”

 

“ใช่! เราหึงแบ้สก็หวงมากด้วย..”

 

“อือออ!”

 

หญิงสาวกล่าวพร้อมกับเคลื่อนที่เข้าหาคนบนเตียงอย่างรวดเร็ว แล้วออกแรงดึงศีรษะของเธอเข้ามาประทับรอยจูบบนริมฝีปากของเธอโดยที่เธอยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย

 

เจนนี่เมื่อถูกถอนจูบออกมาแล้วเธอก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบ ไม่กล่าวตอบโต้อะไรกลับไปทั้งนั้น ก่อนที่จะรีบฟุ๊บตัวลงนอนหันหลังให้กับลลิษาพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าตัวเองเอาไว้ แล้วแอบอมยิ้มอยู่ใต้ผ้าห่มนั้นคนเดียวโดยที่ไม่มีใครเห็น แต่เมื่อตั้งสติได้เธอก็หุบยิ้มลงทันที

 

“เป็นบ้าอะไรขอเธอ..เจนนี่!”

 

กล่าวจบเธอยกมือขึ้นจับริมฝีปากของตัวเองแล้วฉีกยิ้มอีกครั้ง

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

2วันต่อมา..

 

หลังจากที่เอริออกจากโรงพยาบาลในกรุงโซลแล้ว เธอและพนักงานในบริษัทของเธอก็วางแผนการท่องเที่ยวแล้วก็แยกย้านไปตามจุดที่ตัวเองอยากไปกันอย่างร่าเริง บางกลุ่มก็จับกลุ่มกันไปกันเป็นกลุ่มใหญ่บ้างกลุ่มเล็กบ้าง

 

ส่วนเจนนี่ก็เดินแยกออกมาต่างหากแบบเงียบๆจนไม่มีใครรู้ตัวว่าเธอหายไปไหนแล้ว แต่เธอก็ต้องมาเจอเข้ากับใครบางคนที่มาดักรอเธออยู่ทางข้างหน้านี้เอง

 

“ทำไมแยกออกมาจากคนอื่นๆล่ะคะ! ไม่กลัวจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเองอีกหรอคะ..”

 

เขาคนนั้นกล่าวขึ้นมาโดยที่เจนนี่ยังไม่ทันจะได้เห็นตัว แต่เสียงนั้นสามารถบ่งบอกได้ทันทีว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร

 

“เอ๊ะะ! นี่คุณ..จะมาตามฉันไปถึงไหนกัน ชักจะลำคาญแล้วนะ!!”

 

“ก็จนกว่าาา..เธอจะหายงอลเรา แล้วก็จะคอยตามดูแลไม่ให้เธอกับลูกต้องตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย...”

 

“ก็ได้! งั้นก็เชิญตามสบาย..”

 

“พูดล่ะนะ!”

 

“ฮื้อออ!!”

 

เจนนี่ถอนลมหายใจออกมาด้วยความยอมแพ้และจำใจกับคนตรงหน้าของตัวเองอย่างสุดทนเต็มที แล้วเดินไปที่ร้านขายของร้านหนึ่งแล้วก็หยิบๆจับๆสายสร้อยในร้านนั้นขึ้นมาดูหลายอัน มีลักษณะเป็นแท่งไม้เล็กๆขว้ายติดกันสองแท่ง แท่งหนึ่งยาวแท่งหนึ่งสั้นสลักด้วยรวดรายที่สวยงาม

 

“อันนี้ราคาเท่าไหร่คะ!”

 

“2,500วอนค่ะ!”

 

“2,500วอน..นี่ค่ะ!”

 

หญิงสาวกล่าวพร้อมกับยื่นมือส่งเงินไปให้คนขายของแล้วหันกลับไปหาคนที่เดินตามตัวเองมา

 

“นี่!!”

 

“อะไร!!”

 

เจนนี่ยื่นสร้อยไม้กางเขนใส่หน้าของลลิษา แต่เธอกลับทำหน้านิ่งเฉยใส่

 

“นี่ไม่กลัวหรอ”

 

“หาา..”

 

ลลิษาทำหน้างงๆขมวดคิ้วใส่เธอจนเป็นปม

 

“จะกลัวทำไม..ไม่มีอะไรให้กลัว...”

 

“เป็นแวมไพร์กลัวไม้กางเขนไม่ใช่รึไง..”

 

“กลัวไม้กางเขน...”

 

“ใช่กลัวไม้กางเกง..เค้าว่ากันว่าพวกแวมไพร์กลัวไม้กางเขน กลัวแสงแดด”

 

“บ้ารึเปล่า! แล้วคุณเห็นกลัวแดดจนไม่กล้าออกแดดมั้ยล่ะ!”

 

“เปล่า!!”

 

“มันก็แค่เรื่องเล่าความเชื่อที่มนุษย์สมมุติขึ้นมาก็เท่านั้นเอง”

 

ลลิษากล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้น

 

“งั้นก็เก็บเอาไว้ล่ะกัน!!”

 

หญิงสาวกล่าวแล้วยัดสร้อยไม้กางเขนใส่มือของอีกคน แล้วเดินจากไป

 

“เอ้าา!”

 

ลลิษากล่าวคำอุทานแล้วฉีกยิ้มที่มุมปากแล้วมองตามหลังของเจนนี่ ก่อนที่จะสวมสร้อยเส้นนั้นใส่คอตนเองแล้วเดินตามหลังเธอไป

 

 

“อ้าวว! หยุดเดินทำไม”

 

หญิงสาวคนหนึ่งหยุดเดินโดยที่ไม่ลอกคนข้างหลัง จนคนข้างหลังเดินชนเข้า

 

“ท่านประธานหายไปไหนซะแล้ว เมื่อกี้ยังเดินมาด้วยกันอยู่เลย”

 

หญิงสาวที่หยุดเดินฉุกคิดขึ้นได้ว่าบุคคลที่กล่าวถึงนั้นหายตัวไปไหน เมื่อทุกคนได้ยินคำดังนั้นจึงหันไปมองหาใครบางคนในบริเวณรอบๆจนวุ่นวายกันใหญ่

 

“เอออ..จริงด้วย! ท่านประธานหายไป”

 

“แต่คงไม่เป็นไรหรอก..ท่านประธานคงไปทำธุระ ถึงได้แยกออกจากพวกเราไปอย่างเงียบ เพราะไม่อยากรบกวนพวกเรา”

 

 

 

 

ความคิดเห็น