thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 มอง..

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 08:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 มอง..
แบบอักษร

 

 

 

“ขอโทษนะคะ! ให้ฉันช่วยมั้ยค่ะ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ! เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง”

 

หญิงสาวกล่าวปฏิเสธความช่วยเหลือจากแอร์โฮสเตสสาวที่อุตส่าห์เดินเข้ามาหา

 

“ค่ะ! งั้นไม่รบกวนแล้วนะคะ..ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกได้ทุกเวลาเลยนะคะ”

 

“ค่ะ! ขอบคุณค่ะ”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็เดินเข้าไปในห้องน้ำบนเครื่องบินแล้วถอดเสื้อออกต่อด้วยเปิดขวดแอลกอฮอล์ออก แล้วก็ค่อยๆเทแอลกอฮอล์ราดลงไปที่รอยแผลไหม้ที่โดนกัดเข้าไป

 

“โอ๊ะะ..โอ้ยยย...”

 

เจนนี่ร้องด้วยความแสบแผลเมื่อหยดแอลกอฮอล์ไหลลงมาต้องกับผิวหนังที่เป็นแผลไหม้จากรอยโดนกัด ก่อนที่จะหยี๋ตาและกัดฟันทนกับความแสบของแอลกอฮอล์จนราดไปทั่วถึงและหมดขวด จึงวางขวดแอลกอฮอล์ลงก่อนที่จะสวมเสื้อกลับเข้ามาอีกครั้งอย่างเบามือ

 

“ไหนว่าเป็นผู้พิทักษ์เราไง..ทำไมถึงปล่อยให้เราโดนทำร้ายแบบนี้ล่ะ...ที่แท้ก็แค่คำโกหก แค่มาหลอกฟันก็เท่านั้น!”

 

เจนนี่มองหน้าตัวเองในกระจกไปพร้อมกับล้างมือและบ่นพึมพำถึงใครบางคน

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“ฮัดชิ้วว!!”

 

จู่ๆหญิงสาวคนหนึ่งก็จามขึ้นมาโดยที่ไม่มีสาเหตุทั้งที่ตนเองไม่เคยจามหรือเป็นหวัดหรือไข้เลยแท้ๆ

 

“เอ่ออ..ไม่สบายรึเปล่าครับ”

 

“เปล่าค่ะ! คุยกันต่อดีกว่าค่ะ”

 

“ครับ! แน่ใจนะครับว่าไม่เป็นอะไร”

 

“ค่ะ! แน่ใจค่ะ! เราคุยถึงไหนกันแล้วคะ”

 

ทั้งสองคนนั่งคุยงานกันต่อโดยไม่ซีเรียสอะไร

 

.

 

.

 

“ทำไมเริ่มปวดขึ้นเรื่อยๆแบบนี้นะ”

 

เจนนี่พึมพำกับตัวเองไปพร้อมกับตัวหนาวสั่นริมฝีปากเริ่มซีดเซียวลงจนเห็นได้ชัดเจน ก่อนที่จะทรุดตัวลงซบไหล่คนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวเอง

 

“ฮึ!!”

 

ชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังนั่งหลับตัวสั่นซบไหล่ของตัวเองอยู่จึงหันไปมอง แล้ว

 

“ท่านประธาน.........ตัวร้อนจี๋เลยนี่..”

 

เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนในร่างกายของหญิงสาวผู้เป็นเจ้านายของตัวเอง เขาก็มองหาใครบางคน

 

“เออะ! เอ่อออ!! คุณครับ”

 

“คะ!”

 

“คือว่าา...ผมขอยาลดไข้กับน้ำเปล่าแล้วก็ผ้าเปียกชุบน้ำได้มั้ยครับ”

 

“ค่ะ! รอสักครู่นะคะ”

 

แอร์โฮสเตสสาวกล่าวแล้วเดินกลับไปเอาของตามคำขอของชายหนุ่ม สักพักเธอก็เดินกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ถูกขอมาวางอยู่บนถาดทั้งหมด

 

“ขอบคุณครับ!”

 

ชายหนุ่มกล่าวคำขอบคุณแล้วยื่นมือไปรับของ

 

“ขออนุญาตนะครับท่านประธาน..”

 

ชายหนุ่มกล่าวแล้วค่อยๆใช้ผ้าบรรจงเช็ดตามคอหน้าผากและแขนอย่างเบามือ แล้ววางผ้าที่เช็ดตัวเธอแล้วไว้บนถาดเช่นเดิมและหยิบยาลดไข้กับแก้วน้ำขึ้นมาแทน

 

“ท่านประธานครับ! กินยาก่อนนะครับ..ไข้จะได้ลดลง!”

 

“อืออ..”

 

หญิงสาวตอบรับส่วนชายหนุ่มก็ป้อนยาให้แก่เธอและป้อนน้ำตามลงไปแล้วยื่นแก้วน้ำส่งคืนให้กับแอร์โฮสเตสสาว

 

“ขอบคุณครับ!”

 

“ค่ะ!”

 

 

“ขอบคุณคุณลลิษามากเลยนะครับ..ที่วันนี้คุณสามารถมาพูดคุยและอนุญาตให้เราถ่ายทำรายการตรงจุดไหนได้บ้าง”

 

“ค่ะ! งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

 

“ครับ!”

 

หญิงสาวลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินออกไป ทำให้คู่สนทนาที่พึ่งพูดคุยกันจบก็ได้แต่มองตามหลังเธอไป

 

“ตอนนี้เธอจะเป็นไรแล้วบ้างนะ! นี่ก็เย็นมากแล้วสิ! ลองไปดูหน่อยดีกว่า”

 

หญิงสาวมองดูนาฬิกาข้อมือตัวเองก่อนที่จะกล่าวจบแล้วรีบวิ่งออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียงจนเกินคำบรรยายใดๆทันที แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าเธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้วตอนนี้

 

“ไม่อยู่ที่นี่แล้วหรอ! หรือว่าา...จะบินไปเกาหลีซะแล้วล่ะเนี้ยยย!! เผื่อเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง..”

 

หญิงสาวเมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกทันที

 

หญิงสาววิ่งไปโดยไม่มีความรู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยความเป็นห่วงใครบางคนนั้นในใจก็กลับคิดพุ้งซ่านไปสระพัดว่าใครคนนั้นจะเป็นอะไรหรือไม่

 

.

 

.

 

เกาหลี...

 

สนามบินอินชอน..

 

ไม่นานหญิงสาวผู้วิ่งเร็วดั่งสายฟ้าก็วิ่งมาจนถึงสนามบินของประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นจุดแรกที่ตนต้องลองมาดูเสียก่อนว่าบุคคลที่ตนรีบตามมานั้นมาถึงหรือยัง

 

หญิงสาววิ่งว่อนไปทั่วสนามบินก่อนที่จะมาดูว่าเวลาของเครื่องบินไฟท์ที่จะลงนั้นเป็นเวลากี่โมง แล้วจึงมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองพร้อมกับปรับเวลาไปด้วยพร้อมกัน

 

“เวลาที่นี่กับที่ไทยห่างกัน2ชั่วโมง..งั้นก็...อีกไม่ถึง10นาทีเครื่องก็จะtake offค่ะ..”

 

“ผู้โดยสารทุกท่านโปรดคาดเข็มขัด..เครื่องกำลังจะลงแล้ว”

 

“ท่านประธานครับ! ขออนุญาตคาดเข็มขัดนะครับ”

 

ชายหนุ่มพูดจบก็โน้มตัวเข้าไปเพื่อที่จะคาดเข็มขัดให้กับหญิงสาว และไม่นานเครื่องก็ลงมาแตะยังพื้นด้านล่าง

 

เมื่อเครื่องบินลงมาถึงพื้นด้านล่างแล้วชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นไปกุมหน้าผากของคนไม่สบาย

 

“ไข้ยังไม่ลดเลยนี่นาา..”

 

“ท่านประธานเป็นไรอ่ะคะ!”

 

“ท่านประธานไม่สบาย ผมให้กินยาไปแล้วยังไม่ดีขึ้นเลย..ผมว่าถ้าออกจากสนามบินแล้วจะพาท่านประธานไปโรงพยาบาล”

 

เมื่อกล่าวจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันกลับไปอุ้มหญิงสาวที่นั่งซบไหล่หลับอยู่ข้างตนเองขึ้นมาอยู่บนอ้อมแขนแล้วพอเธอเดินออกไป

 

.

 

 

.

 

 

.

 

“ได้เวลาแล้วสินะ”

 

หญิงสาวมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วกล่าวก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วรีบวิ่งไปยืนรอดูตรงจุดที่คนจะออกมา

 

“ตอนไหนจะพากันออกมานะ!”

 

หญิงสาวเดินวนรอเป็นสิบๆรอบจนในแต่ไม่นานก็มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่เดินออกมาให้เห็น เธอจึงมองหาใครบางคนในคนกลุ่มนั่น แต่ก็ได้แต่มองตามชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อเห็นเขากำลังเดินอุ้มหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนสลบอยู่บนอ้อมแขนของเขาเดินออกมาในกลุ่มคนกลุ่มนั้น

 

“พรุ่งนี้พวกเราคงไปไหนไกลไม่ได้..เพราะท่านประธานไม่สบาย ยังไงก็เที่ยวกันในโซลกันก่อนก็แล้วกันนะครับ! เข้าใจตรงกันนะครับ!!”

 

ชายหนุ่มรีบเดินนำขึ้นมาพูดกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่นั้น

 

“ครับ/ค่ะ”

 

ทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมดโดยไม่ได้นัดหมายแม้แต่น้อย

 

“ไม่สบายหรออ..เป็นอะไรรึเปล่านะ!!”

 

หญิงสาวเริ่มคิดกังวลในใจและมองตามหลังของชายหนุ่มคนนั้นที่เดินอุ้มหญิงสาวอีกคนไป แต่ในนัยน์ตาคู่นั้นก็กลับมีอาการเหมือนจะขุ่นเคืองใจใครบางคนอยู่ด้วย

 

“ไม่ได้..ต้องทนเอาไว้...ต้องแอบตามไปแล้วรอจนกว่าจะมีโอกาสที่จะเข้าไป......แต่ไอ้นี่มันจะไว้ใจได้หรออ..คราวก่อนยังง!! ไม่สิ! ครั้งนี้อาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้..”

 

 

 

ความคิดเห็น