thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 18 รอยไหม้

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 รอยไหม้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 08:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 รอยไหม้
แบบอักษร

 

 

 

2วันต่อมา...สนามบิน..

 

หลังจากที่งานทุกอย่างเสร็จสิ้นจนเรียบร้อยลงตัว ทุกคนในKMJ Groupก็ต่างรวมตัวกันจำนวนหนึ่งที่สนามบินเพื่อรอเวลาเครื่องTakeoffแต่บางคนก็พึ่งจะมาถึง

 

หญิงสาวคนหนึ่งใส่แว่นตากันแดดเดินเข้ามาหากลุ่มคนกลุ่มนั้น พร้อมกับชายหนุ่มอีกคนที่เป็นคนลากกระเป๋าสัมภาระมาให้

 

“ท่านประธาน..สวัสดีครับ/ค่ะ”

 

“มากันครบรึยังคะ!!”

 

“ครบหมดทุกคนแล้วค่ะ!”

 

“เหลือเวลาอีกตั้ง1ชั่วโมง..แล้วพากันทานข้าวมารึยังคะ”

 

“ยังเลยครับ/ค่ะ”

 

ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“งั้นเราไปทานข้าวกันค่ะ! ฉันเลี้ยงเอง..”

 

“ขอบคุณครับ!”

 

สิ้นประโยคนั้นหญิงสาวก็เดินนำทุกคนไป แต่เธอกลับรู้สึกแปลกจึงหันหน้ากลับไปมองด้านหลังแล้วก็รีบหันกลับมา

 

ทำไมรู้สึกเหมือนมีคนแอบมองอยู่เลยนะ

 

หญิงสาวคิดกับตัวเองในใจเพราะรู้สึกว่าเหมือนมีใครแอบมองและเดินตามตัวเองนอกจากพนักงานในกลุ่มนี้อีกหรือเปล่า

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ! ท่านประธาน”

 

“ปะ เปล่าค่ะ..ไม่มีอะไร”

 

เธอกล่าวคำปฏิเสธเพราะไม่อยากจะให้ใครกังวล

 

 .

 

.

 

ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องไปยังหญิงสาวคนหนึ่งอย่างไม่วางสายตาแม้แต่นิดเดียว แล้วแอบเดินตามไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัว จนกระทั่งมาถึงที่ๆหนึ่งซึ่งที่นั่นคือโรงอาหารของสนามบินนั่นเอง

 

 

 

“เดี๋ยวทุกคนสั่งรอกันไปก่อนเลยนะคะ! เดี๋ยวชั้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน”

 

“ครับ/ค่ะ”

 

ทุกคนในที่นี้ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างพร้อมเพียงกัน

 

“เอ่ออ!! คุณธีร์คะ! ฝากสั่งอาหารไว้รอหน่อยนะคะ เดี๋ยวชั้นจะกลับมาทานเอาทีหลัง”

 

“ครับ!”

 

“ขอบคนค่ะ!”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็เดินออกไป

 

หญิงสาวเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปทำธุระส่วนตัวของตัวเองจบแล้วเสร็จเรียบร้อยกเดินออกมาล้างมือ แต่ในระหว่างที่กำลังล้างมืออยู่นั้นเธอก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังมีใครบางคนแอบมองตัวเองอยู่จากทางด้านหลังอีดครั้ง เธอจึงหยุดชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของตัวเองในกระจกเงาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบหันหลังกลับไปมองด้านหลังและกวาดสายตามไปจนทั่วบริเวณแต่ก็ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำนี้สักคนนอกจากเธอเองจึงหันกลับมา

 

“อะไรกันนะ! ก็ไม่เห็นจะมีใครนี่นาา..เราคงคิดไปเองล่ะมั้ง!!”

 

หญิงสาวพึมพำกับตัวเองแล้วล้างมือต่อจนเสร็จเธอก็เดินก้มหน้าเพื่อที่จะออกจากห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกจากห้องน้ำเธอก็ต้องเดินถอดหลังกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าอันตกใจ

 

“อร้ายยยยยย”

 

เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งนี้ดังขึ้นจนแก้วหูแทบจะแตกแต่กลับไม่มีใครได้ยินเสียงกรีดร้องนั่นเลยนอกจากเธอหญิงสาวที่มีพรพิเศษจากสวรรค์เท่านั้น เสียงกรีดร้องอย่างรุนแรงนั้นก็ทำให้หลอดไฟฟ้าในห้องน้ำติดๆดับๆ จนกระทั่งเสียงกรีดร้องนั้นเงียบหายไป

 

บุคคลที่ส่งเสียงกรีดร้องค่อยๆเข้าไปหาหญิงสาวที่อยู่ในห้องน้ำอย่างช้าๆ และจ้องมองไปที่เธออย่างกับจะกลืนกินเธออย่างใดอย่างนั้น

 

เจนนี่ค่อยๆก้าวเท้าเดินถอยหลังด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อยจนหลังชนเข้ากับผนังในห้องน้ำ เจอจึงค่อยๆที่จะรวบรวมสติและความกล้าก่อนที่จะถามออกไปว่า

 

“เธอจะทำอะไรชั้น..”

 

“อะไรซะอีกล่ะ! แล้วในตัวเธอมีอะไรล่ะ...”

 

บุคคลนั้นกล่าวจบก็พุ่งตัวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เธอจึงรีบหันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับหลับตาลงไม่กล้ามองอย่างหวาดกลัว

 

บุคคลนั้นยกมืออีกข้างของตนขึ้นแล้วบีบคอของเธอเพื่อหวังจะเอาชีวิต แต่เธอดิ้นรนหลุดออกไปได้แต่ยังไม่ทันจะพ้นเนื้อมือ บุคคลนั้นมือเร็วกว่ากระชากแขนของเธอเข้ามา แล้วกัดเข้าที่ต้นแขนของเธอแต่เธอก็สลัดออกไปได้จึงรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ จนมาถึงจุดที่มีกลุ่มคนหมู่มาก เธอจึงหยุดเดินแล้วยกแขนข้างที่โดนกัดขึ้นมาดู

 

“แผลทำไมกลายเป็นรอยเปลือยไหม้..”

 

เธอสังเกตุได้ว่าตรงจุดที่โดนกัดนั้นแทนที่จะมีเลือดไหลแต่กลับกลายเป็นรอยเปลือยไหม้ขึ้นมาแทนซะงั้น

 

เมื่อเห็นดังนั้นแล้วเธอจึงยกมือขึ้นปิดตรงบริเวณนั้นแล้วเดินมุ่งหน้าตรงไปยังโรงอาหารของสนามบิน

 

 .

 

“อ้าวว! ท่านประธานทำไมไปทานจังล่ะครับ! เหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเครื่องก็จะขึ้นบินแล้วนะครับ”

 

“เปล่าค่ะ! ไม่มีอะไรแค่เจอคนรู้จักน่ะคะ..เลยอยู่คุยเพลินไปหน่อย...แล้วนี่ข้าวของชั้นใช่มั้ยคะ”

 

“ครับ! เอ่อแต่ว่ามันเย็นแล้วนะครับ..เดี๋ยวผมสั่งให้ใหม่ดีกว่า”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ! ชั้นทานได้..อีกอย่างถ้าสั่งใหม่ดว่าจะได้เครื่องก็คงเทคออฟก่อนพอดี”

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”

 

สิ้นประโยคนั้นหญิงสาวก็เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารแล้วรีบทานข้าวทันที แต่ในระหว่างนั้นเธอก็รู้สึกปวดแขนขึ้นมา

 

“โอ๊ยย..เริ่มปวดขึ้นมาแล้วสิ!”

 

หญิงสาวอุทานความเจ็บออกมาเบาๆแล้วหยุดกินข้าวต่อ แล้วยกมือขึ้นไปจับตรงใกล้ๆบริเวณที่โดนกัดเพื่อระคลายความเจ็บปวด

 

“ใกล้ถึงเวลาแล้ว..บอกทุกคนเตรียมตัวไปขึ้นเครื่องกันเถอะค่ะ! ชั้นอิ่มแล้ว”

 

ด้วยอาการปวดบริเวณที่โดนกัดจึงไม่อาจที่จะทานข้าวได้ต่อ

 

“แต่ท่านประธานยังทานได้ไม่ถึง8คำเลยนะครับ”

 

“คุณธีร์...”

 

“ครับ! ครับ! ทราบแล้วครับ!”

 

หญิงสาวกล่าวเสียงเข้มทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่กล้าที่จะต่อปากต่อคำกับตนเอง

 

“ทุกคนน! อิ่มกันรึยังง..ใกล้ถึงเวลาแล้วอีก10นาทีเครื่องเทคออฟไปกันได้แล้ว”

 

 .

 

เมื่อถึงเวลานั้นแล้วทุกคนต่างขึ้นเครื่องกันจนหมดจนเครื่องเทคออฟ ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินเจนนี่ซึ่งโดนกัดก็เริ่มแสดงอาการปวดมากยิ่งขึ้นเธอจึงลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ

 

หญิงสาวถอดเสื้อออกแล้วมองดูรอยแผลไหม้จากการโดนกัดปรากฏว่ารอบๆรอยแผลไหม้นั้นมีขนาดกว้างใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

 

“โอ้ยยย!”

 

หญิงสาวร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บอย่างมากเมื่อตนเองยื่นมือขึ้นมาแตะที่บริเวณแผลไหม้ แล้วค่อยๆสวมเสื้ออีกครั้งก่อนที่จะเดินออกจากห้องน้ำ แล้วเดินเข้าไปพบกับแอร์โฮสเตสคนหนึ่ง

 

“ขอโทษนะคะ! คือว่า..มีแอกอฮอล์มั้ยคะ!”

 

“มีค่ะ! ไม่ทราบว่าา..คุณจะเอาไปทำอะไรหรือคะ!”

 

“ล้างแผลค่ะ!”

 

“ค่ะ! รอสักครู่นะคะ!”

 

แอร์โฮสเตสสาวกล่าวจบก็หันหลังกลับไปเพื่อไปเอาแอลกอฮอล์มาให้เจนนี่แล้วเดินกลับมาพร้อมกับถาดแอลกอฮอล์

 

“ขอโทษที่ให้รอนะคะ..นี่ค่ะ!”

 

“ขอบคุณค่ะ!”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ! มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ!!”

 

เมื่อพูดจบแอร์โฮสเตสสาวก็ส่งยิ้มให้กับเจนนี่ เธอจึงส่งยิ้มกลับไปก่อนที่แอร์โฮสเตสสาวจะจากไป

 

หลังจากที่เธอได้แอลกอฮอล์มาแล้วเธอก็เดินกลับไปยังห้องน้ำ แล้วยืนรอเข้าห้องน้ำเพราะมีคนเข้าห้องน้ำอยู่ เมื่อคนที่มาเข้าห้องน้ำออกมาเธอก็เดินเข้าห้องน้ำต่อจากคนนั้น

 

 

ความคิดเห็น