thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 17 ฆ่ามัน+สมควรตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ฆ่ามัน+สมควรตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 110

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 08:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ฆ่ามัน+สมควรตาย
แบบอักษร

 

 

 

เสียงร้องตกใจนั้นทำให้ใครบางคนรีบหันหน้าไปทางห้องน้ำแล้วรีบวิ่งเข้ามายังห้องน้ำทันที แต่เมื่อเธอวิ่งเข้ามาถึงหน้าห้องน้ำภาพที่เธอเห็นตรงหน้าตนเองคือ ดูเหมือนว่าเจนนี่กำลังถูกสะกดจิตอยู่โดยชายสวมชุดผ้าคลุมสีดำน่าจะเป็นผู้กระทำ

 

“ฆ่ามัน..ฆ่ามันน...”

 

เสียงกล่าวออกมาเพียงลมปากสั่งให้ผู้ถูกสะกดเดินเข้าไปหาหญิงสาวผู้ซึ่งพึ่งจะรีบมายังหน้าประตูห้องน้ำ ลลิษาได้แต่มองตามเจนนี่ว่าเธอจะเดินเข้ามาทำอะไรกับตนเองกันแน่

 

“ฆ่าามันนน...”

 

“ฆ่ามัน..”

 

“นี่เธอจะทำอะไรน่ะ!”

 

“ฆ่ามันนน..”

 

คำพูดนั้นของชายสวมชุดผ้าคลุมสีดำทำให้เจนนี่ทำตามโดยไม่มีการขัดขืนเหมือนคนที่ไม่มีความรู้สึกแต่อย่างใด เธอทำท่าเหมือนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาหวังจะบีบคอของลลิษา แต่เธอจับข้อมือของเจนนี่ไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะบีบคอของตัวเอง แล้วจ้องมองไปยังดวงตาคู่นั้น

 

“นี่มันอะไรกันเนี้ยย!”

 

หญิงสาวได้สติกลับคืนมาจึงกล่าวคำอุทานออกมา

 

“ถามได้เกิดอะไรขึ้น!”

 

“เอ้าา..”

 

“ฆ่ามันน..ชั้นสั่งให้ฆ่ามันไง!”

 

คำพูดนั้นทำให้เจนนี่ได้แต่ยืนงงว่าชายผู้นั้นสั่งให้ใครฆ่าใคร

 

ลลิษาหันหน้าไปมองชายสวมชุดผ้าคลุมสีดำแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นอย่างช้าๆโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด แต่กลับตรงกันข้ามกลับเป็นชายผู้นั้นแทนที่แสดงที่ท่าหวาดกลัวเดินถอยหลังจนหลังชนกลับผนัง

 

“ท่านน..”

 

“ท่านก็รู้นี่! เราเป็นคนยังไง..หากใครคิดจะแว้งกัดเรา..เราไม่ปล่อยเอาไว้แน่”

 

“พระองค์..พระองค์เป็นถึงเชื้อพระวงศ์...แต่พระองค์กลับมาปกป้องนางซึ่งเป็นเพียงมนุษย์สามัญชนธรรมดา..พระองค์ก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป! พระองค์สมควรตาย!”

 

ปึ้งงง!!

 

สิ้นประโยคนั้นชายผู้นั้นก็พุ่งตัวเอาหาผู้ที่ตนเรียกคำนำหน้าว่าพระองค์อย่างเต็มแรงจนร่างของทั้งสองคนปลิวออกไปทะลุกำแพงจนลอยอยู่กลางอากาศ แล้วร่างทั้งสองก็ไปตกอยู่บนหลังคาบ้านของบ้านอีกหลังหนึ่ง

 

“พระองค์จงตายซะเถอะ!”

 

“คนที่สมควรตายคือท่านต่างหาก”

 

หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆที่แสนจะเยือกเย็น แล้วผลักชายผู้นั้นออกจากตัวเอง

 

“คุณณ..”

 

หญิงสาวที่อยู่ด้านในบ้านวิ่งไปยังกำแพงผนังที่แตกพังเสียหายแล้วร้องหาใครบางคน ลลิษาจึงหันไปมองยังต้นเสียงแล้วหันกลับไปมองหน้าชายสวมชุดผ้าคลุมสีดำ

 

นะเวลานี้เจนนี่ไม่ได้นึกเป็นห่วงตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ในใจนั้นคิดแต่เป็นห่วงลลิษาว่าเธอจะเป็นอะไรหรือไม่

 

 

หากขื่นสู้กันอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างต้องพังเสียหายแน่ๆ

 

หญิงสาวคิดในใจอยู่กับตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจที่จะวิ่งหนีออกไปด้วยความเร็วเหนือคำบรรยาย ชายผู้นั้นเมื่อเห็นดังนั้นจึงร้องตะโกนอย่างสุดกำลังว่า

 

“พระองค์ช่างขลาดนัก..ทำไมไม่สู้ให้รู้ชะตาไปเลยเล่า”

 

ชายผู้นั้นกล่าวจนก็วิ่งตามหลังไปติดๆ แต่หญิงสาวไม่ฟังคำกล่าวหานั้นจึงวิ่งต่อไปจนมาถึงดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งแล้วหยุดนิ่งอยู่บนนั้น รอให้ใครบางคนตามตนมาถึง และเมื่อใครคนนั้นตามตนมาถึงเธอจึงหันกลับไปมอง ทั้งสองยืนนิ่งจ้องหน้ากันได้ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพุ่งตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง

 

การต่อสู้ระหว่างแวมไพร์ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงบนดาดฟ้าดำเนินไปอย่างล่าช้า ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวก็พังเสียหายหมดจนในที่สุดการต่อสู้ของสองชนชั้นนี้ก็จบลง

 

ลลิษายืนล็อคคอของชายผู้นั้นอยู่ทางด้านหลังของเขาส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็จับไปที่หัวของเขา

 

“เราไม่ได้ขลาด..และเราก็ไม่เคยขลาด..แต่หากเพียงแต่เราไม่อย่างสร้างความเสียหายกับการต่อสู้กับท่านก็เท่านั้น!”

 

หญิงสาวกล่าวเสียงแข็งและเย็นชา

 

“พวกมนุษย์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเราเกือบหมดสิ้น แต่พระองค์ยังปกป้องนางผู้เป็นเพียงมนุษย์...เพื่ออะไรกัน..หรือพระองค์ทรงเป็นเหมือนพระบิดาของพระองค์ มีใจรักแก่นางมนุษย์จนหมดสิ้นจนต้องพาตัวเองมาตายย..”

 

“หยุดกล่าวหาพ่อของเราหากท่านยังไม่อยากตาย..เราไม่อยากสูญเสียเผ่าพันธุ์ตัวเองไปมากกว่านี้”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็ปล่อยชายผู้นั้นแล้วผลักตัวเขาให้ออกห่างจากตัว

 

“เอาเลยสิ! ฆ่ากระหม่อมเลยสิ..ทำไมไม่ฆ่าล่ะ! เอาเลย!”

 

เขาร้องตะคอกใส่หน้าของลลิษา แต่เธอได้แต่ยืนนิ่งเงียบ

 

“ฮึ..ไม่กล้าสินะ...พระองค์รู้มั้ยเบื้องหลังการสิ้นพระชนม์ของพระบิดาของพระองค์ กระหม่อมนี่แหละที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง กระหม่อมเป็นคนบงการทั้งหมด”

 

“แกกก..ไอ้สารเลวเอ้ยย!”

 

ลลิษากล่าวออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาชายผู้นั้นอย่างรวดเร็วจนเกินที่จะบรรยายได้ เธอบีบคอชายผู้นั้นแล้วยกตัวชายผู้นั้นขึ้นลอยกลางอากาศ

 

“ทีแรกเราตั้งใจจะไว้ชีวิตท่าน..แต่ตอนนี้ท่านกลับบีบบังคับให้เราต้องฆ่าท่าน..ก็ได้! เราจะจัดให้ตามปรารถนา”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็ยกมืออีกข้างของตนขึ้นไปวางที่ตำแหน่งหัวของชายผู้นั้น

 

“ข้ามิอาจจะมีชีวิตอยู่ได้..ถ้าต้องมาแพ้แต่สตรีอย่างพระองค์”

 

“น่าอับอายสิ้นดี..พลังจิตของท่านมิอาจต้านทานเราได้”

 

“อ้าาาาาา!!”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็ออกแรงดึงที่ข้อมือจนชายผู้นั้นร้องเสียงดังลั่นแล้วหัวของเขาหลุดออกมาจากคอ

 

หญิงสาวโยนร่างของเขาลงจากตึกเหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่เธอยังถืออยู่ เธอยกหัวของชายผู้นั้นขึ้นมามองหน้าและจองเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น

 

“ท่านบังคับให้เราต้องทำแบบนี้เองนะ”

 

หญิงสาวกล่าวจบก็โยนหัวของชายผู้นั้นลงไปตามกัน

 

“น่าสมเภทสิ้นดี!”

 

กล่าวจบเธอก็มองลงไปยังตึกด้านล่างก่อนจะกระโดดลงจากตึกแล้ววิ่งออกไปจากที่นั่นด้วยความเร็วเหนือเสียงเกินคำบรรยายใดๆทั้งที่เนื้อตัวและร่างกายยังสะบัดสะบวมมีแต่ฝุ่นชุบตัวที่เกิดจากการต่อสู้เต็มไปหมด

 

 

เมื่อลลิษาวิ่งมาถึงบ้านก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมาอ้อมล้อมบ้านของตัวเองตรงจุดที่กำแพงพังลงมา

 

เจนนี่เมื่อเห็นลลิษาเดินกลับมาก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดทันที จนเธอต้องยืนหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อเจนนี่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังยืนกอดผู้หญิงด้วยกันท่ามกลางสายตาผู้คนหลายสิบคนอยู่ จึงรีบถอนกอดออกจากลลิษาอย่างรวดเร็ว

 

“เป็นไรรึเปล่าคะ! ทำไมกลับมาสภาพนี้..แล้วผู้ชายสวมชุดผ้าคลุมสีดำนั่นล่ะ! เค้า...”

 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น..เข้าบ้านเถอะค่ะ! นี่ก็ดึกมากแล้ว”

 

หญิงสาวยังไม่ทันจะกล่าวจบประโยคก็ถูกสบถขึ้นเสียก่อน ด้วยเธอเกรงว่าหากปล่อยให้เธอถามต่อ ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบเธอยังไงดี จึงรีบชิงพูดตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

 

“อ้าวว! คุณ! แล้วกำแพงบ้านคุณพังลงมาได้ไง”

 

“มันคงเกิดจากแรงกระแทกอย่างแรงมั้งคะ! ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันพังลงมาได้ยังไง”

 

หญิงสาวตีหน้าตายตอบปฏิเสธไม่รู้ว่ากำแพงบ้านมันพังลงมาได้อย่างไร ก่อนจะจับมือของหญิงสาวอีกคนเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้านของตนเอง

 

“นี่คุณ! ถ้าจะโกหกนะคนอื่น..ก็ช่วยโกหกให้เนียนๆหน่อยสิคะ! แบบนั้นใคร จะไปเชื่อคุณกันคะ”

 

“แล้วใครว่าเราโกหกเล่า! เราไม่ได้โกหกใครสักหน่อย..เราก็แค่ตอบปฏิเสธไปก็เท่านั้นเอง ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เค้าสิคะ!”

 

หญิงสาวหันหลังกลับมาตอบกับคนตรงหน้า ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปจูบเธอ

 

“พอได้แล้วมั้งคะ!”

 

ยังไม่ทันจะได้จูบเจนนี่ก็ยกมือของตัวเองขึ้นมากันไม่ให้คนตรงหน้าทำสิ่งที่คิดจะทำได้สำเร็จก่อนที่จะกล่าวเป็นเชิงปราม

 

 

 

ความคิดเห็น