thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 14 เรารักเธอไง nc+

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 เรารักเธอไง nc+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 293

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 เรารักเธอไง nc+
แบบอักษร

 

 

 

“ชะ..ช่วย...ช่วยด้วยย...!”

 

เจนนี่ร้องขอความช่วยเหลือเมื่อผีตนนั้นกำลังยืนบีบคอของตัวเองอยู่ อย่างกับว่าเหมือนพยายามจะเอาชีวิตของเธอ ทันใดนั้นใครบางคนก็พุ่งเข้ามาจับแขนทั้ง2ข้างของผีตนนั้นอย่างรวดเร็วแล้วหักแขนนั้นซะ

 

“ยร้ายยยย!!”

 

ผีตนนั้นพุ่งเข้ามาเพื่อมุ่งหวังจะทำร้ายลลิษาแต่ลลิษายกมือขึ้นบีบคอของผีตนนั้นอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้านิ่งเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ถูก

 

“คนที่จะฆ่าเธอคนนี้ได้มีเพียงแค่ชั้นคนเดียวเพียงเท่านั้น”

 

“แกเป็นใคร..ทำไมถึงได้มองเห็นข้าได้..!”

 

“อยากรู้หรออ..เดี๋ยวจะบอกให้”

 

ผีตนนั้นถามลลิษาด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าวเธอจึงเพ่งสายตาจ้องไปยังหน้าผีจนนั้น แล้วดวงตาคู่นั้นของเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีแดงประกายจนมองเห็นได้ชัดเจน ก่อนที่จะเพิ่มแรงบีบที่ฝ่ามือจนร่างนั้นแตกสลายไปกับตา

 

“ฮื้ออ..ฮึ..ฮื้อออ..ฮื้ออ...”

 

เจนนี่หายใจติดๆขัดๆในลำคอ

 

“เป็นไรมากมั้ย!”

 

“ไม่เป็นมั้งคะ..ถามได้”

 

หญิงสาวเมื่อได้ฟังคำตอบดังนั้นเธอจึงเหลือบมองไปที่คอของคนตรงหน้า แล้วสังเกตุเห็นเป็นรอยนิ้วมือแดงจางๆที่ต้นคอของเธอ

 

“ปากดีแบบนี้..คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง มานี่...!”

 

“นี่! คุณจะทำอะไรฉัน..ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”

 

หญิงสาวพุ่งเข้าไปหาคนตรงหน้าพร้อมกับจับแขนขอเธออย่างรวดเร็ว แล้วเธอก็พยายามที่จะสะบัดแขนของตัวเองและแกะมือของคนตรงหน้าให้หลุดจากฝ่ามือที่จับแขนตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น

 

“ไม่ปล่อย..คอตัวเองเป็นรอยแดงซะขนาดนี้..ยังมาปากกล้าอยู่อีก”

 

“ปล่อยฉัน..ฉันดูแลตัวเองได้”

 

“งั้นหรอ..ถ้าเราไม่ช่วยเธอไว้เมื่อกี้...เธอคงตายไปแล้วมั้ง แต่เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก..เราปล่อยให้เธอตายไม่ได้ เพราะ....”

 

“เพราะอะไร...”

 

“เพราะพวกวิญญาณเล่ล่อนพวกนี้ ถ้ามันได้กินเลือดกินเนื้อของคนที่ได้รับพรพิเศษจากสวรรค์แบบเธอ พวกมันก็จะมีพลังที่แข็งแกร่งไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานมันได้..แม้แต่ชั้นเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรพวกมันได้ถ้ามันได้ฆ่าและกินคุณไปแล้ว...อีกอย่างต่อให้เราหยุดเวลาเอาไว้พวกวิญญาณสัพเวสีก็สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระอยู่ดี เพราะกำแพงเวลาไม่มีข้อจำกัดพวกวิญญาณให้หยุดนิ่งไปกับเวลาและสายลมได้ เพราะมันอยู่เหนือขอบเขตกาลเวลา”

 

ลลิษากล่าวร่ายบทยาวขึ้นเสียงแข็งใส่คนตรงหน้า

 

“ทำไม! ทำไมคุณถึงดีกับฉันช่วยฉันทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ”

 

“.................”

 

เจนนี่ขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย แต่คนตรงหน้าไม่ยอมตอบเพียงแต่อุ้มเธอขึ้นมาอยู่บนอ้อมแขนแล้วพาวิ่งออกไปจากตรงนั้นเพื่อพาเธอกลับไปหยุดยังบ้านหลังหนึ่ง

 

“ที่นี่มัน...ที่ไหน!”

 

“บ้านเราเอง”

 

ลลิษากล่าวจบก็วางคนที่ตนอุ้มลงมายืนแล้วจับมือเธอก่อนที่จะพาเธอเดินเข้าบ้านอย่างง่ายดาย แล้วแอบดีดนิ้วเบาๆเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง

 

“ที่คุณถามไปเมื่อแต่กี้เนี้ยย..ก็คงจะเป็นเพราะเราได้ดื่มเลือดของคนที่มีพรจากฟ้าแบบคุณ แล้วก็ถ้าบุคคลที่เราได้ดื่มเลือดไปแล้วยังไม่ตาย...เลือดส่วนนั้นก็จะมีผลต่อร่างกายปีศาจอย่างเราแล้วเลือดของคนๆนั้นก็จะไหลเวียนอยู่ในตัวเราส่วนหนึ่งซึ่งคนที่จะฆ่าคุณได้ก็มีแค่ฉันที่ได้ดื่มเลือดคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้..และคนๆเดียวที่จะฆ่าฉันได้ก็มีแค่คุณเท่านั้น หากคุณยังไม่ตายฉันจะต้องปกป้องคุณให้ถึงที่สุด”

 

เจนนี่เมื่อได้ฟังดังนั้นก็หยุดนิ่งชะงักลงก่อนจะเอ่ยออกไปว่า

 

“อ้ออ!! นี่เห็นฉันเป็นเพียงแค่อาหารของคุณเพียงเท่านั้นใช่มั้ยย..ฮะะะ!”

 

“.............”

 

“ใช่มั้ย! ฉันถามว่าใช่มั้ย!!”

 

“เปล่า! เราไม่ได้คิดอย่างนั้นนะ”

 

“ไม่ได้คิดแบบนั้น...แล้วคิดแบบไหนล่ะ!”

 

เรากายเป็นผู้พิทักษ์เธอไปแล้วไง..เราถึงต้องคอยตามติด..คอยตามดูแลเธอ

 

“อ้ออ..ถ้าเป็นแบบนั้น! ก็ไม่ต้องก็ได้นะ..ฉันไม่ต้องการ!!”

 

เจนนี่กล่าวจบก็หันหลังเดินกลับไป แต่ลลิษามือเร็วคว้ามือของเจนนี่ไว้ได้ทัน

 

“มันไม่ใช่แค่นั้น..!”

 

“หมายความว่าไง..ไม่ใช่แค่นั้น!”

 

“หมายความว่าาา...ว่าาา...”

 

“ว่ายังไงล่ะคะ!”

 

“หมายความว่าาา...”

 

“จะพูดอะไรก็รีบพูดมาา..”

 

เจนนี่พูดจบก็สะบัดแขนของตนเพื่อให้ลลิษาปล่อยมือตัวเอง แล้วยืนรอฟังคำตอบ

 

“ว่าาา...!”

 

“ถ้าไม่พูด..ฉันก็จะไป”

 

เจนนี่กล่าวทั้งน้ำตาจนจบประโยชน์แล้วก้าวเท้าเดิน

 

“ความรักไง..หมายความว่า..เลือดของเธอทำให้เรารักเธอไง.....และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป...”

 

ลลิษาเมื่อพูดจบก็วิ่งเข้าไปสวมกอดเจนนี่จากทางด้านหลัง เจนนี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็หยุดทุกการกระทำและตกอยู่ในอ้อมกอดของลลิษา

 

“2วันก่อนที่พ่อเราจะถุกพวกมนุษย์ฆ่าตาย พ่อเราบอกกับเราไว้ว่า..เราเกิดมาเพื่อรอคอยใครบางคนที่จะเกิดมาในไม่ช้า..แต่ก็นานอยู่นะ...ให้เรามาคอยปกป้องดูแลใครคนนั้น..และคนๆนั้นก็คือ..คุณ! แล้วท่านยังบอกอีกว่าเราจะต้องดื่มเลือดของเธอ..เพื่อเป็นการทำพันธสัญญา เราคิดไว้แล้วว่าเราจะต้องไม่ดื่มเลือดของคุณ แต่..มันก็ห้ามใจไว้ไม่ได้ เพราะกลิ่นเลือดของคุณมันส่งกลิ่นหอมหวานเกินห้ามใจเหลือเกิน”

 

ลลิษาพูดทั้งยังสวมกอดเจนนี่ไว้แน่นอยู่อย่างกับว่าคนข้างหน้าจะหายไปไหน แล้วค่อยๆคลายอ้อมกอดออกอย่างช้าๆ แล้วเจนนี่ก็หันกลับมามองหน้าคนตรงหน้าอีกครั้ง

 

“รอคอยย..”

 

“ใช่! รออ..และคอย! คนเดียวเพียงเท่านั้น...”

 

ลลิษาเมื่อกล่าวจบประโยคก็ดึงใบหน้าของคนตรงหน้าเข้ามาจูบอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆถอนจูบออกอย่างช้าๆ

 

“ครั้งแรกที่เราเจอเธอ..เราก็รู้ตัวแล้วว่าการรอคอยได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

 

เจนนี่เมื่อได้ฟังดังนั้นจึงดึงคอของลลิษาเข้ามาจูบอีกครั้ง ทำให้คนตรงหน้าได้แต่ยืนอึ้งทำตาโตด้วยไม่คิดว่าอีกคนจะเป็นฝ่ายที่จูบตัวเองก่อน ก่อนที่จะหลับตาลงแล้วก็ตอบสนองกลับด้วยการขยับริมฝีปากแล้วเบียดคนที่ดึงคอตนมาจูบไปติดกับผนังบ้าน และขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาให้ความสูงของทั้งสองคนสูงเทียบเท่ากัน

 

ลลิษาถอดริมฝีปากออกแล้วเปลี่ยนตำแหน่งไปไซร้คอของหญิงสาวที่โดนเบียดจนหลังชนกับผนังอย่างดูดดื่ม

 

“อืออ..อือออ..อืมม..อืมมม...อือออ...”

 

เสียงครางถูกเปล่งออกมาอย่างไร้ความหมาย เมื่อตนถูกไซร้ที่คอ ก่อนโดนพาตัวไปนอนยังโซฟาแล้วผู้ที่ไซร้คอเธอก็ขึ้นมานั่งค่อมบนตัวเธอ

 

ผู้ที่นั่งค่อมบนตัวโน้มตัวลงมาไซร้คอเธออีกครั้งพร้อมทั้งลูบไล้ไปตามตัวเธออย่างถนุถนอม แล้วค่อยๆล้วงเข้าไปในเสื้อของคนที่ตนนั่งค่อมแล้วลูบขึ้นผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นไปยังเนินหน้าอกแล้วคลึงฝ่ามือประทับลงตรงนั้น

 

“อืมม..อืมมม..อืออ..อะะ..อาา...!”

 

เสียงครางยังคงถูกเปร่งเสียงออกมาเรื่อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

“อืมม..อืออ...อืมมม..”

 

เจนนี่ครางออกมาจนสุดทนพยายามที่จะพลิกตัวกลับขึ้นมาจนสำเร็จ เธอขึ้นมานั่งบนตัวของลลิษาแล้วก้มลงไปจูบปากของคนตรงหน้าแล้วค่อยๆขยับริมฝีปากบางอย่างช้าๆแล้วเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

 

“อืออ..อืมม...อืมมม..อือออ...”

 

ลลิษายกตัวเองขึ้นมานั่งโดยที่ยังมีเจนนี่นั่งอยู่บนหน้าตัก แล้วพยายามที่จะแทรกสอดลิ้นของตัวเองเข้าไปในปากของอีกคนจนสำเร็จ และทั้งสองคนก็เล่นลิ้นกันได้สักพักลลิษาก็พาตัวเจนนี่ขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองโดยที่ไม่ถูกเธอขัดขืนเลยด้วยซ้ำ

 

เมื่อถึงห้องนอนของตัวเองลลิษาก็ผลักเจนนี่ลงนอนบนเตียงนอนใหญ่แล้วถอดเสื้อผ้าออก แล้วกับไปสนใจแม่สาวตรงหน้าแล้วก้มลงไปไซร้คอของเธอ มืออีกข้างหนึ่งก็เลื่อนไปปลดกระดูมเสื้อของเธอออกจนถึงเม็ดสุดท้าย แล้วค่อยๆเลื่อนริมฝีปากลงมายังเนินหน้าอก

 

“อาา..อ้าาา...อะะ..อาา...”

 

ความเปียกชุ่มบนเนินหน้าอกทำให้เจนนี่รู้สึกเสียวขึ้นมาวูบหนึ่งจึงเผลอปล่อยเสียงครางที่น่าอายแบบนั้นออกมา

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“บอสหายไปไหนนะ..”

 

หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวแล้วเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น

 

“เอ๊ะะ..! โน๊ต..”

 

หญิงสาวเหลือบสายตาไปเห็นกระดาษโน๊ตที่วางอยูาบนโต๊ะพอดี เธอจึงหยิบแผ่นกระดาษโน๊ตนั้นขึ้นมาอ่าน

 

“ฉันขอตัวเดินทางกลับก่อนนะคะ...พอดีว่าฉันมีงานที่ต้องจัดการ วานคุณเกตช่วยดูแลทางนี้ด้วยนะคะ...ลลิษา!

 

ประโยคทิ้งท้ายลงเป็นชื่อของผู้ที่เขียนแผ่นกระดาษโน๊ตนี้ทิ้งไว้

 

“แล้วบอสไปยังไง..วันนี้ยังไม่สังเกตุเห็นเรือลำไหนแล่นออกจากเกาะนี้เลยนี่นาา...”

 

เธอกล่าวอย่างสงสัย

 

 

ความคิดเห็น