thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 13 ไม่น่าเชื่อ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ไม่น่าเชื่อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 139

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ไม่น่าเชื่อ
แบบอักษร

 

 

 

เจนนี่เมื่อได้ฟังประโยคนั้นก็ถึงกับนิ่งเงียบคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรตอบโต้ปีศาจตนนี้กลับไปดี

 

ครั้นเมื่อเจนนี่คิดออกเธอก็หันกลับมาเพื่อที่จะมองหน้าผู้ที่มากระซิบอยู่ข้างหู แต่ก็ปรากฏว่าใบหน้าของทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งและปลายจมูกของทั้งสองคนก็ชนชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่าย

 

ทั้งสองจ้องตากันได้ครู่หนึ่งแล้วเจนนี่ก็หันหน้ากลับ

 

“ทำไม! เราพูดแบบนี้แล้วว..ถึงกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อเลยหรือคะ”

 

“ฮื้อออ!!”

 

เจนนี่พ่นลมหายใจยาวก่อนจะเก็บกองแฟ้มเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินไปยังหน้าประตูห้อง

 

“ฮึ! ฮึ! ฮึ!”

 

ลลิษาหัวเลาะชอบใจในลำคอแล้วเคลื่อนอย่างรวดเร็ว

 

“เดี๋ยวก่อนสิคะ! จะรีบไปไหนล่ะคะ”

 

ลลิษายืนมือไปดึงไหล่ของเจนนี่ให้หันกลับมาทางตนอย่างแรงจนกองแฟ้มเอกสารบนมือของเจนนี่หล่นกระจัดกระจาย

 

“อยากลองทำอะไรบางอย่างที่สนุกๆมั้ยล่ะคะ”

 

“ไม่ล่ะค่ะ! ขอตัว”

 

เจนนี่กล่าวขอตัวแล้วลดตัวลงไปเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องแล้วลุกขึ้นเพื่อจะเปิดประตูออกไปข้างนอกแต่ลลิษาก็ดันประตูห้องไม่ให้เธอออกไปได้ทัน

 

“นี่!..คุณณณ!”

 

เจนนี่หันกลับมาตอบด้วยความโมโหคนตรงหน้าเต็มทน

 

“คุณนี่มัน...ชอบกวนประสาทกวนโมโหซะจริง นิสัยแบบนี้ไม่มาจากใครกันนะ!! ถ้าว่าแม่ก็คงไม่น่าจะใช่ เอ๊ะ! หรือว่าพ่อ..แต่ว่าถ้าว่าพ่อก็คงไม่น่าจะใช่อีกอยู่ดี ฉันว่าคงจะอยู่ที่ตัวคุณมากกว่า”

 

“คงจะเป็นอย่างที่คุณว่า เพราะมันคงอยู่ที่ตัวฉันจริงๆว่าจะทำตัวยังไง”

 

ลลิษากล่าวพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆบุคคลที่ยืนต่อว่าตนเองด้วยน้ำเสียงอันยียวนกวนประสาท หญิงสาวอีกคนจึงฟาดแฟ้มเอกสารไปยังหน้าอกของคนตรงหน้าอย่างเต็มแรง

 

“เจ็บนะ!!”

 

“เจ็บเป็นด้วยหรอคะ!! เป็นปีศาจนี่นาา ของทางด้วยค่ะ!”

 

เจนนี่พูดขอทางคนตรงหน้าจึงยอมเปิดทางให้แต่โดยดี

 

.

 

ปร๊าะะ!!

 

เสียงดีดนิ้วดังขึ้นทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่งลงแม้กระทั่งหญิงสาวที่ต่อว่าและขอทางเดินออกไปนอกห้องตัวเองยังหยุดนิ่งอย่างกับว่าต้องเวทมนต์คาถาอย่างไรอย่างนั้น

 

ผู้ที่ดีดนิ้วเดินเข้าไปหาคนที่หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นแล้วอุ้มเธอขึ้นมาอยู่บนอ้อมแขนแต่จู่ๆคนที่ถูกอุ้มก็กลับมาขยับได้อีกครั้ง

 

“คุณณ! คุณ..วางชั้นลงเดี๋ยวนี้นะ!”

 

“ไม่วาง..”

 

“วางฉันลงเดี๋ยวนี้”

 

“ไม่..!!”

 

“ฉันบอกให้วางฉันลงไง”

 

เจนนี่ร้องตะคอกเสียงแข็งใส่อีกคนพร้อมกับพยายามที่จะดิ้นรนและฟาดแฟ้มเอกสารใส่คนที่อุ้มตัวเองไว้หลายที เพื่อที่จะให้คนที่อุ้มตัวเองปล่อยตัวเองลง แต่ก็ไม่เป็นผล

 

ลลิษายิ้มย่องที่มุมปากก่อนจะกล่าวออกไปว่า

 

“ยังไงเราก็ไม่ปล่อยเธออยู่ดี จนกว่าเธอจะยอมไปกับเรา..เราถึงจะปล่อยเธอ”

 

“คุณจะพาฉันไปไหน”

 

“ไม่บอก..จนกว่าคุณจะรับปากว่าจะไปกับเรา”

 

“ทำไมฉันต้องไปกับปีศาจอย่างคุณด้วย”

 

“ไม่ทำไมหรอกค่ะ!! ก็แค่อยากให้เธอเห็นในสิ่งที่เราได้เห็นก็เท่านั้น”

 

“ไม่! คุณจะเห็นอะไรก็ช่างคุณ..ฉันไม่อย่างเห็นด้วย”

 

เธอพูดเสียงแข็งแล้วทุบกำปั้นเล็กๆไปที่ไหล่ของคนที่อุ้มตนอีกครั้ง

 

“ว๊ายยยย!!!”

 

เมื่อตนโดนตีที่ไหล่ก็รีบวิ่งนั้นที เจนนี่ที่โดนอุ้มร้องเสียงหลงตกใจด้วยความเร็วที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา ลลิษาเมื่อถึงจุดหมายก็หยุดวิ่งแล้ววางเธอลง

 

“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยย!”

 

เจนนี่ในระหว่างที่พูดก็กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเห็นทุกอย่างที่หยุดนิ่งลอยตัวอยู่บนอากาศอย่างน่าเหลือเชื่อและอัศจรรย์อย่างมาก เธอยืนตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก

 

“เป็นไงล่ะ..น่าทึ่งมากใช่มั้ย!!”

 

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบบนี้อยู่จริงๆ แต่ก่อนเคยเห็นแต่ในหนัง ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่คิดว่าจะมีอยู่จริงๆ”

 

เจนนี่ทั้งพูดทั้งเดินเข้าไปใกล้และจับต้องสิ่งที่ลอยตัวอยู่บนอากาศตรงหน้า ด้วยสีหน้าที่หน้าทึ่งอย่างบอกไม่ถูก

 

“แล้วสิ่งที่คุณได้เป็นได้เห็น คุณคิดยังไงกับมันล่ะคะ!”

 

“ก็คิดว่าา..มันคงเป็นโชคชตาล่ะมั้งคะ.......! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะคะ”

 

เจนนี่หยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะถามกลับไปด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว

 

ลลิษาเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มบางๆที่มุมปาก

 

“มันก็ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ! แต่ว่าา...”

 

ลลิษาไม่พูดต่อแต่รีบอุ้มเจนนี่แล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว แล้วมาหยุดอยู่ที่น้ำพุแห่งหนึ่ง แล้ววางเธอลงอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

“ก็อย่างที่คุณว่าา..มันคงเป็นนิสัยส่วนตัวของเรามั้งนะ..ชอบเผือกเรื่องชาวบ้าน

 

ลลิษาพูดไปมือด็กวาดน้ำที่ลอยอยู่บนอากาศ

 

“นี่! คุณชักจะกวนฉันมากขึ้นทุกทีแล้วนะ”

 

“ฮึ! ฮึ! ฮึ!”

 

ลลิษาหัวเราะในลำคอก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆแม่สาวตรงหน้า แต่เธอหลบได้ทันทำทีเป็นหันไปทางอื่นด้วยรู้ทันปีศาจเจ้าเล่ห์ แล้วยื่นมือไปกวาดสายน้ำพุและเดินไปทางอื่นแล้วทำทีท่าเป็นจับต้องนั่นจับต้องนี่เพื่อตีเนียน

 

ลลิษาที่เมื่อเห็นทีท่าดังนั้นก็เดินตามหลังไป

 

“นี่...! จะงอนอะไรกันนักกันหนาเล่าา..”

 

ลลิษากล่าวพร้อมกับยื่นมือไปสะกิดที่ไหล่ของหญิงสาวอีกคน

 

“.................”

 

“นี่...นี่..นี่...”

 

ลลิษาไม่ละความพยายามยังคงเดินตามตื้อเธอ พร้อมกับสะกิดที่หัวไหล่เธอต่อไป

 

“นี่..! ไม่งอนน่าา...หายงอนนะ!”

 

“ใคร! ใครงอนคุณ..”

 

เธอหันกลับมาตอบกลับเมื่อถูกกล่าวหาว่าตัวเองกำลังงอนอยู่

 

ก็คุณไง..กำลังงอนฉันอยู่...ทำแบบนี้ไม่ให้เรียกว่างอนแล้วจะให้เรียกว่าอะไรกันล่ะคะ

 

“ฉันไม่ได้งอนคุณสักหน่อย...ชอบพูดเองเออเองอยู่เรื่อย”

 

เจนนี่พูดจบก็ทำเป็นเมินเฉย แล้วเดินเลี่ยงคนตรงหน้าไป

 

“นั่นไง..ว่าแล้วผู้หญิงที่ทำตัวแบบนี้ ยังไงก็ต้องงอนชัวรรร์”

 

สายตาที่กวาดมองไปรอบๆของเจนนี่ทำให้เธอไปสะดุดสายตากับอะไรบางอย่างที่ทำให้เป็นเป้าสายตากับอะไรบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่อยู่อย่างน่าสนใจ ในเวลานี้ควรจะมีเพียงแค่เธอกับคนข้างหลังสิที่ยังไงหยุดนิ่งเคลื่อนไหวได้ตามต้องการอยู่

 

“คุณ! คุณ..คุณคะ...คุณ..เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

 

เจนนี่ร้องเรียกถามใครบางคนที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่ ชายคนที่หันหลังให้อยู่ไม่ไกลนั้นค่อยหันหน้ามองอย่างช้าๆ แล้วทำให้เจนนี่ตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นจนเธอต้องเดินถอดหลังกลับไป บางอย่างที่เธอมองเห็นมาตลอดทั้งชีวิต บางอย่างที่เธอต้องช่วยให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่เคยก่อ บางอย่างที่เคยทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่ลอด แล้วร่างนั้นก็เลือนหายไปกับตาและปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งตรงหน้าของเธอ

 

ขณะนั้นลลิษาที่ยืนหันหลังอยู่นั้นก็หันหลังกลับมาพอดี แล้วได้เห็นใครบางคนที่ดูเหมือนจะกำลังถูกทำร้ายอยู่

 

 

 

ความคิดเห็น