thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 12 คนฉวยโอกาส

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 คนฉวยโอกาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 122

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 คนฉวยโอกาส
แบบอักษร

 

 

 

“มีอะไรคะ!”

 

“เปล่าครับ! ท่านประธานมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ..นี่มันห้องเก็บแฟ้มเอกสารนะครับ”

 

“ฉันมาช่วยเธอเก็บแฟ้มเอกสารน่ะค่ะ!!”

 

ชายหนุ่มหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้หญิงอีกคน

 

“เธอไม่รู้หรือไงว่าคนนี้คือท่านประธานถึงกล้าใช้ให้ท่านประธานช่วยเธอขนแฟ้มเอกสารมาเก็บเนี้ยย!”

 

“รู้ค่ะ!!”

 

“รู้แล้วทำไมถึงยังกล้าล่ะ”

 

“คือว่าา..ดิฉันพยายามจะปฏิเสธท่านประธานแล้วนะคะ! แต่...!!”

 

“อย่าไปว่าเธอเลยค่ะ! ฉันเป็นคนผิดเอง เธอพยายามปฏิเสธชั้นหลายครั้งแล้วล่ะค่ะ แต่ฉันเองต่างหากที่เป็นคนแย้งแฟ้มเอกสารพวกนั้นมาจากมือเธอเอง คุณไปทำงานของคุณได้แล้วเดี๋ยวทางนี้ฉันจะจัดการเอง”

 

“ค่ะ!”

 

หญิงสาวกล่าวกับชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะกันหน้ากลับไปบอกกับหญิงสาวอีกคนให้ไปทำงานของตน

 

“ท่านประธานทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับ”

 

“แบบนี้..แบบไหนคะ!”

 

หญิงสาวถามพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างสงสัยและต้องการคำตอบ

 

“เปล่าครับ!”

 

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ!! มีอะไรก็ให้พูดออกมา..ฉันไม่ชอบแบบนี้...”

 

“ครับ!!”

 

ชายหนุ่มก้มหน้าตอบด้วยไม่กล้าที่จะสบสายตาผู้เป็นเจ้านาย

 

หญิงสาวเมื่อกล่าวจะประโยคนั้นก็เดินเลี่ยงออกไปเพื่อจะกลับห้องทำงานของตนเองอย่างใจเย็น

 

 

“เย็นชาจังเลยนะคะ..”

 

“ว๊ายย!”

 

หญิงสาวที่เดินมาร้องตกใจไม่คิดว่าจะเจอคนที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของตนตั้งแต่เซ็นต์สัญญาซื้อขายหุ้นกับคนๆนั้นยืนพูดอยู่กำแพงอีกทางแล้วเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าของตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

“มะ! มาทำอะไรที่นี้คะ!”

 

หญิงสาวมองหน้าคนที่มาทำให้ตนเองตกใจ

 

“เปล่าค่ะ! แค่มาวนเวียนอยู่แถวนี้แหละ”

 

“ไม่มีงานการทำรึไงกันคะ”

 

“งานน่ะมี!! แต่..ไม่ทำ!”

 

หญิงสาวกล่าวแล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

 

“คุณจะทำอะไร”

 

“ทำไมคะ! เมื่อคืนเรายังงง...อยู่เลยน้าา!!”

 

“หยุดพูดนะ! เดี๋ยวใครได้ยินเข้า..”

 

หญิงสาวเริ่มหน้าแดง คนตรงหน้าเมื่อเห็นดังนั้นจึงคิดจะแกล้ง จึงยื่นใบหน้าของตนเข้าไปใกล้ๆเหมือนคิดจะหอมแก้มของเธอ แต่ผู้ที่ดูเหมือนจะถูกแกล้งก็หลบได้ทัน

 

“ยังไม่ทันจะทำอะไรเลยย..เขินหรอ”

 

“เปล่าซะหน่อย!!”

 

หญิงสาวหน้าแดงจนกลั้นไม่อยู่จึงยกมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปกปิดแก้มที่เริ่มจะแดงขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะปกปิดอาการเขินอายไว้ไม่อยู่

 

“ไม่คุยด้วยแล้วว!”

 

หญิงสาวพูดจบก็เดินหนีไป ส่วนหญิงสาวอีกคนก็ยืนยิ้มย่องชอบใจก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินตามหลังเธอไป

 

“บ้าาา! ปากหวานกับทุกคนแบบนี้รึเปล่าเนี้ยย! เลิกหน้าแดงได้เล่าาา!!”

 

“ว่าแล้วไม่มีผิด”

 

“ฮืบบบบ!”

 

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปลอดแล้วหยุดชงักทำตาโตอย่างตกใจเมื่อมีเสียงกระซิ๊บมาจากทางด้านหลัง ก่อนที่จะไปเดินต่อเพราะไม่อยากจะตอบโต้กลับและทำเป็นไม่สนใจ เพราะถึงยังไงก็แพ้บุคคลนั้นอยู่ดี

 

“ไปพูดกับคุณเลขาของตัวเองแบบนั้นน..เค้าจะไม่รู้สึกเสียใจหรือคะ!!”

 

“...”

 

หญิงสาวไม่คิดตอบอะไรจนเดินมาถึงหน้าห้องทำงานตัวเองก็เปิดประตูเดินเข้าห้องแล้วรีบปิดประตู แต่คนที่เดินตามมามือเร็วผลักประตูห้องเข้าไปได้ทัน

 

“ใจร้ายจังง..”

 

“ใจร้ายอะไรกันคะ!!”

 

“ก็ที่ทำอยู่นี่ไม่ให้เรียกว่าใจร้าย แล้วจะให้เรียกว่าอะไรอีกล่ะคะ! หืมม!!”

 

หญิงสาวกล่าวยียวนกวนประสาทและยั่วโมโหเธอ

 

“หื้มมมมม!!!”

 

“โอ๊ะะ!!”

 

หญิงสาวสาวเริ่มหน้าแดงระเรื่อด้วยความโกรธคนกวนโมโหอย่างสุดทน จึงใช้กำปั้นเล็กๆชกไปที่ไหล่ซ้ายของคนตรงหน้าทีนึงอย่างเต็มแรง ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตน ลลิษาจึงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงเข้าไปหา

 

“ถึงจะใจร้ายไปหน่อย!! แต่ก็น่ารักนะคะ”

 

“ถามจริงๆเถอะค่ะ! ชอบพูดปากหวานแบบนี้ มีใครตกเป็นเยื่อคุณมาแล้วกี่คนคะ”

 

“อยากรู้หรอคะ!!”

 

“ใช่ค่ะ! อยากรู้”

 

“กล้ามากนะคะ..ก็...กับคุณคนเดียวค่ะ”

 

“อือออ!!!”

 

หญิงสาวเมื่อกล่าวจบก็ฉวยโอกาสยื่นใบหน้าของตนเข้าไปประกบกับริมฝีปากของอีกคน เจนนี่นั่งอึ้งตกใจไปได้ครู่หนึ่งแล้วจึงรีบผลักตัวลลิษาของออกห่างจากตัว

 

“คนนิสัยไม่ดี..ชอบฉวยโอกาส”

 

หญิงสาวยกหลังมือขึ้นมาเช็ดริมฝีปากออกและมองหน้าคนฉวยโอกาสอย่างตาแข็ง เพราะรู้ตัวเองแล้วว่าตนเองกำลังโดนปีศาจตนนี้กลั่นแกล้งอยู่

 

“ไม่เอาน่าา..อย่าโกรธสิคะ! ไม่เล่นแบบนี้แล้วก็ได้ค่ะ”

 

น้ำเสียงอันนุ่มนวลบ่งบอกว่าเธอขอยอมแพ้แม่สาวขี้โมโห

 

“ได้ยินมาว่ากำลังจะปิดบริษัทบินไปเที่ยวเกาหลีนี่คะ”

 

“ใช่ค่ะ! ทำไมคะ”

 

“เปล่าหรอก..แค่อยากจะไปด้วยก็เท่านั้นเองงง”

 

“คุณเป็นแค่ผู้ถือหุ้นคุณไม่มีสิทธิ์ไป..”

 

“งั้นนน...ไปในฐานะอื่นก็ได้ค่ะ”

 

“ฐานะอะไรกัน..เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”

 

“แน่ใจหรือคะว่าไม่ได้เป็น..ในเมื่ออ...เมื่อคืนเรายังงง...อยู่เลยนี่คะ”

 

“คุณณ..”

 

หญิงสาวกล่าวเสียงแข็งแล้วหลบสายตาคนตรงหน้าอย่างไม่กล้าสบตาด้วยรู้สึกเขินกับเรื่องเมื่อคืน

 

“ก็ในเมื่อมันคือเรื่องจริงก็ช่วยไม่ได้นี่คะ..ขอไปในฐานะแฟนก็แล้วกันนะ

 

“นี่คุณขู่ฉันหรอ”

 

หญิงสาวหันขึ้นมาสบสายตาคนตรงหน้าอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าปีศาจตนนั้นจะไปด้วยในฐานะอะไร

 

“เปล่าขู่น้าา..เราพูดจริงๆ”

 

“คุณนี่มัน...จริงๆเลยย!!”

 

“ฉัน..ทำไมคะ! ฉันทำไมม...”

 

ลลิษาโน้มตัวลงมามือทั้งสองข้างดันค้ำโต๊ะทำงานเอาไว้แล้วจ้องเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างต้องการคำตอบ

 

“คุณมันเอาแต่ใจ..หลงตัวเอง..แล้วก็...”

 

“แล้วก็..ยังไงต่อคะ”

 

“ช่างเถอะค่ะ! ต่อให้พูดต่อยังไงมันก็ไม่เข้าหูคุณอยู่ดี เพราะคุณมันเป็นพวกฟังแล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา”

 

“ฟังๆดูแล้วว..เหมือนโดนด่ายังไงก็ไม่รู้”

 

“ใช่ค่ะ! คุณคิดถูกแล้วล่ะค่ะ”

 

เจนนี่เมื่อกล่าวจบก็ก้มลงทำงานบนโต็ะ และทำเป็นไม่สนใจคนที่ตัวเองกล่าวถึง

 

ลลิษาเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มย่องเจ้าเล่ห์ชอบกลอย่างบอกไม่ถูก แล้วเดินอ้อมมายังเก้าอี้ที่เอรินั่งอยู่ ก่อนที่จะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของคนๆนั้นเบาๆ

 

“งั้นคุณก็คิดถูกแล้วเช่นกันล่ะค่ะ! เพราะเราก็ถูกจัดอยู่ในประเภทพวกนี้จริงๆ ไม่สิ! ไม่ใช่ถูกจัด แต่อยู่ในประเภทนี้มาตลอดเลยต่างหากล่ะ”

 

 

 

ความคิดเห็น