thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ช่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 165

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ช่วย
แบบอักษร

 

 

 

“ปีศาจบ้าา!!”

 

หญิงสาวบ่นพึมพำแล้วหลับตาลงทั้งที่ตนยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าและนอนตัวเปลือยเปล่าอยู่อย่างนั้น

 

“บ้าแล้ววว..ยังไงต่อ...”

 

“ว้ายยย!!”

 

หญิงสาวร้องตกใจเมื่อมีเสียงใครมากระซิ๊บที่ข้างหูของตนอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อหันกลับมาใบหน้าของทั้งสองคนก็ห่างกันเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น หญิงสาวทั้งสองต่างจ้องตากันโดยไม่มีใครยอมใคร จนหญิงสาวที่นอนราบอยู่บนเตียงต้องถอดห่างออกไป แล้วหันหลังให้บุคคลที่ทำให้ตนตกใจและแอบยิ้มเขินจนหน้าแดงโดยไม่ให้บุคคลนั้นเห็น

 

“ว่าไงคะ!! บ้าแล้ายังไงต่อ..”

 

แม่ปีศาจกล่าวเสียงหวานๆกวนๆเพื่อกวนโมโหแล้วส่งยิ้มบางๆทางด้านหลังให้กับคนขี้ตกใจ แล้วลุกขึ้นจากที่นอนก่อนที่จะดีดนิ้วอีกครั้ง แต่เมื่อเสียงดีดนิ้วดังขึ้นทุกอย่างที่เคยเงียบสงบไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมพัดก็กลับมามีเสียงและวุ่นวายอีกครั้ง

 

.

 

.

 

.

 

วันรุ่งขึ้น...

 

ร่างบางตื่นมาพร้อมกับแสงอรุณในยามเช้า เธอค่อยๆลุกขึ้นมาแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดเรือนร่างของตน แล้วมองไปรอบๆห้องเหมือนจะมองหาใครบางคน

 

“ไปแล้วสินะ”

 

เธอกล่าวแล้วใช้ผ้าห่มคลุมปกปิดหน้าร่างกายก่อนที่จะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปนอกห้อง แล้วเธอก็มองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาใครคนนั้นอย่างไม่แน่ใจแต่ก็ไม่พบใครเลยสักคนเธอจึงลงไปข้างล่าง

 

“ปีศาจนิสัยไม่ดี!! ไปแล้วจริงๆสินะ”

 

ว่าแล้วเธอก็ทำหน้าบึ้งตึงเหมือนจะงอนใครสักคนแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งที่ตนทำหล่นไว้เมื่อคืนนี้ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำด้วยอาการเสียอารมณ์

 

“คิดว่าตัวเองเป็นปีศาจมีพละกำลังเยอะกว่าแล้วจะอยู่เหนือคนอื่นงั้นหรออ..ฮึ!!”

 

หญิงสาวบ่นพึมพำให้ใครบางคนอยู่ในห้องน้ำคนเดียว

 

.

 

.

 

“คุณคะ!”

 

“คะ!!”

 

“คือว่าา..ทำไมคะ..ทำไมคุณถึงช่วยฉันคะ”

 

“อืออ..คงเป็นเพราะว่าฉันทนเห็นใครที่ตกอยู่ในสถานะนี้ไม่ได้มั้งคะ เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาอาหารมาให้คุณและจะฝากงานให้คุณทำด้วย”

 

“ทำไมคุณถึงใจดีจัง! ขอบคุณค่ะ..แล้วคุณไม่กินหรอคะ!!”

 

“ไม่ล่ะค่ะ! ฉันไม่ชอบทานข้าวเช้า..”

 

“ชั้นเข้าใจค่ะ”

 

หญิงคนนั้นกล่าวเสียงอ่อนคอตก

 

“มะ...! ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจคุณนะคะ..แต่ปกติฉันไม่ชอบทานข้าวเช้าอยู่แล้วจริงๆค่ะ แล้วอีกอย่างฉันต้องไปดูบอสของฉันก่อนว่าบอสดีขึ้นรึยัง”

 

หญิงสาวรีบปฏิเสธทันทีเพื่อไม่ให้คนตรงหน้ารู้สึกไม่ดีเพราะตน และเมื่อกล่าวจบเธอก็ส่งยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างเป็นมิตรแล้วเดินออกจากห้องตัวเองไป

 

.

 

.

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

“บอสคะ! บอสส..”

 

เสียงเรียกพร้อมเสียงเคาะหน้าประตูห้องของใครบางคนอย่างตื่นตัว

 

“บอสคะ!”

 

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆเธอจึงเปิดประตูเข้าไปแล้วกวาดสายตาเดินมองหาบุคคลนั้นจนทั่วห้อง แม้กระทั่งในห้องนอนและห้องน้ำด้วยเช่นกัน

 

“ไม่อยู่หรอ..บอสหายไปไหนนะ! ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรอ!!”

 

เธอกล่าวอย่างสงสัย แต่แล้วสายตาก็มองไปเห็นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่น เธอจึงเดินเข้าไปหยิบมาอ่าน

 

“ฉันออกไปเดินเล่นที่ชายหาดนะคะ คุณเกตไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะคะ!! ฉันดีขึ้นมากแล้ว...บอสไปเดินเล่นที่ชายหาด แต่ถ้าไปเดินตากลมแบบนั้น..เดี๋ยวก็ไม่สบายขึ้นมาอีกหรอก! บอสนี่ก็...ยังไงนะ!! ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งต้องเป็นห่วงใหญ่เลย

 

ว่าแล้วเธอก็รีบเดินออกไปจากห้องนั้นทันที และดูเหมือนเธอจะรู้สึกร้อนรนอยู่ในใจอย่างใดอย่างนั้น เมื่อได้อ่านกระดาษโน๊ตแผ่นนั้น

 

เธอเที่ยวเดินตามหาบุคคลที่ทิ้งไว้แต่กระดาษโน๊ตไว้ให้เธออ่าน

 

“คุณเลขาคะ!”

 

เธอที่ยืนอ่านโน๊ตได้ยินเสียงคนเรียกเธอก็หันไปยังต้นเสียงนั้นทันที

 

“คะ! อรุณสวัสดิ์ค่ะ! ตื่นเช้าจังเลยนะคะ”

 

“ค่ะ! ดูคุณรีบร้อนมากเลยนะคะ”

 

“ค่ะ! คือว่าฉันออกมาตามหาบอสน่ะค่ะ! เมื่อคืนบอกว่าไม่สบายแล้วเช้านีเออกมาเดินเล่น ฉันเลยกว่าว่าบอสจะไข้ขึ้นอีกค่ะ...แล้วคุณล่ะคะ!”

 

“อ้ออ! ขอบคุณมากเลยนะคะ..ฉันชอบมากเลยล่ะค่ะ..ไม่เคยเห็นที่ไหนทุ่มเทขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ ที่นี่เป็นที่แรก!!”

 

“ขอบคุณนะคะที่คุณชอบสิ่งที่เราจัดให้..”

 

“อ้ออ! เมื่อกี้ฉันเห็นคุณลลิษาบอสของคุณเดินเล่นอยู่ทางนั้นด้วยค่ะ”

 

หญิงสาวยกมือขึ้นชี้นิ้วไปยังอีกทาง แล้วหญิงสาวคู่สนทนาก็มองตามนิ้วไป 

 

“ขอบคุณค่ะ!”

 

“มะ..ไม่..เป็นไรค่ะ!!”

 

หญิงสาวกล่าวคำขอบคุณ ส่วนหญิงสาวอีกคนยังพูดไม่ทันจะจบประโยคเธอก็รีบเดินไปยังทางนั้นอย่างรีบร้อน

 

.

 

.

 

.

 

“บอสคะ! บอสส..มายืนตากลมอะไรตรงนี้คะ...เดี๋ยวก็ไม่สบายขึ้นมาอีกหรอกค่ะ”

 

เธอตะโกนร้องเรียกบุคคลที่ยืนอยู่ริมชายทะเล

 

ส่วนคนที่ยืนอยู่ที่ชายทะเลเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันกลับไปมองยังต้นเสียงนั้น แล้วเดินเข้าไปหาบุคคลที่ร้องเรียกตน

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ! ฉันดีขึ้นแล้ว...จริงงๆ..ฉันดีขึ้นมากเลยแหละค่ะ!!”

 

หญิงสาวคิดภาพย้อนหลังไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก่อนจะทั้งพูดทั้งยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

“แต่ถึงยังไงงง..บอสก็ไม่ควรมาเดินตากลมทะเลแบบนี้นะคะ!”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ! เพราะหลังจากนี้ฉันคงจะไม่ไม่สบายหรอกค่ะ เพราะครั้งนี่คือครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะไม่สบาย”

 

“บอสสสส...! ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ ฉันไม่เข้าใจ”

 

“ฉันพูดจริงๆค่ะ!”

 

หญิงสาวตอบออกไปตามตรงแล้วส่งยิ้มบางๆให้ แต่ก็ทำให้คู่สนทนาตรงหน้าถึงกับแปลกใจกับคำตอบที่ได้ยิน

 

.

 

.

 

.

 

ปึ้งงง!!

 

เสียงฝ่ามือกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างแรง

 

“เอาล่ะค่ะ! เราต้องตรวจเช็คความเรียบร้อยให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้มะลืนนี้ ก่อนจะเดินทาง..เพราะเราจะเดินทางไปในวันอาทิตย์”

 

“ครับ/ค่ะ”

 

เสียงการตอบรับคำตอบออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายพร้อมกับการประชุมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่เคร่งเครียดนัก

 

“แล้วก็...เดี๋ยวการพูดคุยเจรจาในครั้งนี้ ฉันจะลงไปจัดการเอง”

 

“ท่านประธานจะลงไปจัดการเองเลยจริงๆหรอคะ”

 

“ใช่ค่ะ! วันนี้พอกันแค่นี้ก่อนนะคะ..แยกย้ายกันได้แล้วค่ะ!!”

 

หญิงสาวสั่งแยกย้ายก่อนที่ตนจะเก็บเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะประชุม แล้วเดินออกไปตามหลังพนักงานบริษัท

 

“อุ้ยย!!”

 

หญิงสาวเมื่อเปิดประตูห้องปนะชุมออกมาก็ร้องเสียงหลงตกใจ เมื่อเกือบจะชนกับใครบางคนที่ถือกองแฟ้มเอกสารจนล้นมือ

 

“เขอะ! ขอโทษค่ะ!”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ”

 

หญิงสาวกล่าวคำขอโทษก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนตรงหน้า

 

“ทะ ท่าน! ท่านประธาน! ขอโทษค่ะ..ขอโทษจริงๆค่ะ!”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ!!”

 

หญิงสาวที่เดินยกแฟ้มเอกสารมาจนล้นมือ ยืนก้มหน้าไม่กล้าที่จะสบสายตาคนตรงหน้าแล้วกล่าวคำขอโทษบุคคลตรงหน้าอย่างหวั่นใจ แต่ทว่าผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านประธานกลับส่งยิ้มบางๆที่มุมปากให้อย่างเป็นมิตรแล้วเดินเลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง

 

“เฮ้อออ!! เกือบไปแล้วสิเรา!”

 

หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยโล่งใจ แล้วเดินถือแฟ้มเอกสารต่ออย่างทุลังทุเล

 

ถ้าเดินถือของเยอะขนาดนั้น...จะไปเดินชนใครเข้าอีกมั้ยเนี้ยย!!”

 

หญิงสาวเมื่อคิดได้ดังนั้นจึงหันหลังเดินกลับไปยังทางเดิม

 

“คุณคะ! คุณ..มาค่ะ!! เดี๋ยวฉันช่วย”

 

“ท่านประธาน! มะ! ไม่! ไม่! ไม่เป็นไรค่ะ..ฉันถือเองได้ค่ะ!”

 

หญิงสาวหันกลับมาแล้วรีบปฏิเสธทันที

 

“ไม่เป็นไรค่ะ! เดี๋ยวฉันช่วยคุณถือเอง! ไม่ต้องปฏิเสธด้วย..เพราะถ้าฉันไม่ช่วยคุณถือเดี๋ยวคุณก็ไปเดินชนใครอีกหรอกค่ะ”

 

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ! ดิฉันถือเองได้จริงค่ะ..”

 

หญิงสาวเมื่อถูกปฏิเสธหลายครั้งก็จนปัญญาที่ต่อล้อต่อเถียงต่อ จึงจำใจแย้งแฟ้มเอกสารมาจากอ้อมแขนของหญิงสาวอีกคนขึ้นมาอยู่ในมือของตนเอง

 

“ท่านประธานคะ! แต่ว่า...”

 

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะ! ถ้าฉันบอกว่าจะช่วยก็คือช่วยค่ะ!!”

 

“ค่ะ!!”

 

หญิงสาวพูดตัดบทเพราะรู้ว่ายังไงตนก็ต้องถูกปฏิเสธอีกอยู่ดี

 

“ไปค่ะ!”

 

“ค่ะ!!”

 

หญิงสาวกล่าวตอบรับก่อนจะเดินนำหน้าผู้เป็นเจ้านายไป เพื่อที่จะนำทางไปยังห้องเก็บแฟ้มเองสารพวกนี้

 

“เข้าห้องนี้เลยค่ะ! ท่านประธาน!!”

 

หญิงสาวเปิดประตูให้ผู้เป็นเจ้านายเข้าไปยังห้องนั้นก่อนที่ตนเองจะเดินตามเข้าไป

 

“คุณพึ่งเข้ามาทำงานที่นี่ใช่มั้ยคะ! ชั้นยังไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย!! คุณชื่ออะไรคะ!”

 

“ใช่ค่ะ! ดิฉันพึ่งเข้ามาได้ไม่นาน! แล้วก็ดิฉันชื่อ...”

 

“ท่านประธานครับ!!”

 

“คะ!!”

 

หญิงสาวยังไม่ทันจะได้เอ่ยชื่อของตนออกมาก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน แล้วผู้ถามชื่อก็หันไปทางต้นเสียงที่เรียกตน

 

 

ความคิดเห็น