Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 7 (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 16:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 (1)
แบบอักษร

 

             ผมออกจากร้านก็เห็นไอ้ไนท์ยืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆ กับรถผม อารมณ์ว่างเปล่าก่อนหน้านี้ถูกเติมเต็มด้วยความแปลกใจและระแวงขึ้นมาทันที

             ผมนึกว่ามันกลับไปแล้วซะอีก แต่ที่ไหนได้มาดักรออยู่นอกร้าน

             ผมสะกดกลั้นอาการประหลาดที่ก่อตัวอยู่ในอก เดินหน้านิ่งตรงมาที่รถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคมเข้มของไอ้ไนท์ตวัดมองมาที่ผมทำให้เราสองคนประสานสายตากันแต่ไม่นานเพราะผมเฉมองไปทางอื่นในแทบจะทันที แกล้งเป็นไม่สนใจมัน ผมเดินอ้อมมาเปิดประตูรถโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดหรือถามอะไรให้มากความ เพราะไม่รู้จะคุยอะไร

             “เฮ้ย”

             ไอ้ไนท์เรียก ผมกำลังจะขึ้นรถชะงัก ตวัดสายตาไปมองมัน รอฟังว่าจะพูดอะไร “....”

             “ไปส่งกูด้วย”

             ผมยังไม่ทันเข้าใจว่ามันพูดอะไร ไอ้ไนท์ก็ชิงเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้ว เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของมันวะ ผมเข้ามานั่งในรถ หันไปมองคนที่นั่งเบาะข้างๆ อย่างมึนงงแกมฉุนนิดๆ

             “เหี้ยอะไรของมึงวะไนท์ มึงเข้ามานั่งในรถกูทำไมเนี่ย”

             “กูไม่ได้ขับรถมา”

             “ตลกแล้วสัส”

             “....”

             ไอ้ไนท์มองหน้าผมนิ่ง บอกให้รู้ว่ามันไม่ได้โกหก ผมจ้องตากับมันแล้วก็อึ้งพูดไม่ออกไปแวบหนึ่งก่อนจะละล่ำละลักเค้นคำพูดที่พลุ่งพล่านออกมาได้

             “ละแล้วไงวะ เกี่ยวอะไรกับกู แล้วน้องมึงล่ะ ไมไม่กลับไปด้วยกัน”

             “กูไม่อยากกวนมัน”

             ไอ้ไนท์ทำสีหน้ายุ่งยากใจเมื่อพูดถึงน้องชาย ผมเลิกคิ้ว ไม่กวนน้องแต่มากวนกูแทนเนี่ยนะ? ตรรกอะไรของมันวะ  ผมส่ายหน้าไหวอย่างไม่รู้จะพูดอะไรกับมันดี

             “น่า... ห้องกูอยู่แค่นี้เอง คิดซะว่าขับรถเล่น แต่ถ้าไม่อยากไปส่ง กูติดรถไปกับมึงได้นะ” ไอ้ไนท์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ตลกละมึง ผมถลึงตากลับไปทันที สตาร์ทรถขับไปส่งให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว ไม่ถึงห้านาทีผมก็มาถึงคอนโดหรูของไอ้ไนท์ ผมไม่ได้ขับเข้าไปข้างใน แค่ชะลอรถหน้าทางทางเข้าแล้วให้มันเดินเข้าไปเอง

             “ขอบใจที่มาส่ง” ไอ้ไนท์หันมาบอกก่อนเปิดประตูลงจากรถ ผมมองตามอย่างไม่ไว้ใจ อยากบอกว่าอย่าแกล้งทำอะไรล่วงบนรถอีกไม่งั้นถ้าเจอจะทิ้งให้หมดแต่ผมพูดไม่ทัน ไม่สิไม่รู้จะพูดยังไงมากกว่า ผมมองตามจนร่างสูงลับสายตา ค่อยตรวจตามองตรงที่มันนั่งทั้งบนเบาะและตรงที่วางเท้าถึงขนาดยืดมือไปควานหาแต่พอไม่เห็นอะไรผิดปกติผมก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วขับออกมา

              ผมวนรถกลับมาที่ห้อง ตั้งใจนอนเอาแรงสักตื่นแล้วค่อยไปรับแม่ ยังไม่ทันลงจากรถ ไอ้เอิร์ธก็โทรมา ไอ้เหี้ย ตอนกูต้องการกลับไม่รับสาย พอกูจะไปนอนดันเสือกโทรมา

             “ไงมึง ตื่นแล้วเหรอ” ผมบ่นไปงั้นสุดท้ายก็รับสายมันอยู่ดี

             [อืม กูเห็นมึงคอลมาในกลุ่ม มีอะไรหรือเปล่า]

             “ไม่มี กูแค่จะชวนมากินข้าวเช้า แล้วนี่มึงกินไรยัง” ผมพูดพลางเปิดประตูลงจากรถ ตอนนั้นก็มีสายโทรซ้อนเข้ามา ผมเอาออกมาดูก่อนจะเห็นชื่อบีบีกะพริบเตือนอยู่บนหน้าจอ “เฮ้ยเอิร์ธแค่นี้ก่อนนะ บีโทรมา”

             [อ่อ อืมๆ ไว้คุยกัน]

             พูดเสร็จมันก็วางสายไปอย่างรู้หน้าที่ ผมรอจนแน่ใจแล้วว่าสายไอ้เอิร์ธหลุดไปแล้วค่อยกดรับสายบีบีอย่างไม่เร่งรีบ

             “ฮะโหล”

             [วัน มีอะไรหรือเปล่า บีเพิ่งตื่นน่ะ เห็นโทรมาหลายสายแต่บีไม่ได้รับ] ปลายสายรีบออกตัวพร้อมกับเสียงแหบแห้ง ฟังก็รู้ว่าเพิ่งตื่น ผมลอบถอนหายใจแบบที่ไม่ให้ปลายสายได้ยิน พูดตอบเหมือนปกติแม้ว่าภาพที่เห็นเมื่อคืนจะย้อนกลับเข้ามาในหัวก็ตาม

             “ก็ไม่มีอะไรหรอก โทรหาเพราะว่าเป็นห่วง เห็นเงียบไป แล้วเมื่อคืนเป็นไง สนุกไหม กลับกี่โมง”

             ผมกดปุ่มเรียกลิฟต์ รอลิฟต์ด้วย รอคำตอบจากคนปลายสายด้วย

             [อืม ก็หนุกดี วันแค่นี้ก่อนนะ ตอนนี้บีอยู่ห้องเพื่อนน่ะ ไว้กลับแล้วบีโทรหา]

             แล้วสายก็ตัดไปอย่างรวดเร็ว ผมยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไรด้วยซ้ำ เอาโทรศัพท์ออกจากหูมาดูก่อนถอนหายใจเบาๆ อยู่ห้องเพื่อนเหรอ... ผมครุ่นคิด กำลังจะไล่เช็กไอจีประตูลิฟต์ก็เปิดซะก่อน ผมก้าวเข้ามาในลิฟต์ แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง จนกระทั่งถึงห้อง ผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เอาโทรศัพท์ออกมาเปิดเช็กทุกอย่างที่เกี่ยวกับบีบีแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่สิ จะว่าไงดี ไม่มีใครเช็กอินหรือพูดถึงเรื่องเลี้ยงสายรหัสอะไรเลย ถ้าไปกินเลี้ยงกัน อย่างน้อยมันก็ต้องมีคนลงรูปบ้าง... หรือว่าเพิ่งผ่านไปไม่นาน ทุกคนอาจจะแฮงก์กันอยู่ เลยไม่ได้ลงรูป ผมเองก็ไม่แน่ใจด้วยว่าสายรหัสบีบีมีใครบ้าง แล้วคนที่ไปจะชอบเล่นโซเซียลไหม แต่เพื่อนบีบีเงียบกันทุกคน ไม่มีใครพูดหรืออัพเดทอะไรเกี่ยวกับงายเลี้ยงนั่นเลย

             เฮ้อ พูดแล้วก็เหนื่อย ผมไม่เคยต้องมานั่งเช็กอะไรแบบนี้มาก่อน นี่ถ้าเมื่อคืนไม่เห็นมากับตาผมก็คงไม่ระแคะระคายอย่างนี้หรอก

             ผมโละเรื่องบีบีออกจากหัวด้วยการนอนเล่นเกมจนได้เวลาก็ออกมา ขับรถไปรับแม่ที่โรงพยาบาล ผมมาถึงช่วงบ่ายๆ แม่เปลี่ยนชุดเสร็จพอดี ส่วนพี่เซนไปรับยาไม่นานก็กลับมา ผมทักทายเขาตามปกติ พี่เซนก็เอายาให้ผมพร้อมกับอธิบายวิธีทานตามที่เภสัชกรณ์บอกมาซึ่งไม่รู้เขาพูดกับผมหรือพูดกับแม่ผมอยู่ แต่ก็มีเขียนบอกไว้หน้าซองหมดแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ช่วยขนของมาที่รถอย่างขยันขันแข็ง  

             “ขอบใจมากเซน ขึ้นรถไปด้วยกันสิ เดี๋ยวให้ตะวันไปส่ง” แม่หันไปพูด พี่เซนยิ้มสุภาพพลางปฏิเสธแล้วบอกว่าต้องเข้าไปรายงานตัวที่บริษัท แต่แม่มีเหรอจะยอมฟัง เร่งให้พี่เซนขึ้นรถจนเขาไม่กล้าขัดใจ ผมขับรถเงียบๆ แวะส่งพี่เซนที่บริษัทเสร็จ ก็พาแม่กลับบ้านทันที

             “ไม่ลงไปทักทายพ่อหน่อยเหรอ” ผมหันไปพูดระหว่างวนรถออกมา แม่มองตึกสูงข้างๆ เหมือนชั่งใจแต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า บอกไม่อยากกวนเวลางานพ่อแล้วก็ให้ผมตรงกลับบ้านเลย

             ที่บ้านค่อนข้างเงียบสงบ บรรยากาศร่มรื่น แม่บ้านกับคนสวนวิ่งมารับตามหน้าที่ แม่ลงจากรถพูดคุยกับแม่บ้านครู่หนึ่งก็พากันเดินเข้าบ้าน ผมรอคนสวนเอาของลงจากท้ายรถเสร็จก็ล็อครถแล้วตามแม่เข้าไปข้างใน ผมอยู่กินข้าวเย็นเป็นเพื่อนแม่ นั่งเล่นเรื่อยเปื่อยจนเวลาล่วงเลยถึงสองทุ่ม พี่สาวผมก็เดินลากสังขารเข้าบ้านท่าทางเหนื่อยๆ พอเห็นผมกำลังจะกลับก็รีบคว้าตัวเอาไว้แล้วบอกให้ผมออกไปข้างนอกเป็นเพื่อน

             “นี่ยังจะออกไปอีกเหรอ” ผมมองสภาพที่เหมือนเพิ่งไปออกรบมาของเดือน อีกฝ่ายถลึงตาใส่ทันที

             “ก็ลูกค้าน่ะสิเล่นตัว ไม่ยอมเซ็นสัญญาสักที นั่งรอก่อนเข้าใจไหม ฉันอาบน้ำแต่งตัวแป๊บ เดี๋ยวมา”

             “อืมๆ” ผมพยักหน้า โบกมือไล่พี่สาวให้รีบไปจัดการตัวเอง ระหว่างรอก็เล่นเกมไปพลาง คุยกับไอ้เอิร์ธไปพลาง ตั้งแต่มันออกไปอยู่คนเดียวผมก็คุยกับมันตลอด คุยเยอะกว่าบีบีอีก พูดถึงบีบี... หลังจากโทรศัพท์สายนั้น บีบีก็โทรมาอีกรอบตอนบ่ายสาม จะชวนผมไปหาอะไรกิน แต่ผมอยู่กับแม่เลยไม่ได้ออกไป

             ประมาณครึ่งชั่วโมงพี่สาวผมก็ลงมา มันโยนกุญแจรถให้ผมทันที “ขับ”

             ผมรับกุญแจรถอย่างงงๆ “เฮ้ย ทำไมไม่ไปคนละคันวะ”

             “ฉันเหนื่อย ขี้เกียจขับรถ”

             ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เดินตามเดือนไปที่รถ ยอมเป็นสารถีให้หนึ่งวัน ระหว่างทางเราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย แค่ถามทางร้านที่จะไปกับถามถึงพ่อนิดหน่อย เดือนบอกพ่อไม่ค่อยกลับบ้านแล้วก็ทำหน้าโกรธๆ เหมือนเคืองอะไรพ่ออย่างงั้นล่ะ พอผมถามว่าทำไม มันก็บอกเรื่องงาน พ่อยุ่งมาก จนไม่มีเวลากลับบ้าน ขนาดแม่เข้าโรงพยาบาลยังไม่มาเยี่ยม

             ร้านที่เดือนให้ผมพามาเป็นคลับหรูอยู่ในโรงแรมห้าดาว ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นแขกที่มาพักโรงแรม ผมไม่ได้ถามอะไรเดือนมาก แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับลูกค้าที่เดือนพูดถึงก่อนหน้านี้ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นลุงแก่ๆ ไม่ก็นักธุรกิจวัยสี่สิบขึ้นไปทว่าพอถึงโต๊ะกลับมีแต่คนรุ่นๆ เดียวกับเดือนนั่งกันอยู่สามสี่คนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มีผู้ชายอยู่แค่คนเดียว ถ้านับรวมด้วยก็สอง

             เดือนแนะนำผมให้แขกบนโต๊ะรู้จักพอเป็นพิธี ทำให้รู้ว่าคนกลุ่มนี้มาจากบริษัทคู่ค้าที่อยู่ในช่วงเจรจาทำธรุกิจ หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน มีวกเข้าเรื่องส่วนตัวบ้างเป็นครั้งคราว ผมรู้สึกว่าฝั่งนั้นอยากรู้เรื่องเดือนเป็นพิเศษ ทั้งชีวิตส่วนตัว เรื่องเรียน งานอดิเรก ถามซอกแซกจนเดือนชักสีหน้ารำคาญใส่ นี่ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงผมคงคิดว่าเขาจะจีบเดือนแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น