ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 922

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ช่วยเหลือ
แบบอักษร

ฟุบ...

 

โลกหมุนเวียนไปมาเยี่ยงมิติบิดเบือน ผมกลับมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ที่นี่ตอนกลางคืนช่างเงียบเหงาและวังเวง ทางข้างหน้าของผมมีกระโจมใหญ่ๆอยู่กระโจมหนึ่ง ใช้คบไฟในการให้แสงสว่าง

 

"ที่นี่ที่ไหน.... จำได้เราพึ่งเจอกับท่านพญายมราชไปเองแล้วรับคำขอความช่วยเหลือมานี่นา.... อย่าบอกนะว่าคือที่นี่....." กัลป์​พึมพำกับตัวเอง

 

แต่จู่ๆสายตาก็ไปสบเข้ากับดวงวิญญาณหลายร้อยดวงที่อยู่เยื้องๆกันไป เขาไม่ได้รู้สึกกลัวมันเลยสักนิด เพราะเคยช่วยมูลนิธิ​เก็บศพมาแล้วหลายครั้ง มีหน้าที่แค่คอยรับศพขึ้นรถและอยู่จนถึงรพ..

 

" ก็แค่คนตายที่มีใบหน้าเละเทะ... ก็แค่นั้น"จะว่าผมจิตแข็งก็ได้ แต่ผมคิดแค่ว่าอีกฝ่ายคือดวงจิตที่ไม่มีที่ไป หรือไม่ก็ลำบากอยากได้ความช่วยเหลือ

 

พอมองไปที่ตัวเองก็ยังเห็นว่าที่ตัวใส่ชุดคอสเพล์เจ้าสาวอยู่ แถมยังมีคราบเลือดติดอีกอยู่ด้วย โชคดีที่ไม่ได้มีมีดปักอยู่แต่ในมือเขายังคงถือช่อดอกไม้อยู่นิ

 

"ขนาดตายยังมาครบชุด..... เห้อ... ลองเดินเข้าไปดูกระโจมนั่นหน่อยดีกว่า ใหนๆก็ไม่มีที่ไปล่ะ"

 

น่าแปลกเวลาที่ผมเข้าไปใกล้กระโจมมากเท่าไหร่ดวงวิญญาณพวกนั้นกลับหลีกหนีผมแล้วคอยมองกลับมาห่างๆ

 

พอถึงกระโจมผมก็เข้าไปด้านใน ทหารเวรยามหลายคนมองผมไม่เห็นกัน ก็แน่แหละ... ผมเป็นผีนี่

 

"สมน้ำหน้าไอ้พวกอยุธยา แค่จับตัวแม่ทัพมันมาคงขวัญ​อ่อนกันน่าดู เอาล่ะคงต้องส่งหัวไปให้พวกมันดูเล่นกันแล้ว"

 

เสียงเหี้ยมของอีกฝั่งที่อยู่ข้างในมันซื่อถึงความสะใจและความแค้น ภายในกระโจมนี้จะแบ่งออกเป็นทางเดินแล้วก็ลานอะไรสักอย่าง มันกว้างแล้วก็มีรอยเลือด

 

"เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?.... อ.. อยุธยา​ นี่เรามาอยู่ในยุคนี้เลยหรอ..... ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้มาอยู่ในที่แบบนี้จริงๆ"

 

กัลปพฤกษ์​แอบตื่นเต้นนิดๆที่ตนได้มาอยู่ในยุคบ้านเมืองเกิด สิ่งที่บรรพบุรุษ​ตั้งรากฐานเอาไว้ แต่ที่สะกิดใจคือ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในอยุธยา

 

เสียงรองเท้าส้นสูงกระแทกไปตามทางเดิน แต่ละย่างก้าวดูเบาบางดุจขนนก ช่อดอกไม้ในมือถูกกำไว้แน่นด้วยความตื่นเต้น และเมื่อถึงทางเข้าตรงลานแสงประคบไฟมันก็สว่างจ้าให้เห็น

 

ครืด.....ครืด...

 

"นั่นอะไรกันนะ...นักโทษงั้นหรอ"

 

เสียงโซ่ตรวนลากพื้นมาจากข้อเท้าชายหนุ่มรูปหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้น ตัวของชายคนนั้นถูกล็อคจากด้านหลังไขว่มือ

 

"ฮ่าๆ ท่านพระภุชคินทร์ แม่ทัพผู้เกรียงไกรและเก่งกาจ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันในสภาพแบบนี้... "เสียงของอีกฝ่ายหัวเราะร่วน ดูสะใจเอามากๆ

 

"ไม่คิดจะพูดหรือเอ่ยอะไรออกมาหน่อยรึ ก่อนที่จะไม่ได้พูดอีกต่อไป"

 

ตัวของผมค่อยๆเดินไปอยู่ด้านหลังของนักโทษคนนั้น การแต่งตัวละม้ายคล้ายตาจากที่ไหนมาก่อน

 

กัลปพฤกษ์​นึกถึงเรื่องหนังในสมัยก่อนก็พอนึกออกอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของแคว้นไหน

 

แป๊ะ!

 

"นึกออกแล้ว! สมัยอยุธยา​ไง แต่เอ๊ะ... เราก็มาอยู่ในยุคอยุธยานี่หว่า ไม่เห็นแปลก..."

 

แต่ว่า..... บรรพบุรุษ​เราทั้งคนจะช่วยยังไงดี เมื่อกี้เหมือนได้ยินด้วยว่าจะส่งหัว... ส่งหัว.... ก็หมายถึงตัดคอนะสิ!

 

"ในเมื่อไม่สั่งเสียอะไรก็ลงไปอยู่ในนรกสะ! พวกมึง ตัดหัวมัน! "

 

ชิบหายล่ะ!..

 

กัลปพฤกษ์​กระวนกระวาย​เข้าไปใหญ่ มือเพชร​ฆาต​เริ่มร่ายรำดาบ ก่อนจะฟันหัวลงมา

 

ปึก!

 

กัลป์​หลับตาปี๋ไม่อยากเห็นภาพบาดตา ผ่านไปเนิ่นนานยังไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้น

 

"ฟันไม่เข้าขอรับ มันผู้นี้มีวิชาอาคม​แกร่งกล้า ต้องทำให้ของมันเสื่อมก่อน...."

 

ห้ะ! ฟันไม่เข้า มือเรียวเอาลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นคือดาบที่มันสะบั้นคอไม่เข้า

 

"ไม่ได้เรื่อง! ไปทำยังไงก็ได้ให้มันของเสื่อม กูอยากเห็นมันหลุดจากบ่าวันนี้!!" อีกฝ่ายหัวเสียเอามากพร้อมกับเดินลงมาจากที่นั่งออกไปจากลาน

 

"ขอรับ! ไป พวกมึงไปกับกู"

 

เมื่อเพชรฆาตออกไปแล้วทีนี้ก็เหลือแค่ผมกับนักโทษคนนี้แล้วก็ผู้คุมอีกคนหนึ่งไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงดี ตรวนนี้ใช่จะธรรมดาที่ไหนลงอักขระ​ไว้ขนาดนั้น......

 

ที่ผมเคยได้ยินมาจำได้ว่าประจำเดือนของผู้หญิงจะทำให้ของเสื่อม อีกอย่างหนึ่งก็คือใช้ของที่แรงกว่า

 

อยู่ๆกัลปพฤกษ์​ก็นึกถึงคนที่ส่งมายังโลกยุคนี้

 

ส่งมาเป็นผีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยขอให้ช่วยชายคนนี้ให้ได้ก่อนด้วยเถิด สาธุ...

 

"เอาว่ะ... เป็นไงเป็นกัน!"

 

กัลปพฤกษ์​เดินเข้าไป​หาผู้คุมอย่างช้าๆ ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาตามตัว ผู้คุมที่ยืนอยู่ดีๆถึงกับขนลุกซู่ถึงกระดูกสันหลัง

 

ไม่พอ.... ขออีก....

 

พรึบ!

 

คบไฟทั้งหมดในบริเวณ​นั้นดับพร้อมกันหมดโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

"ฮะ... เฮ้ย.... เกิดอะไรขึ้นวะ อยู่ๆไฟก็ดับ"รอบๆข้างมืดมนไปหมด แสงจันทร์​ที่ส่องลงมายังไม่อาจกลบความกลัวในจิตใจคนได้

 

หางตาของผู้คุมแฉลบไปเห็นอะไรสีขาวๆเดินผ่านไป พอหันไปดูก็พบว่าไม่มี คราวนี้หางตาเห็นไปทางด้านขวาตัวของมันก็หันไปอีก ปรากฎว่าไม่มีอะไร ยิ่งยืนอยู่นานๆขายิ่งสั่น ความหนาวเริ่มเกาะกินหัวใจ

 

"ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้........"

 

เสียงเย็นเยือกดังอยู่ข้างหู ผู้คุมหันขวับแทบจะทันทีและปะทะเข้ากับใบหน้าเละเข้าอย่างจัง

 

"อ๊าก!! ไม่อยู่แล้ว กูไม่อยู่แล้ว!" อีกฝ่ายเตรียมวิ่งหนีตาตั้ง แต่ก่อนจะวิ่งมือเรียวก็เอื้อมไปหยิบกุญแจข้างเอวไว้ได้ทัน

 

"โห... ดอกไหนวะเนี่ย เยอะแยะไปหมด"กัลป์​บ่นออกมางึมงำ พรางลองหาดอกที่ใช่ กุญแจที่หยิบมาได้มันเป็นห่วงคล้องกุญแจ​ไว้หลายสิบดอก เพราะงั้นเขาจึงเดาไม่ได้แน่ นอกจากจะลอง

 

" ใจเย็นๆนะครับ ผมกำลังช่วยคุณ" กัลป์​ในใบหน้าเดิมเดินไปตรงล็อคที่ข้อเท้า พยายามไขกุญแจ​ทีละดอกทีละดอก

 

อีกฝั่งได้แต่มองการกระทำของร่างบาง ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในลานนี้

 

เป็นผีหาใช่คน... จับต้องสิ่งของ อิทธิ​ฤทธิ์​แกร่งกล้า แปลก..... เจ้าเป็นผี คิดช่วยคน...

 

แกร่ก!

 

"อ้ะ!... ได้แล้ว ลุกไหวไหมคุณ...." กุญแจดอกสุดท้ายตรงพอดีกับแม่กุญแจ​

 

กัลปพฤกษ์​รีบประครองอีกฝ่ายลุกขึ้น....

 

'ตะ... ตัวหนักเกิน!.... นี่กินอะไรเข้าไปเนี่ย..ผู้ชายสมัยนี้ถึงได้ตัวบะเลิ่ม... เอ้ะหรือว่าเราผอมไป'​

 

"ฮึ้บ!....."

 

"เฮ้ย!...... เกิดอะไรขึ้นวะไฟดับ ไปดูแม่ทัพมันเร็วเข้า!!. "เสียงของพวกมันดังมาแต่ไกล ผมหันไปมองทางประตูแล้วตัดสินใจพาออกไปอีกทาง

 

เสียงฝีเท้าของพวกมันเริ่มเข้ามาใกล้ทุกที คราวนี้ผมจะเอายังไงดีล่ะเนี่ย ถึงจะไม่มีใครมองเห็นแต่ก็จะใช่ว่าจะมองไม่เห็นผู้ชายคนนี้

 

" อึก!..... "อีกฝ่ายเหนื่อยหอบเมื่อออกมานอกกระโจมได้

 

กลับกันผมไม่เหนื่อยเลยสักนิด....

 

ตึกๆ......

 

"หามันให้เจอ! หาไม่เจอพวกมึงตาย!!" ไม่วายเสียงเหี้ยมก็ยังตามมาใกล้ๆ

 

'เอาไงดีเนี่ย!...... ที่โล่งแบบนี้จะไปแอบที่ไหนได้!... คิดสิคิด.... อ่ะใช่! เรื่องเล่าผีบังตา'​

 

อ่ะนั่น! ผมเจอต้นไม้ใหญ่ๆหนึ่งต้นพอดี พอจะแอบพวกมันได้หน่อย ถ้าถามว่าผมจะทำยังไงก็คงจะเอาตัวเองบังตัวลง เหมือนตอนที่ผมทำหน้าเละๆด้วยการคิดล่ะมั้ง

 

"อยู่นิ่งๆนะคุณ....." ผมวางเขาลงหลังต้นไม้ จัดท่าให้ดูมิดชิดมากที่สุด ค่อยถกกระโปร่งถึงเข่าแล้วขึ้นคร่อมเอาตัวบังอีกฝ่าย ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่าแต่ตามหลักทฤษฎี​มันก็คงจะทำอย่างนี้

 

ใบหน้าเปื้อนเลือดใกล้ชิดกับอกบางๆของร่างบาง กลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆโชยเข้าที่จมูก ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลาย...

 

"มันคงไปใหนไม่ไกล หาให้ทั่ว!"

 

ตึกตัก ตึกตัก...

 

เสียงฝีเท้ามันดังเข้ามาเรื่อยๆ หัวใจดวงน้อยที่ไม่คิดว่าเต้นแล้วกำลังตื่นเต้นไม่หยุด ตีกันมันกลองลั่นศึก

เงาชายฉกรรจ์​ทาบเข้ามาตรงพวกเขาแล้วก็เดินจากไป แสดงว่ามันไม่เห็นพวกเขา....

 

"ฟู่ว!.... รอดสักที นี่คุณ​พวกมันไปแล้ว คุณ​จะเอายังไงต่อ... คุณ... คุณ.." เมื่อไม่ได้ยินอะไรแล้วร่างบางก็ถอนหายใจออกมา พยายามเรียกอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้เสียงขานกลับมา พอก้มลงไปดูก็เห็นว่าเปลือกตาปิดเข้าหากันไปแล้ว

 

"อ่าว... หลับไปแล้ว... ถ้ามาหลับตรงนี้เราก็ต้องอยู่ด้วยน่ะสิ... เห้อ.. หลับไม่ดูสถานการณ์​เลยแท้ๆ"

 

ปากก็บ่น ถึงกระนั้นร่างบางก็ค่อยๆลงจากตัวไปนอนพิงหลังต้นไม้อยู่ข้างๆ เอื้อมมือข้างซ้ายและข้างขวาไปกอดที่ลำตัว จากนั้นพิงใบหน้าเข้ากับไหล่ ถึงจะดูเขินๆสักหน่อยที่มากอดผู้ชายด้วยกันแบบนี้

 

แต่มันจำเป็น.. ก็ถือซะว่าทำบุญ​ ไม่รู้เพราะกลัวมากไปหรือเปล่าหากปล่อยมือแล้วมันจะไม่เป็นการบังตัวอีกฝ่าย

 

"อุ่นแหะ.... อืม...." ร่างบางค่อยๆปิดเปลือกตาตามไป ไม่เคยรู้มาก่อนว่าผีก็นอนได้.... ราตรีสวัสดิ์​

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เป็นยังไงบ้าง สนุกหรือไม่สนุกก็ติชมกันได้เน้อ คอมเมนท์​ให้ไรท์​ได้รู้บ้าง อิอิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น