คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [1]

ชื่อตอน : บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 13:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9: รอยแผลกลางใจ [1]
แบบอักษร

 

 

ดอกซ่อนกลิ่นผลิดอกออกมาขาวนวลชวนให้หลงใหล มันสวยเหลือเกินในมุมมองของเฟื่องลดาแต่คนไทยหลายคนกลับมองว่ามันเป็นดอกไม้อัปมงคลมีไว้ใช้ในงานศพ ห้ามปลูกในบ้านเด็ดขาด เจ้าดอกไม้เพิ่งจะถูกเด็ดมาไม่นานจำเป็นต้องทิ้งไว้ในถังขยะระหว่างทางเพราะคุณโสมสุรีเป็นคนหัวโบราณ กลัวเจ้าดอกไม้ตัวปัญหาจะทำให้เกิดเรื่องร้ายระหว่างการเดินทาง 

เฟื่องลดายอมทำตามแม้ในใจจะเสียใจอยากเก็บกลับมา หล่อนไม่ได้มองว่ามันเป็นดอกไม้น่ากลัว ความรู้สึกของหล่อนที่มีต่อดอกไม้มันเหมือนผู้หญิงบางคนที่พบเจอกับชะตากรรมชีวิตที่เลวร้าย เจ็บปวดจากการถูกหลอกลวงหรือทารุณกรรมมาตั้งแต่เด็ก แล้วเกิดความชอบส่วนตัว แปลก แบบแปลกมากๆ เช่นการอยากเลี้ยงงู หลงใหลในสีสัน ความสวยงาม อยากใช้ชีวิตร่วมอยากหลับนอนกับมันในจำนวนมากกว่าคนปกติที่ชื่นชอบในด้านนี้ ไม่ได้มองว่าคนพิเศษกลุ่มนั้นโรคจิต เข้าใจว่ามันเป็นกลไกการปกป้องความรู้สึกเจ็บปวดที่สะสมลึกอยู่ในใจ 

งูเป็นสัตว์น่ากลัวแต่ชะตากรรมที่เคยเผชิญมามันน่ากลัวมากกว่า ในเมื่อเก่งพอที่จะผ่านมันมาได้ทำไมจะต้องกลัวอะไรอีก แต่ไม่ต้องตกใจไป หล่อนแค่เข้าใจ แต่ไม่ได้ชอบเลี้ยงสัตว์แปลกหรือทำตัวแปลกแยกไปจากคนทั่วไปสักเท่าไหร่หรอก 

ประสบการณ์การเข้าพบจิตแพทย์ในแต่ละครั้งหล่อนเห็นชีวิตผู้ป่วยมากมายที่ทั้งดีกว่าและแย่มากกว่าตัวเอง คนอาการเริ่มต้นไปหาหมอด้วยความทุกข์ใจแล้วนึกภาพตามสิ เขาต้องไปเจอผู้ป่วยที่มีอาการประสาทหลอน มองเห็นภาพประหลาด คนบำบัดยาเสพติด และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง หากแค่เครียดและพอจัดการกับตัวเองได้ก็คงจะไม่มีใครอยากกลับไปหาหมอซ้ำอีก แต่ในบางรายที่หนักก็จำเป็นต้องไป 

หล่อนไม่ได้อยากจะสื่อว่ามันน่ากลัวหรือไม่ควรไป เพราะเชื่อว่าเราทุกคนรู้สภาวะจิตใจของตัวเองดีว่าไหวหรือไม่ไหว และในเมื่อเรารู้ตัวและอยากจะอาการดีขึ้น เรื่องเคสผู้ป่วยคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ 

“น้องเฟื่อง ถึงบริษัทแล้วจ้ะ” โสมสุรีแตะตัว คนอื่นเขาลงกันหมดแล้วแต่เฟื่องลดายังคงนั่งเหม่อลอยเสียบหูโทรศัพท์ฟังเพลง 

“อ๋อ ขอบคุณค่ะ เฟื่องฟังเพลงเพลินไปหน่อย” เอียงใบหน้าสวยมาเอ่ยคำขอบคุณ เฟื่องลดาใช้เวลาพักเบรกแต่งหน้าเล็กน้อยพอให้มีสีสันจึงน่ามองมากกว่าช่วงเมื่อเช้าที่ปล่อยหน้าสดขึ้นไปกินข้าว 

รถตู้ของหล่อนมาส่งถึงด้านในบริษัทเป็นคันสุดท้าย พนักงานลงไปรอรับกระเป๋าตัวเองแล้วต่างคนก็ต่างโบกมือลา แยกย้ายเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนไม่ให้เหนื่อยต้องตื่นมาทำงานเช้าวันจันทร์มากเกินไป ตอนนี้ห้าโมงเย็นเศษๆ แล้ว คุณโสมเรียกแท็กซี่กลับคอนโดเราแยกกันด้านหน้า เฟื่องลดาเห็นว่ายังไม่ค่ำจึงเลือกนั่งรอรถเมล์ตามความเคยชิน ป้ายรถเมล์ช่วงเย็นวันอาทิตย์โล่ง ดีแล้วจะได้นั่งพัก 

“คุณเฟื่อง คุณเฟื่องใช่ไหมครับ!” 

นั่งยังไม่ทันติดเก้าอี้เลยก็มีเสียงจากทางไหนไม่รู้เรียกชื่อหล่อนดังมาก เฟื่องลดายืนขึ้นหันมองรอบตัวเห็นผู้ชายคนหนึ่งลงจากรถญี่ปุ่นคันเล็กเดินย้อนกลับมา เขาคนนั้นหน้าตาน่ารักผิวพรรณสะอาดสะอ้านสวมแว่นสายตากรอบสีดำพอเหมาะกับใบหน้า เราเจอกันสัปดาห์ที่แล้วนี่เองและเขาก็คืออาจารย์หนุ่มที่ชื่อว่าบอล 

“ใช่คุณเฟื่องจริงด้วย ผมนั่งมองในรถนานมาก” 

“สวัสดีค่ะ ไปไหนมาเหรอคะ” 

“ผมแวะมาทำธุระแถวนี้น่ะครับ โชคดีจังที่บังเอิญเจอคิดอยู่ว่าจะได้เจอกันอีกไหม คุณเฟื่องทำงานที่นี่เหรอเห็นเดินออกมา” 

“ใช่ค่ะ บริษัทของเฟื่องเอง” 

“ไปไหนมาเหรอครับ” ถามต่อเพราะเห็นกระเป๋า 

“เฟื่องเพิ่งกลับจากสัมมนาที่หัวหินค่ะ” 

“แล้วนี่กำลังรอรถกลับบ้านหรือรอใครมารับเหรอครับ” 

“เฟื่องออกมานั่งรอรถเมล์น่ะค่ะ สายนี้มาเร็วอีกสักสิบนาทีก็คงมาแล้ว” 

“อยากเสนอตัวไปส่งจังเลยครับแต่กลัวคุณเฟื่องจะไม่สะดวกใจ เอาเป็นว่าผมขออนุญาตนั่งรอเป็นเพื่อนแล้วกันนะครับ” 

“ได้ค่ะ ขอบคุณมาก เชิญนั่งค่ะ” ผายมือเชิญ 

เขานั่งเว้นกันหนึ่งช่องเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดมากเกินไป อยากชวนคุยแต่เหมือนคิดหัวข้อไม่ออกจึงเงียบไปพักหนึ่ง 

“เอ่อ… คุณเฟื่องอ่านหนังสือไปถึงไหนแล้วครับ จบหรือยัง เผื่อวันพฤหัสที่จะถึงผมสอนเสร็จเร็วจะได้แวะไปช่วยเลือกหนังสืออีกแรง” 

“ขอบคุณมากนะคะ แต่ช่วงวันสองวันที่ผ่านมาเฟื่องคิดทบทวนดูแล้วว่าตัวเองยังไม่พร้อมเรียนต่อ อาจจะพักไว้ก่อน เฟื่องตั้งใจจะลาออกจากงานก็เลยไม่อยากให้มีทุนบริษัทติดตัว” 

“อ้าว แล้วทำไมถึงคิดลาออกจากงานล่ะ บริษัทนี้ใหญ่มากเลยนะ หรือคุณเฟื่องอยากจะย้ายงานแล้วมองๆ บริษัทอื่นไว้” 

“ตอนนี้ยังไม่ได้มองเลยค่ะ” 

“ควรมองหางานใหม่ก่อนลาออกจากงานเก่านะ จะได้ไม่ลำบาก ผมแนะนำเพราะเป็นห่วงน้องๆ ลาออกมาเตะฝุ่นกันเยอะ” 

ฟังคำแนะนำของอาจารย์ครึ่งหนึ่งเพราะสติอีกครึ่งกำลังค้นหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ร้อยวันพันปีไม่ค่อยมีใครโทรหา หล่อนเห็นเบอร์แปลกโทรมามากกว่าสองสายแล้วตัดไปกำลังจะเก็บจู่ๆ เบอร์ของรณภพก็โทรเข้ามา เฟื่องลดาแปลกใจพยายามมองรอบๆ หาว่าเขาอยู่แถวนี้ไหมทำไมโทรมา แล้วสายตาคู่อ่อนล้าก็มองไปเห็นสปอร์ตคาร์คันคุ้นเคย เขาลดกระจกลงมองหน้าหาเรื่อง กดกระจกขึ้นแล้วออกตัวขับรถผ่านหน้าตนเองไป เฮ้อ โดนด่าอีกแน่เลย 

 

 

 

 

 

รีอัปถึงบทที่ 15 นะคะทุกคน เนื้อหายังอีกยาวไกลเลย 

ไว้แวะเข้ามาให้กำลังใจเฟื่องและด่าอีตาคุณภพใหม่นะคะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านและกดติดตามนิยายค่ะ ภาคต่อเรื่องของคุณรันน่าจะมาช่วงปลายปีเลย ไรท์ติดปัญหาแต่งไม่ค่อยได้ 

ใครอยากอ่าน ฝากรอแล้วก็ฝากหยอดกระปุกรอด้วยน้าา 

พล็อตยาวเหยียดเหมือนเดิมแต่ราคาไม่เกินคุณภพแน่นอน ฝากด้วยค่ะ ^//^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น