เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๕ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๕ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2562 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๕ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒๕ 

 

“เชี่ย!” 

น้ำเสียงอุทานและสีหน้าที่ตกใจโคตรๆ ของเพื่อนผมยังไม่น่าโมโหเท่ารอยยิ้มของเมียเลยครับ เหมือนไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

“ยักษ์เพื่อนรัก กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ไอ้เดฟถามผมสีหน้าเหมือนกำลังฝืนยิ้ม พวกมันรู้ดีว่าเวลาที่ผมโกรธจะขนาดไหน

“หิวไหมเพื่อน ออกไปกินข้าวต้มกันปะ” ไอ้นายก็ไม่ต่างกันเลยครับ พวกมันเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนแล้ว

“กลับมาแล้วเหรอคะ คิดถึงจังเลยค่ะ” แต่สำหรับคนนี้ นอกจากจะไม่มีคำว่ากลัวอยู่ในหัวสมองยังมีหน้ามายิ้มแล้วบอกว่าคิดถึงผมอีกครับ

“บ๊ะ! เด็กมันร้าย รู้จักเอาตัวรอด” ไอ้เดฟหันไปมองหน้าเยลลี่ทันที

“เหลือมึงกับกูอะ ใครจะตายก่อนกันดี”

“กูว่ามีคนช่วยพวกเราได้นะ” ไอ้เดฟพูดพลางหันไปมองหน้าไอ้นายก่อนจะเดินไปจับแขนเยลลี่คนละข้าง

“สู้มันไว้นะเยล” ไอ้นายพูดเหมือนกระซิบแต่ผมก็ยังได้ยินอยู่ดี

“สู้ทำไมเหรอคะ” ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยจริงๆ ครับ

“มันจะแดกหัวพวกเราอยู่แล้วเนี่ย” ไอ้เดฟรีบสวนกลับทันที

“พวกมึงจะกอดแขนเมียกูเป็นปริงอีกนานไหม?” หลังจากที่ยืนฟังอยู่นานก็เริ่มปริปากพูดออกมาบ้าง ยืนกอดอกมองหน้าทั้งสามคนนิ่งๆ คงมีแค่เยลลี่ที่ไม่กลัวแถมยังเอาแต่ยิ้มอีกต่างหาก

“แหมใหญ่ เมียเต็มปากเต็มคำเลยเนอะ” ไอ้เดฟค่อยๆ เอามือออกจากแขนเยลลี่พร้อมกับคำพูดประโยคเมื่อกี้

“…” ผมไม่ได้ตอบนอกจากแสดงสีหน้าโกรธจัดออกมาแทน

“เอ่อ… กูนึกขึ้นได้ว่ามีธุระพอดี งั้นกูขอตัวก่อนดีกว่า” ไอ้นายว่าพลางขยับขาก้าวถอยหลังไปทางประตูห้องผมเรื่อยๆ

“กูก็ด้วย” ไอ้เดฟก็อีกคน

“ใครกล้าไสหัวออกจากห้องกู ตาย!”

“ทำไมต้องโหดด้วยล่ะคะ?” ผมรีบหันขวับไปมองด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจทันที แต่เยลลี่กลับไม่แสดงอาการกลัวออกมาเลยครับ “มองหนูแบบนี้ทำไม หนูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“ก่อนหน้านี้กูเคยบอกมึงว่าอะไร”

“ก็…” ใช้ปลายนิ้วชี้ข้างขวาเคาะหัวตัวเองไปด้วยครับ สงสัยกำลังใช้สมองคิดอยู่ว่าผมสั่งอะไรเอาไว้บ้าง ขัดใจได้แบบสุดๆ มากเลยครับ “อ๋อ… พี่ยักษ์บอกว่าถ้าว่างให้ทำความสะอาดห้อง หนูก็ทำแล้วนะคะ ไม่ได้ยุ่งของสำคัญด้วย”

“เยลลี่!” ยังครับ ยังไม่สำนึก

“อ๋อ… มีอีกเรื่องค่ะ ห้ามออกไปไหนคนเดียว แต่…” ยังมีแต่อีกครับ ไม่รู้เลยเหรอว่าผมกำลังจะกินหัวอยู่แล้ว “แต่หนูไม่ได้ไปคนเดียวนะคะ หนูไปกับพี่เดฟพี่นายเพราะฉะนั้นหนูไม่ได้ขัดคำสั่งอะไร ห้ามทำหน้าดุด้วยค่ะ”

“อีเย!”

“ฮือออ เรียกหนูแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นอีกแล้วนะคะ”

“แล้วมึงจะทำไม? ในเมื่อมึงขัดคำสั่งกูก่อน”

“หนูไม่ได้ขัด หนูไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย อย่ามาโวยวายนะคะ ใช่มั้ยคะพี่เดฟพี่นาย” หันไปถามไอ้สองคนด้านหลัง แต่พวกมันกลับไม่ตอบนอกจากยิ้มเพราะผมยืนจ้องเขม็งอยู่ “ทำไมไม่ตอบล่ะคะ” ว่าพลางหันกลับมามองหน้าผม

“มองกูแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“ห้ามทำหน้าดุค่ะ!”

“อย่ามาสั่งกูนะ”

“โป้ง! นิสัยไม่ดี หนูไม่คุยด้วยแล้ว” พูดพลางยกนิ้วโป้งใส่ผมแล้วเดินหนีไปทางห้องนอน

“มึงคิดจะหนีเหรอ” รีบหันไปถาม

“หนูแค่จะไปอาบน้ำ หนูง่วงนอน” หยุดเดินพลางหมุนตัวกลับมาตอบผม

“กูด่ามึงอยู่นะ นอกจากจะไม่สำนึกยังมาตีมึนใส่กูอีก”

“ไม่รู้ไม่ชี้ค่ะ” ทำไมผมถึงทำอะไรยัยนี่ไม่ได้เลยครับ นอกจากโมโหใส่ตัวเองแทน

“อย่ามองพวกกูแบบนี้สิ กูแค่พาน้องมันไปเที่ยวเอง” ผมหันกลับมามองหน้าไอ้เดฟกับไอ้นายทันที พร้อมกินหัวพวกมันมากๆ

“ใช่ๆ กูซื้อของฝากใหน้องมันด้วยนะ” ไอ้เดฟว่าพลางเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับถุงกระดาษ “รับไปดิ” ผมรับมาก่อนจะเปิดดู พอเห็นว่าข้างในเป็นอะไรสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไปอีก

“ไอ้สัสเดฟ!”

“เฮ้ยๆ กูหวังดีนะโว้ย”

“มาให้กูถีบซะดีๆ” ผมว่าก่อนจะวิ่งไล่เตะมัน แต่ไอ้เดฟกลับวิ่งหนี จนประตูห้องนอนเปิดออกมาอีกครั้งพร้อมกับเยลลี่ที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวออกมายืนทำหน้างงอยู่

“เชี่ย!”

หมับ! 

ผมอุทานออกมาก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดเยลลี่เอาไว้จนแน่น

“พะ พวกกูไม่เห็นอะไรเลย งั้นพวกกูกลับก่อนนะ” น้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ของไอ้นายดังขึ้นมา

“หน็อย! พวกมึงคิดว่าจะรอเหรอ” ผมว่าพลางเอี้ยวตัวหันกลับไปตะโกนใส่พวกมัน

“คิด… คิดว่าคงรอดแล้วแหละ โชคดีเพื่อน” ไอ้เดฟตอบกลับมาก่อนจะพากันวิ่งออกไปทั้งคู่

“กอดแน่นไปแล้วนะคะ” พอทุกอย่างเริ่มกลับมาสงบคนในอ้อมกอดก็เริ่มดิ้นผมเลยต้องปล่อย ยืนเท้าสะเอวมองหน้าเยลลี่นิ่งๆ “เมื่อกี้หนูได้ยินเสียงเอะอะแค่จะเดินออกมาดูเฉยๆ”

“จำเป็นต้องออกมาทั้งสภาพอย่างนี้ด้วยเหรอวะ” ถามเสียงดุๆ

“หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้วจริงๆ อย่าทำหน้าดุเลยนะคะ หนูสำนึกผิดแล้ว” พูดพร้อมกับยกมือไหว้ผมไปด้วย ความรู้สึกเหมือนยืนมองลูกยกมือไหว้ขอโทษยังไงก็ไม่รู้สิครับ “พี่ยักษ์ขา หนูขอโทษนะคะ”

“จะเอาขาซ้ายหรือขาขวาดี กูจะได้ถีบถูก”

“…” เงียบเลยครับ แต่กลับแบนปากทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ใส่ผมแทน

“กูไม่ใจอ่อนหรอกนะ ไปอาบน้ำ!”

“ค่ะ” เดินคอตกกลับเข้าไปในห้องอย่างเดิม

ผมเองก็ไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้นหรอกครับ แค่เป็นห่วงเท่านั้นเพราะรู้ดีว่าเยลลี่เป็นคนยังไง แต่พอเห็นแบบนี้ก็โอเคอย่างน้อยๆ เธอก็เข้ากับเพื่อนผมได้ แถมพวกมันสองคนยังดูชอบอกชอบใจอีกต่างหาก ผมอยากเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเยลลี่มากกว่าคราบน้ำตาเพราะมันแสดงถึงความสุขที่เธอมีให้ผมเห็นในทุกๆ วัน

“เฮ้อ! กูควรจะเริ่มบอกมึงยังไงดี ไม่อยากเห็นน้ำตาของมึงจริงๆ เลยวะเยล” ตอนนี้ผมหนักใจกับเรื่องที่เจอมามาก ถ้าทำได้ก็อยากซ่อนเยลลี่ไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหน ไม่ให้ติดต่อใคร เธอจะได้ไม่ต้องไปรับรู้เรื่องทุกข์ใจอะไร แต่เพราะทำไม่ได้ผมเลยต้องหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเธอแทน

ผมไม่ได้เดินตามเยลลี่เข้าไปในห้อง ได้แต่นั่งคิดทบทวนเรื่องก่อนหน้านี้แทน ถ้าเยลลี่ไม่มากรุงเทพ ไม่ได้เจอผม ป่านนี้ชีวิตของเธอจะเป็นยังไง ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องห่วงขนาดนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาทีละนิด จนสุดท้ายก็เริ่มถอนตัวไม่ขึ้น ผมอยากเป็นคนเดียวที่ปกป้อง… แม้ว่าบางครั้งจะเหมือนทำร้ายความรู้สึกของเธอไปบ้างก็ตาม

เฮ้อ!

“เหนื่อยเหรอคะ?” เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผมขาดหายไปกลายเป็นน้ำเสียงเล็กๆ แสนห่วงใยของเยลลี่เข้ามาแทน

“มานี่หน่อยดิ”

“ไม่ดุแล้วใช่มั้ยคะ”

“อืม” เยลลี่ยิ้มให้ผมก่อนจะก้าวขาเดินเข้ามาหาเธอกำลังจะนั่งลงข้างๆ แต่ผมกลับรั้งให้มานั่งกวมบนขาแทน

“พี่ยักษ์” ผมไม่ได้ตอบกลับนอกจากสวมกอดเอาไว้จนแน่น เยลลี่เองก็เหมือนจะอึ้งเพราะเธอนิ่งมาก จนเวลาผ่านไปจากความนิ่งกลายเป็นสองแขนเล็กที่โอบกอดผมตอบกลับมาเช่นกัน “เหนื่อยเหรอคะ ไม่เหนื่อยนะคะ หนูขอโทษที่ชอบดื้อใส่”

“…” ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากกอดเธอเอาไว้อย่างนั้นจนแน่น

“หนูง่วงแล้ว ไปนอนกันดีกว่าค่ะ”

“อืม” ผมผละกอดออกมองหน้าเยลลี่นิ่งๆ เธอเองก็มองกลับผมพร้อมกับรอยยิ้มเช่นกัน

จุ๊บ 

หืม? จู่ๆ ก็ถูกเด็กฉวยโอกาสก้มลงมาจูบหน้าผากซะงั้น ความรู้สึกมันอธิบายไม่ถูกเลยครับ

“หายเหนื่อยหรือยังคะ”

“มึงนี่มัน… เฮ้อ!”

“ถอนหายใจอีกแล้ว มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่าหรอก เข้าห้องเถอะ”

“ค่ะ” ผมชวนเปลี่ยนเรื่องก่อนจะพากันเดินเข้าห้อง

ผมให้เยลลี่ไปนอนก่อนส่วนตัวเองก็เดินหายเข้าไปอาบน้ำแทน ระหว่างนั้นก็ยังคิดไม่ตกเรื่องครอบครัวของเยลลี่อยู่ดี กว่าจะอาบน้ำเสร็จเกือบชั่วโมงเลยครับ เดินออกมาจากห้องน้ำมองไปทางเตียงนอน เยลลี่นอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว หลับโคตรง่ายเหมือนสมองไม่ต้องคิดอะไรอีก

หลังจากแต่งตัวด้วยกางเกงชุดนอนตัวเดียวเสร็จเรียบร้อยผมก็ปิดไฟในห้องก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงขยับขึ้นไปนอนข้างๆ เยลลี่พลางรั้งร่างเล็กข้างๆ มานอนกอดเอาไว้ด้วย

* 

ช่วงเช้าของวันใหม่ ผมตื่นมาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ เหมือนคนร้องไห้อยู่ข้างๆ พอลืมตาก็เห็นเยลลี่นอนกุมหน้าท้องของตัวเองอยู่แล้ว

“เป็นอะไร”

“หนูปวดท้องค่ะ ปวดมากๆ”

“อยากเข้าห้องน้ำเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ หนู…”

“หนูอะไร?” ผมถามพลางขมวดคิ้วไปด้วย แต่เยลลี่กลับไม่ตอบเอาแต่หลบสายตาจนผมต้องลุกขึ้นนั่งแล้วมองสำรวจแทน ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่ “ตกลงเป็นอะไร”

“เป็นประจำเดือนค่ะ”

“ก็แค่เนี่ย เป็นแล้วปวดท้องด้วยเหรอ”

“ปวดค่ะ” เงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผมอีกครั้ง คราวนี้น้ำตาไหลด้วยครับ

“ต้องทำยังไงถึงจะหายอะ ปกติไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้”

“กินยาค่ะ หนูอยากกินยา” ผมมองหน้าเยลลี่พลางขมวดคิ้วอีกครั้ง กินยางั้นเหรอ? คงไม่ดีมั้ง

“อืม” ขยับตัวลุกออกจากเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์เดินออกไปนอกระเบียง ไม่รู้จะโทรหาใครเลยเลือกโทรหาป้าอ่อนแทน อย่างน้อยๆ ท่านก็เป็นผู้หญิงที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผมยืนรอสายอยู่ไม่นานป้าอ่อนก็รับสาย

“สวัสดีค่ะคุณใหญ่”

(ป้าอ่อนครับ เยลปวดท้องประจำเดือน ผมต้องทำยังไง ผมไม่อยากให้กินยา)

“อ๋อ เอากระเป๋าน้ำร้อนประคบก็ได้ค่ะ ที่ห้องคุณใหญ่มีหรือเปล่าคะ”

(ไม่มีครับ)

“ลองไปหาซื้อที่ร้านขายยาดูนะคะ”

(ขอบคุณนะครับ)

“ป้าไม่คิดว่าคุณใหญ่จะสนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของผู้หญิงด้วย”

(ป้าอ่อนครับ)

ถูกแซวอีกจนได้ครับ วางสายจากป้าอ่อนเดินกลับเข้าห้อง เยลลี่ยังนอนขดตัวอยู่อย่างเดิม ผมเลยเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวก่อนจะเดินออกมาแต่งตัวใหม่แล้วเดินไปหาเยลลี่ที่เตียง

“กูไปซื้อของแป๊บนะ”

“หนูปวดท้อง”

“รู้แล้ว งั้นลุกไปกินน้ำอุ่นก่อน” ผมว่าก่อนจะเดินไปช่วยพยุงเยลลี่เดินออกไปนั่งที่โซฟา เดินเข้าครัวไปกดน้ำร้อนมาให้เป่าพอให้มันหายร้อนพลางยื่นแก้วไปตรงหน้า “เป่าใหม่ด้วย”

“จะหายเหรอคะ”

“ไม่รู้ รออยู่ตรงนี้นะ”

“ค่ะ”

ผมเดินออกจากห้องลงไปด้านล่าง ใกล้ๆ คอนโดมีร้านขายยาอยู่เลยรีบเดินกึ่งวิ่งไปทันที มาถึงร้านก็ถามหาของที่ต้องการพร้อมกับวิธีใช้ที่ถูกแนะนำมาก่อนจะรีบกลับห้อง ป่านนี้จะนอนชักไปแล้วหรือยังก็ไม่รู้ จนมาถึงห้องเปิดประตูเข้าไปต้องตกใจแทนครับ

“แม่!” นั่นแหละครับ ทำไมถึงมาแต่เช้า แถมยังยืนมองหน้าเยลลี่นิ่งๆ อีกต่างหาก

 

 

 

 

--100%-- 

แม่ผัวมาาาาาาาาาาาาาาาาา 555555555555 

เขาจะคุยอะไรกันน้ออออออออออออ 

 

ปล.แก้ไขคำผิดแล้ว มีอีกสะกิดหน่อยนะคะ 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น