สูญองศา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 เหี้ยม

ชื่อตอน : บทที่ 3 เหี้ยม

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก วัยรุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 60

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2562 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 เหี้ยม
แบบอักษร

บทที่ 3 

เมื่อพ่อลูกเห็นดังนั้นจึงได้ถึงกับตะลึงงันกับพฤติกรรมอันเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ของชายตรงหน้า ใบหน้าครามต้องแสงอัสนีบาตที่ตวาดลั่นเหมือนโกรธเคืองในสิ่งที่นายศักดิ์ทำ 

เสียงลากไม้ดังใกล้เข้าหาสองพอลูกเรื่อยๆแม้สายฝนจะกระหน่ำเทลงมาอย่างน่ากลัว แต่หาเทียบได้กับบุคคลตรงหน้าไม่ 

“ยกโทษให้ฉันเถอะนะทศ มึงมันวอนเอง” ใบหน้าคร้ามคล้ายแสยะยิ้ม “ กูขอโทษแต่กูติดคุกไม่ได้จริง ๆ” ศักดิ์ง้างไม้ขึ้นแล้วฟาดลงเต็มแรงกะให้โดนหัวของเด็กชาย แต่แล้วก็ต้องพลาดเป้าเมื่อผู้เป็นบิดาเอาตัวเองเป็นกำบัง 

“น้องดินหนีไป หนีไป อย่าหันหลังกลับมา” แค่นั้นไม้หน้าสามก็กระหน่ำลงทั้งตัวของภาคิน แม้ว่าตนนี้จะค่ำแล้วเพียงใดแต่แสงหน้ารถก็ฉายให้เห็นถึงทางเลือดที่ปะปนเม็ดฝนที่โปรยปลาย 

เด็กชายวิ่งสุดชีวิต ผืนท้าวสัมผัสหินคมจนรู้สึกเจ็บ ด้วยความเร่งรีบปลายนิ้วสะดุดหินล้มลุกคุกคลาน ข้างทางนั้นเป็นเหว เบื้องล่างเป็นโขดหินน้ำทะเลสาดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง  

แต่อย่างน้อยที่กั้นยังช่วยไม่ให้เด็กชายหล่อนลงไป สายตาเด็กน้อยมีแววหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่าไหร่ แต่เสียงบิดาที่ก้องอยู่ในใจยังติดหู  

“ไอ้หนู ฉันไม่อยากทำร้ายแกเลย แต่ฉันไม่มีทางเลือก”  

“ลุง อย่าทำอะไรผมเลย ฮือ...” ยกมือไหว้ขอชีวิต ส่ายหน้าหวือกลัวเกรงด้ามไม้เปื้อนเลือด 

เหมือนเสียงนั้นจะไม่เป็นผลตอจิตสำนึก นายศักดิ์จับเด็กน้อยโยนลงเหว ทุกสรรพเสียงเงียบงันมีเพียงโสตประสาทรับรู้ว่าฝนที่หล่นร่ำให้เทเม็ดลงมาตุบตับ  

บรรยากาศหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ สายตาเย็นชากลับเศร้าสลดสองมือที่เคยจับไม้สั่นเทา เขาโยนมันลงเหวไปพร้อมๆกันหัวใจที่แหลกสลาย  

“ น้องดินหนีไป หนีไป อย่าหันหลังกลับมา ”  เสียงของบิดาดังก้องไปทั่วโสตประสาท คำพูด ความหลังพรั่งพรูเหมือนสายน้ำเชียวทวีความรุนแรงตามกระแส มือของเด็กชายดินชื้นแฉะไปด้วยโลหิตที่ไหลอาบร่าง เจ็บปวด ทรมาน 

“พ่อ พ่อ พ่อครับ” เหงื่อเม็ดกาฬผุดขึ้นตามไรผม ลมหายใจหอบเหมือนวิ่งหนีอะไรสักอย่าง แสงตะวันลอดม่านสีขาวเข้ามาภายใน กระนั้นคนที่หลับใหลยังไม่มีทีทาจะเปิดเปลือกตาด้วยซ้ำ น้ำตาไหลริน  

ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ถึงเกิดกับเขาหนอ ชีวิตหนุ่มใหญ่เหมือนถูกเฆี่ยนด้วยความผวาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเด็กชายที่ร่าเริงแจ่มใสจึงการเป็นชายผู้ไรซึ่งความปรานี โลกใบนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอ  

“ไม่!” ธรณินสะดุ้งสุดตัว มือหนาเสยผมไปมาขับไล่ความสับสน เหมือนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันวาน 

ชายหนุ่มนั่งเท้าแขนกับพื้นเตียง ความฝันนั้นทำเสียพลังงานไม่น้อย ไม่อาจตัดพ้อต่อชะตาในเมื่อยังมีชีวิตเขาก็ควรเดินหน้าต่อ งานเป็นปึกยังรอสะสางอยู่บนโต๊ะ ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นควงผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป 

 

ช่วงเวลาบ่ายคล้อยแพรวารีบเบรกรถหน้าบ้านดังเอี๊ยด รีบวิ่งขึ้นห้องนอนหญิงสาววางทุกอย่างบนโต๊ะทำงานก่อนเข้าไปชำระร่างกาย เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนต์สวมสบาย ได้เวลาต้องแพคกระเป๋าแล้ว เธอหยิบของที่จำเป็นที่ลิสต์รายการไว้ กระเป๋าสะพายสีดำถูกปัดฝุ่นลวกๆ  

“สู้โว้ย!” เธอทำท่าไปพร้อมกัน ด้วยอาการของบิดาที่ต้องให้เงินมาก จำต้องรับงานนอกไปพร้อมกับงานประจำหญิงสาวรีบเร่งมวนผ้าเป็นก้อนกลม มีเสื้อยืดและกางเกง จากนั้นจึงรวบของให้ส่วนตัวเข้ากระเป๋ารวดเดียวอย่างทะมัดทะแมง  

“พ่อค่ะ แพรไปแล้วนะ” เดินไปสวนหลังบ้าน 

“โอเค” 

“อยู่ไหแน่นะคะ” 

“แน่สิ” 

“ระดับนี้ยังต้องถาม” บิดาทำหน้าสบายอารมณ์ ได้ยินว่าบุตรสาวรับงานผู้ช่วยอะไรสักอย่างเป็นงานสำรวจเขาก็มิได้ขัด ดูแล้วแพรวาน่าจะชอบงานนอกนั้นมากทีเดียวเห็นกระตือรือร้นกว่าไปบริษัทโฆษณานั่นอีก 

“โหยอย่าลืมกินยา ทานข้าวให้ตรงเวลา อ้อหนูจ้างป้าแพรวมาทำความสะอาดและทำกับข้าวให้ด้วย แล้วอย่าออกไปไหนคนเดียวถ้าไม่จำเป็น อีกอย่างนะพ่ออย่าโหมงานหนัก”  

“ไม่เห็นต้องจ้างป้าแพรวเลยพ่อทำกินเองได้” 

“ต้มไข่เหรอคะ” เธอทำหน้าเนือย เธอไม่อยู่พ่อมักจะทำแต่ไข่ต้มและรับประทานเพียงไข่ขาวเสมอแบบจืดสนิทตามหมอสั่ง หรือไม่ก็ผักลวกที่เปื่อยจนแหยะเอาง่ายๆคงทำไม่เป็นนั่นแหละตามประสาผู้ชาย “จ้างป้าแพรวนะดีแล้วบ้านแกก็อยู่ข้างๆนี้เอง สร้างรายได้ให้ชุมชนค่ะ” 

“ไม่สายเหรอเราอ๊ะ” 

“ห๊ะ” หญิงสาวยกนาฬิกาเรือนโปรดขึ้น แล้วมองมันแล้วต้องวิ่งไปที่หน้าปากซอยเพื่อรอรถตู้ของคณะทำงาน “ดูแลตัวเองนะคะ แพรไปไม่กี่วันก็กลับ” 

ชายชราอมยิ้มแล้วส่ายหน้าน้อยๆให้บุตรีคนเดียว เด็กกะโปโลในคราบสาวสวยอายุยี่สิบกว่ายังวิ่งตุบตับไม่ห่วงมาดเหมือนยังอยู่มัธยมไม่มีผิด มองไล่หลังจนลับตาไป  

“โอ๊ะ โอ๊ย” มือเหี่ยวย่นกุมท้องน้อย ปวดเหมือนมันจะฉีกขาดออกมาตรงนั้น กระถางที่กำลังยกตกแตก เศษดินกระจายไปทั่ว ร่างโรยราล้มลงกองกับพื้น เสียงสปริงเกอร์ยังถังแถดๆ  

อาทิตย์อัศดงทองแสงสาดเข้าหาตามรมไม้ รถพยาบาลส่งเสียงพร้อมไซเลนดังหวือหวือคนผ่านไปมามองคนถูกหามขึ้นเทียบเบาะภายใน น้ำใสหยดตุบ 

“อย่าบอกแพรวา” เสียงแหบแห้งกลั้นเจ็บ บอกแพรวพรรณคนข้างบ้านที่ช่วยเหลือ 

“ได้ๆฉันไม่บอกหรอกจ๊ะ” รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะเป็นถึงขนาดนี้ยังดื้อไม่บอกลูกสาวอีก ยอมใจเสียจริง นางแพรวพรรณเดินทางไปดูแลด้วย 

ชายชราเริ่มคิดเสียแล้ววันนี้รู้เต็มออกว่าอาการทรุดลง ยาที่หมอให้ได้แค่พยุงอาการแต่ความเสียหายภายในนั้นทำให้แทบไม่อยากทานข้าว กลืนอาหารทีไรเหมือนมันเจ็บจี๊ดขึ้นมาช่องออก  

และการขับถ่ายของเขาย่ำแย่มาเป็นอาทิตย์แล้ว บางครั้งก็อยากตายให้รู้แล้รู้รอดกลัวเป็นพาระให้ลูกสาว เสียงหายใจแรงสูดเอาอากาศในเครื่องช่วย พอนึกดูอีกทีอย่างไรเสียเขาจะทนต่อไปให้ถึงที่สุด ยังมีห่วงเพราะรักบุตรอย่างน้อยก็อยากมีให้มีคนดูแลแทน 

“อย่าบอกใครนะ” ชายชราข้างบ้านดึงเครื่องชวยหายใจออกย้ำอีกครั้ง 

“จ๊ะพี่ ฉันไม่บอกใครหรอ” นางแพรวพรรณเอ่ยเป็นรอบที่สองแล้ว ระอาใจเหลือเกินถ้าจะขัดก็คงไม่ยอมอีกละ คราวก่อนก็เป็นแต่ไม่ยอมบอกลูกคราวนี้ก็ไม่บอกสงสารจับใจจนต้องยกมือไปซับน้ำตาให้ 

“ขอบใจมาก” หลับตาซึมซับ ลมหายใจเข้าสู่โหมดปกติอีกครั้ง  

 

  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น