กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 15 บอดี้การ์ดจำเป็น

ชื่อตอน : chapter 15 บอดี้การ์ดจำเป็น

คำค้น : ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 194

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2562 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 15 บอดี้การ์ดจำเป็น
แบบอักษร

15...   บอดี้การ์ดจำเป็น          

          บนถนนไฮเวย์ทางทิศตะวันตกของนครลาสเวกัส  

           รถจี๊บเชอโรกี กลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่ง ฝุ่นทรายจับเขลอะขมุกขมัวจนดูไม่ออกว่าสีอะไร กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองด้วยความเร็วสูง

     ยางล้อหลังข้างหนึ่งเกิดร้อนจัดระเบิดตูมขึ้นมาเฉยๆ ทำให้รถเสียหลักเกือบพลิกคว่ำตกข้างทาง ดีที่คนขับขืนพวงมาลัยคุมรถไว้ได้จึงรอดพ้นจากอันตรายหวุดหวิด

   คนขับที่นั่งอยู่ลำพังในรถ จอดรถเปิดประตูลงมายืนบนขอบทาง แล้วปิดประตูดังโครมอย่างหงุดหงิด

             เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาราวเทพบุตร เขาสวมสูทดำเชิ้ตข้างในขาว รูปร่างหน้าตาและการแต่งตัวเหมือนพระเอกหนังเรื่องคอนสแตนตินคนพิฆาตผีราวกับพี่น้องฝาแฝด

       เขาคือ มิสเตอร์จอห์น(วิลเลี่ยม)เบล็น นักสืบมือฉมังแห่งซานฟรานซิสโก

    ข่าวร้ายของวิชุดาทางทีวี ทำให้จอห์นความหื่นหดหาย ยุติกิจกรรมหวิวที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มทันที สร้างความขุ่นเคืองค้างคาในอารมณ์พาเมล่าอย่างแรง

           ยิ่งเห็นบอสสุดที่รักออกอาการห่วงใยฆาตกรสาวในข่าวมากเป็นพิเศษ พาเมล่าก็ทั้งหึงหวงทั้งอิจฉา นึกอยากจะฆ่านังมารหัวใจให้ตายคามือ แต่หล่อนก็ฉลาดพอที่จะเก็บทั้งหมดไว้ในใจ ไม่แสดงความรู้สึกจริงๆออกมา

         จอห์นมัวแต่ห่วงวิชุดาจึงละเลยคนรอบข้าง เขาไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายจิตใจคนๆนึงอยู่

   แต่จะโทษจอห์นก็ไม่ได้ วิชุดามีบุญคุณต่อเขา ถ้าไม่ได้เธอช่วย ป่านนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนก่อปัญหาใหญ่ทิ้งไว้ให้เธอก่อนจากอีก มันเป็นปมคาใจ ที่ทำให้เขารู้สึกผิดมาจนถึงทุกวันนี้

     จอห์นไม่ยอมเชื่อเป็นอันขาด ว่าสาวน้อยแสนดีจิตใจงดงามคนนี้จะเป็นฆาตกรสองศพอย่างที่เป็นข่าว

   เมื่อจอห์นตรวจเช็คข้อมูลผลการสรุปคดีของตำรวจอย่างละเอียด สัญชาติญาณนักสืบของเขาก็บอกทันทีว่า มีอะไรหลายอย่างไม่ชอบมาพากล ซึ่งเขาจะต้องสืบมาให้ได้ เพื่อล้างมลทินให้ผู้มีพระคุณของเขา

     จอห์นรีบเคลีย์งานและตระเตรียมทุกอย่างจนพร้อมสรรพ แล้วหิ้วกระเป๋าไปขึ้นเครื่องที่สนามบินซานฟรานซิสโก

     จอห์นไม่กล้าบินไปลงที่ลาสเวกัสเพราะถูกมาเฟียเวกัสหมายหัวไว้ จึงไปลงที่แอล.เอ.แทน เขาเช่ารถจี๊บบุโรทั่งคันนี้ขับตะลุยมาตามไฮเวย์ ฝ่าทะเลทรายข้ามรัฐ กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ก็ล่อเอาหืดขึ้นคอทุลักทุเลพอประมาณ

          จอห์น มองทิวทัศน์นอกเมืองเวกัสอย่างเซ็งๆ สองฟากถนนมีแต่ทะเลทรายเวิ้งว้าง อาคารบ้านเรือนบางตาปลูกอยู่ห่างกันเป็นกิโล บนถนนที่เขายืนอยู่ไม่มีผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว นานๆจะมีรถผ่านมาซักคัน

         นักสืบหนุ่ม แหงนหน้าทำตาขวางมองดวงตะวันที่กำลังสาดแสงแรงกล้า แล้วถอดเสื้อนอกขว้างเข้าไปในรถอย่างขุ่นเคือง

    เขาเดินสบถพึมพำไปเปิดท้ายรถ ยกเครื่องมือกับยางอะไหล่ออกมา แล้วลงมือเปลี่ยนยางกลางแดดตามลำพัง

  กว่าจะเสร็จ จอห์นก็เหงื่อแตกโทรมกาย เขาแบกยางแตกกับแม่แรงไปเก็บ แล้วกลับมาหยิบน้ำดื่มในรถออกมาดื่มแก้กระหาย

       ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ดังแว่วมาแต่ไกล

          นักสืบหนุ่มจับทิศทางของเสียงพบว่า ดังมาจากปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งห่างออกไปราวสองร้อยเมตร และที่น่าตกใจ มีกลุ่มควันสีดำโพยพุ่งออกมาจากบริเวณนั้นด้วย

                 จอห์นประเมินว่าในปั๊มน้ำมันคงเกิดอัคคีภัย และเสียงที่กรีดร้องคือเสียงของผู้ประสบภัย เขาเคยเป็นตำรวจ เอฟ.บี.ไอ.มาก่อน วิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยังฝังลึกอยู่ในสายเลือด ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเล ที่จะยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือทุกคนที่ประสบความเดือดร้อน หรือตกอยู่ในอันตราย

      จอห์นโกยอ้าวตรงไปที่จุดเกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงเหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่เขาเห็นในปั๊มนรก ทำให้เขาตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะความสยดสยอง

     บนลานจอดในปั๊มน้ำมัน มีศพผู้ชายคนหนึ่งนอนหงิกงอไหม้เกรียมอยู่กลางกองเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วงควันโขมง กลิ่นเหม็นไหม้ฟุ้งตลบอบอวลไปหมด 

       ใกล้ๆกันคนร้ายใส่ชุดไอ้โม่งดำ กำลังเงื้อมีดพกจะทำร้ายผู้มีพระคุณที่ทำให้เขาต้องลำบากตรากตรำ ถ่อสังขารจากซานฟรานมาถึงนี่

           จอห์น ชักปืนพกออกมายิงมีดในมือไอ้ฆาตกรกระเด็นไป และเข้าไปชารต์เอาปืนจ่อหัวสยบคนร้าย  

         “ หยุดอย่าขยับ แกถูกจับแล้ว อย่าคิดต่อสู้หรือขัดขืน ม่ายงั้นฉันวิสามัญแกแน่ ” น้ำเสียงและท่าทีอดีตนายตำรวจเอ็ฟ.บี.ไอ.ยังเฉียบขาดดุดันน่าเกรงขาม 

             วิชุดายิ้มออกมาได้ นึกสมน้ำหน้าไอ้โม่งดำ      

       แตไอ้โม่งดำร้ายกาจกว่าที่คิด มันแสร้งทำเป็นยอม แล้วใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่ตาจอห์นอย่างจัง 

      จอห์นแสบตาจนลืมตาไม่ขึ้นกลายเป็นไอ้บอดไปในบัดดล เขาคำรามด้วยความแค้น กราดปืนในมือคลำหาเป้าหมายไปทั่ว ทั้งที่มองไม่เห็น

   “ ไอ้หมาลอบกัด มึงทำตากูบอด ฮึ่ม ไปมุดหัวอยู่ไหน แฮ่ มาให้กูยิงกบาลซะดีๆ วันนี้กูต้องฆ่ามึงให้ได้ ” จอห์น ตะโกนท้าทาย ถือปืนเดินพล่านสะเปะสะปะไปทั่ว ชนโน้นชนนี่ล้มคว่ำแตกหักเสียหายไปตลอดทาง

                   หูอันว่องไวของอดีตเอฟ.บี.ไอ.ได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคน เดินเข้ามาข้างหลังเขา 

                 จอห์นอมยิ้มมุมปาก หมุนตัวกลับไปยิงเปรี้ยง ทั้งที่มองไม่เห็นเป้าหมาย

     “ ปัง ! เฟี้ยววววว ” เสียงปืนดังไล่เลี่ยกับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ

     “ ว้ายยยยยยย นี่ฉันเอง อีตาบ้า จะฆ่ากันรึไง ? ” วิชุดา ด่าล้งเล้ง

     จอห์นหน้าถอดสี เมื่อรู้ว่าเกือบพลั้งมือทำร้ายผู้มีพระคุณ เขาพยายามลืมตามอง แต่ทำไม่ได้ 

     “ ผมขอโทษ ผมนึกว่าเป็นไอ้โม่ง คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย ? ” เขาแสดงความห่วงใย

     “ ไม่เป็นไรบ้าอะไรล่ะ ลูกปืนเฉียวหัวไปนิดเดียว ใจคอหายหมด ” วิชุดาใส่เป็นชุด

                       จอห์น ยิ้มแหยๆ แล้วปั้นหน้าดุดันตั้งท่าเตรียมพร้อม

     “ ถึงตาผมมองไม่เห็น แต่คุณไม่ต้องกลัว แค่บอกผมว่าไอ้โม่งอยู่ไหน ผมจะเป่ามันให้ดิ้น ผมจะปกป้องคุณเอง ” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น      

                         วีนัส อดหัวเราะไม่ได้

 “ ยังจะอวดดีอีก เก็บปืนซะทีฉันหวาดเสียว ไอ้โม่งมันหนีไปตั้งนานแล้ว ”

  ” อ้าว ! ” จอห์นหน้าตาเหรอหรา

   “ มันเห็นคุณมีปืน พอดับตะเกียงคุณได้ มันก็เผ่นแนบทันที ไหนมาดูซิ ตาคุณเป็นยังไงบ้าง ? ” วิชุดาเฉลย และเข้าไปถ่างตาที่ปิดสนิทน้ำตาไหลพรากของเขาดู

    “ อู๊ย เบาๆครับผมเจ็บ ” จอห์นสำออย ทำท่ายังกะถูกควักลูกกะตา

                    วิชุดาค้อนปะหลับปะเหลือก                       

   “ อย่ามาสำออย ตาคุณไม่ได้เป็นอะไรมาก ใช้น้ำสะอาดล้างออกหลายๆครั้งก็ดีขึ้น ไปจอห์น..หลังปั๊มมีห้องน้ำ ฉันจะประคองคุณไปเอง ” วิชุดาไม่อาจนิ่งดูดาย ถึงเขาจะเคยทำเธอแสบ แต่เขาก็เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้  

              จอห์นยิ้มแป้น ปล่อยให้สาวลูกครึ่งคนสวย ประคองเขาเข้าห้องน้ำแต่โดยดี 

         ระหว่างที่วิชุดาง่วนกับการปฐมพยาบาลดวงตาเขา จอห์น ก็ถือโอกาสอธิบายปรับความเข้าใจเรื่องเก่า กระทั่งวีนัสคลายความขุ่นเคือง ไม่รู้สึกค้างคาใจมองเขาในแง่ลบอีกต่อไป

        ทั้งสองต่างซักถามที่มาที่ไปของกันและกัน พอจอห์นบอกจุดประสงค์ในการมาของเขาครั้งนี้ ขวัญกำลังใจของวิชุดาก็ดีขึ้นทันที

        เมื่อสารเคมีในดวงตาถูกน้ำล้างออกไปหมดสิ้น จอห์นก็มองเห็นตามปกติ เขาชวนวิชุดาออกมาขึ้นรถ แล้วขับพาเธอหนีเตลิดเปิดเปิงไปจนพลบค่ำ  

   วิชุดามองถนนมืดดำที่ทอดยาวตัดผ่านทะเลทรายเวิ้งว้างเบื้องหน้า แล้วอดทอดอาลัยในชะตากรรมตนเองไม่ได้

 “ จอห์นนี่ ขับรถหนีแบบนี้ ฉันคิดว่าเราคงไปไม่รอดหรอก สู้คุณทิ้งฉันไว้แถวนี้ แล้วคุณรีบหนีไปให้ไกลๆดีกว่า อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองเลย ” เธอกล่าวจากใจที่ท้อแท้สิ้นหวัง

                    จอห์น ส่ายหน้ายืนกราน

   “ ถ้าคุณยังไม่ปลอดภัยและหลุดพ้นจากคดีความทั้งหมด ผมจะไม่ไปไหน คุณเคยช่วยชีวิตผม ขอให้ผมได้ตอบแทนคุณบ้าง ”                                  

                       วิชุดายิ้มเศร้าๆ

 “ จอห์นนี่..ฉันเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์นะ บอกฉันหน่อยได้มั้ย คุณมีแผนจะช่วยฉันยังไง ? ”

                     จอห์น ยึดอกกล่าวอย่างมั่นใจ  

       “ คุณไม่ต้องกังวล ผมมีแผนเตรียมไว้สำหรับคุณแล้ว ผมมีเพื่อนซี้อยู่แถวๆชายแดนแคลิฟอร์เนียใต้ ที่นั้นมีอุโมงค์ลับใต้ดินลอดพรมแดนไปเมืองแม็กซิกาลี่ฝั่งแม็กซิโก ผมจะไปส่งคุณที่นั่น ข้ามพรมแดนไปได้เมื่อไหร่ คนของผมจะคอยเทคแคร์คุณอย่างดี ”

                          วิชุดาทำตาโต

        “ แล้วคุณล่ะ จะไปไหน ทำไมไม่ไปด้วยกัน ? ”

        “ ผมจะกลับมาที่นี่ เพื่อหาทางสืบหาฆาตกรตัวจริงช่วยล้างมลทินให้คุณ เสร็จเรื่องเมื่อไหร่ ผมจะรีบไปรับคุณกลับมาทันที ” จอห์นชี้แจง และเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นอีก อยากไปถึงให้ได้ดังใจ

              วิชุดาซาบซึ้งกับความปรารถนาดีของเขาจนพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นลึกๆในใจ

              ตกดึกคืนนั้น..

     หลังจากเดินทางแบบไม่หยุดพักมาหลายชั่วโมง ทั้งสองรู้สึกอ่อนเพลียมาก จอห์นจึงเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าบ้านสองชั้นขนาดกลางหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลค่อนข้างลึกลับ ปราศจากบ้านเรือนใกล้เคียง

        เมื่อพบว่าประตูรั้วหน้าบ้านมีป้ายให้เช่าแขวนอยู่ จอห์นก็ยิ้มเริงร่า รีบขับรถอ้อมไปจอดด้านหลัง แล้วกระซิบกระซาบกับคนข้างๆ

     “ เราเข้าไปนอนพักเอาแรงที่นี่ซักคืนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางต่อแต่เช้ามืด ผมหมดแรงขับต่อไม่ไหวแล้ว ”

                    วิชุดาชะเง้อมองเข้าไปในบ้านที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน แล้วพยักหน้าเห็นด้วย

   “ ค่ะ วันนี้คุณขับรถตะลอนมาทั้งวัน คงจะอ่อนเพลียน่าดู ไปสิคะ แค่แอบเข้าไปอาศัยนอนซักตื่น คงไม่เป็นไรหรอก ”

               หนุ่มหล่อสาวสวยพยักหน้าชวนกันลงจากรถ ทั้งสองปีนข้ามรั้วเข้าไปหยุดยืนหน้าประตูบ้าน ซึ่งปิดล็อคกุญแจไว้

        ดูเหมือนจะเจออุปสรรค์ แต่จอห์นสามารถเปิดมันด้วยกุญแจผีอย่างง่ายดาย สร้างความประหลาดใจให้คนที่มาด้วยเหลือประมาณ

                          วิชุดาทำตาโต อุทานออกมา

   “ โอ้โฮจอห์นนี่ ฝีมือสะเดาะกุญแจของคุณขั้นเทพจริงๆ คุณเป็นนักสืบหรือนักย่องเบาคะ ฉันชักสงสัยแล้ว อิ อิ ”

                          จอห์นทำตาปะหลับปะเหลือก

  “ ผมสาบาญได้ว่าผมเป็นนักสืบไม่ใช่พวกไอ้ตีนแมว ผมเคยเป็นเจ้าหน้าที่เอฟ.บี.ไอ.มาก่อน อย่าว่าแต่กุญแจประตูแค่นี้เลย ต่อให้ตู้เซฟนิรภัยในธนาคาร ถ้าจำเป็นผมก็เปิดได้ ” เขาลอยหน้าชี้แจง แล้วหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่เขาหิ้วติดมือมาด้วยเข้าบ้านไป

               วิชุดาตามเขาเข้าไปแล้วล็อคประตูบ้านไว้อย่างเดิม ทั้งสองช่วยกันเดินสำรวจทั่วบ้าน จนแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ

           พวกเขาผลัดกันเข้าไปใช้ห้องน้ำ ปลดทุกข์หนักเบาและอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดสดชื่นกันทั่วหน้า 

           วิชุดาเลิกนุ่งผ้าห่มกระโจมอก เธอยึดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นจากกระเป๋าเสื้อผ้าจอห์นมาใส่แทน ถึงจะโป๊ท่อนล่างหน่อย แต่ก็คล่องตัวกว่าเดิมเยอะ

            ทั้งสองตัดสินใจที่จะนอนในห้องรับแขกชั้นล่างบนโซฟาคนละตัว เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆกัน เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที

     ในขณะที่วิชุดากับจอห์นกำลังจะเข้านอน พวกเขาก็ได้ยินเสียงรถยนต์คันหนึ่ง กำลังแล่นใกล้เข้ามาเป็นลำดับ

       ทั่วทั้งบริเวณไม่มีบ้านเรือนอื่นเลย ดังนั้นจุดหมายปลายทางของมันคือบ้านเช่าหลังนี้แน่นอน

        ทั้งคู่ลุกขึ้นไปแอบดูที่ช่องหน้าต่าง เห็นแสงไฟหน้ารถคันนึงส่องมาแต่ไกล อยู่ห่างออกไปไม่ถึงกิโล

              วิชุดามีท่าทีตื่นตระหนก ออกอาการลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด

     แต่มืออาชีพอย่างจอห์นเบล็นกลับรู้สึกเฉยๆ เขารีบเก็บซ่อนทำลายหลักฐานทุกอย่าง แล้วพาวิชุดาไปหลบในห้องเล็กๆติดกับห้องรับแขก

                 วิชุดารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดเมื่อมีหนุ่มซานฟรานคนนี้อยู่เคียงข้าง เธอกระซิบถามเขาเบาๆ

 “ ตำรวจ เหรอคะ? หรือเจ้าของบ้าน ? ”

 “ จะเป็นใครก็ตาม ยังไงก็ต้องระวังไว้ก่อน ป่านนี้รูปคุณออกทีวีทุกช่องกับหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับแล้ว ” จอห์นตอบเสียงกระซิบเช่นกัน

   “ ก็ใช่ แต่...” วิชุดามีท่าทีกระสับกระส่าย ขยับจะพูดต่อ

     จอห์นยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเอง ส่งสัญญาณให้เงียบอย่าส่งเสียง เพราะรถผู้มาเยือนยามวิกาล แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านแล้ว

       ท่ามกลางความเงียบสงัดของรัตติกาล ทั้งสองได้ยินเสียงดับเครื่องยนต์เสียงเปิดปิดประตูรถ เสียงเปิดประตูรั้ว และเสียงไขกุญแจประตูบ้าน ตามลำดับ

         พวกที่เข้ามาใหม่มีมากกว่าหนึ่ง พวกเขาเปิดไฟสว่างไสวไปทั้งบ้าน และเดินพล่านไปทั่ว 

    พอเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดหน้าประตูห้องที่ซ่อนอยู่ วิชุดาก็เขยิบเข้าไปเบียดจอห์นแล้วเผลอกอดเขาแน่น เมื่อลูกบิดประตูที่ล็อคไว้ถูกคนข้างนอกบิดเขย่าอย่างแรง

      จอห์น ชักปืนพกคู่ใจออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม ใจอันเด็ดเดี่ยวของเขาบอกกับตัวเองสั้นๆว่า..

              “ สู้ตาย !”

                             ******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น