Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 51 (2)

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 51 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2562 03:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 51 (2)
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 51

 

         Trrrr! Trrrrr!

 

         “ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ…”

 

         ติ๊ด!

 

         “รับสิ! รับสายผมสิ” เสียงพึมพำดังขึ้นอย่างร้อนใจ เป็นเวลาสักพักแล้วกับการติดต่อหาใครบางคนผ่านโทรศัพท์ในมือ

 

ผมไม่มีทางจำเบอร์มือถือผิดแน่ กับแค่ตัวเลขไม่กี่หลักผมไม่มีทางจำพลาดแน่นอน ในคืนงานเลี้ยงซือหลิววันนั้นเขาสัญญากับผมว่าจะหาทางมาช่วย และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะทำตามสัญญา เพราะผมเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วเหมือนกัน ถ้าช้ามากไปกว่านี้ผมต้องแย่แน่ๆ

 

“ไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ…”

 

ติ๊ด!

 

“ขอร้องล่ะแพท มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยผมได้จริงไหม” น้ำเสียงสั่นพร่าดังขึ้นขณะที่เอาแต่จดจ่อกับโทรศัพท์ในมือ เสียงน้ำจากฟักบัวดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายเป็นการช่วยเก็บเสียงอีกทางหนึ่ง ผมสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งอย่างสงบสติอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจกดโทรหาปลายสายอีกครั้ง

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

“คุณพระพายอาบเสร็จหรือยังครับ” เสียงเรียกของต้าหมิงที่ดังขึ้นทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่อยู่ไม่ไกลในทันที วงหน้าสวยซีดเผือดบ่งบอกความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในใจอย่างเห็นได้ชัด ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพยายามบังคับเสียงไม่สั่นจนมีพิรุธก่อนจะพูดตอบออกไป

 

“ใกล้เสร็จแล้วครับ”

 

“…” ไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมานอกจากความเงียบ ผมก้มลงมองโทรศัพท์ในมืออีกครั้งก่อนจะตัดสินใจกดวางสายแล้วพิมพ์ข้อความเพื่อใช้ในการติดต่อแทน อย่างน้อยถ้าแพทเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเขาจะได้รู้ว่าผมเคยติดต่อไป

 

ติ๊ด!

 

“คุณพระพาย” ต้าหมิงส่งเสียงเรียกผมอีกครั้ง ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก้มหน้ามองหน้าจอมือถือที่กดส่งข้อความสำเร็จก่อนจะจัดการลบหลักฐานที่มีทิ้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในข้อความนั้นผมพิมพ์บอกปลายทางเอาไว้แล้วว่าอย่าติดต่อกลับมา เพราะฉะนั้นตำรวจสากลอย่างแพทจะไม่มีทางทำอะไรให้ผมเสี่ยงต่ออันตรายแน่

 

 “ขอเวลาผมสักพักนะครับ” ผมพูดตอบออกไปก่อนจะหันมาปิดน้ำจากฟักบัวแล้วหยิบผ้าเช็คตัวมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าอีกครั้ง เพราะมีโซ่ที่ล็อกข้อเท้าเอาไว้ทำให้ผมไม่สามารถสวมเสื้อผ้าได้ อีกอย่างจีซัสก็ไม่คิดจะให้ผมใส่อยู่แล้ว ที่ทำได้ก็แค่คลุมผ้าปกปิดร่างกายตัวเองเท่านั้น

 

ผมรู้ดีว่าการแอบขโมยโทรศัพท์มาจากต้าหมิงค่อนข้างเสี่ยงมากทีเดียว อีกฝ่ายเป็นถึงลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าแก๊งมาเฟียเชียวนะ ถ้าเขารู้ว่าผมกำลังหาทางหนีมีเหรอที่คนเป็นลูกน้องจะไม่รายงานต่อคนเป็นเจ้านาย ยังไงผมก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้ว ทางเดียวพอหวังพึ่งได้ก็มีแค่ข้อความที่ส่งไปหาแพทริคเท่านั้น ทำได้แค่ภาวนาขอให้เขารีบมาช่วยพาผมออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ร่างกายผมจะทนรับบทลงโทษหลังจากนี้ไม่ไหว

 

แอ๊ด!

 

“ขอโทษที่ให้รอครับ” ผมพูดขึ้นเมื่อตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำแล้วก้าวขาออกมา ฝ่ามือเย็นเฉียบกระชับโทรศัพท์ที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเรียวก้มต่ำไม่เงยสบตาใครบางคนที่ยืนจ้องอยู่ตรงหน้า พยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด

 

“อยู่แบบนั้นจะป่วยได้นะครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเรียบนิ่ง ผมก้มมองโซ่ที่ข้อเท้าของตัวเองก่อนจะฝืนยิ้มออกมานิดๆ

 

“ผมมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอครับ” คำตอบที่เอ่ยออกไปทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ผมได้ยินเสียงถอนหายใจจากลูกน้องคนสนิทของหัวหน้าแก๊งซือหลิวนิดหน่อยก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยื่นเข้ามาตรงหน้าเรียกให้ผมจำต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างนึกสงสัย

 

“…”

 

“ผมจะพยุงคุณไปที่เตียง” คำพูดของต้าหมิงยังคงเรียบนิ่งเหมือนเคย แต่ในความรู้สึกของผมมันกลับฟังดูอบอุ่นจนรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงจากอีกฝ่าย

 

“ขอบคุณครับ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะยื่นมือให้อีกฝ่ายช่วยพยุงไปที่เตียงกลางห้อง ข้อเท้าบางเริ่มแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ผมไล่สายตามองด้วยความปวดใจนิดหน่อย ถ้าจีซัสเลือกที่จะฟังคำพูดของผมอีกครั้งมันคงจะดีกว่านี้

 

“คุณไม่ควรขัดขืนคุณจีซัสนะครับ”

 

“ครับ?” ผมเงยหน้าขึ้นตอบรับอีกฝ่ายอย่างนึกสงสัย หากแต่คนร่างสูงกลับทำเพียงจ้องมองกลับมาผ่านแววตาเรียบนิ่งเท่านั้น

 

“คุณน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่ายิ่งขัดขืนคุณจะยิ่งเจ็บตัว”

 

“…”

 

“ไม่เคยมีทาสคนไหนมีชีวิตรอดนานขนาดนี้ คุณเองก็ควรระวังตัว” ท่าทีเย็นชาที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้ผมชะงักนิ่งไปนิดหน่อย หากแต่ประโยคที่คนตรงหน้าพูดใส่ผมกลับสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่ถ่ายทอดออกมา คล้ายกับเตือนไม่ให้ผมทำอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิต

 

“หมายความว่ายังไงครับ” ผมเอ่ยถามขึ้นขณะที่พยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นจนผิดสังเกตมากไปกว่านี้ หากแต่ต้าหมิงไม่คิดจะตอบคำถามอะไรกลับมาตรงกันข้ามอีกฝ่ายทำเพียงแค่แบมือมาตรงหน้าผมราวกับรู้เรื่องอะไรบางอย่าง

 

“…”

 

“ต้าหมิง”

 

“…”

 

“หึ! ผมคิดผิดจริงๆที่เลือกขโมยของจากคุณ” รอยยิ้มฝืนเผยขึ้นผ่านใบหน้าซีดเผือด ฝ่ามือบางที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุมถูกอีกฝ่ายจับชูขึ้นพร้อมโทรศัพท์ในมือ ผมหุบยิ้มลงทันทีด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นสายตาตำหนิจากคนตรงหน้าที่ส่งมาให้

 

“ผมไม่มีทางเลือก ไม่มีแล้วจริงๆ” น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างหมดหนทาง ชีวิตผมต่อจากนี้คงไม่มีอิสระอีกต่อไปแล้ว ไม่แน่ว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูจีซัสเขาอาจจะตัดสินใจฆ่าผมเลยก็ได้

 

“คุณประมาทเกินไปครับ” ต้าหมิงพูดก่อนที่หยิบโทรศัพท์ในมือผมคืน เจ้าตัวกดไล่ดูประวัติการใช้งานในเครื่องนิดหน่อยก่อนจะปรายตากลับมามองที่ผมอีกครั้ง

 

“คุณเอามันไปทำอะไรบ้างครับ”

 

“…”

 

“เฮ้อ! คุณพระพายในฐานะที่ผมเป็นคนสอนคุณอย่าคิดว่าจะปิดบังผมได้เลยครับ คุณคิดผิดจริงๆที่เลือกทำแบบนี้กับคนที่ฝึกสอนให้คุณโดยเฉพาะ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับคนร่างสูงที่คุกเข่าลงเพื่อมองหน้าผมชัดๆ

 

“ผมยังไม่ได้ทำอะไร” ผมเลือกที่จะโกหก แม้จะโดนอีกฝ่ายส่งสายตากดดันมาให้ก็ตาม

 

“คุณกำลังโกหก”

 

“ผมไม่ได้โกหก” ยังคงยืนยันคำเดิม ผมจะให้พวกเขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าตัวเองแอบติดต่อใครบางคนเพื่อหนีออกไปจากที่นี่

 

“ถ้าคุณพูดความจริงผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปรายงานคุณจีซัส” คำพูดของต้าหมิงทำให้ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ลูกน้องที่จงรักภักดีต่อคนเป็นนายอย่างต้าหมิงน่ะเหรอจะเก็บเรื่องไว้เป็นความลับ ต่อให้เขาไม่ได้รับคำตอบจากผมอีกฝ่ายก็เอาเรื่องที่ผมแอบขโมยโทรศัพท์ไปรายงานอยู่ดี

 

“…”

 

“คุณพระพาย”

 

“ขอโทษนะต้าหมิง ผมขอโทษจริงๆ” ผมพูดตอบอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการตัดสินใจที่เลือกไว้ตั้งแต่ต้น ฝ่ามือบางทั้งสองข้างกำจิกที่หน้าขาของตัวเองอย่างกักเก็บอารมณ์ ไม่ว่าจะเลือกตอบแบบไหนผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม สุดท้ายคนที่โดนทรมานก็คือผมอยู่ดี ไม่ว่าจะอยู่หรือตายสำหรับผมก็ไม่ต่างกัน

 

ผมเตรียมใจไว้แล้ว

 

“…เข้าใจแล้วครับ”

 

“…”

 

“ในเมื่อคุณตัดสินใจจะทำแบบนี้ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้” ต้าหมิงพูดขึ้นผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่ง คนร่างสูงลุกขึ้นยืนเก็บโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อนจะเดินไปยืนนิ่งตรงหน้าประตูอีกครั้งราวกับไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น

 

“ต้าหมิง” ผมพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างนึกสงสัย ดวงตาคู่สวยเอาแต่ไล่มองท่าทางของอีกฝ่ายที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดจะทำอะไรต่อไปกันแน่

 

“ผมจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น อย่าพูดถึงมันอีกเลยครับ”

 

“…”

 

“พักผ่อนได้แล้วครับ” คำพูดเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆทำให้ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันนิดหน่อย ผมรู้ว่าต้าหมิงกำลังคิดอะไรแต่การที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมาแบบนั้นผมสามารถเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่าว่าเขากำลังช่วยผมอยู่เหมือนกัน แม้จะเป็นการคิดไปเองของผมก็ตาม

 

“ขอบคุณครับต้าหมิง ขอบคุณ” ผมพูดขึ้นเสียงแผ่วตั้งใจให้อีกฝ่ายได้ยินก่อนจะขยับตัวขึ้นมาบนเตียงแล้วยกเข่าทั้งสองข้างขึ้นกอดนิ่ง

 

หลังจากนี้ผมคงได้แต่รอเวลาเท่านั้น ถ่วงเวลาไว้ให้มากที่สุด รักษาชีวิตของตัวเองจนกว่าการช่วยเหลือจะมาถึง ผมรู้ว่าเป็นไปได้ยากที่บุกเข้าแก๊งมาเฟียเพื่อช่วยเหลือคนๆหนึ่ง ให้คิดยังไงก็มีแต่ความเสี่ยง พวกของแพทริคอาจจะต้องมาตายที่นี่เพื่อแลกกับชีวิตของผมซึ่งไม่คุ้มเลยสักนิด แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ก็เป็นการตัดสินใจของผม เป็นการเดิมพันว่าจะอยู่หรือตาย

 

ถ้าพวกเขาไม่มาผมก็แค่รอวันทดลองแล้วตายไปเหมือนทาสคนอื่นๆ แต่ถ้าเขามาแล้วผมรอด เด็กที่ถูกครอสจับขายทุกคนผมจะเป็นคนช่วยพวกเขาเอง จะหาทางช่วยแล้วพาหนีไปใช้ชีวิตในที่สงบๆสักที่ เหมือนที่ผมเคยวาดฝันเอาไว้

 

ฝันที่จะมีชีวิตอิสระ

 

..........................................................................................

เอามาอัพก่อนครึ่งหนึ่งจ้า ช่วงนี้ติดเรื่องย้ายหอนิดนึง ชีวิตดี้ก็จะวุ่นวายหน่อยๆค่ะ ขอผ่านมรสุมช่วงนี้ไปก่อนน๊าาา

ตอนนี้อย่าเพิ่งตัดสินต้าหมิงว่าดีไม่ดีเลยนะ เฮียแกไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก

แต่ก็ใช่ว่าเฮียแกจะไม่ช่วยน้องซะทีเดียว พูดมากเดี๋ยวจะกลายเป็นสปอยซะเปล่าๆ

เอาเป็นว่าต้าหมิงมีเหตุผลบางอย่างเหมือนกันถึงยอมช่วยพระพายง่ายๆแบบนี้ เดี๋ยวจะทำพาร์ทแยกให้น๊าา

ส่วนเรื่องที่ว่าน้องพายจะหนีรอดหรือเปล่า ถ้าใครอ่าน Love Mafia ก็น่าจะรู้แล้วนะคะ ไม่ได้สปอยอะไรเล้ยยย

แล้วมาเจอกันกับครึ่งหลังที่เหลือค่ะ ฉากต่อไปตาแก่จะโผล่มา อุ๊บ!!

ความคิดเห็น