ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 หน้าที่อันทรงเกียรติ​

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 หน้าที่อันทรงเกียรติ​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2563 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 หน้าที่อันทรงเกียรติ​
แบบอักษร

"ระวังค่ะน้อง!!..."

 

เสียงของพี่ๆที่ร่วมงานคอสเพล์แจกใบปลิวให้กับร้านดังขึ้นมาจากอีกทาง ผมเองก็กำลังวุ่นอยู่กับใบปลิวที่ทำตก พอลุกขึ้นหันไปมองพวกพี่ๆอีกทีเห็นว่ามีชายคนหนึ่งประชิดผมในระดับใกล้ของใกล้ที่สุด

 

ฉึก!.....

 

กัลปพฤกษ์​หรือที่ใครๆเรียกว่ากัลป์ใบหน้าเรียวสวยถูกจัดแต่งมาเป็นอย่างดีก้มหน้าลงไปมองช่วงท้องที่มีของมากระทบเข้าใส่อย่างจัง ใบหน้าของเขานั้นชาขึ้นมามือก็เริ่มเกร็ง เห็นว่าชายที่วิ่งเข้าใส่ถือมีดมาด้วย

 

"อึก......"

 

มือของเขากุมเข้าที่ท้อง มีดยังคงปักคาไว้อยู่อีกฝ่ายเห็นท่าไม่ดีเมื่อตำรวจตามมาในระยะใกล้แล้วเลยละมือแล้ววิ่งต่อ ชายคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใครเลยสักนิด มันเป็นอุบัติเหตุที่หนีตำรวจแล้วหันมาอีกทีเจอผู้โชคร้ายอยู่ตรงหน้า

 

"กัลป์!.... กัลป์... เป็นไงบ้าง! อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะกัลป์!!"

 

เสียงของพี่ๆดังมาเป็นระยะ พวกเขาวิ่งกรูกันเข้ามารับตัวก่อนที่ผมจะล้มลง ทั้งมือทั้งขาอ่อนแรงไปหมด แม้กระทั่งปากยังไม่มีแรงจะขยับ

 

"ขอผมดูหน่อยครับ ผมเป็นหมอ!" ไม่นานนักมีคุณหมอวิ่งเข้ามาทางนี้ พวกตำรวจก็วิ่งจับคนร้ายต่อไป ถือว่าเป็นความโชคร้ายของผมจริงๆ

 

"แย่...." คุณ​หมออุทานขึ้น

 

"อะไรหรอคะคุณ​หมอ กัลป์เป็นยังไงบ้าง... คุณ​หมอ" เสียงของพวกเธอสั่นๆหน้าซีดๆ

 

"คนเจ็บถูกแทงเข้าจุดตาย หากไม่รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนอาจจะไม่รอด..."

 

คุณหมอฉุกเฉินได้แต่มองคนไข้ในชุดเจ้าสาวอย่างสงสาร แม้กระทั่งมีดที่ปักไว้ก็ไม่สามารถเอาออกได้ ถ้าเอาออกจะเป็นการบั่นทอนชีวิตไปมากกว่านี้ เลือดที่ไหลนองมันค่อยๆซึมออกมาจากปากแผล

 

ผมเองเห็นพวกพี่ๆกระวนกระวายเป็นห่วงผมกันทุกคนแค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว น้ำตาใสๆมันไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีมือของผมก็ไปแตะอยู่ที่มือของพี่ที่พาผมเข้าทำงาน พี่คนนี้สนิทกับผมมากที่สุด

 

ดวงตาของผมมันเป็นแบบไหนผมไม่สามารถรู้ได้ แต่ที่รู้ๆคือมันคงจะเป็นดวงตาที่เศร้าที่สุดแน่ๆ อุตส่าห์เจอคนที่จริงใจแล้วแท้ๆ ไม่น่าอายุสั้นขนาดนี้

 

ผมส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่ต้องแล้ว ไม่ต้อง.... ไม่ต้องห่วงคนอย่างผมอีกแล้ว ร่างกายมันทนต่อไปไม่ไหวผมจึงต้องบอกลาทุกคนในที่นี้ รวมทั้งพี่ๆทุกคน

 

"ขะ...ขอบคุณครับ...."

 

ลมหายใจสุดท้ายได้ถูกพรากไปจากคำว่าขอบคุณ ตั้งแต่จำความได้เขาก็โดดเดี่ยวมาตลอด ผ่านความทุกข์และความเหงามาตลอดโดยตัวคนเดียว หวังว่าจะมีใครบ้างที่จะเห็นใจผมและยอมรับในตัวผม

 

ทุกคนในที่นั้นโศกเศร้าเสียใจกัน หลายวันที่ผ่านมาหลังจาก​กัลปพฤกษ์​ตายไม่มีใครยิ้มออกกันเลยสักคน คำว่าขอบคุณ​และสายตาที่โศกเศร้าเกินคนจะรับไหว มันยังคงตราตรึงในหัว....

 

.

.

.

.

 

ที่นี่ที่ไหน?....

 

ภาพรอบข้างของผมมันมืดไปหมด ไม่มีแสงสว่างเลยสักนิด ความทรงจำสุดท้ายที่เขาจำได้คือเลือด.... เลือดและมีด...

 

"ใช่.... ตอนนั้นเราถูกแทงนี่นา อา... นี่เราตายแล้วสินะ.."

 

ไม่รู้ว่าผมทำหน้ายังไง แต่มันคงต้องแย่ที่สุดแน่ๆ ความตายมันดำมืดขนาดนี้นี่เอง

 

 

'ช่างแปลกประหลาด วิญญาณตายโหงกลับมีดวงจิตที่บริสุทธิ์...'

 

 

อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงใครพูด ไม่รู้มาจากทางไหน..

 

 

"เอ่อ... นั่นใครน่ะครับ... "กัลป์ลองถามขึ้น

 

 

'ใช่ เจ้าดูสิ.... แม้กระทั่งความอาฆาตยังไม่มี'

 

 

"ช่วยแสดงตัวมาหน่อยได้ไหมครับ ผมกลัวนะถ้าคุณ​พูดกันอยู่แบบนี้" ยิ่งมืดๆอยู่ คนเราก็กลัวเป็นเหมือนกันนะ

 

ฟึบ!

 

"ขอโทษที พอดีข้ากำลังสับสนอยู่นิดหน่อย"

 

แสงสว่างจ้ามันทำให้ผมถึงกับต้องหลับตาลงก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกที ดวงตากลมโตกระพิบขึ้นลงเพื่อปรับระดับสายตา ก่อนจะเห็นว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่เลยสักนิด

 

เสียงของผู้ชายที่ผมได้ยินคือเสียงจากชายตรงหน้านั่นใช่หรือเปล่า พวกเขามีร่างกายสีแดงฉานกับอีกคนร่างกายสีทองอร่าม นั่งขนาบซ้ายขวาโดยเว้นตรงกลางเอาไว้

 

"นะ... นรก นี่มันนรก!" ผมอุทานเสียงดัง แต่น่าแปลกที่นี่มันมีทั้งไฟทั้งไอความร้อน แต่ผมกลับไม่ร้อนอะไรเลยสักนิด

 

"เจ้ามีนามว่าอะไรงั้นรึ" คนตัวสีแดงเอ่ยถามขึ้น

 

ถ้าให้เดาไม่ผิดทั้งสองจะต้องเป็นยมทูตแน่ๆ ก็ผมตายไปแล้วนี่นา.....

 

"ถูกต้อง ข้าคือสุวาล นายทะเบียนบัญชีบาป ผู้ดูแลบัญชี​หนังหมา" คนตัวแดงแนะนำตัว ต่อมาเป็นคนตัวสีทอง

 

"ส่วนข้าสุวรรณ​ นายทะเบียน​บุญ ผู้ดูแลบัญชี​ทองคำ"

 

" พวกเราสงสัยในดวงจิตของเจ้านัก แม้ตายโหงกลับมีดวงจิตที่บริสุทธิ์​ ข้าถามหน่อย... เจ้ามิโกรธแค้นคนเลวผู้นั้นเลยรึ"

 

ถามว่าโกรธไหม... ก็โกรธนะ แต่มันไม่มีค่าอะไรสำหรับผมเลยสักนิด

 

"โกรธแค้นไปชีวิตผมก็ไม่ได้กลับคืนมา ทั้งชีวิตนี้ผมไม่เคยอยู่สงบสุขมีเรื่องให้ทุกข์​ใจตลอด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็สู้ สู้จนนาทีสุดท้ายของชีวิตก่อนจะสิ้นลม"

 

ใช่.... ผมสู้ ผมสู้แล้ว... แต่มีดที่ปักอยู่ตรงท้องมันสร้างความเจ็บปวดจนไม่อาจสู้ไหวอีกต่อไป

 

มันคงแย่...

 

" หากเป็นเช่นนั้นข้าคงต้องให้ท่านยมราชตัดสินใจในดวงชะตาของเจ้า เพราะเจ้านั้นยังไม่ถือว่าหมดสิ้นอายุไข ท่านว่าเป็นเช่นไร... "ท่านสุวรรณ​พนมมือขึ้นไหว้ไปทางฝั่งซ้ายของเขา

 

"อืม.... เป็นดวงวิญญาณ​ที่มีจิตใจบริสุทธิ์​เสียจริง..." เสียงทุ้มที่มาพร้อมกับแสงสว่างบนฟ้าลายล้อมไปด้วยหมู่เมฆสีแดง ท่านผู้นั้นคงต้องเป็นท่านยมราช

 

" สุวาล เจ้าดูในบัญชี​หนังหมา​ของเจ้า ว่ามนุษย์​ผู้นี้มีบาปหรือไม่.."

 

"ขอรับ..."

 

บัญชีถูกเปิดออกพร้อมกับไอสีดำ ไอแห่งบาป ใจของผมลุ้นระทึกอย่างทีไม่เคยเป็น

 

" มนุษย์​ผู้นี้ไม่มีบาปติดตัวนอกจากความน้อยใจในชีวิตขอรับ" ท่านสุวาลว่า

 

"แล้วบุญ​ล่ะ สุวรรณ​เจ้าดูในบัญชีทองคำของเจ้าสิ"

 

" ขอรับ"ท่านสุวรรณ​รับขานแล้วค่อยๆใช้มือสีทองของตัวเองเปิดบัญชี​ทองคำ

 

วิ้ง!

 

ปรากฎว่าพอเปิดออกมาแสงสว่างสีทองประกายมันเจิดจ้ากลบความน่ากลัวของที่แห่งนี้ แสงสว่างจ้านี่มันไม่ได้ทำให้ผมแสบตาเลยสักนิด แต่มันรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก

 

แต่ผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงกรีดร้องดังแทรกเข้ามา...

 

"ไม่ต้องตกใจไปหรอก เสียงของพวกคนบาปที่ต้องการส่วนบุญ​น่ะ บุญ​ของเจ้าหนาแน่นและบริสุทธิ์​ยิ่งนัก"

 

สิ่งที่ท่านยมว่าทำให้ผมหันซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่มีใครสักคน....แต่ผมก็ดีใจที่คนอย่างผมก็มีบุญอยู่บ้าง

 

"เจ้าไม่ต้องไปสนใจหรอก บุญ​ของเจ้าทำให้เจ้าไม่ได้เห็นภาพที่น่ากลัวเช่นนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกับเจ้า เอาล่ะสุวรรณ​ไม่ต้องพูดก็พอจะรู้ว่ามนุษย์​ผู้​นี้มีความดีขนาดไหน"

 

"ขอรับ..... ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์​ ชอบช่วยเหลือ ไม่คดโกง ถึงจะไม่ได้รักษาศีล5แต่ก็มิได้ฝ่าฝืน"

 

"อืม... ถึงเจ้าจะยังไม่สิ้นอายุไขที่แท้จริง แต่ข้าจะให้เจ้าเลือก ระหว่างจะกลับไปเป็นวิญญาณ​รอวันสิ้นอายุไขที่แท้จริง หรือ.... จะช่วยงานข้า"

 

งาน?..

 

" งานอะไรหรอครับ... "ผมถามด้วยความสงสัย

 

" งานแห่งข้า เจ้าจะได้รับสิทธิ์​อำนาจจากข้า เจ้าจะมีอำนาจเหนือกว่าภูติผีปีศาจทุกตน รวมถึงเจ้าที่และยมทูตในที่แห่งนั้น เจ้าคือผู้ที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เจ้าจะรับหรือไม่​"แสงสว่างของท่านยมเปร่งประกายมากขึ้นกว่าเดิม

 

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ คนอย่างผมจะไปช่วยอะไรใครได้...

 

" เจ้าอย่าได้ดูถูกตัวเอง ทุกๆคนมีความดีในตัวหากเจ้าไตร่ตรองเจ้าจะรู้ในหน้าที่ของเจ้า"

 

สิ่งที่ท่านยมพูดก็ถูก ผมไม่เคยหาตัวตนของตัวเองเจอเลยสักนิด เป็นคนที่ไร้จุดมุ่งหมายสุดๆ

 

"งั้นผมขอเลือกที่จะช่วยท่านครับ..."

 

"งั้นก็ดี จงหาตัวตนที่เจ้าเป็น รักแท้จะรอเจ้าอยู่ที่นั่น จงฝ่าความยากลำบากไปให้ได้"

 

สิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยินคือก็ดีของท่านยม เพราะหลังจากนั้นโลกทั้งโลกก็ดับไปอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น