เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5/2 ต่อต่อตาฟันต่อฟัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 5/2 ต่อต่อตาฟันต่อฟัน

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 995

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2562 08:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5/2 ต่อต่อตาฟันต่อฟัน
แบบอักษร

บัวบงกชทานได้ไม่นานก็รวบช้อน รู้สึกทานไม่ลงขึ้นมาดื้อ ๆ และวางตัวไม่ถูกเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ 

“อิ่มแล้วหรอหนูบัว ทำไมทานนานน้อยจัง” 

“ค่ะ” เธอฝืนยิ้มให้ผู้สูงวัยเล็กน้อย 

ผู้เป็นพ่อนั้นรู้ดีว่าบุตรสาวรู้สึกเช่นไร จึงรีบแทรกขึ้น “ปกติลูกคนนี้จะทานน้อยแต่ไหนแต่ไร” 

“มิน่าละตัวถึงได้เล็กบาง แบบนี้จะมีแรงทำอะไรได้” ไม่วายที่ชยากรจะอดแขวะไม่ได้ 

เธอพยายามไม่สนใจคำพูดเขา และเอ่ยขึ้น “ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะคุณลุง บัวคงจะตื่นเต้นก็เลยทานได้นิดเดียว” 

‘เล่นละครเก่งเสียจริงแม่คุณ’ ชยากรพูดกับตัวเองในใจก่อนจะรวบช้อนเหมือนกันเมื่อรู้สึกอิ่มขึ้นมา นายชัยยาเห็นแบบนั้นจึงคิดแผนขึ้นมาได้ และยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างเป็นต่อ 

“อิ่มแล้วหรือตากร” ชัยยาปรายตามองบุตรชายเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มเยาะอยู่ในใจเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้  

“ครับ…” เขาตอบน้ำเสียงติดห้วน 

“ถ้างั้นก็ดีเลย พ่อกับคุณอามีเรื่องจะคุยกันพอดี แกพาน้องออกไปเดินเล่นหน่อยสิ”  

เขากำลังจะเอ่ยขึ้น แต่ผู้เป็นพ่อรู้ทันจึงรีบพูดดักคอทันที “เป็นเรื่องของผู้ใหญ่” 

ชยากรจำต้องลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนักก่อนจะเดินนำหญิงสาวออกไปข้างนอก เขาเกลียดน้ำหน้าผู้หญิงคนนี้ เธอช่างหน้าหนาเหลือเกิน ยังไงเสียเขาก็ต้องยอม ๆ บิดาไปก่อน แต่ไม่มีวันเสียละที่เขาจะยอมทุกอย่าง เมื่อถึงเวลานั้นเธอจะไม่มีวันมาชูคอที่บ้านของเขาได้อีก ตอนนี้ต้องตามใจท่านไปก่อนและเลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านหาให้ ไม่อย่างนั้นสมบัติทุกอย่างจะตกเป็นของเธอ ซึ่งเขาไม่มีวันยอม  

“คิดดีแล้วหรือที่จะแต่งงานกับผม” 

คำแรกที่เขาเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่ตอบอะไร พลันทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มคุกรุ่นขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถาม แต่ก็พยายามระงับให้มากที่สุด 

“ที่จริงหน้าตาคุณก็ไม่เลวนิ น่าจะหาผู้ชายมาแต่งงานด้วยไม่ยาก แต่ทำไมต้องเป็นผม” 

เธอสะอึกเล็กน้อย เมื่อตั้งสติได้จึงเอ่ยขึ้นบ้าง “ฉันจะถือว่าเป็นคำชมนะคะ ถ้าเลือกได้ฉันคงไม่เลือกคุณเช่นกัน” 

ชยากรนิ่งไป พอได้สิตจึงพูดขึ้น “วันก่อนผมเห็นคุณกับไอ้วิศรุตเดินเคียงคู่กัน คุณเป็นผู้หญิงของเขาสินะ” 

“ฉัน…” ยังไม่ทันจะพูดต่ออีกฝ่ายก็สวนขึ้น 

“มองแวบเดียวผมก็รู้แล้ว ไม่ต้องอธิบายให้มากความหรอก”   

เขาหัวเราะขึ้นอย่างเย้ยหยันและยังเอ่ยด้วยวาจาที่ไม่ไว้หน้าเธอสักนิด แม้ว่าอีกฝ่ายพยายามที่จะอธิบายแต่เขาไม่คิดจะรับฟัง หากเธอเป็นผู้หญิงที่ดีจริงคงไม่วิ่งโร่มาแต่งงานกับเขาเป็นแน่ เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องแคร์ 

“คุณวิศรุตกับฉัน…” 

เขารีบสวนขึ้นทันควัน “คุณจะเป็นอะไรกับนายนั่นผมไม่สนใจและมันไม่สำคัญกับผม แต่เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” เขาสบตาเธอเล็กน้อย “คุณก็รู้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร” ในเมื่อไม่มีทางเลือกเขาจำต้องทำตามคำสั่งบิดา 

“ในเมื่อฉันไม่มีทางเลือกอื่น ฉันยินดีทำตามข้อตกลงของคุณ” 

“ก็ดี” เขาร้องเสียงสูง “เข้าใจอะไรง่าย ๆ แบบนี้ผมชอบ จะได้ไม่ต้องพูดให้เมื่อยปาก” 

ปฏิกิริยาของหญิงสาวก็ไวพอ ๆ กับความคิดของเขา ในเมื่อเธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วก็ควรที่จะโต้แย้งบ้าง หากเขายังพูดจาถากถางไม่ให้เกียรติกัน อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่จะเจอแบบนี้ เธอควรที่จะพูดตรง ๆ ให้รู้ดำรู้แดงไปเลยดีกว่า 

“ฉันไม่ใช่เด็กอมมือพอที่จะไม่รู้ว่าแต่งงานเพราะอะไร” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความข่มขื่น “การแต่งงานมันเป็นเพียงธุรกิจ แต่คุณก็ควรที่จะให้เกียรติฉันด้วย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ” 

คราวนี้ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ทีเดียว ครั้งแรกที่เห็นหน้า ท่าทางเธอไม่มีพิษสงอะไร แต่ทว่าเขากลับประเมินเธอต่ำไป เมื่อได้พูดคุยแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด 

“เก็บไว้เตือนตัวเองเถอะ ยังไงเสียผมก็เป็นผู้ชายไม่เสียหายอะไร แต่คุณนี่สิมีแต่เสียกับเสีย” เขามองลึกลงไปในแววตาของเธอ และเอ่ยขึ้นปนขำ “จริงไหมครับ” 

หญิงสาวเบือนหน้าหนีด้วยความอาย ก่อนจะกัดริมฝีปากของตัวเองจนรู้สึกเจ็บ เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลยสักนิด เพียงเจอกันวันแรกเธอกับเขาก็ปะทะฝีปากกันเสียแล้ว ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะต้องเจออะไรอีกบ้าง 

ไม่มีวันที่เธอจะลดทอนคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลงไปกว่านี้! 

“ฉันรู้ฐานะของตัวเองและเจียมตัวเสมอ ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่นำความเสียหายมาสู่วงตระกูลของคุณแน่”  

เธอพูดออกมาอย่างทรนง และรู้ตัวว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบ 

“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน และก็รู้เอาไว้เสียด้วย” เขาชี้มาที่ตัวเอง “ผมมีผู้หญิงของผมอยู่แล้วไม่คิดจะแตะต้องคุณ…แค่นี้คุณน่าจะเข้าใจ” 

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น คุณสบายใจได้ และฉันจะรีบหาเงินมาคืนคุณทุกบาททุกสตางค์” 

ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เงินมากมายขนาดนั้นเธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้คืน ไม่มีจะกินและจะถูกฟ้องล้มละลายอยู่แล้วยังจะทะนงตัวอีก “ก็ไม่แน่ในเมื่อผู้ชายที่คุณคบหามีฐานะร่ำรวย เอาตัวเข้าแลก ไอ้วิศรุตอาจจะช่วยคุณปลดหนี้ก็ได้ ผมจะรอนะ…บัวบงกช” 

“คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ฉันพูดไปแล้วต้องทำให้ได้” 

เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน “มันคงไม่ยากหรอก ผู้หญิงอย่างคุณมีผู้ชายรวย ๆ ไว้เกาะตั้งเยอะโดยเฉพาะนายวิศรุต…ง่ายนิดเดียวหากคุณเอาตัวเข้าแลก” 

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าลงทุนแต่งงานกับเขาเพื่อล้างหนี้ให้ครอบครัวแน่ ๆ แค่นี้เขาก็ขยะแขยงแล้ว ไม่มีวันที่เขาจะแตะต้องให้เปื้อนมือเด็ดขาด 

“คุณชยากร!” 

บัวบงกชถึงกับหน้าชา ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดชุ่ย ๆ จากปากของเขา จึงได้แต่ข่มใจเอาไว้ให้อดทน เพราะตอนนี้สถานการณ์ของเธอเป็นรอง เขาอยากพูดอะไรก็ปล่อยให้เขาพูดไป และท่องเอาไว้ว่าทำเพื่อครอบครัว 

“ผมแค่แนะนำแนวทางให้ไม่ดีหรอกหรือ” เขาลอยหน้าลอยตาพูดอย่างท้าทาย 

“กรุณาให้เกียรติฉันด้วย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงง่าย ๆ ที่จะไปนอนกับผู้ชายคนไหนก็ได้ อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ดาราที่จะสร้างภาพให้มันดูดีเพียงเปลือกนอกเท่านั้น”   

เธอพูดออกไปตามที่คิดและไม่ได้ต้องการพาดพิงใคร แต่ทว่ามันกลับกระทบกับอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ พลันทำให้ชยากรพูดไม่ออกเลยทีเดียว ไม่คิดว่าคำพูดของบัวบงกชมันจะมีอิทธิพลจนทำหน้าเขาเข้มเป็นสีเลือดโดยไม่รู้ตัว 

เธอไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้พูดต่อ ในเมื่อเขาดูถูกเธอขนาดนี้เธอก็ควรจะพูดออกมาให้มันหมดจะได้ไม่ค้างคา 

“คุณอาจจะคิดว่าฉันง่ายที่กล้าแต่งงานกับคุณ” เธอมองเขาด้วยแววตาปนเศร้า “ใช่!” เธอกระแทกเสียง “ฉันยอมรับ ในเมื่อฉันไม่มีทางเลือก ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักหรอก” 

“คิดว่าผมอยากแต่งกับคุณมากงั้นสิ แค่นี้ก็ถือว่าผมลดตัวไปช่วยครอบครัวคุณมากแล้ว” เขาแค่นหัวเราะ “อ้อ..อย่าสำคัญตัวเองให้มาก ผู้หญิงอย่างคุณไม่ได้มีผลต่อชีวิตผม หลังแต่งงานก็ต่างคนต่างอยู่” 

“ก็ดีเหมือนกันเมื่อกันในเมื่อเราต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ฉันรับรองว่าจะหาเงินมาคืนให้คุณเร็วที่สุด” เธอย้ำ  

ทั้งสองประสานตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร การกระทบกระทั่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกเจอ และคงไม่ได้มีแค่วันนี้วันเดียว ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าการแต่งงานมันไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ 

“นานเท่าไหร่ล่ะ…บัวบงกช” 

“ฉันยังตอบคุณไม่ได้ในตอนนี้ แต่ฉันเป็นคนมีสัจจะ” 

ชยากรหัวเราะอย่างขบขัน เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ยังคิดไม่ออกว่าเธอจะหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน หากไม่ใช่วิศรุตซึ่งเขาก็ยังคิดเหมือนเดิม “สัจจะไม่มีในหมู่โจรหรอกคุณ” 

เธอนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ฉันมีเรื่องจะขอร้องคุณ” 

“พูดมาสิ ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง” เขาปรายตามองเธอเล็กน้อย 

“เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ฉันไม่อยากให้คุณพ่อคิดมาก ขอความร่วมมือช่วยเล่นละครตบต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วย เรื่องแค่นี้คงไม่หนักหนาสาหัสอะไร หวังว่าคุณคงทำได้จนกว่าฉันมีเงินมาคืนคุณ” 

พูดจบบัวบงกชก็หันตัวออกไปทันที และจังหวะนั้นชยากรก็เผลอคว้าไหล่ของเธออย่างลืมตัว ทำให้บัวบงกชพยายามสะบัดไหล่ของตัวเองให้หลุดพ้น แต่ก็ไม่เป็นผล 

“อย่ามาออกคำสั่งกับผม ในเมื่อคุณไม่ได้มีค่าพอที่ผมจะยอมทำตาม…บัวบงกช” 

ชายหนุ่มพูดรอดไรฟัน และสบตากับหญิงสาวอย่างไม่วางตา เธอกล้าดียังไงมาออกคำสั่ง แล้วทำไมเขาจะต้องทำตามด้วยล่ะ  

“ฉันคงไม่กล้าออกคำสั่งกับคุณหรอก เพียงแค่ขอร้องเท่านั้น ถ้ามันลำบากนักคุณไม่ต้องทำก็ได้” เธอปรายตามองมือของเขาที่จับไหล่ของเธอ ก่อนที่จะสะบัดออกอย่างรังเกียจและเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก 

ชยากรมองตามหลังที่เดินอย่างเร่งรีบด้วยความรู้สึกความหมั่นไส้  คนอย่างเขาไม่เคยก้มหัวให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วบัวบงกชเป็นใคร และกล้าดียังไงมาออกคำสั่งกับเขา ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ ในความอวดดีของเธอ 

“ขอร้องงั้นหรือ ไม่มีวันเสียล่ะ เราต้องได้เห็นดีกัน…บัวบงกช” เขาพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิดกระทั่งอีกฝ่ายกลับไปแล้ว เขาจึงยอมเดินเข้าไปในบ้าน 

“เรื่องจัดงานพ่อจะให้กรกฎช่วยอีกแรง ไม่ต้องห่วง” พอเห็นบุตรชายเดินเข้ามานายชัยยาจึงเอ่ยขึ้น 

“ตามสบายครับ คุณพ่อถนัดอยู่แล้ว” ชายหนุ่มย้อนอย่างไม่ใส่ใจ และยังทำท่าจะเดินออกไป 

“แกจะไปไหนตากร”  

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าผมจะไปไหนทำอะไร ยังไงผมก็จะแต่งงานตามที่คุณพ่อต้องการอยู่แล้ว” 

พูดจบเขาก็เดินออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจว่าบิดาจะพูดอะไรต่อ งานวิวาห์ที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยที่กรกฎจะช่วยเตรียมทุกอย่างให้ มันไม่ใช่เรื่องยากเมื่อบิดาสามารถเนรมิตทุกอย่างให้สวยงามและรวดเร็วโดยที่เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เมื่อท่านเป็นคนหน้าบางอยู่แล้ว คงไม่ยอมจัดงานเล็ก ๆ แน่นอน 

คงไม่ต่างอะไรกับวิวาห์เร่ขาย ที่ฝ่ายชายจ่ายเงินค่าสินสอดมหาศาล! 

++เพียงประจันหน้ากันคร้ังแรก สงครามน้ำลายก็เกิดขึ้นจนได้ งานนี้ตาต่อตาฟันต่อฟัน....ฝากติดตามด้วยนะคะ++  

ความคิดเห็น