Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER F O U R

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER F O U R
แบบอักษร

CHAPTER F O U R 

_______________________________________________ 

 

ร่างเล็กพลิกตัวไปมาอย่างยากลำบากบนเตียงหลังกว้างเมื่อรู้สึกเจ็บร้าวที่บั้นท้ายจนชาหนึบ ฮานะค่อยๆ ปรับสายตาให้เข้ากับแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องนอน ความเข้มของแสงและอุณหภูมิแสดงให้เห็นว่าเวลานี้สายมากแล้ว เจ้าตัวพยายามดันตัวขึ้นนั่งแต่ทว่าความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทำให้ต้องล้มตัวลงนอนอีกรอบ เขารู้สึกกระหายจนลำคอแห้งผาก ริมฝีปากที่เคยชุ่มชื้นแห้งแตกเล็กน้อยจากอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ 

เนื้อตัวเปลือยเปล่าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนานั้นปรากฏร่องรอยฟันที่ขบกัดตามผิวเนื้อ...รอยดูดดุนขึ้นเป็นจ้ำสีแดงโดยเฉพาะบริเวณแผ่นอก ปลายนิ้วยกขึ้นแตะปลอกคอที่สวมใส่ไว้อยู่ตลอดเพื่อความอุ่นใจ 

หลังจากวันที่อเล็กซ์เริ่มก้าวก่ายกันจนเกินขอบเขต เขาก็ได้ทำการป้องกันตัวเองด้วยระบบที่แน่นหนาขึ้น 

ปลอกคอที่ผลิตมาจากหนังคุณภาพดีมีระบบป้องกันความปลอดภัยโดยการตั้งรหัสปลดล็อกอย่างแน่นหนาทำให้รอดพ้นจากพวกอัลฟ่าที่ชอบฉวยโอกาสละเมิดข้อบังคับทางกฎหมายอย่างอเล็กซ์...ปลอกคอนี้คุณแกเรนเป็นคนซื้อให้ในวันเกิดเมื่อปีที่แล้วเพราะกลัวว่าจะถูกฝ่ายนั้นทำร้ายเข้าสักวัน เพราะที่ผ่านมาฮานะให้ความไว้วางใจกับอเล็กซ์มากเกินไปจึงทำให้เกือบจะสร้างตราบาปให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว 

แม้ว่าเขาจะมองเรื่องคู่แห่งโชคชะตาเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยตัวยอมให้ใครมาเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ...แม้แต่ตัวอเล็กซ์ที่เขาเคยรักมากกว่าใครก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ได้กระทำตามใจต้องการ... 

พันธนาการล่องหนที่เรียกว่าการผูกพันธะไร้ซึ่งความรักเข้ามาเกี่ยวนั้นมีแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...สู้อยู่กับอิสรภาพตามที่ใจต้องการเสียยังจะดีกว่า...ถึงแม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะโดดเดี่ยวแต่ก็ไม่ได้แย่นักหรอก... 

“ตื่นแล้วเหรอ” คนที่เดินเข้ามาในเขตห้องนอนยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลาย ฝ่ายนั้นสวมไว้เพียงกางเกงยีนสีซีดตัวเดียวเท่านั้น บนแผ่นอกเปลือยปรากฏรอยเล็บที่ลากยาวจนเลือดซิบ อเล็กซ์ดูอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อวาน 

“กี่โมงแล้ว” ฮานะถามพลางขดตัวเข้ากับผ้าห่มเมื่อฝ่ายนั้นเดินมานั่งบนปลายเตียง  

“จะเที่ยงแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มตอบก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยแก้มเนียนอย่างนึกเอ็นดู...ถึงแม้ว่าเขาจะอยากลงไปนอนกอดฮานะมากแค่ไหนแต่บ่ายนี้ต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายวันจึงต้องยับยั้งความต้องการเอาไว้...เมื่อคืนเลยถือโอกาสตักตวงอย่างบ้าคลั่งจนฮานะหมดสติไปทั้งที่ส่วนล่างยังคงเชื่อมต่อกันอยู่ 

“อะไรนะ” สีหน้าตื่นตะลึงฉายชัด ก่อนท่าทีลนลานจะปรากฏให้ได้เห็นจนเขาชักจะหงุดหงิดขึ้นมา 

“นายจะรีบไปไหน” อเล็กซ์ถามอย่างเกียจคร้านพลางเอื้อมมือไปหยิบมวนบุหรี่ที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาสูบเพื่อผ่อนคลาย แววตาเจ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้มกรุ้มกริ่มระหว่างที่จ้องมองไปยังผิวเนื้อขาวจัดของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่ม 

และแล้วตะกอนอารมณ์ที่คั่งค้างก็ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฮานะกำลังก้มลงหยิบเสื้อยืดที่ถูกโยนลงไปกองที่พื้นขึ้นมาสวมอย่างทุลักทุเล ชายหนุ่มลูบนิ้ววนรอบริมฝีปากอย่างใช้ความคิดบุหรี่ที่เหลืออยู่ครึ่งมวนถูกดับลง เขาลุกเดินเข้าไปแนบชิดกับร่างที่เล็กกว่าก่อนจะสวมกอดรอบเอวคอดอย่างเบามือ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้ากับลำคอขาวผ่องที่ส่งกลิ่นยั่วยวนก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาขบเม้มที่ลาดไหล่กลมมนอย่างนึกมันเขี้ยว 

เขาไม่ได้รักฮานะ..ไม่คิดจะรัก... 

แต่ความรู้สึกที่ต้องการแสดงความเป็นเจ้าของมันรุนแรงจนแทบทะลักออกมาจากอก ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายโดนจับแยกออกไปดูแลไอ้เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเขาก็ยิ่งหวงแหนจนแทบคลั่ง... สัญชาตญาณสั่งให้ต้องแสดงออกเพื่อย้ำเตือนให้คนที่เข้ามาเกาะแกะกับฮานะได้รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีเจ้าของแล้ว... 

และกับไอ้เด็กคนนั้นเขาไม่คิดว่ามันคือคู่แข่ง...เพราะมันไม่ได้มีค่ามากพอที่จะมาเทียบเสมอหรือแข่งขันกับเขาได้ 

..ก็แค่ไก่อ่อนที่ไม่มีพิษภัย... 

“อเล็กซ์...ปล่อย” ฮานะขืนตัวหนี  

“พักหลังมานี้ นายพูดคำนี้บ่อยเหลือเกินนะ” เขาแสยะยิ้มแต่ก็ยอมคลายอ้อนแขนออก  

“ฉันต้องไปทำงาน” ร่างเล็กสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมพร้อมกับจัดทรงผมให้เข้าที่ 

ฮานะรู้สึกร้อนรนจนสติแทบไม่อยู่กับตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองผิดสัญญากับใครอีกคน...ทั้งที่เป็นคนออกคำสั่งกับอีกฝ่ายแต่กลับผิดนัดเสียเอง 

“ไปด้วยกันสิ” อเล็กซ์เอ่ยปากชวน เขาเดินกลับไปนั่งบนเตียงด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน ยิ่งได้เห็นท่าทางร้อนรนของอีกฝ่ายก็ยิ่งได้ใจ “เมื่อวานนี้นายมากับฉัน จำได้หรือเปล่า” เขาย้ำเตือนความจำ 

“ฉันไปเองได้” ฮานะคว้ากระเป๋ามาสะพายเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประตูห้องออกกลับถูกดึงกระชากจนตัวลอย ช่วงเอวถูกอ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดเอาไว้จนไม่สามารถขับตัวหนีได้  

“อย่าดื้อหน่อยเลยน่า” ชายหนุ่มดันลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มเมื่อถูกนัยน์ตาสวยเฉี่ยวตวัดมองมาอย่างไม่พอใจ “ยังไงฉันก็ต้องเข้าบริษัทอยู่แล้ว”  

“อเล็กซ์...นายไม่ควรมายุ่งกับฉันอีก” ฮานะพูดเสียงเข้มด้วยสีหน้าจริงจัง...เหมือนลูกแมวพองขนขู่เวลารู้สึกกลัว 

ทำไมฉันจะยุ่งกับเมียตัวเองไม่ได้” อเล็กซ์ยิ้มเย้ยเมื่อเห็นแววตาตื่นตะลึงของอีกฝ่าย ฮานะตกใจอยู่เพียงครู่ก่อนจะแสดงความโกรธออกมาให้ได้เห็นผ่านทางสีหน้า “ทำไม? หรือนายติดใจดุ้นของไอ้เวรนั่นไปแล้ว...มันใหญ่ถึงใจใช่ไหมล่ะ เวลาที่ถูกมันเอาคงสำลักความสุขจนลืมฉัน” ถ้อยคำหยาบคายหยามเกียรติทำเอาหนังศีรษะชาวาบไร้ความรู้สึก ฮานะมือไม้สั่นเพราะไม่เคยได้รับการดูถูกเหยียดหยามเท่านี้มาก่อน  

การที่อเล็กซ์ดึงเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพียงเพราะต้องการเหยียดหยามและดูถูกกันมันทำให้เขานึกขยะแขยงจนแทบบ้า

“อย่าเอาพีทเข้ามาเกี่ยว...เขากับฉันไม่ได้มีอะไรเกินเลยเหมือนที่ความคิดสกปรกๆ ของนายพยายามยัดเยียดมาให้” ฮานะรวบรวมแรงผลักอีกฝ่ายจนตัวเซก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด “จำเอาไว้อเล็กซ์...การที่นายเห็นฉันง่าย นั่นเพราะฉันเคยโง่หลงรักคนอย่างนาย...แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไปนอนอ้าขาให้ใครก็ได้”

“...” ชายหนุ่มยืนมองคนที่เป็นลูกไล่เขามานานราวกับคนที่ไม่เคยรู้จัก...ในสายตาของฮานะเจ็บปวดและแตกสลายจนกลายเป็นความว่างเปล่า...และทั้งหมดนั่นก็ทำให้ภายในอกเขาวูบโหวงเป็นหลุมกว้าง 

“หลังจากนี้เราไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว ฉันส่งนายถึงฝั่งจนโด่งดังมีชื่อเสียงสมใจแล้ว เพราะฉะนั้นการที่ฉันจะขอวางมือจากนายก็ถือว่าเป็นความต้องการของฉันเอง” ฮานะหายใจเข้าเชื่องช้าเพื่อระงับความโกรธ “อเล็กซ์...นายรู้ดีว่านายไม่จำเป็นต้องมีฉัน…นี่ไงอิสระที่นายต้องการมาตลอด”  

“...”  

“...และหลังจากนี้ถ้านายยังดื้อด้านเข้ามาวุ่นวายเกินขอบเขตอีก...คราวนี้ฉันคงไม่สามารถห้ามคุณแกเรนได้” แม้จะไม่รู้ว่าทั้งสองตกลงอะไรกันเอาไว้ แต่เขาก็มั่นใจได้ว่าคำขู่ของคุณแกเรนทำให้อเล็กซ์ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอน 

“หึ...นายกล้าขู่ฉันเหรอ” เขาแค่นหัวเราะให้กับอดีตสุนัขรับใช้ที่ปีกกล้าขาแข็งเพราะมีคนคอยหนุนหลัง 

“ฉันเปล่า...แค่คิดว่านายจะฉลาดมากพอที่จะไม่ทำอะไรจนขาดสติ” อเล็กซ์มองเข้าไปในแววตาที่เคยสยบลงให้เขามาตลอด ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าคราวนี้ฮานะพูดจริงไม่ได้ขู่เพียงแค่เอาตัวรอดเท่านั้น 

ชายหนุ่มสบถหัวเราะในลำคอพร้อมกับยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนจะยอมล่าถอยอย่างไหวตัวทัน...หากเขายังตามติดฮานะอยู่แบบนี้มีหวังคงถูกแกเรนเล่นงานอย่างแน่นอน...  

“ก็ได้...ฉันจะไม่ยุ่งกับนาย” อเล็กซ์รับปากแบบขอไปทีทั้งที่ในใจนั้นไม่ได้คล้อยตามเลยสักนิด 

เพราะโดยลึกๆ แล้ว สายเลือดอัลฟ่าบริสุทธิ์อย่างเขามีความทะนงตัวสูงส่ง ทั้งยังหยิ่งผยองในศักดิ์ศรี...กับแค่โอเมก้าไร้ประโยชน์คนหนึ่งที่มีดีแค่ลีลาเซ็กส์จัดจ้านถูกใจ เขามองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องลงทุนลงแรงเอาตัวเข้าแลกเพื่อรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างกาย “แต่จำไว้...ว่าไม่มีใครอยากกินของเหลือเดนจากคนอื่นหรอกนะที่รัก” อเล็กซ์ก้มลงกระซิบข้างใบหูขาวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “...แม้แต่ไอ้เด็กใหม่นั่นก็ด้วย...ถึงเวลานั้นอย่าคลานกลับมาอ้อนวอนฉันก็แล้วกัน”  

ร่างสูงใหญ่ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทิ้งให้ใครอีกคนยืนนิ่งอยู่กับความรู้สึกอันหนักอึ้งฮานะข่มความวูบโหวงที่กำลังปะทุขึ้นมาเอาไว้อย่างสุดความสามารถก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องของอีกฝ่าย 

ลับหลังเสียงปิดประตูห้องนอนใบหน้าหล่อเหลาตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษก็เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วยประกายตาวาบไหวฉายแววลุ่มลึกยากที่จะคาดเดาความรู้สึกตอนที่มองลงไปยังบริเวณฟุตบาทหน้าคอนโดที่ใครบางคนกำลังยืนรอรถโดยสารอยู่ 

...เขาจะเฝ้ารอวันนั้น...วันที่สุนัขรับใช้ซบเซากลับมาหาอย่างหมดสิ้นท่าทางหยิ่งผยอง... 

“คุณฮานะ” เบต้าหนุ่มจอมเจ้าชู้เดินมารับคนสวยที่ประตูทางเข้ายิมหลังจากที่สั่งให้พีทเวทเทรนนิ่งช่วงแขนโดยมีเทรนเนอร์อีกคนคอยควบคุมอยู่  

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเด็กหนุ่มมาถึงก่อนเวลานัดหมายราวชั่วโมงเห็นจะได้ พอมาถึงก็ไม่พูดไม่จาสั่งให้ทำอะไรก็ทำโดนแกล้งรับน้องไปจนเหงื่อท่วมตัวก็ไม่แสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนออกมาให้ได้เห็นสักแอะ...นับว่าเป็นคนที่มีความอดทนมากพอสมควร...แต่สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดต่างจากเมื่อวานทำให้เขาไม่ได้ถามอะไรให้มากความ 

“สวัสดีครับ” ฮานะยิ้มทัก 

“ผมนึกว่าคุณจะเข้ามาพร้อมพีทเสียอีก” เคย์เปิดทางให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านใน “ไม่สบายเหรอครับ” วันนี้คุณฮานะดูอาการไม่ค่อยจะดี ใบหน้าสวยฉายแววอิดโรยอยู่ไม่น้อย...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมากล้นไปด้วยเสน่ห์เหมือนอย่างเคย 

“นิดหน่อยครับ...พอดีเมื่อวานตากฝนน่ะ” รอยยิ้มสดใสปรากฏแทนที่ความเศร้าโศก ฮานะเหลือบมองไปยังคนที่ยกบาร์เบลอยู่หน้าบานกระจกก่อนจะยกมือขึ้นทักทายเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นมองมาทางเขา “พีทเป็นยังไงบ้างครับ”  

“ดีครับ...อดทนดีมาก ตั้งแต่เช้ามาไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยเลย เดี๋ยวให้เขาคาร์ดิโอต่อสักสามสิบนาทีแล้วทำการคูลดาวน์ก็หมดโปรแกรมวันนี้แล้วละครับ” ฮานะพยักหน้ารับก่อนจะถูกเชิญไปนั่งที่ชุดโซฟาขนาดเล็กบริเวณมุมห้องโดยมีเคย์บริการหาน้ำหาท่ามาให้ระหว่างที่นั่งรอ 

นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเหนื่อยล้าออกมาเมื่อถูกไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป่ารดตัว เชิ้ตขาวโอเวอร์ไซส์ที่สวมใส่มาตั้งแต่เมื่อวานถูกกระชับเข้าหากัน ฮานะนั่งมองคนที่อยู่บนลู่วิ่งสลับกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันถูกกดเข้าออกเรื่อยเปื่อยก่อนหน้าบันทึกการโทรครั้งล่าสุดจะถูกเปิดขึ้นมาเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง 

เมื่อคืนนี้หลังจากที่ถูกอเล็กซ์ปล่อยให้นอนพักเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่หัวเตียงก็ร้องเตือน พอหยิบมาดูก็พบว่าเป็นมิสคอลจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ฮานะกดโทรกลับในเวลาเดียวกันกับที่อเล็กซ์สอดแทรกกายเข้ามาจึงต้องกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้ปลายสายได้ยิน 

‘ฮานะ’  

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังเลือนรางเข้ามาในโสตประสาท เมลล์ฉบับหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามาเมื่อสองวันก่อนยังคงขึ้นเครื่องหมายเตือนว่าเขาคงลืมที่จะเปิดอ่านมัน  

‘พีรัท โชติเมธี’  

ข้อมูลส่วนตัวของพีทที่คุณแกเรนส่งมาให้และย้ำให้อ่านแต่เขากลับลืมไปเสียสนิท ปลายนิ้วไล่เลื่อนดูไปทีละหัวข้อพร้อมเก็บรายละเอียดในส่วนที่สำคัญเอาไว้ 

อายุ 22 ปี 

ส่วนสูง 195 เซนติเมตร 

น้ำหนัก 85 กิโลกรัม 

**อัลฟ่าเลือดผสมสองเชื้อชาติ 

มารดา โอเมก้า สัญชาติ ไทย อาชีพ:แม่ค้า 

บิดา อัลฟ่า สัญชาติ บราซิล อาชีพ:ไม่ระบุ 

และข้อมูลด้านอื่นๆ อย่างเช่น เจ้าตัวเกิดและโตที่จังหวัดลำปาง อาศัยอยู่กับแม่และยายเพียงแค่สามคนส่วนข้อมูลด้านอื่นเกี่ยวกับผู้เป็นพ่อไม่มีเพิ่มเติม เรื่องการศึกษาพีทเรียนจบโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนมหาลัยสอบชิงทุนเข้าเรียนในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นทุนอิสระที่มีความยืดหยุ่นในการผ่อนปรนการชดใช้ทุน

แต่แล้วเบอร์โทรที่อยู่ในช่องข้อมูลการติดต่อก็ทำให้ฮานะต้องกลั้นหายใจอยู่ครู่หนึ่ง

...เพราะมันเป็นเบอร์เดียวกันกับที่โทรหาเขาเมื่อคืนนี้..

ความกังวลเข้ามาเกาะกุมจิตใจเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้เข้า...

พีทเดินเข้ามาหาด้วยตัวที่เปียกชุ่ม เด็กหนุ่มยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาข้างขมับ ก่อนจะต้องชะงักเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่บนโซฟายื่นผ้าขนหนูผืนเล็กมาให้ “คุณเคย์บอกว่าคุณไม่สบายเหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มถามอย่างเป็นห่วงโดยไม่ได้นึกสนใจเรื่องราวที่ผ่านมา

“ก็...นิดหน่อยน่ะ คงเป็นแค่หวัดธรรมดา” ฮานะพยักหน้า รู้สึกตัวรุมๆ มาตั้งแต่อยู่บนแท็กซี่แล้ว “มานั่งสิ” เบาะโซฟาข้างตัวถูกตบเบาๆ เป็นเชิงชักชวน

ตอนที่อีกฝ่ายทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาทำให้จังหวะชีพจรเต้นผิดปกติอีกครั้ง...ฮานะรู้สึกมึนหัวจนสายตาพร่าเบลอเจ้าตัวจึงคิดว่าคงเป็นเพราะผลข้างเคียงของยาระงับฮีทและยาคุมที่เพิ่งกินไปเมื่อช่วงสาย

...ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นเลยเสียด้วยซ้ำ..  

“ฮานะ?”  

พีทมองมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้าและหอบหายใจแรง เขาถือวิสาสะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากชื้นเหงื่อก่อนจะพบว่าฮานะตัวร้อนจัด “คุณต้องไปหาหมอ” เด็กหนุ่มว่าเสียงเครียดพลางนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่เจอกัน...ฮานะดูอาการย่ำแย่มาตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว 

“ไม่...ไม่เป็นไร” เสียงแหบพร่าอ่อนแรงบอกปฏิเสธพร้อมกับฝืนยิ้มผ่านหน้ากากอนามัยที่สวมใส่ “เธอหิวหรือยัง ...ไปหาอะไรทานกันไหม” เขาออกปากชวนเพราะวันนี้ตารางของพีทมีแค่เวทเทรนนิ่งในช่วงเช้าเท่านั้น  

“เรื่องนั้น ช่างมันก่อนเถอะครับ” พีทย้ำเสียงเข้ม เรื่องนั้นถูกปัดทิ้งไปอย่างไม่ไยดี 

“พีท! เธอจะทำอะไร!” จู่ๆ ฝ่ายนั้นก็รวบตัวเขาขึ้นอุ้มแนบอก ฮานะจึงรีบจับเสื้อยืดชื้นเหงื่อเอาไว้เพราะกลัวว่าจะตก แต่พีทกลับอุ้มเขาได้สบายๆ โดยไม่ต้องออกแรงเลยสักนิดทั้งที่เพิ่งผ่านการออกกำลังกายมา “ปล่อยฉันลงนะ” ฮานะว่าเสียงเข้มพร้อมขมวดคิ้วแน่นเมื่อพวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นที่อยู่ในยิม...โดยเฉพาะคุณเคย์ที่ดูตื่นตะลึงกว่าใคร 

ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นไม่แสดงอาการอะไรออกมาถึงแม้จะถูกสายตานับสิบคู่จ้องมองก็ตามที เด็กหนุ่มก้าวเดินด้วยความมั่นคง เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเมื่อคนในอ้อมกอดเริ่มดิ้นจนหวิดจะตกลงพื้นอยู่หลายหน  

“ฉันเดินเองได้” ฮานะเค้นเสียงลอดไรฟันเมื่อใกล้ถึงโถงลิฟต์ ดีหน่อยที่ระหว่างทางเดินนั้นไม่มีใครอยู่...ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงอื้อฉาวไปทั้งบริษัท “โอเคๆ เข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้เธอต้องปล่อยฉันลงก่อน ใครมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดี”  

“...ผมเป็นห่วงคุณ” แววตาที่แฝงไปด้วยประกายคุโชนก้มลงมามองจนคนที่อายุมากกว่าได้แต่ปิดปากเงียบ 

“พีท...อย่าดื้อนะ ปล่อย” ฮานะเร่งเร้าเมื่อเห็นว่ามีพนักงานคนอื่นกำลังเดินตรงมาทางนี้  

ในที่สุดเจ้าเด็กตัวโตก็ยอมปล่อยให้เขาลงไปยืนที่พื้นแต่เจ้าตัวก็ยังคงยืนประชิดจนรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกอุ่น ฮานะพยายามที่จะไม่หันไปมอง ตอนที่อยู่ในห้องโดยสารลิฟต์ด้วยกันเพียงแค่สองคน ก่อนเขาจะได้โอกาสเปิดบทสนทนาขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด 

วันนี้พีทดูแปลกไปเล็กน้อย แววตาที่คล้ายกับว่ามีอะไรบางอย่างหลบซ่อนอยู่ทำให้เขาอยู่ไม่สุข 

“ขอโทษนะที่เมื่อเช้าไม่ได้ไปรับ” ฮานะมองภาพสะท้อนคนด้านหลังจากบานประตูลิฟต์ “แล้วก็...เมื่อคืนที่เธอโทรมา ฉันติดธุระนิดหน่อย ก็เลย...”  

“ครับ...ผมเข้าใจ” เด็กหนุ่มหันมาสบตากันผ่านภาพสะท้อนและมองอยู่อย่างนั้นจนเขาต้องเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบ “ผมต่างหากที่โทรไปรบกวนคุณในเวลาส่วนตัว” ความหมายบางอย่างที่แฝงเร้นทำให้ต้องเม้มริมฝีปากด้วยความประหม่า  

“...ไม่รบกวนหรอก” ฮานะเงยหน้าขึ้นมองเลขบอกระดับชั้นด้วยจังหวะชีพจรที่ถี่กระชั้นขึ้น...บรรยากาศแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวทำให้เขาควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ ฝ่ามือกำแน่นจนขึ้นสีซีดชื้นเหงื่อ  

เสียงสัญญาณดังขึ้นบ่งบอกว่าลิฟต์ได้จอดบริเวณชั้นโรงจอดรถเป็นที่เรียบร้อย ฮานะก้าวออกมาจากห้องโดยสารด้วยท่าทีเร่งรีบโดยมีใครอีกคนเดินตามมาไม่ห่าง 

“ผมขับเอง” พีทเสนอ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าไม่ค่อยดี 

“เธอมีใบขับขี่หรือยัง” แทนคำตอบ เด็กหนุ่มก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากเป้ก่อนจะหยิบสิ่งที่เขาถามหาขึ้นมาโชว์ “โอเค” ฮานะส่งกุญแจรถไปให้  

ให้พีทเป็นคนขับก็ดีเหมือนกันเพราะตอนนี้เขาเองก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมาไม่น้อย  

“พักผ่อนน้อยอีกตามเคย” เสียงดุที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับการเขียนใบสั่งยา “’ งานหนักมากเลยเหรอ” คุณหมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนไข้ประจำที่ค่อนข้างสนิทสนมกันเพราะอีกฝ่ายมาขอคำปรึกษาเรื่องยาคุมและยาระงับฮอร์โมนอยู่บ่อยครั้ง เขาลอบสังเกตอาการของคนตรงหน้าไปเงียบๆ แต่สายตากลับเห็นรอยช้ำที่บริเวณไหปลาร้าตอนที่คอเสื้อมันร่นลงมา ทางนั้นจึงรีบกระชับมันเข้าหากันและทำทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ครับ”  

“มันไม่ใช่ข้ออ้างที่คุณจะละเลยและไม่ดูแลตัวเอง...รู้ใช่หรือเปล่า” เขาถือโอกาสติเตียน 

“ผมทราบครับ” ฝ่ายนั้นพยักหน้ารับ  

“หลังจากที่ยาชุดนั้นหมด...ผมคงต้องให้คุณงดเอาไว้ก่อน” นายแพทย์หนุ่มว่าเสียงเรียบพร้อมเพิ่มรายชื่อวิตามินบำรุงร่างกายลงไปในใบสั่ง “รอจนกว่าร่างกายของคุณฟื้นตัวก่อนจะดีกว่าเพราะผลข้างเคียงมันค่อนข้างอันตรายถ้าสุขภาพคุณยังเป็นแบบนี้...แต่ถ้าจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็เน้นกำชับให้คู่นอนของคุณป้องกันด้วย”  

เพราะยาคุมสำหรับการตั้งครรภ์และยาระงับฮีทสำหรับโอเมก้านั้นมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงถ้าหากว่าได้รับเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่มากจนเกินไป นอกจากจะทำให้ระบบของส่วนต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติแล้วยังส่งผลถึงโอกาสเสี่ยงที่จะแท้งในอนาคตรวมไปถึงเปอร์เซ็นต์การตั้งครรภ์ที่จะลดน้อยลงด้วย  

“ครับ ผมจะระวัง” ฮานะเม้มปากด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ก่อนสิ่งที่ขบคิดมาตลอดหลายวันที่ผ่านมาจะถูกถามออกไป “คือผม...มีเรื่องอยากจะปรึกษาอีกเรื่อง”  

“ครับ...ว่ามาได้เลย”  

“ผมแค่อยากรู้ว่าผลข้างเคียงของยา...มันทำให้ใจสั่นไหมครับ”  

“ใจสั่นแบบไหน” ฝ่ายนั้นประสานมือเข้าหากันก่อนจะถามข้อมูลเพิ่มเติม 

“…ก็...เท่าที่ผมรู้สึก มันคล้ายกับอาการฮีท..แต่...แค่ไม่ได้มีความต้องการในเรื่องแบบนั้น” ใบหน้าสวยร้อนวูบ ฮานะเม้มปากเป็นเส้นตรงเพื่อระงับอาการตึงเครียด “…มันแปลก”  

นายแพทย์หนุ่มลอบมองคนไข้ในความดูแลอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะนำเอาเหตุผลและอาการของอีกฝ่ายมาคิดทบทวนซ้ำไปมา เพราะเท่าที่เคยสอบถามฝ่ายนั้นเข้าช่วงฮีทครั้งล่าสุดเมื่อสองปีที่แล้วและตัวยาที่เขาให้ไปก็ค่อนข้างแรงพอสมควร อาจเป็นไปได้ว่าอาการข้างต้นนั้นคงเกิดจากผลข้างเคียงของตัวยา 

...แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้น...แทบไม่มีคนไข้คนไหนเลยที่จะมีอาการในลักษณะแบบนี้ 

“ผมคงด่วนสรุปตอนนี้ไม่ได้” นายแพทย์หนุ่มกล่าว “เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมาร่างกายคุณรับยาเข้าไปในปริมาณที่มาก มันจึงทำต่อมสร้างฟีโรโมนนั้นทำงานผิดปกติจนไม่เกิดอาการฮีทและเป็นไปได้ว่าอาจจะมีผลไปถึงการรับรู้กลิ่นของคู่นอนด้วย...คุณเข้าใจใช่ไหม”  

.เมื่อได้รับยาในปริมาณที่มากเกินที่ร่างกายจะรับไหวอาจจะส่งผลไปถึงการรับรู้กลิ่นของคู่แห่งโชคชะตา ซึ่งบางรายอาจต้องรอให้ร่างกายนั้นปรับสภาพเพียงไม่กี่เดือน แต่บางรายก็ต้องรอนานไปหลายปี 

...หรือมันอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็เป็นได้ 

และนั่นก็หมายความว่าแม้คู่ของตนจะอยู่ใกล้หรือมีสัมพันธ์ทางกายกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...ก็ไม่อาจผูกพันธะได้... 

...ตลอดชีวิต.. 

ฮานะขอตัวกลับหลังจากที่ได้ใช้เวลาปรึกษากับแพทย์ประจำตัวเป็นเวลานานพอสมควร หลังจากที่ออกมาจากห้องตรวจก็พบว่าพีทนั่งรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน และเมื่อฝ่ายนั้นเห็นเขาเดินออกมาก็รีบลุกเดินมาหาด้วยสีหน้าที่เจือไปด้วยความรู้สึกห่วงใย 

“เป็นยังไงบ้างครับ” เด็กหนุ่มถาม 

“ก็มีไข้นิดหน่อย...แล้วก็พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายมันเลยประท้วงน่ะ” ฮานะพูดติดตลกเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลง แต่เจ้าเด็กตัวโตกลับขมวดคิ้วมุ่น 

“คุณต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้” พีทว่าเสียงเครียดจนคนอายุมากกว่าต้องหยุดฟัง “ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา มันจะแย่เอานะครับ” ในตอนนี้อีกฝ่ายกลับดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขาเสียอีก 

ฮานะเม้มปากแน่นเพราะไม่ชินกับการถูกเอาใจใส่แบบนี้มาก่อน “รู้แล้วน่า...ขอบใจที่เป็นห่วง” ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “หิวชะมัดเลย”  

“อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” เห็นดังนั้นเด็กหนุ่มจึงลองหยั่งเชิงโดยการยื่นข้อเสนอแสนเรียบง่าย 

เพราะตอนที่ยังเป็นเด็กเวลาที่เขาป่วยหรือมีเรื่องที่ไม่สบายใจแม่กับยายจะชอบทำของอร่อยๆ มาให้ทานเสมอ พร้อมกับบอกว่าของอร่อยจะสามารถเยียวยาวันแย่ๆ ให้พอมีรอยยิ้มได้บ้าง...และเขาเองก็อยากให้ฮานะได้รู้สึกแบบนั้น 

“ถามทำไม เธอจะทำให้กินเหรอ” ฮานะแกล้งแหย่ไม่คิดจริงจัง แต่คำตอบที่ได้รับทำเอาต้องเก็บคำพูดก่อนหน้ากลับมาแทบไม่ทัน 

“ถ้าคุณต้องการ”  

“ฉันล้อเล่นน่า” ก็พอรู้ว่าที่บ้านเจ้าตัวทำร้านอาหารแต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกเจ้าของร้านจะต้องทำเป็นนี่ ตอนแรกก็คิดว่าโม้เอาไว้ซะอีก...เล่นดนตรีได้ ทำอาหารเป็น นี่มันสเปคผู้ชายในฝันของใครต่อใครเลยนะเนี่ย... 

“ผมพูดจริง” พีทยืนยันคำเดิม เขามองแววตาหมองหม่นที่เริ่มทอแววสดใสขึ้นมาบ้างเล็กน้อยก็เริ่มใจชื้น 

“ถ้าอย่างนั้น...เอาเป็นซุปไก่ร้อนๆ ก็แล้วกัน ทำได้หรือเปล่า” เมนูนี้แม่ชอบทำให้ทานตอนที่เขาป่วย น้ำซุปร้อนๆ หอมกลิ่นพริกไทยกับรากผักชี...แค่คิดก็ท้องร้องแล้ว 

“สบายมากครับ” เด็กหนุ่มยิ้มยืนยันคำตอบ 

“ถ้าไม่อร่อยจะบอกให้คุณเคย์เล่นงานหนักๆ” ขู่เอาไว้แค่นั้นก็หมุนตัวเดินนำกลับไปที่รถโดยมีใครอีกคนมองตามก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม 

...สุดฝีมือเลย 

ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลาเร่งด่วนแบบนี้ ฮานะเป็นคนเสนอให้ซื้อวัตถุดิบและเครื่องปรุงไปทำที่คอนโดของตัวเองเพราะปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่เข้าครัวทำอาหารทานเองอยู่แล้วเลยแทบจะไม่มีอะไรติดครัวเลยนอกจากน้ำมันมะกอกและเครื่องปรุงอีกนิดหน่อย 

...เรียกได้ว่าทำไม่เป็นเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่ก็เน้นทำเมนูง่ายๆ อย่างเช่นแซนวิชหรือไม่ก็อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ต้องมาปรุงเพิ่มด้วยวิธีง่ายๆ  

แต่ถ้าต้องไปทำขั้นแอดวานซ์อย่างเช่นพวกต้มผัดแกงทอดแล้วละก็ล่มไม่เป็นท่า 

...แค่หุงข้าวยังเละเป็นข้าวต้ม.. 

“ฮานะชอบทานเนื้อส่วนไหนครับ” พีทหันมาถามตอนที่ยืนอยู่หน้าตู้แผนกขายเนื้อไก่ 

มันละลานตาไปหมด 

ปกติแล้วก็ซื้อกินในรูปแบบสำเร็จรูป พอมาเห็นไก่ดิบแบบนี้มันเลยไม่ค่อยจะชินสักเท่าไร...เรียกได้ว่าย่างเข้าสู่วัยสามสิบได้อย่างไร้คุณภาพเรื่องการทำอาหารจริงๆ ... 

“ชอบกินน่อง” ถุงพลาสติกถูกคลี่ออกเพื่อเตรียมคีบเนื้อไก่มาใส่ พีทเดินไปเลือกน่องไก่ชิ้นใหญ่เท่าฝ่ามือ เลยทำให้ต้องออกปากท้วงเพราะเข้าใจไปเองว่าอีกฝ่ายหยิบผิด “มันใหญ่ไป...เอาน่องเล็กก็พอ”  

“น่องเล็ก?” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ ก่อนจะร้องอ๋อในตอนท้ายเมื่อเพิ่งเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย “หมายถึงปีกบนใช่ไหมครับ” เขาชี้ไปที่กระบะด้านบน ฮานะทำหน้าเหวอนิดหน่อยก่อนจะรีบพยักหน้ารัวเพื่อยืนยันคำตอบ 

“อื้อ อันนั้นแหละ” น่าอายไหมล่ะ อายุสามสิบแล้วยังไม่รู้จักชิ้นส่วนไก่เลย... 

“เมื่อก่อนผมก็เข้าใจว่ามันเป็นน่องเหมือนฮานะ” พีทพูดด้วยท่าทีที่ปกติ ไม่มีการซ้ำเติมให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ “อันนี้เรียกปีกปลาย แล้วก็นี่เป็นปีกเต็ม” เขาถือโอกาสอธิบายเพิ่มจนอีกฝ่ายร้องอ๋อ 

“ก็ปกติมีหน้าที่กินอย่างเดียวนี่~” คนตัวเล็กยู่หน้าจนจมูกย่น ลืมรักษาภาพลักษณ์ไปโดยปริยายเพราะเวลาที่ได้อยู่กับพีทเขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องวางตัวอะไรให้มากมาย 

“อยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ” เด็กหนุ่มยิ้มรับพร้อมกับก้มมองของในตะกร้าที่มีครบแล้ว “เอาขนมหน่อยไหม”  

“ฉันไม่ชอบของหวาน” ฮานะปฏิเสธ จริงๆ ก็ไม่ใช่ไม่ชอบเสียทีเดียวแต่มันติดนิสัยมาจากช่วงที่กำลังไดเอทอยู่เลยชิน “เธออยากซื้ออะไรเพิ่มก็หยิบได้ตามสบาย ฉันจ่ายเอง ถือว่าเป็นค่าตอบแทนมื้อเย็น”  

ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงินพีทเลยเลือกหยิบช็อกโกแลตมาสามแท่งและทุกอันล้วนเป็นดาร์กช็อกโกแลตที่ไร้ส่วนผสมอย่างอื่น  

“เธอคุมอาหารอยู่นะ” ฮานะหรี่ตามองอย่างคาดโทษแต่ฝ่ายนั้นกลับทำเพียงแค่ยักไหล่ตอบกลับมา 

หลังจากที่เดินทางมาถึงคอนโดถุงข้าวของทุกอย่างที่ซื้อมาถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ครัวจนเต็มแทบไม่มีที่ว่าง ฮานะปลีกตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะอยู่ในชุดเดิมมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ปล่อยให้พ่อครัวจำเป็นจัดการมื้อเย็นอยู่ด้านนอก ...และเพราะมีแขกมาบ้านจึงจำเป็นต้องแต่งตัวเรียบร้อยกว่าปกติ...ถ้าอยู่คนเดียวแค่เสื้อยืดหนึ่งตัวก็ถือว่าเหลือเฟือแล้ว 

กางเกงขายาวและเสื้อเชิ้ตแขนสั้นเข้าชุดถูกหยิบมาใช้งานจนแทบนับครั้งได้ เจ้าตัวเดินลากสลิปเปอร์ออกมาจากห้องนอนทั้งที่ผมยังเปียกชื้นมีน้ำหยดแหมะๆ จนต้องใช้ไดร์เป่าให้แห้ง  

กลิ่นหอมของรากผักชีและพริกไทยลอยเข้ามาปะทะจมูกจึงต้องรีบเดินไปทางโซนครัวแล้วก็ได้เห็นว่าพีทกำลังยืนหั่นมันมะเขือเทศอยู่ ข้างกันมีจานหอมใหญ่และมันฝรั่งเตรียมพร้อมเอาไว้ และแล้วความคิดที่อยากจะมีส่วนร่วมก็ผุดขึ้นมาทั้งที่ปกติไม่เคยนึกอยากลอง ฮานะเดินเลียบเคียงเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนจะสะกิดเข้าที่ข้างเอว  

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ” เด็กหนุ่มหันมามองทั้งที่มือยังหั่นผักอยู่ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว 

“ขอช่วยได้ไหม” ดวงตากลมโตคล้ายเด็กเล็กๆ เวลาที่เห็นของเล่นถูกใจช้อนขึ้นมอง 

พีทขยับตัวถอยพร้อมกับส่งด้ามมีดให้ก่อนจะย้ายไปดูน้ำซุปในหม้อ พอมันเดือดปุดๆ ก็ใส่มันฝรั่งกับหอมใหญ่ลงไป รออีกสักพักก็ตามด้วยปีกไก่ที่ล้างจนสะอาด น้ำซุปถูกปรุงด้วยซุปก้อนสำเร็จรูปแทนน้ำสต็อกไก่ด้วยความจำเป็นและเวลาที่ค่อนข้างเร่งรีบ มะเขือเทศถูกใส่ตามลงไปเป็นอันดับสุดท้ายก่อนจะปิดฝาและใช้ไฟกลางต้มไปเรื่อยๆ รอจนรสหวานจากผักจะซึมออกมาผสมกับน้ำซุปจึงใส่เกลือลงไปแล้วตั้งไฟต่อรอจนไก่เปื่อยนุ่มและผักนิ่มจนใสก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

ฮานะท้องร้องหนักตอนที่ฝาหม้อถูกเปิดออก กลิ่นน้ำซุปหอมจนต้องแอบกลืนน้ำลายด้วยความหิว 

“ไปนั่งรอที่โต๊ะก็ได้ครับ เดี๋ยวผมตักไปให้” พีทยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องซุปไก่ไม่วางตา 

ฮานะปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย เจ้าตัวเดินไปนั่งรอที่โซฟาหน้าทีวีพร้อมกับเปิดหนังดูแก้เบื่อ รอไม่นานซุปไก่ร้อนๆ ก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะกระจก กลิ่นหอมของน้ำแกงลอยขึ้นมาปะทะจมูกจนต้องรีบหยิบช้อนขึ้นมาเตรียมพร้อม 

“ระวังร้อนนะครับ” พีทเตือน แต่ก็ช้ากว่ามือที่ตักน้ำแกงแล้วซดเข้าปากทันทีโดยไม่เป่าให้หายร้อนเสียก่อน 

“ฮ๊า!” ฮานะร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกแสบจนลิ้นพองก่อนจะเป่าปากไปมาจนหน้าแดงก่ำ 

“เป่าก่อนสิครับ” เด็กหนุ่มยิ้มขำพร้อมกับส่งกระดาษทิชชูไปให้อีกคนได้ซับหน้า เขาเดินไปตักซุปไก่ในส่วนของตัวเองพร้อมกับหยิบน้ำและช็อกโกแลตติดมือมาด้วย ฮานะค่อยๆ ทานอย่างระมัดระวังพร้อมกับชมว่าอร่อยไม่ขาดปากก่อนซุปไก่ถ้วยที่สองจะถูกเจ้าตัวจัดการจนเกลี้ยง...เห็นแบบนี้คนทำก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบแล้ว.. 

“เธอชอบทำอาหารเหรอ” หลังจากที่อาสาเดินเอาถ้วยไปล้าง ฮานะก็กลับมานั่งซุกตรงมุมโซฟาด้วยความรู้สึกที่สบายตัว อากาศที่พอเหมาะของเครื่องปรับอากาศอยู่ที่อุณหภูมิพอดี เวลาที่ท้องอุ่นเพราะของกินอร่อยๆ นี่มันทำให้มีความสุขจนแทบอยากจะนอนกลิ้งไปมาชะมัดเลย 

“ก็พอทำได้ครับ” พีทยิ้มรับพร้อมส่งยาหลังอาหารมาให้ตามด้วยน้ำอุ่นแก้วโต “ดื่มน้ำเยอะๆ นะครับ”  

“ขอบใจนะ” เขาทำตามอย่างว่าง่าย  

ช็อกโกแลตแท่งหนึ่งถูกยื่นส่งมาตรงหน้า มันเป็นอันเดียวกันกับที่พีทหยิบมาจากซุปเปอร์มาเก็ต ดาร์กช็อกโกแลตเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มีสีที่เข้มจนเกือบดำ ฮานะมองเจ้าขนมในมือสลับกับอีกคนอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไรนัก 

“คุณบอกไม่ชอบของหวาน” พีทย้ำ “แต่ช็อกโกแลตช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้นะครับ”  

“จริงเหรอ” ก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง แต่ไม่คิดว่าคนอย่างพีทจะสนใจอะไรแบบนี้ด้วย  

ฮานะรับมาแกะห่อกระดาษและฟลอยสีเงินออก กลิ่นหอมของโกโก้ที่ฟุ้งขึ้นมาทำให้ต้องหักเสี้ยวส่วนปลายมาดมก่อนจะลองแตะลิ้นไปมาเพื่อทดสอบรสชาติ 

“ลองชิมดูสิครับ” พีทมองใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยด้วยความเพลิดเพลิน ตอนที่ฮานะชิมช็อกโกแลตแล้วหน้าเบ้เพราะความขมน่าเอ็นดูเสียจนไม่สามารถหันไปมองทางอื่นได้ “เป็นยังไงบ้างครับ”  

“ขม” ฮานะวางมันลงบนโต๊ะ เท่านี้ก็พอแล้ว “แต่ก็ดี...ไม่เคยกินมาก่อนเลย” รสชาติขมปร่ายังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นแต่ความหอมของโกโก้ยังคงคลุ้งอบอวลอยู่ในโพรงปาก “วันนี้เธอนอนค้างที่นี่ก็ได้นะ พรุ่งนี้มีคลาสเทรนด์แต่เช้าจะได้ออกไปพร้อมกันทีเดียว ไม่เสียเวลา” เพราะตอนนี้ข้างนอกเริ่มครึ้มจนมืดดูท่าคืนนี้ฝนคงตกหนักน่าดู 

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” เด็กหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะปฏิเสธด้วยความเกรงใจ  

“งั้น...เดี๋ยวฉันไปส่ง” พอตั้งท่าจะลุกไปหยิบกุญแจรถก็ถูกคว้าข้อมือเอาไว้ ความอุ่นร้อนจากอุ้งมือใหญ่ที่กอบกุมอยู่ทำให้รู้สึกราวกับถูกกระแสไฟแล่นปลาบเข้ามาเล่นงานจนทั้งคู่ต้องชักมือกลับด้วยความรวดเร็ว 

“ฮานะพักผ่อนเถอะครับ ผมกลับได้ สบายมาก”  

“ให้เลือกระหว่างจะค้างที่นี่ หรือว่าจะให้ฉันขับรถไปส่ง” ฮานะไม่ยอมง่ายๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะต้องตากฝนจนไม่สบาย  

เด็กหนุ่มนิ่งค้างไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนมุมพร้อมกับตกปากรับคำจนเป็นที่น่าพอใจ 

“...ค้างที่นี่ก็ได้ครับ”  

“ดีมาก ไม่ดื้ออย่างนี้สิน่ารัก~” ฮานะเอื้อมมือขึ้นไปบีบปลายคางอีกฝ่ายพร้อมกับส่ายไปมาเบาๆ ก่อนจะเดินหายกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อไปหยิบเอาของใช้จำเป็นออกมาให้ 

...ทิ้งให้ใครอีกคนยืนมองตามด้วยใบหน้าที่ร้อนจัดเสียยิ่งกว่าหม้อแกงบนเตา.. 

________________________________________ 

หล่อนจะล่อลวงอะไรลูกชั้น! 

 

 

ร่วมเป็นกำลังใจให้เจ้าลูกหมาได้ที่ #ดอกไม้ของพีท และคอมเม้นต์นะค้าบบบ /กระดิกหางดุ๊กๆๆ 

ความคิดเห็น