M. Writer

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศึกชิงของล้ำค่า

ชื่อตอน : ศึกชิงของล้ำค่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 767

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศึกชิงของล้ำค่า
แบบอักษร

หาวววววว

 

"ฮืออออ ทำไมฉันมาอยู่ตรงนี้ละเนี้ย" เต้าหู้ที่ตื่นมาก็เห็นสภาพของตนว่าไม่ได้นอนอยู่ที่เดิมสะแล้ว

 

"พี่สาววว มาม๊ะๆ"

 

คลุกๆๆๆ ตุ๊บ!!

 

"โอ้ยยย! ตัวอะไรอีกล่ะทีนี้!" อยู่ๆก็มีบางอย่างหล่นตุบลงมาทับนางจากเตียงข้างบน

 

"พี่สาวจ๋าาาา" เด็กน้อยยังละเมอไม่ยอมตื่น ทั้งๆที่หล่นลงมาสูงมาก แถมยังหล่นลงมาพอเหมาะเข้าที่หน้าอกอวบๆแบบตรงเป๊ะ

 

"ไอ้เด็กบ้า! ออกไปเล้ยยยย!" เต้าหู้เมื่อรู้แล้วว่าตัวอะไรทับอยู่ก็รีบเตะโด่งเด็กน้อยออกจากตัวทันที พร้อมกับเงาแว๊บๆที่กระเด็นไปกระแทกเข้ากับขาเตียงดังสนั่น

 

"โอ้ยยยย ปีศาจมาๆ ท่านพ่อ มันจะกินหัวข้า!" เมื่อรู้สึกเจ็บและเย็นวาบๆที่หัว ซือซือก็ได้เวลาตื่น พร้อมกับตระโกนโวกเวกโวยวายเพราะนึกว่าจะโดนปีศาจกิน

 

"อะไร! เสียงดังอะไรกัน!" ท่านประมุขที่พึ่งกลับมาจากการฝึกยุทธช่วงเข้าก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องทันที

 

"ท่านพ่อ! ปีศาจกินหัวข้า! ดูสิเลือดๆๆ" ซือซือรีบจับไปที่หัวของตน จึงได้เห็นว่าที่รู้สึกเย็นวาบเมื่อครู่มันคือเลือดหัวของเขานั่นเอง

 

"ห๊ะ! ไหน มันไปไหนแล้ว บังอาจกล้าเข้ามาถึงถิ่นของข้า ช่างร้ายกาจนัก!" มองซ้ายขวาคอยระแวดระวัง

 

"โอ้ย! ปีศงปีศาจอะไรล่ะ ข้าถีบซือซือไปกระแทกขาเตียงต่างหาก" ผู้ร้ายที่เห็นความเป็นมาภายในห้องนี้ตั้งแต่แรกก็ยอมรับสารภาพด้วยความรำคาญและความเล่นใหญ่ของสองพ่อลูก

 

"ว่าอย่างไรนะ! ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้ จิตใจเจ้าช่างร้ายกาจนัก เจ้าคงกลับมาเป็นเช่นเดิมอีกแล้วสินะ คงจะโกรธที่ตื่นมาแล้วเห็นว่าตนนอนอยู่ที่พื้น จึงได้ลงโทษเด็กตาดำๆเช่นนี้ เจ้ามัน!"

 

"หยุด!!! ท่านหยุดกล่าวหาข้าได้แล้วเจ้าค่ะ ท่านยังไม่ได้ให้ข้าอธิบายอะไรเลย ท่านจะตัดสินความผิดของข้าแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ"

 

"ท่านพ่อ! ข้าไม่ยอมน่ะขอรับ" ยังนั่งกุมหัวที่มีเลือดไหลอยู่ แต่แปลกที่ไม่ได้ร้องไห้สักแอะ เด็กคนนี้ยังไม่รู้ตัว หรืออึดเกินเด็กทั่วไปกันแน่

 

"ไม่ยอมก็ต้องยอม! ก็ใครใช้ให้เจ้ากลิ้งตกลงมาแล้วเอาหน้าซุกที่อกข้ากันเล่า!" (ไอ้เด็กชีกอออออ)

 

"ว่าไงนะ! ซะๆๆ....ซุกอก.....อกอวบๆ" ท่านประมุขพูดติดๆขัดๆไม่รู้เพราะความตกใจหรือความว้าวุ่นที่กำลังเกิดอยู่ภายในร่างกายที่พึ่งจะออกกำลังกายมาหมาดๆ

 

"ไม่ใช่ซาลาเปาหรือขอรับ? ก็ข้าฝันว่ามีพี่สาวกำลังจะป้อนซาลาเปาให้ข้ากินอ่ะ!"

 

"ซือซือ! เจ้ามันเด็กไร้ยางอาย!" (ทำไมข้าไม่คิดวิธีนี้ออกก่อนเจ้าเด็กแก่แดดนี่น่ะ!)

 

"ทะ...ท่านพ่ออออ ฮืออออออ แงงงงง " อยู่ๆก็ตกใจเสียงพ่อ ร้องไห้ออกมาสะงั้น

 

"ซือซือ พ่อขอโทษษษ พ่อไม่ได้ตั้งใจจะว่าเจ้าเลย อย่าร้องๆ" ท่านประมุขรีบวิ่งไปกอดลูกไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับปลอบเขาอย่างใจเย็น ผิดไปจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว

 

"เชอะ! " เต้าหู้เห็นแล้วก็อนาถใจ นั่งกอดอกมองสองพ่อลูกปลอบกับยกใหญ่ คนผิดไม่ใช่นางหนิ! มิหนำซ้ำอกอวบๆที่เต้าหู้พึ่งจะเคยมีมันอาจจะช้ำไปด้วยก็ได้ นี่ก็เจ็บเหมือนกันนะ!

 

"ท่านพ่ออออ ฮึกๆๆ ข้าไม่ผิดนะขอรับ ฮือๆๆ ข้าแค่ฝัน หากข้ารู้สึกตัวข้าคงไม่เอาตัวไปแตะต้องกายนางให้แปดเปื้อนหรอกขอรับ ฮึกๆๆ"

 

"หนอยยยย! อย่างกับข้าอยากให้เจ้าแตะนักหนิ! เลิกฉี่รดที่นอนรึยังก็ไม่รู้! เดี่ยวข้าก็เตะโด่งให้อีกทีหรอก" หงุดหงิดไม่หาย เจอเรื่องซวยๆตั้งแต่เช้า วันนี้คงได้ซวยทั้งวันแน่ๆ

 

"ท่านพ่ออออ รักคนเช่นนี้เข้าไปได้อย่างไรขอรับ หยาบคาย ไม่สมเป็นสตรีเลยสักนิด แล้วข้าก็ไม่ได้ฉี่รดที่นอนตั้งนานแล้วด้วยรู้ไว้ส่ะ!" (ยังอุตส่าห์ไปบอกเค้าอีก!)

 

"พอกันทั้งสองคนนั่นแหละ อิ้งเยว่ เจ้าเป็นคนทำร้ายเขา เจ้าเป็นคนผิด ซือซือยังเด็ก ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เจ้าอย่าได้เอาผิดเขานักเลย เขาก็บอกแล้วว่าฝัน หาใช่ทำไปเพราะความตั้งใจ" เปิดดูแผลบนหัวลูกชายแล้วก็โล่งอกที่มันไม่ได้ใหญ่และลึกอย่างที่คิด

 

"เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ถือสา เอาเป็นว่าหายกัน! พอใจรึยัง?" ถึงจะยังโมโหแต่ที่เขาพูดก็มีส่วนถูก ไม่รู้ว่าจะไปหัวซาเด็กน้อยให้มันได้อะไร

 

"ท่านพ่อ... ข้าเจ็บมาก ทั้งวันคงจะทำอะไรลำบาก ข้าอยากให้นางมาคอยรับใช้ข้าขอรับ" ได้ทีก็ไม่อยากจะปล่อยโอกาสงามๆไป กล้าถีบเขางั้นรึ ได้เจอฤทธิ์ข้าแน่!

 

"พ่อว่าให้นางคอยดูแลเจ้าดีกว่านะ อย่าถึงขั้นรับใช้เลย เพราะเจ้าเองก็มีส่วนผิด แต่เห็นว่ายังเด็ก และเจ้าก็ถึงขั้นเลือดตกยางออก พ่อเลยไม่เอาเรื่อง"

 

"เดี่ยวสิ ถามข้าก่อนไหม?" ร้องอีหยังว่ะหนักมาก

 

"ทำอย่างที่พี่บอกเถอะอิ้งเยว่ คนจะได้ไม่หาว่าเจ้ารังแกเด็ก " บทจะพ่อพระขึ้นมาละเนอะ แต่หารู้ไม่ว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดเขานั้นกำลังทำหน้าทำตาล้อเลียนนางอยู่ คนละอย่างกับคำพูดเลย

 

"เจ้าค่ะ!!" ตอบรับด้วยการกัดฟันพูด เห็นแก่น้ำแดงๆที่ไหลย้อมผมแกอยู่หรอกนะ! ไอ้เด็กแก่แดด ถ้าแกคิดจะแกล้งฉันละก็ คนอย่างไอ้หู้กะบ่ยอมแพ้ไผเด้อ!!! (บักหรรมน้อย!)

 

 

หลังจากมื้อเช้าต่างคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เต้าหู้เองก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเด็กน้อยหัวแบะที่บอกกับพ่อของตนเองว่าไม่ไหวๆ เจ็บๆ แต่พอหันหลังให้ก็วิ่งปร๋อ

 

"นี่! แม่นางอิ้งเยว่ ข้าอยากจะเล่น แต่ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรดี เจ้าช่วยข้าคิดหน่อยสิ" (ไสว่าบ่ไหวห๊าาา)

 

"อยากเล่นก็นึกเองสิ ถ้ามันยากมากนักก็นั่งนิ่งๆ" เต้าหู้เองก็อยากจะนั่งโง่ๆมองนั่นนี่ไปเรื่อยเหมือนกัน

 

"แค่นี้ก็คิดไม่ได้ พ่อข้าหลงไหลผู้หญิงที่ไร้ความคิดเช่นนั้นหรือนี่" ( ป้าดดดดด เจ็บคัก!!!)

 

"เช่นนั้นเจ้าอยากจะเล่นดีดลูกแก้วกับข้าไหมล่ะ?"

 

"ดีดลูกแก้ว คืออะไรรึ ข้าอยากเล่น!"

 

"ก็เอานิ้วดีดลูกแก้วให้ลงหลุมไงล่ะ แล้วก็ลงเดิมพันกัน ใครชนะก็ได้ของที่เดิมพันไว้ เจ้าว่าเป็นอย่างไร?"

 

"แล้วต้องเอาอะไรเป็นเดิมพันเล่า?"

 

"ก็เป็นสิ่งของมีค่าไง เจ้ามีอะไรก็ลงมา"

 

"สิ่งของมีค่ารึ สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตข้าก็คือท่านพ่อ" ทำท่านึกคิดสักพักก็ตอบออกมาอย่างใสซื่อ

 

"อันนั้นไม่เอาสิ! ใครอยากจะดีดลูกแก้วเดิมพันเอาพ่อของเจ้ากัน เอาที่มีค่ารองลงมาก็ได้"

 

"งั้นก็คงเป็นร่างกายของข้า..."

 

"อันนี้ก็ไม่เอาโว้ยยยยย!!!"

 

"อ้อออออ ข้านึกออกแล้ว ขนมไง ของว่างทั้งวันของข้า ข้าจะยกมันมาเป็นเดิมพันในการแข่งครั้งนี้!" (สาบานว่ามีค่าที่สุดแล้วใช่ไหม)

 

"เหอะๆ งั้นข้าก็จะลงของว่างทั้งวันของข้าด้วย ถ้าเจ้าชนะก็เอาไปกินให้พุงกางไปเลย"

 

"ได้! ตกลง!"

 

เมื่อรับคำถ้ากันเรียบร้อย การแข่งขันจึงได้เริ่มขึ้น ณ บริเวณริมบึง เดิ่นกว้างๆแห่งหนึ่ง (เดิ่น ในภาษาอีสานแปลว่า ลาน, บริเวณ) โดยมีฮุยอินเป็นกรรมการ ใช้หยกขาวและหยกเขียวกลมๆเล็กๆสองลูกมาใช้แทนลูกแก้ว ฝั่งเต้าหู้ใช้หยกเขียว ส่วนซือซือใช้หยกขาว เพื่อป้องกันการสับสน พร้อมอธิบายวิธีเล่น

 

 

"เอาล่ะ ต่อไปข้าจะอธิบายวิธีการเล่นละน่ะ ขั้นแรกเราจะเลือกคนที่จะทำการดีดลูกแก้วก่อน คนที่เป็นคนแรกจะได้เปรียบคู่ต่อสู้เป็นอย่างมาก จึงต้องมีการชิงลำดับก่อนหลัง การชิงก็คือ ใครโยนลูกแก้วได้ใกล้เคียงกับหลุมมากที่สุดคนนั้นจะได้เริ่มก่อนเป็นคนแรก เราต้องยืนในเส้นที่ขีดไว้แล้วโยน จะใช้วิธีวัดด้วยนิ้วโป้งและนิ้วก้อย เราเรียกหน่วยวัดนี้ว่า "คืบ" เมื่อได้ลำดับแล้ว ผู้ที่ได้ดีดเป็นคนแรกจะดีดลูกแก้วด้วยนิ้วกลางหรือนิ้วชี้ตามแต่จะถนัด โดยใช้นิ้วโป้งเป็นที่ค้ำยัน ใครดีดลงหลุมได้ก่อนจะเป็นเสือ เสือจะได้สิทธิสามารถก้าวได้หนึ่งคืบเพื่อไปดีดใส่คู่แข่ง ถ้าดีดถูกก็ชนะ " (อธิบายเป็นหลักเป็นการมาก)

 

"ไหนล่ะหลุมที่เจ้าว่า? ตั้งแต่ฟังมายังไม่เห็นว่าจะมีหลุมไหนน่าจะเป็นหลุมแข่งเลย"

 

"หลุมก็ต้องสร้างเองสิ เดี่ยวข้าจะเป็นคนสร้าง อันที่จริงจะว่าไปแล้วข้าก็มีประสบการณ์เยอะกว่าเจ้าน่ะ อยากจะให้ข้าอ่อนข้อให้เจ้าไหมล่ะ"

 

"ไม่ต้องขอรับ ข้าเป็นชายชาตรี จะให้สตรีมาอ่อนข้อให้ข้าได้อย่างไร ถึงชนะไปข้าก็ไม่ภูมิใจหรอก" (หล่อๆ)

 

"ด้ายยยย (ขี้โม้ชะมัด) เอาล่ะ ข้าจะแสดงวิธีทำหลุมดีดลูกแก้วให้ดู จับตาดูดีๆก็แล้วกัน"

 

ว่าแล้วก็ถอดรองเท้าอย่างไว เดินไปหาจุดเหมาะๆที่ใช่ แล้วเอาส้นเท้าวางพร้อมกับหมุนให้เป็นหลุมลึกลงไป ท่าทางในการหมุนส้นเท้านั้น นอกจากส้นเท้าจะขยับหมุนไปมาแล้ว ร่างกายส่วนบนก็ขยับตามไปด้วยตามธรรมชาติ จึงได้ท่าคุณป้าส่ายเอวเพิ่มเข้ามาด้วย ทั้งกรรมการจำเป็น และผู้ท้าชิงที่ตั้งใจจับตาดูอยู่นั้นถึงกับต้องทำตามด้วยความสงสัย (ใครอ่านแล้วทำตามมั่งอ่ะ เอวมันต้องส่ายเยอะๆ จะได้ลึกเร็วๆ 555)

 

"มา.... หลุมพร้อม ลูกแก้วพร้อม!"

 

"มันเป็นหยกไม่ใช่รึ จะเรียกว่าลูกแก้วได้อย่างไร?" เต้าหู้ทำท่าจะออกตัวอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องมาสะดุดแทบจะหัวทิ่มกับคำถามของซือซือ

 

"เออ... หยกก็หยก พร้อมแข่งดีดหยก มา!"

 

เริ่มการคัดเลือกโดยการขีดเส้นเป็นเขต แล้วโยนหยกให้ใกล้มากที่สุด ผลที่ได้คือเต้าหู้ใกล้กว่าซือซือนิดหน่อย ห่างจากหลุมประมาณ 2 คืบ เมื่อได้ลำดับผู้เล่นแล้ว เต้าหู้ก็ได้เวลาวาดลวดลายให้เด็กมันดู ถกกระโปรงขึ้นนิดหน่อยเพื่อความคล่องตัว แล้วนั่งยองๆตั้งท่าพร้อมจะดีด

 

"ว้ายยยย คุณหนู แบบนั้นมันไม่งามนะเจ้าคะ หากใครมาเห็นเข้าคงไม่ดีแน่"

 

"ใครจะมาเห็นกัน อย่าโวยวายนักเลย ข้าเสียสมาธิหมด!"

 

เมื่อกรรมการไม่ขัดแล้ว ผู้เล่นจึงได้ทำการแข่งขันต่อ หลับตาข้างหนึ่งลงเพื่อเล็งเป้าหมายพร้อมยิง หยกที่ใช้แทนลูกแก้วมีน้ำหนักมากกว่าจึงทำให้กะความแรงไม่ค่อยถูก หยกจึงกลิ้งไปได้เพียงแค่คืบเดียว แต่ก็ใกล้มากขึ้นไปอีกเล็กน้อย

 

ซือซือที่นั่งยองๆสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างก็แอบลุ้นไม่ให้นางยิงลงได้ก่อน ไม่เช่นนั้นคงอดกินขนมทั้งวัน เมื่อเห็นว่านางยิงไม่ลงในครั้งแรก ก็ดีใจตื่นเต้นยกใหญ่ พร้อมตั้งท่าเตรียมยิงเลียนแบบนางบ้าง แต่ตนก็แห้วเช่นกัน เพราะนอกจากจะไม่ใกล้ขึ้นแล้ว ยังเลยไปอีกไกลพอควร

 

" ว้ายยยย อ่อนอ่าาา รอดูเถอะ คราวนี้ข้าจะต้องลงแน่ๆ ถ้าข้าได้เป็นเสือ เจ้าเตรียมตัวแพ้ไว้ได้เลย เอาของล้ำค่าของเจ้ามาให้ข้าสะดีๆ " (เอาอะไรไว้ได้ก็เอาหมดแหละ)

 

ว่าแล้วก็ตั้งท่ายิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูจะจริงจังขึ้นอีกมาก ซ้ำยังหมอบแทบจะนอนเอาหน้าแนบพื้น (โอ้ยยยย นางเองชั้น!) เมื่อมั่นใจก็พร้อมปล่อยตัว หยกสีเขียวค่อยๆกลิ้งไปด้านหน้าช้าๆ แล้วก็ลงหลุมดังคาด แต่เพียงชั่วเสี่ยววินาที หยกเขียวน้อยๆก็วิ่งไต่หลุมขึ้นมาแล้วเลยหลุมออกไปอย่างน่าเสียดาย

 

"ฮ่าๆๆๆๆ สงสัยวันนี้แม่นางอิ้งเยว่คงต้องอดกินของว่างแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ" เหมือนโชคจะเข้าข้างเขาจริงๆ เพราะนอกจากจะได้แก้มือเป็นครั้งที่สอง ก็ยังได้เห็นคนที่มั่นใจนักหนาหน้าเจื่อนไปเลยเมื่อเห็นว่าหยกนั้นเลยหลุมออกมา

 

ได้โอกาสครั้งใหม่ซือซือเองก็ใจจดจ่อมีสมาธิมากขึ้น พร้อมกับบ่นภาวนาพึมพำอยู่คนเดียว ก็เพราะเรื่องกินมันเรื่องใหญ่จริงๆ หยกขาวที่ถูกดีดออกไปจากนิ้วเฮี่ยนๆ (สั้นๆ) นั้นกลิ้งไปด้วยความเร็วคงที่ อาจจะมีแรงลมเข้ามาเสริมบ้างนิดหน่อย ทำให้หยกสีขาวลงหลุมได้เป็นคนแรก ตอนนี้เขาเป็นเสือที่ดุร้าย พร้อมที่จะตะปบเหยื่อ ทำการวัดไปหนึ่งคืบแล้วเล็งไปที่หยกสีเขียว ชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียง " แป๊ะ! " เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ในสงคราม (ม้ายยยยย)

 

-------++++-------

 

ตอนนี้เอาเป็นตอนฝึกมือไรท์ไปก่อนนะคะ หายไปนาน ชื่อตัวละครลืมหมดแล้ว 555 ตอนนี้ไรท์พิมพ์ไว้นานแล้วประมาณครึ่งนึง วันนี้เลยแต่งต่อให้จบตอน ตอนหน้าจะเข้าเรื่องแบบจริงจังแล้ว หลังจากที่ไรท์ได้ไปอ่านผลงานการเขียนของมืออาชีพมา รู้สึกได้ถึงความไร้สาระและไร้จุดหมายของเรื่องมาก เส้นเรื่องหลักๆก็ยังไม่ชัดเจน เป๋ไปเป๋มาตามอารมณ์ ตอนหน้าไรท์ก็จะพยายามพัฒนาฝีมือให้มากขึ้นไปอีก ไม่ได้ลืมตัวตนของตัวเองนะคะ ไรท์จะปรับๆเอามาใช้ในแบบฉบับของตัวเอง เราจะมีจุดหมายแล้วค่ะทุกคนนนนน!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น