winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

หลังจากที่เมธนภาเดินเก็บข้อมูลในงาน ‘สีสัน ความฝัน และพรรณพฤกษา ครั้งที่ 9’ เพื่อนำไปทำรายงานส่งอาจารย์ในรายวิชาไม้ดอกไม้ประดับเสร็จเรียบร้อยร้อยแล้ว ก็เดินมาหาแก้วตาขวัญที่บูธขายต้นไม้ 'ร้านตาขวัญ' ระหว่างรอพี่สาว เมธก็ช่วยยืนเรียกลูกค้าเข้าร้านตาขวัญให้ด้วย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนาน เบธก็ยังไม่มาเสียที นอกจากเมธ เจ้าของร้านอย่างแก้วตาขวัญเอง ก็ชะเง้อชะแง้แลหาเบธอยู่เนือง ๆ เช่นกัน

“บ่ายสองแล้ว พี่เบธนะพี่เบธ ไหนบอกว่าจะรีบมาไง โทรไปก็ไม่รับ หายไปไหนไม่บอกไม่กล่าว”

“พี่เบธคงมีธุระด่วนล่ะมั้งน้องเมธ อย่าไปเร่งแกเลย”

“อย่างน้อยๆ ก็ควรจะโทรมาบอกก่อนมั้ยล่ะ งื้อ งอนแล่ว”

‘ประกาศ ขอให้ผู้ที่ส่งต้นไม้เข้าประกวด มาประจำที่ต้นไม้ของตัวเอง เนื่องจากทางทีมงานจะทำการถ่ายภาพ ขอบคุณค่ะ’  

“เมธ รอพี่อยู่ที่ร้านก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา”

“จ้ะ พี่แก้วตา”

พอแก้วตาขวัญเดินไปตามเสียงประกาศ เมธก็ยืนทำหน้าเซ็งๆ มองมือถืออยู่คนเดียว นายอาชขวัญ น้องชายของแก้วตาขวัญ ที่นานๆ จะได้เจอกับเมธเสียที และปกติก็จะเงียบๆ พูดน้อย ทำให้ไม่ค่อยสนิทกันมากนัก แต่วันนี้ ดูเหมือนว่า นานอาช จะมีธุระบางอย่างกับเมธ

“นี่เธอ เราถามจริงๆ นะ พี่สาวเธอน่ะ มาหลอกให้พี่สาวเราชอบเล่นๆ หรือเปล่า เห็นหลายทีแล้วแต่ไม่อยากยุ่ง”

“อ้าว ทำไมเธอพูดแบบนี้ล่ะ แล้วเอาอะไรมาวัด ว่าพี่เรามาหลอก”

“เราเป็นผู้ชาย ทำไมเราจะดูไม่ออก ว่าพี่เธอน่ะ ชอบมาโปรยเสน่ห์ให้พี่แก้ว ชอบมาเอาอกเอาใจ มาทำตัวน่ารักใส่ แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้คิดอะไรจริงจัง”

“เค้าสองคนอยู่ในระหว่างดูใจ ศึกษาเรียนรู้กัน มันก็แบบนั้นปะ ยังไม่ได้ตกลงคบกันซักหน่อย อีกอย่าง เธอก็อย่าคิดสิ ว่าทุกคนบนโลกจะเหมือนกันไปเสียหมด พี่เราไม่ได้คนแบบเธอ”

“แน่นอน พี่เธออะ ไม่ใช่คนแบบเราแน่ๆ คอยดูไปก็แล้วกัน”

นายอาชระบายความในใจจบ ก็หันไปขายของให้ลูกค้า จากนั้นก็ง่วนอยู่กับการนำกระถางต้นไม้ขึ้นมาจัดเรียงทดแทนต้นที่ขายได้ไป แล้วก็ไม่พูดกับเมธอีกเลย

แต่ใช่ว่าเมธนภาจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับคำพูดของอาชขวัญ เพราะลึกๆ เธอก็แอบคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะไม่มีข้อเสียเลย และตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่เคยเห็นข้อไม่ดีอะไรของเบธ มันเป็นไปได้ว่า เบธอาจจะมีความบกพร่องในเรื่องของความสัมพันธ์

‘ต่อไป จะเป็นการประกาศผลการตัดสิน การประกวดไม้กระถาง ประเภทชวนชม’  

เมธนภาที่ยืนถอนหายใจเฮือกๆ อยู่ พอได้ยินว่า ทางทีมงานกำลังจะประกาศผลการแข่งขัน ประเภทที่แก้วตาขวัญส่งเข้าประกวด เมธก็เลยรีบเดินไปที่แถวๆ หน้าเวที แม้เบธจะไม่มาก็ไม่เป็นไร เมธเนี่ยแหละจะยืนเชียร์และถ่ายภาพสวยๆ ให้แก้วตาขวัญเอง

“รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง ได้แก่ ชวนชม จากร้านต้นไม้ตาขวัญ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะและขอเชิญ คุณแก้วตาขวัญ ผู้ส่งเข้าประกวดขึ้นมารับรางวัลบนเวทีด้วยนะคะ”

แก้วตาขวัญเดินขึ้นไปเวที เมธนภาที่อยู่ข้างล่างก็โบกไม้โบกมือให้ แล้วก็ใช้กล้องถ่ายภาพที่แขวนคออยู่กดถ่ายภาพให้รัวๆ พอแก้วลงมาทั้งคู่ก็ยิ้มให้กันด้วยความดีใจ แล้วก็นำถ้วยรางวัลไปวางประดับร้าน

“อะพ่อ ถ้วยรางวัลและเงินรางวัล แก้วให้พ่อนะ”

“ก็ต้นไม้พ่อนี่หว่า มันก็ต้องเป็นของพ่อสิ จริงมั้ย เจ้าอาช”

“จริงที่สุดเลยพ่อ”

ระหว่างที่สามพ่อลูกคุยกันอย่างมีความสุข เมธก็แอบถ่ายภาพแห่งความสุขนี้เอาไว้ ยืนมองไปก็หวนให้คิดถึงพ่อกับแม่ของตัวเองเหมือนกัน และเสียดายที่ท่านไม่ได้อยู่ในวันที่เมธประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง อย่างน้อยๆ ก็งานรับปริญญาในอีกสองปีข้างหน้า

“อ้าว พี่เบธ มาพอดีเลย นี่ๆ แก้วได้รางวัลด้วย อวดๆ เลย นี่ๆ มาดูๆ”

เบธเดินมาถึงหน้าร้านตาขวัญอย่างเงียบๆ พอแก้วหันไปเห็นก็เลยเรียกเข้ามาในร้าน แม้จะน้อยใจนิดหน่อยที่เบธมาช้าไป แต่อีกใจก็ดีใจ ที่อย่างน้อยเบธก็มา

“พี่ว่าแล้ว ว่าแก้วต้องได้รางวัลแน่ๆ เลย เพราะต้นไม้ร้านแก้วสวยๆ ทั้งนั้น มาๆ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันดีกว่า มา เมธ ถ่ายรูปให้พี่กับพี่แก้วหน่อย”

เบธหันไปบอกน้องสาว ที่ยืนทำหน้ายู่ ๆ อยู่ แล้วตัวเองก็ไปยืนข้างๆ แก้วตาขวัญ ยืนยิ้มแบบที่ว่าหล่อสุดๆ หมุนซ้ายหมุนขวาให้เมธถ่ายให้อยู่หลายรูป

“น้องเมธมาถ่ายสามคนกัน เอากล้องให้เจ้าอาชช่วยถ่าย” แก้วตาว่าแบบนั้น

เมธนภาสบตากับอาชขวัญครู่หนึ่ง แล้วก็เดินเอากล้องไปให้แบบไม่พูดไม่จา ก่อนจะไปยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพี่สาวกับพี่สะใภ้ในดวงใจ นายอาชก็กดถ่ายภาพให้อย่างไม่ค่อยจะเต็มใจมากนัก จากทีแรกที่ไม่ชอบคนพี่ ตอนนี้ก็ไม่ชอบคนน้องเพิ่มเติมอีกด้วย แต่อาชขวัญก็ยังเก็บอาการ และพยายามจะไม่คิดอะไรมาก เพราะนานๆ จะได้เจอกับสองพี่น้องนี้สักที

“ปะ เราไปเดินซื้ออะไรกินกัน เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

“เออใช่ แก้วลืมถามเลย ว่าพี่เบธ แข่งโดรนชนะหรือเปล่า”

“ระดับพี่เบธแล้ว ไม่ชนะได้เหรอ”

“พี่เบธ แล้วทำไมมาช้าแบบนี้ เมธโทรไปก็ไม่รับ” ในที่สุดเมธก็บ่นออกมา

“พี่ขอโทษนะคะน้องสาวพี่ทั้งสอง พอดีว่าเพื่อนพี่ไม่สบาย พี่เลยพาไปส่งโรงพยาบาล พอดีขึ้นแล้ว พี่ก็รีบบึ่งมาเลย ไม่งอนกันนะ นะ นะ”

“หายงอนก็ได้ ปะ พี่แก้วตา เราไปกินขนมให้พี่เบธหมดตัวกันดีกว่าค่ะ”

“ได้เลย”

โชคดีที่สองสาวเข้าใจอะไรง่ายๆ เบธก็เลยรอดตัวไป จากนั้นก็เดินพาสองสาวไปหาของอร่อยๆ กิน แล้วก็เดินดูต้นไม้ของร้านอื่นๆ ไปเล่นเกมส์ที่ทางผู้จัดงานจัดเตรียมไว้ให้อย่างสนุกสนาน เมธนภาก็คอยแอบถ่ายภาพเบธกับแก้วไปตลอดการเดินเที่ยวงาน

จนเริ่มจะเหนื่อยกันทั้งสามคน เบธกับเมธก็เดินมาส่งแก้วตาขวัญที่ร้าน แล้วก็ขอตัวกลับกันก่อน

“ขอบคุณมากๆ นะคะพี่เบธที่มา ขอบคุณที่เลี้ยงขนม พาเดินเที่ยว แล้วก็ อุดหนุนต้นไม้แก้วไปเต็มเลย”

“พี่ดีใจด้วยอีกทีนะ ที่แก้วได้รางวัล เก่งมากๆ” เบธชูนิ้วโป้งให้สองข้างเลย

“ไว้เจอกันนะคะพี่แก้ว เมธกับพี่เบธกลับก่อนน้า”

“ขับรถกลับบ้านกันดีๆ นะคะ” แก้วตาเอ่ยลา พลางโบกมือบ๊ายบาย

“ครับผม”

เบธสบตาแก้ว ยิ้มหวาน โปรยเสน่ห์อย่างที่นายอาชว่าไว้ไม่มีผิด ส่วนสาวแก้วก็ยืนยิ้มตาเป็นประกาย เมธมองหน้าทั้งสองคนไปมา นายอาชก็เห็นแบบที่เมธเห็น แล้วทั้งสองก็เผลอไปสบตากันเอง ก่อนที่เมธจะสะบัดหน้าหนี

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เมธก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมา

“พี่เบธ”

“โอ๋ๆ รู้น่า ว่างอนพี่น่ะ พี่ก็รู้สึกผิดน้า แต่ตอนนั้นมันตกใจ จู่ๆ เพื่อนพี่ พี่มัสน่ะ เมธจำได้ใช่มั้ย จู่ๆ เลือดก็ไหลออกจากจมูก พี่ตกใจ เลยพาไปส่งโรงพยาบาลเลย”

“พูดถึงพี่มัส นานๆ เมธจะเจอที แต่เมธก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง เมธคิดว่า พี่มัสอะ ชอบพี่เบธ”

เบธเงียบไป เพราะลึกๆ ตัวเองก็รู้สึกแบบนั้น

“แล้วยิ่งพี่เบธดูแลพี่มัสดีขนาดนี้ ป่านนี้พี่เค้าคิดไปถึงไหนแล้ว”

“พี่ดูแลในฐานะเพื่อน มัสคงเข้าใจนะพี่ว่า”

“แล้วที่พี่ดีกับพี่แก้ว ก็คือในฐานะพี่ ใช่มั้ย”

“อื้ม แก้วก็เป็นน้องที่น่ารัก” เบธอมยิ้ม

“แล้วไหนจะมี บรรณารักษ์สาว ที่น้าปรางล้อพี่เบธบ่อยๆ อีก”

“คนนั้นน่ะ ตีกันเป็นประจำ”

เบธหัวเราะในลำคอ เหมือนจะขำๆ แต่หารู้ไม่ว่า ทั้งรอยยิ้มและแววตา ตอนที่นึกถึงเจ้าของนามปากกาฝนต้นเมษา มันชัดเจนว่า เบธมีความสุข และเมธก็สังเกตเห็น

“เมธถามจริงๆ นะ พี่เบธกำลังดูใจทั้งสามคนนี้อยู่ใช่มั้ย”

“หืม ดูใจเหรอ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่เอาจริงๆ ก็เห็นทั้งสามคนเป็นเพื่อน แล้วก็รู้สึกว่าสนุกที่ได้เจอกัน มีความสุขที่พี่ได้ทำอะไรดีๆ ให้พวกเค้า มีความสุขเหมือนเวลาที่พี่ดูแลเมธนั่นแหละ”

“แล้วพี่เบธเคยคิดเล่นๆ มั้ยว่า ถ้าทั้งสามคนนี้ชอบพี่ขึ้นมาจริงๆ พี่จะทำยังไง”

“ไม่เคยคิดเลย พี่ไม่คิดว่า จะมีใครชอบพี่แบบจริงๆ จังๆ พี่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”

“เอาดีๆ นะพี่เบธ เมธเป็นห่วงน้า”

“จ้า น้องสาวสุดที่รักของพี่ พี่เชื่อว่า ถ้าเรามีเจตนาดี มีความหวังดี เรื่องมันต้องออกมาดี”

 

จนกระทั่งถึงบ้าน

เบธหิ้วปุ๋ยและดินต่างๆ ที่หนักๆ ไปไว้ที่เรือนเพาะชำส่วนตัวของเมธ ส่วนเมธก็จัดการเอาต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่ซื้อมาไปวางไว้ในจุดที่ตัวเองต้องการ แล้วก็หิ้วแคคตัสต้นน้อยๆ ของเบธขึ้นไปไว้บนระเบียบห้องตรงที่เดิม ทำให้ตอนนี้ เบธมีแคคตัสรวมทั้งหมดเป็นห้ากระถางแล้ว

“เอ้อ เมธ พี่ว่าจะหาหนังสือแคคตัสไปให้แก้วอ่านเพิ่มความรู้ เมธว่าดีมั้ย”

“ก็ดีนะพี่เบธ เผื่อพี่แก้วตา เค้าจะอ่านแล้วก็เอาข้อมูลไปลงที่เพจของเค้า ว่าแต่ พี่เบธไปกดไลค์กดแชร์ให้พี่แก้วตาเค้าหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วจ้า ทำทุกอย่างที่ควรจะทำแล้วจ้า” เบธทำหน้ากวนๆ ใส่น้องสาว

“แต่ห้ามทำพี่แก้วตาเสียใจ รู้มั้ยจ้า”

“จ้า ได้จ้า”

 

เช้าวันต่อมา

วันแรกของสัปดาห์อีกเช่นเคย เบธก็เดินทางไปยังห้องสมุดอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ โดยตั้งใจว่าจะไปยืมหนังสือเกี่ยวกับแคคตัสไปฝากแก้วตาขวัญ

“เดี๋ยวนะ เมื่อวันศุกร์ป้าผกาลืมคืนหนังสือนิยายนี่หว่า โดนปรับอีกแล้วสินะ”

เบธเพิ่งนึกออกว่า ยังมีหนังสืออีกเล่มที่ไม่ได้คืน กลายเป็นว่า จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มเป็นสองเล่ม แล้วก็ทำให้คิดอะไรบางอย่างออก

“สวัสดีค่ะ คุณฝนต้นเมษา ทหารเบธอยากเสนอว่า ให้ยืดเวลาการยืมหนังสือจากห้าวัน เป็นสิบวันค่ะ ปฏิบัติ”

“สวัสดีเช้าวันจันทร์ค่ะ คุณทหาร ว่าแต่บ่นอะไรยาวเหยียดคะ” เธออมยิ้มขำ

“คือเวลาห้าวันในการอ่านหนังสือ มันน้อยไปนะคะ”

“ใช่ค่ะ ห้องสมุดเราก็เลยมีแอพลิเคชั่น ต่ออายุการยืมหนังสือออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ หรือเสียเวลามายืมต่อที่ห้องสมุดน่ะค่ะ”

“อ้าว! ทำไมเบธไม่รู้เรื่องนี้เลยคะ” เบธทำหน้าอึ้งๆ 

“ป้ายติดอยู่ตัวเบ้อเริ่มค่ะ” พร้อมชี้ป้ายให้ดู

“โธ่ว คุณเมษาจะแนะนำเบธสักนิดก็ไม่ได้นะคะ”

“ก็ฝนไม่ทราบนี่คะ เข้าใจว่าคุณชอบมาห้องสมุด”เธอตอบไปยิ้มไป เหมือนตั้งใจแกล้ง แล้วมันสำเร็จ

“อันนั้นเข้าใจถูกแล้วค่ะ คือเบธชอบมาห้องสมุด แต่ไม่ชอบมาเสียเงินที่ห้องสมุด”

“เสียไปเถอะค่ะ คิดเสียว่า ช่วยออกเงินค่าซ่อมหนังสือ นู่นค่ะ แบกกันมาอีกแล้ว”

เบธหันไปมอง ก็พบกับผู้ชายใส่ชุดสีดำ หน้าตาโหดๆ เหมือนที่เจอเมื่อคราวก่อน เดินแบกลังลงมาจากชั้นสองด้วยท่าทางที่ไม่น่าไว้ใจอีกแล้ว

“เอ่อ คุณฝนคะ ถ้าเบธจะขอแกะลังดู จะได้มั้ยคะ”

“หืม”

“คือเบธว่า มันแปลกๆ ค่ะ หนังสือจะชำรุดมากมายอะไรขนาดนั้น แล้วคนพวกนี้ หน้าตาไม่น่าทำงานอะไรแบบนี้”

“นี่คุณอย่าบอกนะคะ ว่าคุณคิดว่า พวกเราขนยาบ้ากันอยู่”

“ก็ ค่ะ ประมาณนั้น”

“งั้นก็ ลองขอพวกเค้าดูค่ะ ฝนไม่เกี่ยวนะคะ เราส่งมอบหนังสือให้เค้าแล้ว ที่เหลือเป็นงานของเค้า”

เบธยืนท้าวสะเอว หันไปมองคนขนลังอย่างจับผิด พลันก็นึกไปถึงที่มัสยาเคยบอกว่า พวกแก๊งค้ายาอยู่ใกล้ๆ ตัวเบธ พอชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ เบธก็เรียกตัวไว้

“พี่คะ ช่วยเปิดกล่องให้ดูด้วยค่ะ อุ้ย!! ”

ปัง!

ไม่ทันที่คนแบกลังจะพูดอะไร แขนของเค้าก็อ่อนแรง แล้วลังก็หลุดลงพื้นไปเอง เบธถึงกับสะดุ้ง

“เชิญดูให้เต็มตาเลยครับ”

เมื่อได้รับอนุญาต เบธก็หยิบคัทเตอร์ในกระเป๋ากางเกงมากรีดกล่อง แล้วแหวกดูข้างใน ก็พบว่า เป็นหนังสือที่ชำรุดจริงๆ

“เจอเลขเด็ดหรืออะไรน่าสนใจมั้ยล่ะครับ”

“ไม่มีค่ะ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”

เบธทำหน้านิ่งๆ ยิ้มเชือดเฉือนเป็นการข่มนิดหน่อย มองจนกระทั่งชายคนนั้นเดินจากไป แล้วก็ยังยิ้มร้ายๆ แบบนั้นหันมาหาบรรณารักษ์ ก็เลยโดนแซวไปตามระเบียบ

“น่ากลัวจังเลยค่ะ คุณทหารอากาศขาดที่รัก”

“เริ่มกลัวเบธแล้วใช่มั้ยคะ เบธมีปืนนะ บอกก่อน”

“ก่อนจะยิงฝน กรุณาจ่ายค่าปรับมาก่อนนะคะ ขอให้ฝนได้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ที่ดีก่อนตายไป”

“เฮ้ออออ คุณชอบทำให้เบธเสียลุคอยู่เรื่อย”

“ไม่แกล้งแล้วค่ะ สรุปว่าเช้านี้มา ต้องการหนังสืออะไรคะ” ปากบอกไม่แกล้ง แต่เธอก็ยังอมยิ้มไม่หยุด 

“หนังสือสายพันธุ์แคคตัสค่ะ พอจะมีแจ่มๆ สักเล่มแนะนำไหมคะ”

“พอดีเลยค่ะ เล่มนี้เพิ่งมาใหม่ ยังไม่ได้เอาไปเก็บที่ชั้นเลย”

บรรณารักษ์ขี้แกล้งหันไปหยิบหนังสือที่เพิ่งได้มาใหม่ แล้วเอามายื่นให้เบธดู เป็นหนังสือปกแข็ง สีสันสวยงาม และมีข้อมูลอัดแน่น แต่ทว่า

“ภาษาอังกฤษเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ”

“มีฉบับภาษาไทยมั้ยคะ”

พอเบธพูดไปแบบนั้น ก็เลยได้รับสายตามีเลศนัยกลับมา

“แปลว่าไม่ได้อ่านเองสินะ”

“เอ่อ เอาไปให้น้องสาวอ่านน่ะค่ะ” เบธตะกุกตะกัก มีพิรุธพอๆ กับคนขนลังนั่นแหละ

“น้องสาว ต่างพ่อ แล้วก็ ต่างแม่ด้วย หรือเปล่าคะ” บรรณารักษ์ว่า ขณะที่หันไปเสิร์ชหาฉบับภาษาไทยในคอมพิวเตอร์

“คุณเมษาสมควรไปเป็นหมอดูมากกว่ามานั่งเงียบๆ อยู่ในนี้นะคะ”

“ฉบับภาษาไทยก็มีนะคะ แต่เล่มใหม่ๆ รูปสวยๆ เพิ่งถูกคนอื่นยืมไป อืม แต่ถ้าให้ฝนแนะนำ เอาฉบับภาษาอังกฤษไปเนี่ยแหละค่ะ แล้วพอคนอ่านเค้าสงสัยอะไร คุณทหารก็ช่วยแปลให้ โรแมนติกดีออกค่ะ”

“แปลภาษาอังกฤษให้ มันโรแมนติกจริงๆ เหรอคะ”

“อันนี้ก็ต้องลองดูค่ะ จริงๆ มันก็แล้วแต่คน กับคนอื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับคุณ ฝนคิดว่า ต้องลุ้นอีกที” 

ได้ยินแบบนั้น เบธก็เลยยักคิ้วซ้ายให้หนึ่งที แล้วก็เดินไปชี้ที่ป้ายที่ติดอยู่ตรงเสา ใกล้ๆ กับเคาน์เตอร์ยืมคืน ที่ป้ายเขียนว่า

All you need is book ,not love 

แล้วเบธก็เอานิ้วจิ้มไปที่ love 

“แปลว่าอะไรคะ คุณบรรณารักษ์”

“not love ค่ะ สำหรับฝน ไม่มีคำว่า love ในพจนานุกรมส่วนตัว”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น