เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 73 คราดาราแสงแห่งความหวังทมิฬปะทะปักษาสวรรค์ผู้ปกครองขุมนรก

ชื่อตอน : ตอนที่ 73 คราดาราแสงแห่งความหวังทมิฬปะทะปักษาสวรรค์ผู้ปกครองขุมนรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 73 คราดาราแสงแห่งความหวังทมิฬปะทะปักษาสวรรค์ผู้ปกครองขุมนรก
แบบอักษร

ตอนที่ 73 คราดาราแสงแห่งความหวังทมิฬปะทะปักษาสวรรค์ผู้ปกครองขุมนรก  

         “เมรัยจะไหวหรือเปล่านะ” 

         เรไรพูดเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ แม้นกระนั้นน้ำเสียงนางอันแฝงด้วยกังวลประปรายยังดังสะกิดนารีที่นั่งมิห่างมิไกล “ไม่รู้สินะ…” ดวงดาวน้อยกุมมือปักษาน้อยให้รับรู้ว่าตรงนี้ยังมีนางอีกคนที่คิดถึง และห่วงใยเมรัย กระนั้นไม่มีใครรู้อนาคต อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในความเป็นได้นับล้าน แม้นแต่จ้าวแห่งจักรวาลก็มิอาจตอบอย่างมั่นใจ “แต่ว่า..ถ้าเมรัยหายไป” 

         ดวงดาวน้อยเงยหน้ามองดวงจันทร์  

         “ข้าจะตามหานางแน่นอน..” 

         คำสัญญาของนาง นางจักรักษามันไว้ตลอดกาล 

-- 

         “พี่เมรัย” 

         โซฟีนั่งกอดแคนดี้พลางเหลือบมองนอกหน้าต่างแก้ว ดวงจันทร์กลมงามปรากฏโดดเด่นบนยอดนภารัตติกาล เปล่งแสงแพรวพราวราวอยากให้ผู้คนไขว่คว้าครอบครอง นักเชิดหุ่นน้อยหลุบตาพลางกระชับอ้อมกอดจนแคนดี้อยากกรีดร้องลั่น โซฟีคิดถึงเมรัย มิรู้ว่ายามนี้พี่สาวกำลังทำอันใด กระนั้นนางเดาว่าพี่สาวต้องกำลังทำเรื่องอันตรายแน่ๆ ก็เมรัยชอบเสี่ยงนี่นา  

         โซฟีคลี่ยิ้มอบอุ่น มิว่าเมื่อไหร่ พี่เมรัยพร้อมเสี่ยงเสมอเพื่อยื่นมือช่วยเหลือใครสักคน.. 

         “..พี่บ้าที่สุด” 

         -- 

         เส้นทางนับล้านแตกแขนง และนำไปสู่สถานที่ที่แตกต่างกัน กระนั้นหมอผีน้อยนางหนึ่งเลือกเดินบนเส้นทางที่ยากลำบาก เส้นทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่พร้อมฉีกกระชาก และรักษานาง นางแบกรับภาระอันหนักอึ้งบนบ่าเช่นนั้นหรือ ไม่ใช่ แม้นบางคราวนางเจ็บปวดรวดร้าว ทรมานแสนสาหัส กระนั้นนางรู้ดีว่าความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเลือนหายอย่างแท้จริง มิว่ายามนางวิ่งหนีหรือเผชิญมัน ตราบใดที่นางยังคาดหวัง และเชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้ นางรับรู้อนาคตที่วาดหวังสักวันจะกลายเป็นจริง และแม้นบางอย่างมิมีวันเป็นจริง กระนั้นนางยังอมยิ้ม และครุ่นคิดถึงมัน.. เพราะว่าคือความทรงจำที่ล้ำค่า  

         ความทรงจำที่เต็มเปี่ยมความรักมากมาย..

         แม้นมิอาจแตะต้อง หยิบจับ หรือสัมผัส กระนั้นความรู้สึกอบอุ่น น้ำเสียงอันเปี่ยมด้วยเจตนารมณ์ และภาพนั่นจะชัดเจน และกระจ่างแจ้งมิวันสลาย.. ไม่ว่านานเท่าใด..

         มีชีวิตเคียงคู่เหล่าผู้หลงทาง.. ดำรงไปพร้อมความหวังริบหรี่ที่ประเดี๋ยวอ่อนจาง ประเดี๋ยวลุกโชติช่วง..

         ไม่มีอะไรแน่นอน ทว่าเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า..

         “เชื่อมั่นว่าสักวัน..จะสามารถรักได้อีกครั้ง และจะรักษามันไว้..ไม่ยอมให้หล่นหายอีกแล้ว”

         -- 

         ณ สมรภูมิศึกตัดสินชะตากรรมพันหมื่นชีวิต เมืองฉลามน้อยพังพินาศย่อยยับ ความสิ้นหวังทะมึนปกครองทั่วสารทิศ 

         ไม่อาจปล่อยเวลานานกว่านี้แล้ว.. แคทเธอรีนทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อกำจัดวิญญาณร้ายที่เพิ่มพลังสูงกว่าเดิมหลายสิบเท่า จอมอาคมน้อยขี่สีนวลพลางใช้ศรสังหารพระเจ้าที่เมรัยขอมาจากพวกอสูร ด้วยพลังอำนาจแห่งสวรรค์ทำให้เจ้าวิญญาณร้ายได้รับบาดเจ็บมิน้อย ทว่าพลังฟื้นฟูของมันสามารถรักษาแผลให้หายได้ในเวลาไม่นาน   

         “บ้าเอ้ย” 

         จอมอาคมน้อยถึงกับสบถคำหยาบ นางมิใช่จอมอาคมประเภทถนัดใช้อาวุธอาคมฟาดฟันสู้ภูตผีตรงๆ ในหมู่จอมอาคมทั้งหมดมีเพียงไม่กี่นางเท่านั้นที่มีฝีมือการรบร้ายกาจขนาดสามารถเหวี่ยงหมัดต่อยกับวิญญาณร้ายหนึ่งต่อหนึ่ง แคทเธอรีนเป็นจอมอาคมส่วนใหญ่ที่ถนัดใช้ค่ายอาคม และร่ายบทอาคมสู้ภูตผีวิญญาณร้าย นางไม่ถนัดสู้โดยใช้อาวุธวิเศษโจมตีโดยตรง 

         เพล้ง 

         วิญญาณร้ายแสยะยิ้มมรณะพลางขยี้ลูกศรวิเศษในตำนานสังหารพระเจ้าแหลกคามือ  

         แคทเธอรีนเห็นแล้วผวา เสียวสันหลังวาบ  

         นางมองมิเห็นโอกาสชนะอีกฝ่ายสักส่วน สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด เลวร้ายจนคิดว่านางยังเอาตัวเองมิรอด 

         ไม่มีเวลาคิดแผนเพราะทุกลมหายต้องเคลื่อนขยับหลบกรงเล็บเปลวเพลิงวิญญาณร้ายที่แฝงด้วยแรงอาฆาตมหาศาล แคทเธอรีนใช้อาวุธวิเศษ และยันต์อาคมหมดกระเป๋า อาคมชั้นสูง ชั้นกลาง หรือชั้นต่ำ นางใช้หมดแล้วมิมีเหลือสักแผ่น กระนั้นหนทางจะชนะมิเปิดอ้าให้นางเลยสักนิด “สีนวล..” จอมอาคมขมวดคิ้วเป็นปม แววตาเคร่งเครียด ทั่วร่างเจ้าสีนวลปรากฏบาดแผลประปรายราวลายบนตัวเสือดาว  

         งานที่ยากที่สุด.. งานที่สิ้นหวังที่สุด… 

         “..” 

         ภาระที่กดทับบนบ่าของจอมอาคมน้อยช่างหนักเหลือเกิน… การยิ้มสู้กับความสิ้นหวังมิใช่เรื่องที่ใครอยากแล้วจะทำได้จริงๆ.. 

         “ขอโทษนะทุกคน..” 

         นางเพิ่งตระหนักรู้ตัวว่าชื่อจอมอาคมนั้น… หนักเกินไปสำหรับเด็กตัวเล็กๆอย่างนาง 

         “ช่องว่าง!!!” 

         “!!!” 

         พลาดเผลอเหม่อลอยในสนามรบ แคทเธอรียนสะดุ้งพลันเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านเมื่อเจ้าวิญญาณร้ายอาศัยจังหวะเพียงสั้นๆรีบพุ่งประชิดแล้วตวัดกรงเล็บหมายฟันผ่าร่างจอมอาคมน้อย เพล้ง!! แคทเธอรีนยกไม้เท้าตั้งรับ กระนั้นพลังของวิญญาณร้ายคมกริบปานฟันมังกร ไม้เท้าคู่กายแคทเธอรีนให้โดนฟันขาดกระจุย แตกกระจาย 

         ม ไม้เท้า!! 

         “!!” 

         “ฮาๆๆๆ” 

         ไม้เท้าถือเป็นอาวุธสำคัญของหมอผี หากไม่มีไม้เท้า หมอผีก็สิ้นท่า… แคทเธอรีน และสีนวลโดนพลังของวิญญาณร้ายผลักกระเด็นตกพื้นเสียงดังโครมคราม!!! 

         พื้นดินแตกราวปานดวงดาวตกตกใส่ ร่างแคทเธอรีนกระเด็นกระดอน เจ้าสีนวลหมดแรงพลั่งเปลี่ยนร่างกลับเป็นแมวน้อย “เหมียว..” ภูตแมวร้องครางพลางพยายามชะโงกหัวมองเจ้านาย แคทเธอรีนบาดเจ็บหนัก แม้นภายนอกไม่มีแผลฉกรรจ์ กระนั้นดวงวิญญาณของนางโดนพลังวิญญาณของวิญญาณร้ายฟันกระชากอย่างแรง บาดแผลจึงเกิดที่ดวงวิญญาณของแคทเธอรีนโดยตรง 

         ซึ่งมันเจ็บกว่าบาดแผลภายนอกสิบเท่า 

         “..” 

         จอมอาคมหน้าซีดเผือก ขอบตาดำ หอบหายใจโรยรินเยี่ยงแมวป่วย นางใช้ทุกอย่างที่มี กระนั้นมิสามารถโค่นวิญญาณร้าย นางทำภารกิจล้มเหลว มิอาจปกป้องฝูงชนวิญญาณ มิอาจปกป้องนครแห่งวิญญาณ มิอาจขัดขวางวิญญาณร้าย ทุกๆอย่างกำลังดำเนินสู่จุดจบ วิญญาณร้ายมีพลังมากพอบุกสู่โลกแห่งความจริง มันรวบรวมพลังสำเร็จ และระเบิดพลังอันยิ่งใหญ่เหนือวีรชนใด  

         จบสิ้นแล้ว.. 

         อนาคตภายภาคหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงดุจดั่งโลหิตทหารอาชา สรรพสิ่งมอดไหม้เป็นจุณ เถ้าธุลีโรยเกลื่อนแผ่นดินดำราวหินภูเขาไฟ อณูวิญญาณสิ้นสลาย ไม่อาจใช้สิทธิ์กรีดร้องอ้อนวอนต่อทวยเทพองค์ใด.. ประหนึ่งขุมนรกอเวจี  

         “เอ๊ะ”

         ข ขุมนรก..

         เพียงกะพริบตาครั้งเดียว สรรพสิ่งที่เผยตรงหน้ากลับเปลี่ยนแปลงอย่างคนละโลก “เพลิง..” นครเมืองคราแรกพังทลายเต็มไปด้วยซากบ้านเรือนพุพัง ยามนี้กลับระบายสีสันด้วยกองเพลิงลุกโชติช่วงร้อนระอุ ทั่วหนแห่งปรากฏกองเพลิงงดงามราวบุปผาสวรรค์ แอ่งน้ำใสมีหยดเลือด ท้องฟ้าอับแสงมีเมฆทะมึนดั่งวันสิ้นโลก บรรยากาศเหน็บหนาวอย่างดินแดนน้ำแข็งพันปี  

         เย็นยะเยือกราวขุมนรกสุดท้าย 

         “แกเป็นใคร” 

         ท่ามกลางเปลวเพลิงไสว ท่ามกลางความว่างเปล่าอันไร้สิ่งใด และความเงียบงันอันน่าสังเวช ท่วงทำนองแห่งมหาสมุทรอันอ้างว้างเริ่มบรรเลง วิญญาณร้ายจับจ้องยังสาวน้อยปริศนาที่ค่อยๆก้าวเท้ามาใกล้ เรือนเกศาสีส้มเพลิงลอนยาวสั่นพลิ้วตามจังหวะก้าวฝ่าเท้าอันเบาหิวน่ากริ่งเกรง อาภรณ์นักรบแต่งเต็มยศเปล่งประกายรัศมีจอมทัพในตำนานอสูรร้าย ปลายนากิกาตะวางจรดปลายเม็ดดินดำ ประกายส่วนคมดาบส่องสว่างเรืองรองสาดไอมารทมิฬทะมึนสมนามศาสตราวุธสังหารมัจจุราช เทพแห่งความตาย  

         อำนาจแห่งยักษาแตกซ่านระริก แม้นยังมิเปิดเผยร่างแท้จริง 

         “ท่านเมรัย..” 

         แคทเธอรีนแหงนหน้ามองหมอผีน้อย บรรยากาศรอบตัวเมรัยแตกต่างจากยามปกติลิบลับราวคนละคน  

         “พิรุณ..บุตรแห่งภูษา” 

         สายลมร้อนผ่าวพัดลอนผมสะบัดเผยเขาแหลมสีแดงเลือดอันงดงาม ดวงเนตรสีแดงเฉกเช่นตามารพลันเปล่งประกายแสงแพรวพราว อัดแน่นด้วยความเย็นชา และเลือดเย็นอย่างหาที่สุด นัยน์ตาที่ไม่ว่าเผชิญหน้าผู้ใดมิเคยสั่นกลัวหรือหดแคบ ดวงตากล้าแกร่งเหนือวีรบุรุษ วีรสตรีใด “…รับมือ” พิรุณตั้งนากิกาตะตรงพลางเริ่มสาวเท้า หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว  

         สี่ก้าว ห้าก้าว หกก้าว.. 

         ตุบ 

         ประกายคมดาบสังหารตวัดฟาดจากระยะไกลพุ่งตัดความเป็นไปได้ทั้งปวงสู่ลำคอวิญญาณร้าย— 

         ร่างสาวน้อยโผทะยานจากพื้นด้วยความเร็วสูงสุดดั่งลูกศร ตามด้วยกระบวนฟาดอาวุธยาวหมายฟันตัดจุดตาย วิญญาณร้ายตื่นตระหนกพลางเบี่ยงกายหลบถอยร่นไปข้างหลัง สัมผัสไอร้อนคมกริบ และทิ้งระยะห่างจากรัศมีการจู่โจมวงกว้างอย่างหวาดเกรง “!!” ความรู้สึกกลัวตายถูกปลุกให้ตื่นอย่างน่าขัน วิญญาณร้ายมิเคยเจอศัตรูตนใดจู่โจมด้วยความเร็ว และเงียบงันเพียงนี้ มิใช่แค่พลังทำลายล้างที่สูงเท่าเทียมนาง แต่เป็นความรู้สึกที่แผ่ซ่านจากพิรุณโดยตรง 

         ออร่าสีแดงราวดอกฮิกันบานะสาดสยายแม้นมองไม่เห็นจริงๆ  

         ราวเผชิญหน้ายักษ์..  

         ยักษ์แดงที่มีร่างกายใหญ่โตราวภูเขา   

         “อ๊ากกก” 

         วิญญาณร้ายสะบัดกรงเล็บสาดเปลวเพลิงมรณะ เปลวเพลิงจันทร์เสี้ยวกวาดจากระยะไกล กระนั้นพลังของมันเต็มเปี่ยมมิมีลดลงสักส่วน พิรุณหลุบตาพลางถีบเท้าพุ่งทะยานอย่างว่องไว และสะบัดคมดาบนากิกาตะฟันตัดผ่าเปลวเพลิงมรณะ ฟิ้ว คมดาบสีแดงวาดลวดลายครึ่งดวงเดือนสวยงามพลางมันตัดเปลวเพลิงมรณะขาดสะบั้นอย่างง่ายดายราวกรรไกรตัดกระดาษ  

         “จำแลงโดมิเนชั่น[การปกครองสุสาน] 

         ศาสตร์ลับมาโฮประสานพลังวิญญาณ กระบวนท่าไม้ตายปลุกชีพซากศพใต้ดินให้ลืมตาตื่นมาเป็นทหารพลีชีพ รับใช้วิญญาณร้าย เหล่าคนตายที่ร่างไร้วิญญาณผุดโผล่จากใต้ดินเมืองแห่งวิญญาณ โครงกระดูกสีดำโคลน เศษเนื้อหนังเน่าเฟะ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ทั่วกายปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีเขียวมรกต จำนวนนับร้อยนับพัน “ฮาๆๆๆสังหารมันให้ข้า”

         เสียงโครงกระดูกสั่นกึกๆ และอ้าปากร้องคำรามดังลั่น

บรรยากาศอบอวบด้วยเปลวเพลิงดั่งสมรภูมิรบ พิรุณยืนตระหง่านบนอากาศราวจ้าวนรก นางปรายตามองซากศพค่อยๆโบยบินมาใกล้เรื่อยๆ ราวแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ.. “ให้ตายสิ” ยักษาสาวหรี่ตา ขนตาเรียวยาวดุจขีดพู่กันลู่ตกพลางสองมือจับนากิกาตะ และสะบัดสะบั้นร่างซากศพขาดเป็นสองท่อน ประกายลำแสงสังหาร ณ คมดาบสาดเรืองรองคมกริบราวกรงเล็บมัจจุราช ฉีกกระชากทุกชีวิตที่หมายแตะต้องนางให้สิ้นสลายในชั่วพริบตา ราวดอกไม้ร่วงโรยเหมือนลมพายุพัดผ่าน

         พลังอนุภาพเหนือหยั่งราวไร้ขีดจำกัด มิใช่พลังที่แท้จริงของพิรุณ กระนั้นมันคือกระบวนท่าสังหารที่นางฝึกฝนนานหลายล้านปี

         ตัวนางไม่มีพลังมาโฮ ไม่มีพลังวิญญาณแกร่งกล้าเหมือนวิญญาณร้าย นางเปรียบดั่งคนธรรมดา..ที่ดูไม่ธรรมดาสักนิด

         “อย่าลืมข้าสิ!!”

         ท่ามกลางวงล้อมศัตรูนับร้อย เจ้าวิญญาณร้ายมิยอมปล่อยโอกาสพิรุณเผลอ วิญญาณร้ายอาศัยช่องว่างเล็กๆลอบจู่โจมยักษาสาวอย่างอำมหิตไร้มโนธรรม กระนั้นกระบวนท่าร่ายระบำของพิรุณมิเคยเปิดช่องว่างให้ใครฉวยโอกาสแทงข้างหลัง หากจะว่านางเปิดช่องว่าง เรียกอีกอย่างว่านาง..เปิดช่องว่างเพื่อล่อลวงอีกฝ่ายให้เข้ามาในระยะสังหารของนางดีกว่า

         ปลายคมดาบชักกลับ และโบกตวัดอย่างดงงาม ฟันผ่าท่อนแขนขวาวิญญาณขาดจากร่างอย่างเงียบสงัด และเฉียบคม

         “อ๊ากกกกก”

         พิรุณกระทืบเท้าเปลี่ยนจังหวะกระบวน พลางโยกเอว เหวี่ยงร่างสาวน้อยอวบอ้วน เหวี่ยงนากิกาตะฟาดผ่าท่อนแขนซ้ายวิญญาณร้าย ตัดสะบั้นสองแขนในชั่วพริบตา

         “ฮึ”

         พิรุณแค่นเสียงฮึ แม้นระดับพลังนางต่ำกว่าวิญญาณร้าย กระนั้นประสบการณ์ในสนามรบนางมีมากกว่าอีกฝ่ายแปดหมื่นเท่า

         “อ๊ากกกกกกกกก”

         อาวุธธรรมดามิอาจทำอันตรายวิญญาณร้าย กระนั้นนากิกาตะของพิรุณหาใช่อาวุธธรรมดา มันคืออาวุธวิเศษที่ครั้งหนึ่งเคยใช้สะบั้นศีรษะจ้าวมัจจุราช อาวุธที่แม้นแต่พระเจ้ายังหวาดกลัว เพื่อนปักษายังมิกล้าท้าทาย  

         “..”

         วิญญาณร้ายมิปล่อยโอกาสฉันใด ยักษาสาวมิปล่อยโอกาสฉันนั้น เมื่อคราวนี้ฝ่ายที่พลาดคือวิญญาณร้าย พิรุณไม่รีรอตวัดนากิกาตะฟาดฟันผ่าร่างวิญญาณร้ายเป็นสองท่อน จู่โจมพิฆาต ดับชีพศัตรูในอันรวดเร็วดั่งหนึ่งลมหายใจ หากเป็นคนธรรมดาคงลงโลงตั้งแต่แขนขาด กระนั้นศัตรูครานี้ของยักษาสาวหาใช่คนธรรมดา เจ้าวิญญาณร้ายมีพลังวิญญาณสูง พลังชีวิตสูง ที่สำคัญคือมันมีพลังฟื้นฟูเร็วจนน่าตื่นตะลึง

         แขนขวา แขนซ้ายที่ขาด มันสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

         แม้นแต่ร่างกายที่ขาดก็สามารถสร้างใหม่

         “ฮาๆๆๆๆ”

         เสียงหัวเราะแฝงแววดูแคลนดั่งคำรามบาดหูจอมอาคมน้อยที่นั่งหลบหลังกำแพง นางไม่เหลือพลังพอสู้ต่อ กระนั้นมิอาจวิ่งหนีจากไปคนเดียว แคทเธอรีนนั่งมองการต่อสู้ที่อยู่เหนือความเข้าใจของนางหลายสิบเท่า ราวนี้คือบทปะทะของตำนาน และตำนาน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมรัย ไม่เข้าใจว่าพิรุณคือใครกันแน่ กระนั้นในส่วนลึกๆมีบางสิ่งสะกิดใจจอมอาคมน้อย หากกล่าวว่าไม่รู้เลยคงมิกล้า เพราะนางเคยอ่านเจอตำนานบทหนึ่งที่ให้ความรู้สึกละม้ายคล้ายคลึงกับสิ่งที่กำลังปรากฏเป็นจริง

         สมรภูมิที่ระบายด้วยกองเพลิง เศษซากอาวุธหอก และดาบเกลื่อนกลาด ผงธงชาติโบกพัด และสตรีผู้ย่างกายในโลกแห่งความตายคือมัจจุราชที่พร้อมสังหารใครก็ตามที่หลงรุกล้ำเข้าสูเขตแดนของนาง

         “..ล้วนพานพบจุดจบ”

         เป็นไปได้อย่างไร.. แคทเธอรีนยกมือปิดปากกลั้นความหวาดกลัวน่าสะพรึง ทำไมเป็นเช่นนี้..

         ขณะจอมอาคมน้อยสับสน ฝั่งพิรุณ และวิญญาณร้ายยังคงสาดแสงอาฆาตห้ำหั่นอย่างดุเดือด สายลมกรระโชกแรง ยักษาสาวรับมือฝูงซากศพอย่างไร้ปรานี อย่างคำกล่าวที่หลายคนเอ่ยถึงนาง ใครขวางนาง นางฆ่าทิ้ง

         ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ขวางทาง.. ต่อให้เป็นคนทั้งโลกนางก็จะฆ่าทิ้งให้หมด..

         ประหนึ่งยักษ์ผู้วิ่งชนทุกอุปสรรค และใช้กำปั้นต่อยทุกสิ่งให้ตัวแตก

         มันไม่ใช่เรื่องโกหกหรือเรื่องตลก แต่มันคือความจริงที่น่าเกรงขามปานตำนานราชันมังกร และน่ากลัวปานประหนึ่งมหาหายนะที่มีสิทธิ์ทำลายล้างพิภพ..

         “…”

         ตุบ ตุบ ตุบ

         ก้าวที่หกสิบก้าว ก้าวที่เจ็ดสิบ

         พิรุณออกตัววิ่งพร้อมสะบัดนากิกาตะฟันหัวซากศพขาดสะบั้นอย่างเฉียบคม ร่างกายมือไม้เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ประกายแสงคมดาบลากยาวราวหางว่าว สะบัดโค้งเป็นครึ่งวงกลมสังหาร และวงกลมอย่างอ่อนช้อยทว่าแฝงความเด็ดขาด สะบัดหนึ่งกระบวน มีซากศพตายเป็นสิบ ต่อให้จำนวนศัตรูมากกว่านี้ร้อยหมื่นเท่า พิรุณรับมือไหว เพราะตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วที่นางสู้เช่นนี้ หนึ่งต่อสิบ หนึ่งต่อร้อย หนึ่งต่อพัน หนึ่งต่อหมื่น..

         ต่อให้ศัตรูเป็นล้าน พิรุณก็ไม่เคยทรุดเข่า ยอมแพ้

         “ชิ พวกไร้ประโยชน์”

         สถานการณ์พลิกผันหนึ่งรอบ วิญญาณร้ายตกที่นั่งลำบาก นางกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งที่นางมีพลังเหนือกว่ายักษาสาว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะพิรุณชำนาญ และเก่งกาจเรื่องการรบระดับกองทัพมากกว่าวิญญาณร้ายที่ไม่มีดีอะไรเลยนอกจากพลังทำลายล้าง กระนั้นมิใช่ว่าเจ้าวิญญาณร้ายจะสิ้นท่าง่ายปานนั้น เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งในอดีตนางเคยครองนามสูงสุด นามแห่ง บัญญัติ 

         โลกใบนี้สัตว์ประหลาดมากมาย.. เหล่าสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งชนิดไม่ใครเทียบจะได้รับนามสูงสุด นั้นคือ เหล่าบัญญัติต่างๆที่ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถต่อกร 

         อดีตบัญญัติแห่งตราบาป.. แม้นเป็นอดีต กระนั้นครั้งหนึ่งวิญญาณร้ายเคยยืนบนจุดสูงสุดแห่งสัตว์ประหลาด… 

         “จำลองเซนเททูเดธ[ตอบรับโทษประหารชีวิต] 

         รวบรวมพลังวิญญาณเจ็ดส่วนเพื่อใช้ท่าไม้ตายลับ วิญญาณร้ายคลี่ยิ้มกว้างถึงใบหูพลางกางแขนกว้างราวจะประกาศให้โลกรู้ว่านางเอาจริงแล้ว

         ครืนๆๆๆ

         “แผ่นดินไหว!!”

         แคทเธอรีนยืนสั่นพลางเอนล้มก้นจูบพื้นตุบ จอมอาคมน้อยส่ายสายตามองรอบด้านพลางพบกับภาพชวนตกตะลึง นางกลั้นหายใจ ในอ้อมแขนกอดสีนวล ตอนนี้รอบด้าน ไม่ใช่ ทั่วทั้งอาณาเขตเมืองแห่งวิญญาณกำลังสั่นสะเทือน บ้านเรือน ต้นไทร ถนนอิฐ ทุกอย่างถูกยกสูงราวแผ่นดินเริ่มลอยตัวอย่างไร้แรงดึงดูด ผ แผ่นดินกำลังลอยขึ้น..

         “ฮาๆๆๆ”

         ต้นไม้ล้มโครมคราม เสาไฟหักพัง แผ่นดินแตกเป็นเกาะลอยฟ้า พิรุณหน้านิ่งสงบมิเผยความกลัวใดๆ นางมองจ้องวิญญาณร้าย และตวัดนากิกาตะแทงทะลุศีรษะซากศพที่ใคร่อยากจู่โจมนางจากมุมอับสายตา ฉึก “ให้ตายสิ” หากมิใช่เพราะนางรักเมรัย พิรุณมิยอมมาอยู่ตรงนี้แน่ ใครจะรู้ว่านางเกลียดเรื่องวุ่นวายจะตาย..

         “เฮ้อ..”

         สาวน้อยลอบพรูลมหายใจ ทั้งที่ปล่อยนางนั่งเป็นหินโง่ๆนางก็มีความสุขแล้วแท้ๆ..

         “ลากมาเจอเรื่องงี่เง่าตลอด”

         กระนั้นได้เป็นพลังให้เมรัย พิรุณไม่คิดว่าแย่นักหรอก..

         ณ เมืองที่พังทลายไร้อนาคต พิรุณตวัดนากิกาตะกวาดล้างซากศพตายหมดสิ้นไม่มีเหลือ นางถีบเท้าพุ่งทะยานสู่ที่สูง ทุกอย่างก้าวของนางทิ้งร่องรอยแต้มแสงสีแดงประปรายราวจะบอกว่านางเคยเดินผ่านจุดนี้ ตุบ ตุบ ตุบ ก้าวที่ร้อยหนึ่ง ก้าวที่ร้อยสอง  

         “ชิ”

         วิญญาณร้ายใช้พลังเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ให้พิรุณเคลื่อนไหวลำบาก กระนั้นกลับไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะยักษาสาวสามารถปีนไต่ และกระโดดกระโจนจากแผ่นดินหนึ่งไปยังแผ่นดินหนึ่งอย่างง่ายดายราวมันเป็นเรื่องง่ายๆ

         คนธรรมดามันคงตายห่านตั้งแต่แผ่นดินพังไปแล้ว… วิญญาณร้ายคิดอย่างเคียดแค้นโกรธา กระนั้นนางไม่ได้มีแค่ไพ่ตายสองท่าซะหน่อย!!

         “จำลองคิงดอมอันเดอร์[ภายใต้อาณาจักรอมตะ] 

         ศาสตร์ลับมาโฮ กระบวนท่าไม้ตายที่ปลดปล่อยพลังมาโฮจากจุดศูนย์กลางหัวใจ และถ่ายพลังที่ฝ่ามือ เสริมพลังให้เปลวเพลิงมรณะทวีความรุนแรง และเปี่ยมไอเย็นมหาศาลราวเคียวพญายมทูต

         วิญญาณร้ายแปลงร่าง ยกระดับตนเองกลายเป็นวิญญาณระดับอสูร นางกางปีกวิญญาณกลางแผ่นหลัง และเริ่มโบยบินอย่างนกอินทรี พุ่งชนกับยักษาสาว!!

         เพล้ง!!!

         ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

         หนึ่งยักษาผู้ครองนามมัจจุราชเหวี่ยงนากิกาตะแทงทะลุ หนึ่งอดีตบัญญัติแห่งตราบาปตวัดกรงเล็บหยุดปลายคมดาบอย่างมิกลัวตาย “อ่อนแอ!!!!” “..” วิญญาณร้ายรับคมดาบเต็มๆปราศจากแววถอยหนีดั่งคราแรก พิรุณหน้านิ่งปานรูปสลัก กระนั้นดวงตานางทวีความดุดันขึ้นสามเท่า “!!”

         ชักอาวุธยาวกลับเข้าตัว และร่ายรำกระบวนท่าเรียบง่าย..ทว่าแฝงพลังสังหารพันส่วน

         เพล้ง เพล้ง เพล้ง

         คมดาบฟันกระทบกรงเล็บบังเกิดเสียงดังสนั่นระงมราวเสียงดาบตีดาบ

         เปลวเพลิงสีแดงฉานตีประจันเปลวเพลิงสีเขียวมรกต

         สองอนุภาพแห่งเพลิงฝ่ายไหนจะเหนือกว่ากัน!!

         เพล้ง เพล้ง เพล้ง

         ความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ เจ้าวิญญาณร้ายแสยะยิ้มกระหน่ำตวัดกรงเล็บแทงปะทะนากิกาตะ!!! พิรุณยืนตระหง่านทะรนง ดวงตาหลุบตาสาดประกายเยียบเย็นปานเทพแห่งความตาย พลังทำลายล้าง พลังความเร็ว สองพลังที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่าย

         “..”

         แคทเธอรีนเบิกตากว้างอย่างคิดว่านี้ใช่ความจริงใช่ไหม..

         การต่อสู้อะไร.. ทำไม.. ดุเดือดปานนี้

         แต่ละฝ่ายอยากฆ่าอีกฝ่ายให้ตายในพริบตา ไม่มีเวลาพักหายใจ รู้ตัวอีกทีต้องตั้งรับ และตีสวน ไม่มีฝั่งไหนยอมถอย ทุกครั้งที่เผลอลืมหายใจ พวกนางก็จะแยกออกจากกัน แล้วกลับมาตีกันใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความเร็วที่ไม่มีมนุษย์คนไหนมองทัน ความเร็วที่อบอวลด้วยจิตสังหารรุนแรง เพล้ง!!!

         “ระวัง ท่านเมรัย!!”

         แคทเธอรีนกรีดร้องเมื่อเห็นเมรัยพลาดโดนวิญญาณร้ายจู่โจมในมุมอับ คราวนี้ฝ่ายโดนตัดแขนคือพิรุณ..

         ท่อนแขนอวบฉีกขาดจากบ่า ลอยกระเด็นตกลงเบื้องล่าง ธารเลือดไหลนอง

         “ฮาๆๆๆๆ”

         เสียงหัวร่อดังปลุกประสาทศัตรูให้เดือดดาล ทว่าพิรุณทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แขนนางขาดแล้ว อือ

         “นึกว่าเจ้ามีพลังฟื้นฟูคนเดียวหรือ..”

         พิรุณหันหน้างดงามปรายตามองวิญญาณร้าย พลังฟื้นฟูหายากมากในหมู่มนุษย์บนโลกนี้ กระนั้นพิรุณมิใช่มนุษย์ พลังวิเศษของนางมีไม่กี่อย่าง กระนั้นการฟื้นฟูบาดแผลน่ะ

         ยักษาสาวยืนหยัดมิส่อแววตื่นตกใจ และพริบตาแขนนางพลันปรากฏขึ้นทันที เร็วยิ่งกว่าตอนวิญญาณร้ายสร้างแขนเสียอีก

         “!!”

         วิญญาณร้ายไม่อยากเชื่อ กระนั้นพิรุณไม่อธิบายชี้แจ้งใดๆ ยักษาสาวอาศัยจังหวะที่ศัตรูตกใจ รีบเร่งกระหน่ำโจมตีต่อเนื่อง ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว

         ตุบ ตุบ ตุบ

         ก้าวที่สามร้อย ก้าวที่สามร้อยหนึ่ง

         คมดาบวาดลวดลาสง่างามราวสะบัดพู่กันลงบนกระดาษ เรือนผมลอยยาวส่ายสะบัดพลิ้วไหว เรือนร่างอวบอิ่มโยกกระเพื่อมอย่างมีเสน่ห์ถึงฆาต วิญญาณร้ายเดือดดาล นางรวบรวมพลังแปดส่วนหมายมั่นตัดสินผลแพ้ชนะครั้งนี้ “อ๊ากกกกก” “..น่ารำคาญ”

         ผู้ใดส่งเสียงดังน่ารำคาญ มันต้องตาย..

         กระบวนท่าร่ายระบำนากิกาตะของพิรุณมีเพียงสิบกระบวนท่า กระนั้นมันเป็นกระบวนท่าที่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับอีกท่าหนึ่งได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ทำให้ยากมากที่จะหลบคมดาบของนางพ้น ฟิ้ว ฟิ้ว ฉึก

         ฟัน แทง ชักกลับ ย่อเท้า ตวัดฟันบน และหมุนตัวเหวี่ยงกวาดวงกว้าง

         ใครเลยจะคิดว่าท่วงท่าสวยงามราวสตรีนางโลมร่ายรำนี้สามารถตัดคอศัตรูขาดในพริบตา…

         “ตายซะที!!!”

         ตั้งแต่เริ่มสู้นั้นกินเวลานานมาก เป็นการต่อสู้ยืดเยื้อที่ผลาญกำลัง พลังของวิญญาณร้ายมหาศาล พลังวิญญาณเริ่มถดถอย และหมดลง กลับกันฝ่ายพิรุณไม่มีทีท่าอ่อนแรงเลย..

         พอซะที!!!

         วิญญาณร้ายระเบิดพลัง!!!

         ปีกวิญญาณกางสยายกว้างครั้นสาดอณูพลังวิญญาณทำลายล้างสรรพสิ่งรอบกาย แรงพลังพุ่งสู่เบื้องล่าง “!!” กระแทงแผ่นดินสั่นแรง กระแทงแผ่นดินแตกกระจุย แคทเธอรีนก้มหน้ากุมขมับกลัวหินตกใส่

         “จำลองครบเพลิงพญายม[ตะเกียงไฟนำทางในทะเลปรโลก] 

         วิญญาณร้ายเสกตะเกียงไฟเหนือฝ่ามือมารพลางใช้ตะเกียงไฟส่องแสงสว่าง แสงสว่างที่สาดออกจากตะเกียงไฟคือพลังทำลายล้างระดับสังหารมังกรที่สามารถกวาดล้างสรรพสิ่งให้สูญสลายทั้งหมดทั้งปวง

         “ท่านเมรัย!!”

         !!! วาบ---- ตูม!!!

         ระยะรัศมีการทำลายล้างกว้างไกลมาก เพียงแค่ครั้งเดียว..

         “ม เมือง..หายไปแล้ว”

         พื้นที่เมืองฉลามน้อยหายไปราวหนึ่งในสี่ส่วน บริเวณที่พิรุณเคยยืนตระหง่านตอนนี้ไม่เหลือร่างนางแล้ว..

         “ท่านเมรัย!!!”

         พิรุณโดนพลังแสงปัดเป่าไม่เหลือซาก.. บังเกิดความเงียบวังเวง

         “ไม่จริงใช่ไหม”

         แคทเธอรีนหน้าถอดสี วิญญาณร้ายโก่งหลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ”

         นางชนะแล้ว!!!

         “ให้ตายสิ”

         !!!!!

         ผืนแผ่นดินโดนพลังแสงกวาดล้างราบเรียบทำให้มองเห็นเปลวเพลิงที่ค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างอัศจรรย์ และไม่นานดวงไฟนั้นแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นสาวน้อยอวบอิ่ม เรือนร่างงดงามราวนางมารร้าย ดวงตาสีแดงเลือดเบิกกว้างอย่างแข็งแกร่ง พลางมีหยาดน้ำตาเลือดไหลริน “ทำไม!!!” แคทเธอรีนเห็นกับตาว่าเมรัยสลายไปพร้อมเมืองแล้ว แต่ทำไมหมอผีน้อยยังอยู่ วิญญาณร้ายอยากถามเช่นกัน  

         “…”

         พิรุณไม่คิดตอบ กระนั้นนางรู้ตนเองแม้นไม่มีท่าไม้ตายเหมือนปักษาหรือวีรชนคนอื่น กระนั้นนางมีพลังพิเศษอย่างหนึ่ง

         นั้นคือตราบใดที่นางยังอยู่ในสมรภูมิรบ..

         “ข้าไม่วันตาย 

          แหกทุกกฎความเป็นไปได้.. พิรุณจะไม่วันตายอย่างเด็ดขาดตราบใดก็ตามที่นางยังยืนอยู่ในสมรภูมิแห่งเปลวเพลิง

         ไม่ว่าศัตรูจะสังหารนางสักกี่พันหมื่นครั้ง นางจะยังคืนชีพมาสู้ต่อไม่จบจนกว่านางจะชนะ 

         วิธีที่จักโค่นพิรุณใช่ว่าไม่มี.. 

         “แต่ระดับเจ้าคง..ไม่มีทาง” 

         ยักษาสาวพึมพำเสียงเบาหวิว นางยกมือปัดปอยผม และกระชับนากิกาตะในอุ้งมือแน่น “รับมือ” 

         กาลเวลาไม่กี่ชั่วโมง กระนั้น.. วิญญาณร้ายราวต้องใช้เวลาหลายพันปี.. ตกอยู่ในขุมนรก  

                    

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น