Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP : 23 ง้องอน

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 688

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 20:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 23 ง้องอน
แบบอักษร

 

 

 

EP : 23 ง้องอน 

 

 

 

 

 

 

 

ในเวลานั้นหรงซู่จินที่กำลังนอนหงายรอบตัวที่เต็มไปด้วยน้ำสีฟ้า ร่างบางค่อยๆ จมลงไปด้านล่างเรื่อยๆ พร้อมกับที่น้ำวารีสรรค์กำลังหมุนเป็นวงกลมอยู่รอบตัวของหรงซู่จิน เธอหลับพลางดูดซับลมปราณรอบๆ ตัวไปด้วย โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรอบๆ ตัวของตัวเองในตอนนี้ 

 

หวางชูที่เห็นว่าหรงซู่จินนั้นจมลงไปยังด้านล่างของสระน้ำวารีสวรรค์แล้วก็ขมวดคิ้วนิดหน่อย เพราะไม่เพียงแต่นางที่จมลงไปอย่างเดียว แต่กับมีเกลียวคลื่นน้ำที่หมุนรอบตัวของนางจากช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรงซู่จินที่อยู่ตรงใจกลางคลื่นนั้นได้เลย 

 

หรือว่านางไม่รู้สึกตัวกัน 

 

หวางชูคิดพลางนั่งมองนางเอยู่เงียบๆ ว่ามันคืออะไรกัน หรือว่าจะเป็นการทะลวงเลื่อนขั้นกัน เพราะเขาก็นั่งรอให้หรงซู่จินขึ้นมาจากสระน้ำได้สามวันแล้ว ช่างเป็นการทะลวงเลื่อนระดับลมปราณที่แปลกดีแท้ นางชอบมีเรื่องมาให้เขาแปลกใจอยู่เรื่อยๆ 

 

หวางชูนั่งมองกอดอกมองหรงซู่จินต่อไปอย่างเงียบๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะรีบกระโดดลงไปช่วยนางได้ทันที แล้วเขาก็ต้องจ้องมองสายน้ำที่กำลังค่อยๆ หายไปยังตันเถียนของหรงซู่จิน ไม่ดีแน่! เพราะถ้านางจะดูดน้ำวารีสวรรค์เข้าไปในตันเถียนมากขนาดนั้น ร่างกายนางอาจจะแตกสะลายได้ หวางชูไม่เสียเวลาคิดอะไรมากรีบกระโดดลงไปทันที 

 

ตู้ม!! 

 

 

 

หรงซู่จินนั้นยังคงดูดซับลมปราณไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ลืมตามามองสิ่งใด แต่ก็รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดที่อยู่รอบๆ ตัวของเธอ แต่ก็ไม่คิดที่จะลืมตาในตอนนี้ ไม่นานเธอก็เริ่มรู้สึกมาว่าบางอย่างเข้ามาที่ตันเถียนของเธออย่างรวดเร็ว ความเย็นวาบเข้ามาไม่หยุด และมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย 

 

หรงซู่จินแปลกใจมากเมื่อความรู้สึกที่เหมือนกำลังถูกบางอย่างกำลังบุกรุกริมฝีปากของเธออยู่ และความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ทำให้เธอลืมตามองหน้าหล่อเหลาของหวางชูที่ตอนนี้ 

 

 

เขาก็จูบเธออยู่ 

 

หรงซู่จินนั้นมึนงงอย่างมาก เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมอยู่ๆ หวางชูถึงต้องจูบเธอด้วย เอวบางถูกหวางชูรวบเข้าหาตัวของเขา หรงซู่จินคิดว่าถ้าเธอไม่จูบตอบเขากลับ เธอจะต้องขาดอากาศหายใจเป็นแน่ๆ และเมื่อเธอจูบตอบหวางชูกลับไป มันก็เป็นเวลาเดียวกันที่เธอรู้สึกว่าความรู้สึกเย็นวาบเมื่อกี้ได้หายไปแล้ว 

 

หวางชูที่เห็นว่าหรงซู่จินกำลังจูบตอบตัวเองอยู่ก็ไม่รอช้าที่จะจูบหรงซู่จินต่ออีก เพราะโอกาสที่จะจูบหรงซู่จินนั้นไม่ได้มีมาง่ายๆ ก่อนหน้านี้นั้น เขาตกใจนิดหน่อยเมื่อกระโดดลงมายังวังวนน้ำที่กำลังจมหายไปยังตันเถียนของหรงซู่จินเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าหยุด แถมเขาเขย่าตัวนางก็ไม่ตอบโต้อะไรเขาอีก พอจะพากลับขึ้นไปด้านบนก็ทำไม่ได้ และด้วยความที่เขากลัวว่านางจะขาดอากาศหายใจเสียก่อน 

 

เขาเลยจำเป็นที่จะต้องจูบนางเพื่อจะแบ่งปันลมหายใจของเขาให้หรงซู่จินทันที อย่างไม่เสียเวลาคิดอะไรมาก มันช่างเป็นโชคดีของเขาเหลือเกินที่นางนั้นจูบตอบเขากลับมา ไม่เหมือนตอนแรกที่เขาเป็นคนนางอยู่ฝ่ายเดียว มังกรหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นระคนดีใจ จนลืมเลือนบางอย่างไปว่าลงมาเพื่อจะทำอะไร 

 

“อืม” เสียงครางแผ่วเบาของหรงซู่จินเรียกสติของมังกรหนุ่ม ที่ตอนนี้สติเตลิดไปไกลมากแล้ว มือหนาเรื่อยมาจับที่ท้ายทอยของหรงซู่จินให้รับจูบของเขาให้ถนัดๆ พร้อมกับกดจูบลงไปหนักๆ เป็นครั้งสุดท้ายแล้วผละออกมา แต่ก่อนที่หรงซู่จินจะได้พูดอะไร หวางชูก็ถ้านางขึ้นมาจากสระน้ำ 

 

“อะไรของท่านเนี่ย” เมื่อหรงซู่จินที่ขึ้นมานั่งก้อนเมฆโดยที่ตัวของเธอถูกทำให้แห้งจากการที่หวางชูเพียงสะบัดมือเบาๆ เธอนั่งหอบหายใจนิดหน่อย ก็หันไปถามอีกที่นั่งอยู่ข้างกายที่นั่งทำหน้านิ่งๆ เหมือนเมื่อกี้เขาไม่ได้ทำอะไรผิด 

 

“ข้าช่วยเจ้าอยู่นะ” หวางชูบอกเมื่อเห็นสีหน้าเอาเรื่องของหรงซู่จิน 

 

“ช่วยทำไมเจ้าคะ ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียเมื่อไร” หรงซู่จินถามอย่างไม่เข้าใจ พลางแอบคิดว่าหวางชูนั้นต้องการจะจูบเธอก็เลยหาข้ออ้างเป็นแน่ เดี๋ยวนี้ชักจะเจ้าเล่ห์แล้วนะ 

 

“เจ้าไม่รู้ตัวหรือ” หวางชูมองหรงซู่จินนิ่งก่อนจะถามเพื่อให้แน่ใจ พลางเค้นสมองหาคำตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านี้ 

 

“ข้ารู้สึกตัวก็ตอนที่ท่านจูบข้านี่แหละเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบ หวางชูที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น นางไม่รู้ตัว หวางชูคว้ามือของหรงซู่จินมาจับพลางตรวจสอบว่าร่างกายของนางมีอะไรผิดปกติหรือไม่ ก่อนจะขมวดคิ้วหนักว่าเดิม เมื่อได้พบกับอย่างที่ทำให้เข้าแปลกใจ 

 

“ตอนนี้เจ้ารู้สึกไม่สบายหรือรู้สึกแปลกๆ หรือไม่” หวางชูถามคนตัวเล็กที่กำลังมองมาที่เขาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหน้าส่ายหน้าไปมา เป็นไปได้อย่างไรกันที่นางจะไม่รู้สึกตัวเลยสักนึก มีอะไรบางอย่างผิดปกติ 

 

“เจ้ารองตรวจสอบร่างกายของเจ้าสิ” หรวงชูสั่งเพราะบางครั้งนางอาจจะยังไม่ได้ตรวจสอบภายในร่างกายของนางก็เป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นนางคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว 

 

“มีอะไรหรือเปล่าเจ้าค่ะ” หรงซู่จินที่เห็นสีหน้าของหวางชูที่เอาแต่ขมวดคิ้วก็ถามอย่างสงสัย พลางหลับตาแล้วก็ตรวจสอบภายในร่างกายของเธอไปด้วยว่ามีอะไรแปลกปลอมหรือเปล่า ไม่นานเธอก็พบสิ่งผิดปกติ พร้อมกับเธอที่ลืมตาขึ้นแล้วส่งยิ้มกว้างให้อีกคนที่นั่งอยู่ข้างกาย 

 

“ข้าทำได้แล้วเจ้าค่ะ” หรงซู่จินร้องบอกอย่างดีใจเมื่อพบว่าตัวเองทะลวงเลื่อนระดับมาอยู่ที่ระดับลมปราณราชันย์ขั้นต้นได้แล้ว 

 

“ไม่ต้องมายิ้มเลย ข้ารึอุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่าเจ้าจะเป็นอะไรไป หึ ที่ไหนได้ก็กำลังจะทะลวงเลื่อนระดับเสียนี่ เจ้ารู้หรือไม่มันเสี่ยงมากแค่ไหน ถ้าหากเจ้าทนรับไม่ไหวร่างกายของเจ้าจะแตกสะลายเอาได้” หรงซู่จินกระพริบตาปริบๆ มองหน้าหวางชูที่ทำหน้าเสียจริงจัง จนเธอต้องหุบยิ้มทันที เหมือนเห็นสีหน้าเป็นห่วงของหวางชู 

 

“ข้ามีท่านอยู่จะกลัวอะไรเจ้าคะ” หรงซู่จินเอ่ยอย่างเอาใจ หวังให้หวางชูหายอารมณ์เสียได้บ้าง แต่ก็กลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อหวางชูหันหน้าหนีเธอ ห้ะ! เดี๋ยวๆ นี่เธอกำลังถูกหวางชูงอนหรือ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ 

 

“เจ้าก็พูดได้นี่ ไม่มีใครจะปล่อยให้คนรักของตัวเองเสี่ยงอันตรายหรอกนะ” หวางชูชำเลีองตามามองหรงซู่จินนิดหน่อยก่อนจะเบนสายตาหนี เมื่อสบนัยน์ตาที่หวานล้ำของหรงซู่จิน เขาว่าจะใจอ่อนให้กับนาง ด้วยเพราะกลัวว่าทนไม่ไหว แล้วกลัวว่าจะใจอ่อนและยอมหายโกรธหรงซู่จินง่ายๆ 

 

เฮ้อ ทำไมนางทำให้เขายอมนางทุกทีก็ไม่รู้ 

 

“เอ่อ ข้าไปเป็นคนรักของท่านตอนไหนกัน” หรงซู่จินมองมังกรจอมซึนนี่ทำกำลังงอนเธอ พลางเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าเธอไปเป็นคนรักของเขาเมื่อไรกัน เธอยังไม่ตกลงเลยนะ แต่ว่า โอ๊ย แล้วทำไม่จะต้องคิดถึงตอนนี้เราสองคนเพิ่งจูบกันใต้สระน้ำวารีสวรรค์นั้นด้วยเนี่ย 

 

หรงซู่จินได้แต่ส่ายหน้าไปมา พลางมองหวางชูที่ทำเสียงหึออกมาเบาๆ เหมือนจะโกรธเธอ หรงซู่จินมองหวางชู พลางเอื้อมมือไปจับศอกของเขาเบาๆ หวางชูสะบัดศอกหนีอย่างงอนๆ บอกทีว่านี่คือหวางชูมังกรสามพันปี เขากลายเป็นมังกรขี้งอนไปตั้งแต่เมื่อไรกัน 

 

“ข้าขอโทษ” หรงซู่จินไม่คิดว่าเธอจะพูดคำพูดนี่ออกไปจริงๆ แต่พอคิดได้ว่าเพราะหวางชูนั้นเป็นห่วงเธอจนต้องกระโดดลงน้ำไปช่วยเธอจากเหตุการณ์เมื่อกี้ เธอก็เลยต้องเอ่ยคำนี้ออกไป 

 

“หึ เจ้าไม่ผิด ข้าผิดเองนั้นแหละที่เป็นห่วงเจ้าเกินไป” หวางชูแค่นเสียง ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะมองหรงซู่จินตาขวางทันที เมื่ออีกคนกำลังจิ้มๆ แก้มของเขาเล่น นี่เขาโกรธนางอยู่นะ นางควรจะรีบง้อเขาสิ ไม่ใช่มาแกล้งเขาแบบนี้ 

 

“อะไรกัน ข้ากำลังง้อท่านอยู่นะ” หวางชูมองหรงซู่จินที่พูดแบบนั้น นี่คือการง้อหรือ มนุษย์พากันง้อแบบนี้หรือ แล้วที่ผ่านมาที่นางจิ้มแก้มของเขาบ่อยๆ นางก็กำลังง้อเขาหรือเปล่า มังกรหนุ่มใช้ความคิดหนักว่าอะไรเป็นอะไร ตลอดสามพันปีมากนี้เขาไม่เคยคิดหนักขนาดนี้มาก่อนเลย 

 

เพราะเผ่าพันธุ์ของเขานั้นเวลาจะง้อกันด้วยอีกฝ่ายเอาจมูกมาถูไถไปมากับจมูกของอีกฝ่ายต่างหาก แถมยังเป็นการแสดงความรักที่ทั้งสองมีให้กันด้วย แต่เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะได้ทำแบบนั้นกับหรงซู่จินของเขาเลย หรือนางจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาจริงๆ นะ แล้วก่อนหน้านั้น นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยหรืออย่างไรกัน 

 

“นี่ ข้าต้องทำยังไง ท่านถึงจะหายงอนข้า” หรงซู่จินเริ่มจะจนปัญญาเสียแล้วเมื่อเห็นว่าหวางชูที่ติดอยู่กับความคิดของตัวเองโดยไม่สนใจเธอ เลยต้องถามออกไป จะได้ง้อมังกรขี้งอนถูก 

 

“เจ้าจะยอมทำตามหรือ” หวางชูถามทั้งที่ไม่ได้หันกลับไปมองใบหน้างามที่กำลังพยักหน้าขึ้นลง 

 

“บอกมาสิข้าจะทำ” หรงซู่จินเอ่ยถามพลางคิดว่าจะทำอะไรให้หวางชูทานดี เพราะเธอมั่นใจว่าหวางชูนั้นจะต้องร้องขอให้ทำอาหารให้ทานอย่างแน่นอน แต่หรงซู่จินก็คิดผิดเมื่อเธอถูกหวางชูนั้นรวบตัวเข้าไปกอดอย่างรวดเร็ว 

 

และมันก็ผิดพลาดนิดหน่อยเมื่อเธอนั้นถูกหวางชกดลงไปนอนกับก้อนเมฆโดยที่มีหวางชูคร่อมอยู่บนตัวของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาของหวางชูอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของหวางชูเป่ารดใบหน้าของเธอ หรงซู่จินนั้นรู้สึกว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอร้อนแผ่วขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะมันร้อนกว่าทุกครั้ง 

 

“เจ้าต้องทำแบบนี้” ปลายจมูกโด่งรับริมฝีปากแดงระเรื่อของหวางชู ปากก็พูดบอกไปพร้อมกับใช้ปลายจมูกโด่งนั้นถูไถไปมากับจมูกเชิดรั้น ของเธอไปมา หรงซู่จินนั้นตอนนี้รู้สึกว่าเธอนั้นกำลังหายใจติดๆ ขัดๆ และก็ไม่กล้าหายใจแรงๆ 

 

“ที่เผ่าพันธุ์ของข้าจะทำแบบนี้เมื่อคนรักของตัวเองงอน และยังมีการแสดงความรักให้แก่กันด้วยการจูบ” หวางชูพูดแล้วก็ทำตามที่ตัวเอ่ยเอาไว้ ก่อนจะเว้นระยะไปนิดหนึ่งเพื่อดูอาการของหรงซู่จิน ที่หรงซู่จินเป็นแบบนี้เผ่าพันธุ์ของเขาเรียกว่าเขิน 

 

เมื่อเห็นแบบนั้นก็หวางชูก็พูดต่อขึ้นนัยน์สีขาวราวหิมะเลื่อนสายตาไปมองที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของหรงซู่จิน ก่อนจะเอียงใบหน้านิดหน่อย แล้วก้มลงจูบเบาๆ แล้วผละออก พร้อมกับเอ่ยถามหรงซู่จินที่จ้องมองเขาอย่างอึ้งๆ 

 

“เจ้าทำได้หรือไม่” ผละออกมาหวางชูก็ถามหรงซู่จินทันที แต่เหมือนหรงซู่จินนั้นเหมือนจะเขินเขาจนนางไม่ได้ฟังเขาสักนิด แถมร่างบางยังอ้าปากเหมือนจะกล่าวอะไรแต่ก็ไม่กล่าวเพราะเหมือนนางจะคิดหาคำพูดไม่ออก 

 

“ทะ…ท่าน” หรงซู่จินกล่าวได้แค่นั้น สมองมึนงงตามไม่ทัน เธอกำลังถูกมังกรจอมซึนนี่ปั่นหัว หรงซู่จินมองหวางชูที่กำลังรอคอยคำตอบจากเธออย่างมีความหวัง เฮ้อ หรงซู่จินถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่กำลังคาดหวังกับคำตอบของเธอ แล้วทำไมเธอจะต้องใจอ่อนง่ายๆ กับเขาด้วยก็ไม่รู้ 

 

“ไม่ได้หรือ” น้ำเสียงและแววตาเศร้าสร้อยของหวางชู ทำเอาหรงซู่จินไปต่อไม่ถูก แต่มือเล็กๆ ทั้งสองข้างของเธอก็เลื่อนไปกุมใบหน้าหล่อเหลาของหวางชูเสียแล้ว สายตาเธอจ้องมองอีกคนที่อยู่ด้านบน นิ้วเรียวเล็กลูบไล้ไปตามแก้มของเขาเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวให้หวางชูไปนอนอยู่ใต้ร่างของเธอแทน 

 

“ทำแล้วก็ต้องหายงอนด้วยนะเจ้าคะ” หรงซู่จินเอ่ยพลางทำตามหวางชูเมื่อกี้ ใบหน้างามก้มลงไปใกล้กับใบหน้าหล่อเหลาของหวางชู พร้อมกับใช้ปลายจมูกเชิดๆ ของตัวเองถูไถไปมาเบาๆ แถวบ้านเธอมันเรียกว่าอ้อนชัดๆ มันใช้การง้อเสียเมื่อ เอ๊ะ หรือว่าเขาก็ทำแบบนี้กัน 

 

หรงซู่จินมองริมฝีปากแดงระเรื่อของหวางชู พลางขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดหนัก ว่าเธอจะต้องจูบแบบที่หวางชูทำเมื่อครู่หรือเปล่าเนี่ย เพราะเมื่อครู่เธอหูอื้อตาลายไปหมดแล้ว ตั้งแต่ที่เขาใช้ปลายจมูกโด่งนั้นถูไถไปมากับจมูกเชิดๆ ของเธอ 

 

หรงซู่จินของมองริมฝีปากของหวางชูอยู่นาน จู่ๆ ลำคอของเธอก็แห้งผากขึ้นมา หรงซู่จินที่มองริมฝีปากแดงระเรื่อของหวางชูก็ได้ตัดสินใจทำตามหวางชูที่ทำก่อนหน้านั้น ใบหน้างามเอียงเล็กน้อยแล้วก็ก้มลงไปจนใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของเธอเป่ากระทบกับหวางชู หรงซู่จินกลั้นหายใจในตอนที่กดริมฝีปากของตัวลงกับริมฝีปากแดงระเรื่อของหวางชู ก่อนจะผละออกมา 

 

“เจ้ายอมรับรักข้าแล้วหรือถึงได้จูบข้า” หวางชูแม้จะอึ้งอยู่บ้างที่ถูกหรงซู่จินจูบแม้มันจะแผ่วเบาและแค่เพียงไม่นานนักแต่เขาก็ดีใจไม่น้อย ริมฝีปากของนางนั้นหอมหวานจนเขาอดใจไม่ไหวทุกครั้ง หวางชูยิ้มนิดๆ เมื่อได้เห็นสีหน้างุนงงของหรงซู่จิน 

 

“เอ่อ” หรงซู่จินกล่าวไม่ออกเมื่อได้ยินหวางชูเอ่ยแบบนั้น มือของหวางชูเอื้อมมาเล่นกับผมที่บังใบหน้าของเธอก่อนจะเอาไปทัดไว้ที่หูของเธอ แขนแกร่งเอวเลื่อนไปโอบเอวบางของเธอจนแนบชิดไปกับตัวของเขา จะมีใครได้ใกล้ชิดกับเธอมากกว่าหวางชูอีกหรือไม่ ถ้าไม่นับรวมท่านพ่อของเธอ 

 

“ข้าจะไม่บังคับเจ้าให้รักข้าหรอกนะ ซู่เออร์ เพราะถ้าเจ้าจะรักคนอื่น ข้าก็ไม่อาจห้ามเจ้าได้ และข้าก็ไม่คิดจะรักคนอื่นนอกจากเจ้าที่เป็นคู่ชีวิตของข้า” หวางชูจินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวด เพราะหรงซู่จินนั้นมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะเป็นคู่ชีวิตของเขาหรือไม่ และถ้าหากนางไม่เลือกเขา 

 

เขาก็ยินดีมองนางอยู่ห่างๆ กับคนที่นางเลือก ส่วนเขาก็ต้องอยู่อย่างโดดเดียวเพราะไม่อาจจะหาใครมาแทนที่ของนางได้ เพราะนางคือคู่ชีวิตที่สวรรค์นั้นส่งมาให้กับเขา 

 

หรงซู่จินนั้นที่สังเกตเห็นแววตาของหวางชูนั้นแสดงถึงความเจ็บปวด แม้จะเก็บซ้อนเอาไว้ก็ตาม แต่ก็ยังเห็นอยู่ดี สิ่งที่เขาต้องการจะบอกเธอคืออะไรกันแน่ 

 

 

“ข้ายังเจ็บปวดอยู่กับความรักที่ไม่สมหวัง และข้าก็กลัวเกินกว่าที่จะกลับไปรักใครอีกอีก เพราะข้ากลัวว่ามันจะกลับไปเจ็บปวดอีกครั้งเหมือนในอดีต” หรงซู่จินซบหน้าใบหน้ากับอกของหวางชูพลางบอกเขาไปด้วย และไม่รู้ทำไมเธอจะต้องบอกเรื่องของเธอให้หวางชูฟังด้วยก็ไม่รู้ 

 

เธอรับรู้ว่าฝ่ามือหนาของหวางชูกำลังลูบหัวของเธอเบาๆ คล้ายกับว่ากำลังปลอบโยนเธออยู่ 

 

“อย่าได้กลัวที่จะรักใครเลย ซู่เออร์ ถึงแม้ข้าจะไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้นัก แต่ว่างใจข้าได้ ข้าไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดเหมือนดั้งที่คนรักทำกับเจ้าแน่นอน สัญญาด้วยเกียรติของมังกรวารีผู้ยิ่งใหญ่ว่าข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด” หวางชูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางจูบไปที่หัวเล็กๆ ของหรงซู่จินไปด้วย 

 

“หึ ข้าจะค่อยดู” 

 

“ดูไปทั้งชีวิตก็ย่อมได้” หวางชูพูดขึ้นพลางกระชับวงแขนของหรงซู่จินไปด้วย ราวกับว่ากลัวเธอจะหายไป ถ้าเขากอดเธอไม่แน่นพอ 

 

 

 

ง้อกันอยู่ดีๆ ก็พาไปดราม่าเฉยเลย งงกับตัวเองเหมือนกัน หลายอารมณ์จริงๆ พี่หวางชูพูดให้ขวนสงสัยแหะ ชอบก็เม้นได้น่า 

ความคิดเห็น