thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 6 คิดถึง

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 คิดถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 140

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 17:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 คิดถึง
แบบอักษร

 

 

แม่ปีศาจเมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงเอามือข้างหนึ่งข้ามไปที่เอวของผู้ท้าทาย พร้้อกับยื่นใบหน้าไปที่บริเวณใบหูของเธอ

 

“เขินหรอ..”

 

น้ำเสียงอันยียวนกวนประสาททำให้คนขี้โมโหหันกลับมาโดยไม่รู้ตัวว่าเจ้าของเสียงกวนประสาทยังอยู่ข้างหูของเธอ

 

สองใบหน้าได้ชิดใกล้กันอีกครั้งจะห่างเพียงแค่แลายจมูกเท่านั้น ทั้งสองต่างจ้องมองหน้ากันและกันดั่งกับต้องมนตรา

 

“ไม่ยักรู้นะคะ..ว่าคุณมีโมเม้นท์อะไรแบบนี้ด้วย”

 

เสียงแทรกขึ้นมาของลลิษาทำให้เจนนี่หลุดจากภวังค์

 

“บ้าา!!”

 

เจนนี่ตอบแล้วขยับตัวออกห่างลลิษา ลลิษาจึงผละตัวออกจากเตียงก่อนส่งยิ้มบางๆให้เจ้าหล่อน ก่อนจะพูดด้วยถ้อยคำอันหวานเพื่อยั่วแม่สาวตรงหน้า

 

“พักผ่อนเยอะๆนะ เป็นห่วง..”

 

เจนนี่ทำเป็นไม่สนใจหันหน้าไปทางอื่นเพื่อจะพยายามปกปิดอาการเขินอายจนแทบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

 

“ไอ้..ไอ้บ้าา!!”

 

หญิงสาวพึงพำเบาๆจนแทบจะไม่ได้ยิน

 

“บ้าแล้วไงอ่ะ!! ไปล่ะ..”

 

“เชิญ!!!”

 

จบประโยคนั้นเจนนี่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจเบาๆ เมื่อไม่มีใครมาคอยกวนโมโห

 

“ไปแล้วนะ”

 

พูดจบลลิษาก็กระโดดระเบียงลงไปทันที

 

“ไปซะที เฮ้อออ!!”

 

เจนนี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

.

 

.

 

“บอสหายไปไหนมาคะ”

 

หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมาหาคนใส่สูทที่เรียกว่าบอส และพนักงานก็ต่างทำความเคารพคนๆนั้นด้วยความเคารพยิ่ง

 

“ไปโรงพยายาลมา มีอะไรรึเปล่าคะ”

 

“โรงพยาบาล แปลกจัง..”

 

หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง

 

“แปลกยังไม่หรอคะ”

 

ลลิษาถามกลับด้วยอยากรู้คำตอบ แล้วเดินนำหน้าไป

 

“ก็...ตั้งแต่ทำงานกับบอสมา ยังไม่เคยเห็นบอสไปโรงพยาบาลเลย”

 

“ไม่เห็นแปลกเลยนิ่ ก็แค่ไปโรงพยาบาลเอง”

 

“ก็ใช่ค่ะ!! แต่สำหรับคนอื่นนะคะ”

 

เธอพูดอย่างกับว่าเธอสนิทสนมกับหญิงสาวผู้นั้นเป็นอย่างมาก แต่ผิดกับอีกคนที่หยุดยืนทำตาแข็งใส่เธอ

 

“ขอโทษค่ะ! บอสส...”

 

หญิงสาวกล่าวคำขอโทษแล้วเดินตามหลังนิ่งไปสักพักหนึ่ง จนมาถึงหน้าห้องๆถึง ซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้เป็นบอส หญิงสาวเมื่อฉุดคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบเปิดประตูวิ่งตามเข้าไป

 

“บอสคะ! เกือบลืมไปเลยค่ะ”

 

“ว่าไงคะ”

 

“ทางGOMที่เค้าเคยมาเที่ยวที่นี่แล้วมาใช้บริการที่พักที่กระบี่เมื่อ1ปีก่อน เค้ามาขอจองที่พักไว้สำหรับHoneymoonอีก2วันค่ะ และวันพรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปจต้อนรับเค้าค่ะ”

 

“OKค่ะ งั้นคืนนี้คุณจองสายการบินสายไหนก็ได้ที่จะไปกระบี่เอาที่เร็วที่สุดนะคะ ฉันอยากจะไปต้อนรับและขอบคุณGOMให้ถึงก่อนเร็วที่สุดก่อนที่ทางGOMจะเดินทางมาถึงเกาะก่อนค่ะ”

 

“ค่ะ! จะรีบจัดการให้ค่ะ..”

 

เมื่อได้ยินคำสั่ง ดังนั้นแล้วเธอจึงรีบเช็คสายการบินจากแท็บเล็ตเพื่อหาสายการบินที่เร็วที่สุดให้แก่ผู้เป็นเจ้านาย 

 

“คืนนี้ตอน2ทุ่มค่ะ เดี๋ยวจะรีบโทรศัพท์ให้คนไปจัดของให้บอสค่ะ”

 

“ขอบคุณค่ะ! คุณเองก็รีบเตรียมของของคุณเองด้วยนะคะ”

 

“คะ!! ฉันหรอคะ?”

 

หญิงสาวถามกลับด้วยความแปลกใจ

 

“ใช่ค่ะ! คืนนี้คุณต้องเดินทางไปกับชั้นค่ะ”

 

“ไม่ไปไม่ได้หรอคะ ฉันยังเตรียมงานไม่เสร็จเลยค่ะ”

 

“ไม่ได้ค่ะ! คืนนี้คุณต้องไปกับฉัน นี่เป็นคำสั่ง..”

 

“ก็...ก็ได้ค่ะ!!”

 

หญิงสาวยอมไปตามคำสั่งก่อนจะเดินคอตกกลับออกไปนอกห้องนั้น ผิดกับอีกคนที่ไม่สนใจอะไร

 

.

 

.

 

19:07น.

 

สนามบิน..

 

“เหลืออีกตั้งเกือบชั่วโมง เราไปอะไรกินรองท้องก่อนมั้ยคะบอส ก่อนมาฉันยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

 

“ก็เอาสิ!!”

 

“ค่ะ”

 

“คุณเดินนำฉันก่อนเลย”

 

“จะดีหรอคะบอส”

 

“ตอนนี้มันนอกเวลางานนะ ไม่มีเจ้านายกับลูกน้อง..มีแต่เพื่อนค่ะ”

 

หญิงสาวพูดอย่างเป็นมิตร ผิดกับอีกคนที่ได้แต่ส่งยิ้มเจือนๆกลับไปแต่ก็ยังมีความดีใจในรอยยิ้มนั้นที่เจ้านายของตนไม่ถือตัวอยู่ไม่น้อย ก่อนที่จะเดินนำหน้าผู้เป็นเจ้านายไปอย่างว่าง่าย

 

“บอสจะทานอะไรรึเปล่าคะ”

 

“ฉันยังไม่หิว..เชิญคุณเกตเลยค่ะ”

 

“ถ้าบอสไม่ทานด้วยกัน ฉันก็ไม่กล้าที่จะทานข้าวคนเดียวหรอกนะคะ”

 

เธอยืนก้มหน้าตอบเป็นเชิงดังคำพูด หญิงสาวเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงคิดว่า เห็นจะไม่ดีแน่ถ้าตนไม่ยอมทานข้าวด้วย เธอคงไม่ยอมกินจริงๆแน่ๆ

 

“ก็ได้ค่ะ!! ฉันจะทานเป็นเพื่อนคุณ”

 

เกตที่ยืนก้มหน้าตอบได้ยินดังนั้นก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ

 

“บอสจะกินอะไรคะ”

 

“อะไรก็ได้ค่ะ คุณเกตกินอะไรฉันก็กินอย่างนั้นแหละ”

 

“งั้นนน!! เอาเป็นน..กระเพราหมูสับนะคะ ง่ายดี..”

 

“ค่ะ!”

 

“งั้นฉันสั่งเลยนะคะ บอสทานเผ็ดเป็นมั้ยค่ะ”

 

“เป็นค่ะ!”

 

หญิงสาวหันไปสั่งอาหารทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ

 

.

 

.

เวลาเดียวกัน..

 

โรงพยาบาล...

 

คนที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลกลับดูเหมือนจะนอนรอใครสักคนที่เข้ามากวนชีวิตและหัวใจของเธอให้มาหา เธอได้แต่นอนจ้องไปที่ระเบียงห้องของโรงพยาบาล ว่าคนๆนั้นจะมาหรือเปล่า

 

“มารึเปล่านะ...ไม่มาสินะ! ทำให้เราต้องนอนโรงพยาบาลแท้ๆ แต่กลับไม่มาหาเรา”

 

เจนนี่พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ

 

“นี่เราคิดอะไรอยู่นะ เราจะไปคิดถึงปีศาจนิสัยไม่ดีแบบนั้นทำไมนะ...ไม่มาจริงๆสินะ”

 

พูดยังไม่ทันไรเธอก็คิดถึงบุคคลที่กล่าวหาว่าเป็นปีศาจว่าจะมาหรือไม่มาหรือเปล่า

 

“ยังไม่หยุดอีก เค้าคงไม่มาหาเธอหรอก ปีศาจนิสัยไม่ดีแบบนั้นน่ะ ไม่มาหรอก!!”

 

หญิงสาวนั่งกอดเข่าทำหน้าบึ้งตึงเหมือนงอนใครสักคนไปพักหนึ่ง

 

“โอ๊ยยย!! หยุดคิดสักทีเถอะ จะมาวนเวียนอยู่ในหัวเราทำไมเนี้ยยย!”

 

เธอกระวนกระวายใจ รู้สึกไม่ดีที่ใครคนนั้นไม่มา(กวน)

 

.

 

.

 

.

 

20:00น.

 

เครื่องบินออกบินเพื่อมุ่งตรงไปกระบี่ แต่กลับมีคนๆหนึ่งที่นั่งกังวนอยู่ในใจ ใจหนึ่งก็อยากจะไปหา แต่อีกใจหนึ่งก็ต้องทำงาน

 

“ป่านนี้เค้าจะเป็นยังไงบ้างนะ”

 

หญิงสาวคิดในใจอยู่คนเดียวทั้งที่จริงๆจะหยุดเวลาโดดเครื่องบินลงไปหาก็ยังได้ แต่ก็ไม่ทำ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆหันไปมองอย่างชั่งใจ

 

“กำลังคิดอะไรอยู่นะ”

 

เธอคิดอยู่คนเดียวในใจ ทั้งที่อยากรู้ว่าคนข้างๆกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่อาจที่จะถาม จนกระทั่งเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็ถึงสนามบินในจังหวัดกระบี่และเครื่องกำลังลงจอดแล้ว

 

“คุณเกตคะตื่นค่ะ! เครื่องกำลังจะลงจอดแล้ว”

 

เกตเมื่อได้ยินเสียงปลุกก็ลืมตาตื่นจากนิทรา

 

“ถึงแล้วหรอคะ!”

 

เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆไม่เต็มเสียง

 

“ใช่ค่ะ!!”

 

“ฉันหลับไปตั้งแต่ตอนไหนคะ”

 

“ก็สักพักใหญ่ๆแล้วแหละ..”

 

“ขอโทษด้วยนะคะ! แทนที่ฉันต้องเป็นฝ่ายปลุกบอส กลับเป็นบอสเสียอีกที่เป็นฝ่ายปลุกฉัน”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ! ปกติฉันก็ไม่นอนอยู่แล้ว ถ้าหลับสิ..แปลก”

 

“บอสล้อเล่นใช่มั้ยคะเนี้ยย!!”

 

“เปล่า..ฉันพูดจริงๆ! เตรียมตัวเถอะค่ะ เครื่องจะลงแล้ว”

 

หญิงสาวสบถพูด

 

“ค่ะ!!”

 

เธอตอบรับอย่างว่าง่ายถึงยังคงงงๆกับคำตอบนั้นอยู่ถึงแม้จะไม่อยากปักใจเชื่อก็ตาม

 

“คนอะไรไม่นอนเลยเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่นอนสิแปลก”

 

หญิงสาวคิดในใจ

 

“คุณเกตอาจจะคิดว่าฉันแปลกก็ได้นะคะ!......ใช่ค่ะ!! ฉันแปลกจริงๆ แปลกกว่าใครทั้งโลกนี้อีก ตั้งแต่จำความได้ฉันก็ไม่เคยนอนหลับสักครั้ง”

 

ลลิษาพูดอย่างกับได้ยินความคิดของเกต ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจทั้งที่เธอไม่ได้พูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

 

“หึ!ฮึ!หึ! บอสนี่เข้าใจเล่นนะคะ”

 

เกตไม่อาจจะปักใจเชื่อได้ และคิดว่าบอสของเธอพูดเล่นๆเพื่อให้เธอตื่น และเป็นเรื่องขำๆเท่านั้นเอง เธอจึงหลุดขำก่อนที่จะพูดออกมา

 

.

 

.

 

เช้าวันต่อมา..

 

โรงพยาบาล...

 

“จนแล้วจนลอดเค้าก็ไม่มา”

 

หญิงสาวนั่งกอดเข่าทำหน้าบึ้งตึงบ่นพึมพำถึงใครบางคนอยู่คนเดียวเบาๆ

 

“ขออนุญาตตรวจคนไข้ครับ”

 

เสียงหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อกาวน์กล่าวแล้วเดินเข้ามาในห้อง

 

“เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นแล้วรึยังครับ..เดี๋ยวขอหมอตรวจดูอาการหน่อยนะครับ”

 

“ค่ะ..”

 

หญิงสาวหันหน้าไปทางชายหนุ่มผู้เป็นหมอ และรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างที่เหมือนกับใครที่ไม่ใช่มนุษย์ เพียงแต่พลังนี้เหนือชั้นกว่า หมอผู้นั้นไม่รอช้าพร้อมเข้าตรวจทันที แต่ในระหว่างที่ตรวจนั้นหมอหนุ่มก็ได้กลิ่นเลือดอันหอมหวานจางๆจากผิวกายของเธอคนนั้น จึงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง

 

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

 

“เปล่า!! เปล่าครับ!!”

 

หมอหนุ่มหน้าฝรั่งได้สติรีบตอบไปทันที

 

“ใช่จริงๆด้วยสินะ”

 

หญิงสาวคิดในใจโดยไม่มีใครร่วงรู้ว่าความคิดนั้นซ้อนความหมายอะไรไว้อยู่

 

“OKครับ อีก2ชั่วโมงหมอจะมาตรวจใหม่ และก็จะอนุญาตให้คนไข้กลับได้เลยครับ”

 

“ค่ะ!! แล้วหมอคนเมื่อคืนล่ะคะ..”

 

“อ้อ..เธอออกเวรล่ะครับ”

 

เมื่อหมอผู้นั้นกล่าวจบก็เดินออกไปจนลับสายตา เธอก็หันกลับมาพูดกับตัวเองอย่างสงสัยในตัวหมอคนนั้น

 

“แบบนี้คนไข้ทั้งโรงพยาบาลจะไม่ตายกันหมดหรอ ถ้ามีหมอที่เป็นนน...”

 

ประโยคสุดท้ายได้ขาดหายไปเพราะเธอเลือกที่จะเก็บไว้ในใจ และเมื่อเธอเลี่ยงที่จะพูดคำๆนั้นออกมาเธอก็หันไปสนใจโทรศัพท์แทน

 

ส่วนหมอที่เดินออกไปก็ยังไม่ได้เดินไปไหนไกล แต่ยืนอยู่ที่หน้าห้องนั้น

 

“ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงธรรมดาที่มีพลังอะไรแบบนี้อยู่ด้วย กลิ่นเลือดจางๆของเธอช่างยั่วยวนใจซะเหลือเกิน...แต่แปลกที่ในห้องนี้เหมือนจะมีกลิ่นที่คล้ายๆเราเคยอยู่ในห้องนี้...ไม่ใช่กลิ่นของเธอคนนี้แน่นอน..แต่เป็นใครกัน!!”

 

หมอผู้นั้นพูดเบาๆคนเดียวก่อนจะเดินออกไปจากหน้าห้องนั้น

 

สัญชาตญาณความเป็นปีศาจของเขาก็ดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เลิกฆ่าคนมานานและหันมาทำอาชีพนี้แทนเพราะไม่ต้องฆ่าคนตาย ถึงเลือดจะไม่สดเท่าก็ตาม แต่ก็มีพอประทันชีวิตได้โดยไม่ต้องฆ่าใคร

 

 

 

ความคิดเห็น