บัวมาลัย
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เริ่มต้นลางร้ายจากการหายไปของดอกบัว

ชื่อตอน : เริ่มต้นลางร้ายจากการหายไปของดอกบัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มต้นลางร้ายจากการหายไปของดอกบัว
แบบอักษร

เริ่มต้นลางร้ายจากการหายไปของดอกบัว 

 

                             ภายในพระมหาวิหาร เบื้องหน้าองค์พระประธานและพระบริวารต่าง ๆ จะมีถาดขนาดใหญ่ใช้วางดอกบัวสำหรับใช้บูชาพระทั่วทั้งวิหาร จึงต้องมีอยู่หลายพาน รวมทั้งที่ปักไว้ในแจกันขนาดใหญ่ในสวนหลังมหาวิหาร เผื่อเจ้านางประสงค์จะพับดอกบัวลอยตามลำน้ำ อีกส่วนหนึ่งที่ผู้ดูแลมหาวิหารเทียมสุวรรณจะได้รับแบ่งปันไปจากบัวที่ส่งมาจากบ้านคลองบัว เพื่อให้ผู้ดูแลมหาวิหารใช้สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาภายในมหาวิหาร 

                             ฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยสังเกตสิ่งใดนัก นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันกับเจ้านางต่างกันลิบลับ ความสามารถที่ดีเหล่านี้คงรอดพ้นเงื้อมมือของกาลเวลาไปไม่ถึงฉันนัก 

                             “มะลิมาศ ทำไมช่วงนี้ดอกบัวลดลงและขนาดของดอกก็เล็กลงด้วย” เจ้านางตรัสถามกับนางกำนัลที่ใกล้ชิด ในขณะที่กำลังจัดเตรียมปักดอกบัวใส่แจกันเพื่อสักการะพระพุทธรูปต่าง ๆ ในมหาวิหาร 

                             “หัวหน้าชุมชนที่นำดอกบัวมาเข้าเฝ้า แจ้งว่าห้วยน้ำหนองบึงในชุมชนคลองบัวเหือดแห้งลงไปกว่าเดิมเยอะมากเพคะ บางบึงน้ำลดลงจนถึงเหง้าบัว ลำต้นแห้งตายไป ข้าวในนาก็แห้งเก็บเกี่ยวไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำไหลลงนาตามที่เจ้านางเคยสอนให้เขาบังคับคันดินเพื่อให้น้ำจากลำคลองไหลลงนาข้าว ชาวบ้านแถบนั้นจึงขุดเอาเหง้าบัวขึ้นมาทำเป็นของกินบ้าง ยารักษาโรคบ้าง” 

                             นางกำนัลหยิบบัวจากพานมาหนึ่งดอก แล้วยื่นให้พระธิดาดู 

                             “เจ้านางลองดูสิเพคะ บัวเหล่านี้คือบัวที่คัดมาเพื่อให้เมืองหลวง โดยพาะส่งมายังเจ้านาง ดอกยังเล็กถึงเพียงนี้ ภายนอกราชวังเองแทบไม่มีดอกบัวให้เห็นเลยด้วยเพคะ” 

                             “ต้องมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างแล้วล่ะมะลิมาศ” 

                             เจ้านางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าครุ่นคริดและเคร่งเครียด 

                             ภายในท้องพระโรง บัดนี้เจ้านางให้บรรดาอำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่มาล้อมรอบกระบะแผนที่อีกครั้ง ส่วนอำมาตย์ชั้นรองลงไปจะอยู่ชั้นหลังคอยให้ข้อมูลเสริม 

                             “ตรงนี้เป็นหมู่บ้านคลองบัว” เจ้านางชี้ไปยังทิศของเทือกเขาที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท  สถานที่แห่งที่สองที่อำมาตย์กฤตธรรมฤทธิ์ ที่ฉันไม่อยากจะเรียกว่าคุณลุงอำมาตย์อีกแล้ว แต่อยากเรียกว่าบิดาของนางรำเพย อาจจะเพราะฉันมีอาการของความเจ็บปวดในหัวใจร่วมไปกับเจ้านางด้วยกระมัง  

                             “เกิดอะไรขึ้นกับชุมชนแห่งนี้ถึงขาดแคลนจนชาวบ้านอยู่กันไม่อิ่มท้อง” 

อำมาตย์ที่ทำหน้าที่นี้เป็นผู้ตอบคำถามของเจ้านางว่า 

“คลองที่ไหลในเขตนั้นที่จะมารวมกับลำธารสายอื่นๆ แล้วรวมไปยังแม่น้ำสายหลักของเมืองเรา เช่นแม่น้ำสักทางด้านนั้นเกิดความตื้นเขินขึ้น จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสักลดลงไปเป็นอย่างมากพะยะค่ะ” 

                             “เมืองอื่น ๆ ล่ะมีอะไรที่ผิดสังเกตอย่างที่เจ้านางตั้งข้อสงสัยอีกหรือไม่” 

                             คำถามนี้ผู้ที่รอบรู้และมองดูในภาพกว้างกว่าคนอื่น รวมทั้งเป็นผู้ที่ลงมือสำรวจจริงจนนำมาย่อส่วนทำแผนที่ได้ใกล้เคียงมากที่สุดเป็นผู้ตอบ 

                             “คลองสายต่าง ๆ ทางด้านตะวันตกที่จะไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองก็แห้งเหือดเช่นเดียวกันพะยะค่ะ สาเหตุหนึ่งมาจากตะกอนบนภูเขาทางด้านนั้นพัดลงมาทับถมทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน ส่งผลให้แม่น้ำแม่กลองแห้งเหือดลงไปมาเช่นเดียวกันพะยะค่ะ 

                             ส่วนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนนี้ลำคลองจรเข้ น้ำเหลือน้อยเต็มทนแล้ว ต้นน้ำมาจากทางแคว้นสุพรรณปุระ ที่ปริมาณน้ำที่ลดลง จึงไหลเป็นเพียงสายน้ำเล็ก มายังเมืองเราพะยะค่ะ 

                             ตอนนี้พื้นที่ปากแม่น้ำที่จะออกชายฝั่งทะเลห่างไกลจากตลาดหน้าเมืองมาก น้ำทะเลยถอยหล่นออกจากฝั่งไปจนผิดสังเกต พ่อค้าต่างเมืองไม่สามารถเอาเรือเล็กล่องเข้ามาได้ หากจะทำการซื้อขายกันก็ต้องใช้เส้นทางไกลกว่าเดิมมาก” 

                             “เจ้าคิดว่าวิธีการขุดลอกคลองต่าง ๆ จะแก้ปัญหาได้มั้ย” พระเหษีเทวีนทีนาถ เป็นผู้ถามคำถามนี้ 

                             “ข้าพเจ้าใช้ทหารเป็นจำนวนมาก แบ่งแยกกันไปตามลำคลองที่ตื้นเขินแต่ละแห่ง เพื่อขุดลอกทางระบายน้ำจนล่องน้ำลึกขึ้น แต่ก็ไม่มีปริมาณลำน้ำสายเล็ก ๆ ไหลมาพระเจ้าข้า”  

                             ท่านอำมาตยนายกกล่าวเพิ่มเติมว่า 

                             “ข้าพเจ้าไปเยี่ยมเยียนชุมชนด้านทิศตะวันตกแถมแม่น้ำแม่กลอง ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ภูเขาแถบด้านนั้นสั่นสะเทือน จนชาวเมืองหวาดกลัว และทุกครั้งที่ภูเขาสั่นสะเทือนเศษหิน เศษดิน แม้แต่หินก้อนใหญ่ ๆ ก็จะล่วงลงมาเป็นจำนวนมาก แต่ความสั่นสะเทือนที่พื้นแผ่นดินไม่ได้มากนักพะยะค่ะ เพียงแค่ทำให้น้ำในอ่างกระฉอกเบา ๆ เท่านั้น 

                             ตอนนี้ชาวบ้านในชุมชนย่านนั้นบางส่วนก็อพยพไปยังเมืองพงตึกและเมืองคูบัวที่อยู่กันคนละด้านของฝั่งแม่น้ำกันหลายครอบครัวแล้วพะยะค่ะ ทำให้ชุมชนแถบนั้นเกือบจะเป็นหมู่บ้านร้างแล้ว” 

                             น่าใจหายจัง ที่ตอนนี้แคว้นที่มีแต่ความรุ่งเรืองแห่งนี้กำลังจะต้องเผชิญกับภัยทางธรรมชาติที่ทุกคนคิดไม่ถึง ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดแคว้นแห่งนี้มากจากความผิดปกติที่สังเกตจากดอกบัว ดอกไม้กลีบสวย สีสวยที่มีความอ่อนหวาน เป็นสัญญาณของการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ 

                             “ตอนนี้มีเพียงลำธารสายเดียวที่หล่อเลี้ยงเมืองเราได้ แต่ก็ไม่น่าจะมากพอหล่อเลี้ยงไปหลายพื้นที่ได้” อำมาตยานากยกพูดขึ้นมาอย่างที่น่าจะมีความหวัง แต่ก็เหมือนจะไม่มีความหวังด้วยเช่นกัน กล่าวต่อไปว่า 

                             “ลำธารที่ไหลจากภูเขาเบื้องหลังของแคว้นเราพะยะค่ะ ต้นน้ำอยู่บนภูเขาด้านตะวันตกนี้ไหลลงมาแล้วแยกเป็นสองสาย สายหนึ่งไปทางชุมชนด้านทิศตะวันตกของแคว้นเราไปรวมกับลำธารสายอื่น ๆ ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ตอนนี้เศษดินตะกอน ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ล่วงลงมาทำให้น้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาแห่งนี้เปลี่ยนทิศทางไหลเซาะกลับเข้าไปในถ้ำในโพรงของภูเขา และทำให้พื้นที่ของภูเขาขยายเข้ามาในเขตเมืองมากขึ้นกว่าเดิมพะยะค่ะ 

                             ส่วนอีกสายหนึ่งแยกมาทางฝั่งตะวันออกไหลเรื่อยมาจนผ่านเขตพระมหาวิหารของเจ้านางศศิพินทุเทวี ไปตามด้านหลังของพระมหาราชวัง ไหลผ่านเขตค่ายทหาร ไปยังด้านหลังของมหาวิหารเทียมสุวรรณ แล้วก็หายไปในซอกโพรงหินของภูเขากว้างใหญ่ที่เป็นแนวปราการของแคว้นเราพะยะค่ะ” 

                             “ถ้าเราสร้างคันดินเพื่อกั้นให้น้ำจากลำธารไหลงลงไปยังลำคลองต่าง ๆ จะสามารถทำได้มั้ย” 

เจ้านางศศิพินทุเทวีรับสั่งด้วยน้ำเสียงเปี่ยมแววกังวล 

                             ท่านอำมาตยานายกจึงอธิบายว่า  

                             “หากจะกั้นทำนบดินเพื่อบังคับน้ำให้ไหลมาตามที่พระนางต้องการ จุดที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดที่จะให้น้ำมีแรงดันผลักไปได้คือต้องขุดลอกทำคันดินขึ้นมาจากเขตสวนด้านหลังพระมหาวิหารของพระนางเท่านั้นพะยะค่ะ เพราะเลยจากจุดนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นด้านหลังพระราชวังไปจนถึงมหาวิหารวัดเทียมสุวรรณ พื้นดินจะเป็นแนวราบ ไม่สามารถกั้นให้น้ำมีแรงดันพอจะไหลไปตามแนวบังคับได้ และพื้นที่ช่วงนั้นก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อการเกษตรของเมืองเรานักพะย่ะค่ะ” 

                             เสียงจากที่ประชุมเงียบไปสักครู่ สุรเสียงของเจ้านางก็ดังขึ้นอย่างสงบแต่ได้ยินกันชัดทุกคนในห้องนั้น 

                             “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านอำมาตยนายกและอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย   สร้างทำนบบังคับน้ำในลำธารหลังมหาวิหารของข้าลงไปยังคูเมือง เพื่อให้มีน้ำจากคูเมืองไหลไปยังลำคลองต่าง ๆ ได้เช่นเดิม แม่น้ำสายสำคัญจะได้กลับมาอีกครั้ง” 

                             ทุกคนในท้องพระโรงนั้นรู้ดีว่าเจ้านางรักสถานที่แห่งนี้มาก และถือเป็นสถานที่ส่วนตัวที่พระนางไม่อนุญาตให้ใครเข้ามายุ่งได้เลย เสียงเงียบไปเพียงชั่วครู่ พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์ก็กล่าวขึ้นว่า 

                             “พรุ่งนี้หลังเพลพวกเจ้าเริ่มดำเนินการได้เลย” 

                             พระองค์เพียงแค่อยากให้พระธิดาได้มีโอกาสอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวอีกสักระยะหนึ่ง มีเวลาชื่นชนลำธารริมเขาที่นางชอบก่อนที่พื้นที่ส่วนนี้จะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ เต็มไปด้วยไพร่ ทหาร ชาวบ้าน เข้ามาเหยียบย่ำสวนที่นางหวงแหนนักหนา สวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ที่นางปลูกด้วยตัวเองกับมือทุกต้น 

                             เสร็จจากราชการในท้องพระโรงวันนี้เจ้านางกลับมานั่งเงียบ ๆ ที่หน้าองค์พระประธานในมหาวิหาร ทรงมองไปยังพระพุทธรูปทุกองค์ ผนังกำแพงทุกด้าน แล้วคิดถึงภาพนิมิตในคืนนั้น ที่ทุกอย่างในห้องนี้พังทลายลงมา 

                             เจ้านางคงหวาดกลัวความฝันที่เหมือนลางบอกเหตุร้ายนี้ แต่ไม่เข้าใจว่าอะไรที่จะทำให้สิ่งก่อสร้างที่มั่นคงแข็งแรงสร้างด้วยหินศิลาแลงขนาดใหญ่ สอแนวยึดมั่นอย่างดียิ่งหว่ามหาวิหารอื่น ๆ ต้องพังถล่มลงมา 

                             สักพักพระนางก็เดินไปยังห้องต่าง ๆ ทุกท้อง วันนี้ฉันมีโอกาสได้เห็นห้องที่ใช้เป็นอุโมงค์ไปถึงพระคลังหลวงทั้งสองห้อง ห้องทั้งสองอยู่ฟากเดียวกันแต่เว้นห่างไปอีก 3 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายสลักประทับนั่งองค์ใหญ่ ซึ่งก็เหมือนห้องอื่น ๆ อีกหลายห้องในมหาวิหารแห่งนี้ พระนางทรงจุดตะเกียงฝาครอบแก้ว แล้วเดินไปยังเบื้องหลังพระพุทธรูป เอามือประทับลงไปบนแห่นหินที่อยู่ในระดับแนวเดียวของสายตาพระนางในยามตั้งคอตรงปกติ เมื่อพระนางผลักหินเข้าไปจนสุดแขน ผนังหินด้านนั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกจากกันพอที่คน ๆ หนึ่ง จะเดินผ่านเข้าออกได้ ภายในห้องนี้มีเครื่องจักสานขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก บรรจุข้าวเปลือก เกลือ เครื่องเทศ เมล็ดงาขาวงาดำ ของแห้งต่าง ๆ จากในเมืองที่ส่งเข้ามารวมทั้งที่ได้จากพ่อค้าโพ้นทะเล จนเกือบเต็มพื้นที่ของห้อง อำมาตยนายกจะเป็นคนควบคุมการเบิกจ่ายของในห้องนี้ให้กับโรงครัว และผู้ที่ต้องนำไปใช้เพื่อตั้งโรงทานต่าง ๆ ตามแต่พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์ หรือพระมเหษีเทวีนทีนาถ หรือแม้กระทั่งเจ้านางเองจะเป็นผู้สั่งการ 

                             เจ้านางเดินวนดูรอบ ๆ อย่างเงียบเชียบ และคิดขึ้นมาว่าหากเกิดอะไรขึ้นตามที่ฝันไว้ ของในห้องนี้เพียงพอที่จะช่วยชาวเมืองได้สักแค่ไหน มีอะไรที่ต้องหามาเก็บเพิ่มเติมอีกบ้าง  

                             เมื่อออกจากห้องนี้ พระนางก็เดินไปยังห้องที่สี่ที่เว้นจากห้องนี้ไปอีก 3 ห้อง ภายในห้องนี้มีศิลปะหลายอย่างจัดวางไว้ แต่ยังคงมีพระพุทธรูปหินทรายสลักประทับนั่งองค์ใหญ่เช่นเดียวกับห้องแรก เพียงแต่ห้องนี้จะมีชิ้นส่วนรูปปูนปั้นที่ทำจากดินเผาในหลากหลายรูปแบบ เช่นนางอัปสรที่เล่นดนตรีประเภทต่าง ๆ อ่อนช้อย งดงาม   ต้นมะพร้าว ต้นผักกูด ดอกบัว ลวดลายของกำแพงทุกด้านเป็นปูนปั้นทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงแคว้นรัฏฐณสุวรรณโดยรอบ และมีองค์พระพุทธรูปเป็นศูนย์กลาง  พระนางเข้ามาเดินดูรูปปูนปั้นต่าง ๆ ที่สะสมไว้ จากการที่ชาวบ้านในแต่ละชุมชนมอบให้กับนางยามเสด็จไปยังหมู่บ้านของพวกเขา แล้วก็ทรงเดินไล่ดูภาพลายปูนปั้นลายนูนจากกำแพงด้านข้างประตูทางซ้าย ไล่มาจนถึงจุดที่เป็นมหาวิหารของพระองค์ แล้วทรงผลักหินขนาดใหญ่ก้อนนั้นเข้าไปจนสุดแขน แล้วเดินแทรกลำตัวเข้าไปตามทางเดินที่ทอดยาว เข้าไปสู่ท้องพระคลังของพระหาราชวัง ที่ห้องนี้เต็มไปด้วยหีบที่บรรจุเหรียญเงินประทับตราเป็นรูปแพะ สายฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ และรูปหอยสังข์ บางเหรียญจารึกอักษรปัลลวะ ลวดลายแปลกตา 

                             เหรียญที่มีตราประทับนี้อาจจะบอกถึงมูลค่าที่แตกต่างกัน แต่ละชนิดก็พูนล้นอยู่ในหีบขนาดใหญ่ นอกจากนั้นก็จะมีหีบใส่ก้อนทองคำบริสุทธิ์ที่สามารถนำไปหล่อพระพุทธรูปได้ในยามจำเป็นอีกมากมายหลายหีบ หีบใส่ก้อนเงินและโลหะต่าง ๆ วางเรียงกันบ้างซ่อนกันบ้างจนแน่นเกือบครึ่งห้อง อีกด้านหนึ่งจะเป็นเครื่องยศเช่นมงกุฏ กระจังหน้า ทับทรวง บรรดาเครื่องประดับพระยศต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วอีกจำนวนหลายหีบเช่นกัน มีหีบที่บรรจุเครื่องประดับหลายประเภที่ทำจากลูกปัดหลากหลายชนิด ทั้งที่มีขนาดกลมมนและยาวรี นับสิบ ๆ ลัง 

                             ของทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์อะไรมั้ยที่จะช่วยเหลือประชาชนในยามแร้นแค้นเช่นนี้ หรือช่วยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ตามที่ทรงสุบินตรงกับกับท่านอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย    

                             เดินดูห้องทุกอย่างจนเสร็จ พระนางก็ออกไปชมพระจันทร์ในสวนส่วนพระองค์ ทรงใช้มือสัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ น้อย ทุกต้นที่ทรงปลูกเสมือนบอกลา เพราะวันพรุ่งนี้อาจจะต้องมีการตัดโค่น หรือเหยียบย่ำจนช้ำและตายไป เพื่อให้คนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่แห่งนี้เกิดความสะดวกที่จะต้องทำงานหนัก ขุด ลอก ทำคันนบเป็นทางน้ำ ทรงเข้าไปประทับที่ซุ้มพระที่นั่งตามที่พระองค์ทรงออกแบบให้นายช่างก่อสร้างเป็นโครงเหล็กที่ดัดพันกันไว้จนแน่นหนา ต้องใช้เส้นเหล็กที่ได้มาจากพ่อค้าโพ้นทะเลจำนวนมาก พรุ่งนี้ก็คงต้องถูกรื้อถอนเอาไปตั้งไว้ยังสถานที่อื่น แต่ที่ที่ทรงประทับบ่อย ๆ คือพื้นดินริมลำธารของสวนแห่งนี้ที่สามารถมองไปยังชงุ้มหินที่ยื่นออกมาจากภูเขาเบื้องหน้า เสมือนให้ร่มเงากับสวนแห่งนี้โดยเฉพาะ พระนางเคยเห็นกวาง เลียงผา หรือแม้แต่ช้างเชือกโต ๆ  ลงมากินน้ำบริเวณพื้นดินฝั่งตรงข้ามแห่งนี้บ่อยครั้งยามที่เสด็จมาเพียงลำพัง พระองค์จึงทรงชอบที่จะนั่งลงตรงนี้แล้วเอามือละสายน้ำให้เพลิดเพลิน หรือลอยดอกบัวเพื่อขอขมาพระแม่คงคา และฝากสายน้ำนำเครื่องสักการะบูชานี้ไปยังองค์พระประธานของมหาวิหารเทียมสุวรรณ 

                             และตอนนี้พระนางก็มานั่งพับเพียบอยู่บรเวณนี้เช่นเดิม เพียงแต่วันนี้แจกันดินเผาทรงสูงใบใหญ่ที่เคยใส่ดอกบัวสีชมพูให้พระนางพับ กลับกลายเป็นบัวตูมสีขาวขนาดใหญ่ จำนวนหลายสิบดอกปักไว้แทน 

                             พระนางจึงทรงพับดอกบัวทั้งหมดที่มีอยู่นั้นด้วยความตั้งใจจดจ่อจนเป็นสมาธิ ดอกบัวไหลไปตามสายน้ำ จนผ่านมาถึงบริเวณค่ายทหารก็จะมีดอกบัวที่ถูกวางลงในสายน้ำเคียงคู่ไปกับดอกที่ลอยมาถึงบริเวณนี้ คนที่พับและเลือกวางลงบนสายน้ำ เลือกที่จะวางให้ใกล้เคียงกับดอกที่ลอยมามากที่สุด ด้วยใจที่สงบ มีสมาธิและจดจ่อกับสิ่งที่ทำ 

                             พรุ่งนี้แล้วสินะที่สวนแห่งนี้จะไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเจ้านางอีกต่อไป ด้วยระดับความลาดชันที่เหมาะสม จึงต้องสร้างแนวคันดินบังคับน้ำจากพื้นที่ที่พระนางนั่งนี้ ไหลผ่านสวนของพระองค์อ้อมพระมหาวิหารลงไปยังสระบัวด้านหน้ามหาวิหารที่ตอนนี้ยังมีดอกบัวบานให้เห็นอยู่หลายดอก จากสระบัวนี้จะไหลงลงไปยังคูเมือง อาจจะพอแก้ปัญหาการมีน้ำสำหรับกิน ใช้และปลูกพืชผลได้บ้าง และหากโชคดีพออาจจะเพียงพอไหลไปตามแนวลำคลองสายเล็ก ๆ แต่ละสายไปลงลำน้ำเพื่อไหลลงสู่แม่น้ำได้ 

                             ฉันเอื้อมมือไปจับมือของพระนาง เพื่อที่จะบอกว่า ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ทรงหวัง อยากให้พระนางทรงเข้มแข็งเตรียมต้อนรับชะตาเมืองที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ 

                             เหมือนกับว่าพระนางจะได้รับสัมผัสของฉัน จึงเงยหน้าขึ้นมามองพยายามหาใครสักคนที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแค่ลำตัวกั้น แต่ไม่อาจมองเห็นกันได้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น