khontualeklek

ถ้าชอบก็กด Like ให้กำลังใจ หรือ comment คุยกันได้นะคะ

ตอนที่ 13 ไส้กรอก

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ไส้กรอก

คำค้น : ยูริ yuri เลสเบี้ยน นิยายวาย นิยายยูริ Blackpink Snsd นิยายyuri

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 71

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ไส้กรอก
แบบอักษร

13 

ไส้กรอก 

 

พรวดดดด!! 

 

น้ำดื่มที่อยู่ในปากพุ่งพรวดออกมาราวกับน้ำพุเมื่อได้ยินคำขอเป็นแฟนจากคนตรงหน้า ฉันตกใจมากจนพุ่งน้ำออกจากปากกระเด็นไปโดนใบหน้าของอีกคนเต็มๆ... 

พี่ดรีมยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำที่เปียกอยู่ตรงบริเวณแก้ม สีหน้าเหวอๆงงๆคงคาดไม่ถึงว่าฉันจะพ่นน้ำใส่หน้าแบบนี้ 

“ไม่อยากเป็นแฟนกันก็บอกดีๆก็ได้หนิจ๊ะ ไม่เห็นต้องพ่นน้ำใส่หน้ากันเลย” พี่ดรีมเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง ใบหน้าสวยที่กำลังเปียกชื้น มีรอยยิ้มแห้งๆผุดขึ้นเล็กน้อย คนหน้าหวานกลั้วหัวเราะแก้เขิน สายตาที่กำลังจ้องมาสื่อว่าต้องการคำอธิบายกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ 

“เอ่ออ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ พี่ดรีมแตมขอโทษ คะ..คือ หนูไม่ได้ตั้งใจ” ฉันสติหลุดและลนลานไปหมดลุกขึ้นยืนอย่างลุกลี้ลุกลนแล้วจูงแขนพี่สาวหน้าหวานไปที่ซิ้งค์ล้างจาน “ล้างหน้าก่อนนะคะ คือแตมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ฉันเอ่ยขอโทษรัวๆเพราะกลัวว่าพี่ดรีมจะโกรธ 

ในขณะที่คนพี่ล้างหน้าฉันก็รีบวิ่งไปที่ห้องนอนเพื่อหยิบผ้าขนหนูมาให้ 

“แค่ขอเป็นแฟนต้องพ่นน้ำใส่หน้าพี่เลยเหรอคะ” 

พี่ดรีมมองค้อนเล็กน้อยพลางย่นจมูกใส่อย่างแง่งอน ตอนนี้ใบหน้าของคนหน้าหวานปราศจากเครื่องสำอางค์ใดๆ เปิดเปลือยผิวเนียนใสให้ได้ยลโฉม 

 

สวยจัง...สวยเกินไปแล้ว... 

 

ฉันมัวแต่จ้องหน้าพี่ดรีมตาไม่กระพริบราวกับถูกความสวยต้องมนต์ จนอีกฝ่ายตีที่หัวไหล่ดังแป่ะ 

“นี่แหน่ะ มัวแต่จ้องอยู่ได้ เช็ดหน้าให้ไอเดี๋ยวนี้เลย” 

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยหลังจากสติหลุดลอยไปเพราะความสวยของคนตรงหน้า “ขอโทษค่ะ จะเช็ดให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ” 

ฉันใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเบาๆตรงบริเวณแก้ม เราต่างสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในนั้น 

“หนูยังไม่ได้ตอบพี่เลยนะคะ” คนพี่เอ่ยเสียงหวาน ทั้งสายตาที่มองและน้ำเสียงที่ใช้ทำให้ฉันรู้สึกจั๊กกะจี้ที่หัวใจยังไงไม่รู้ 

“เราค่อยๆศึกษาดูใจกันไปก่อนดีไหมคะ” ฉันตอบพลางซับหยดน้ำที่เปียกชื้นอยู่บริเวณหน้าผาก “หนูอยากให้เราลองทำความรู้จักกันไปก่อน แล้วค่อย...เป็นแฟนกัน” ฉันผละมือที่เช็ดอยู่ออกแล้วส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า 

ฉันไม่รู้ว่าผลกระทบที่ตามมาจะเป็นอะไร หากเราสองคนเริ่มที่จะสานความสัมพันธ์กัน แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจอีกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่ทำตามหัวใจก็พอ ปัญหาที่จะตามมาค่อยแก้กันทีหลังก็แล้วกัน 

“ก็ได้จ้ะ” พี่ดรีมเอ่ยแล้วยกสองแขนโอบรอบเอวฉัน แล้วเขยิบตัวเข้ามาใกล้ 

 

ตึก ตึก ตึก ตึก 

 

เสียงหัวใจของฉันเต้นแรงเมื่อร่างบางของอีกฝ่ายเขยิบกายเข้ามาแนบชิด ใบหน้าของเราห่างกันเพียงฝ่ามือกั้น 

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่างกาย หายใจติดขัดเพราะความตื่นเต้น เพราะไม่เคยเจอกับสถานการณ์ที่ทำให้วาบหวิวหัวใจแบบนี้มาก่อน แต่ก็ทำเป็นตีหน้านิ่งไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่ากำลังเสียอาการ 

“พี่ดรีมต้องจ่ายค่ามัดจำห้องล่วงหน้าด้วยนะคะ” ฉันบอกคนพี่ด้วยน้ำเสียงงุ้งงิ้งและจ้องดวงตาสวยคู่นั้นอย่างออดอ้อน 

พี่ดรีมยื่นจมูกโด่งๆนั้นมาคลอเคลียปลายจมูกฉันอย่างหยอกเอิน “แล้วพี่ต้องจ่ายเท่าไหร่จ๊ะ” 

“จ่ายมัดจำโดยการหอมแก้มแตมไว้ก่อนค่ะ” ฉันกระซิบตอบที่ข้างหู 

“ร้ายกาจนะเรา” 

คนหน้าหวานดูยิ้มอย่างพอใจที่จะต้องจ่ายมัดจำด้วยวิธีนั้น และทำตามคำขออย่างง่ายดาย 

 

จุ๊บ 

 

ริมฝีปากบางนุ่มประทับลงบนแก้มของฉันอย่างอ่อนโยนจนเกิดเสียงจุ๊บเบาๆ ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า สัมผัสนี้ทำให้หัวใจชุ่มชื้นไปหมด ฉันฉีกยิ้มกว้างด้วยความเขินและมีความสุขสุดๆ 

“จ่ายมัดจำแล้วนะคะคุณนักสืบจอมเจ้าเล่ห์” พี่ดรีมอมยิ้มอย่างเขินอาย 

“งั้น...คืนนี้ก็อยู่ที่นี่เลยสิคะ ไม่ต้องกลับไปที่บ้านคุณปราการแล้ว” ฉันอ้อน 

คนที่กำลังเขินอยู่ผลักไหล่ฉันเบาๆ “ไอก็ต้องไปเก็บข้าวของก่อนสิ” 

ระหว่างที่เรากำลังงุ้งงิ้งกันอยู่เสียงเรียกเข้าจากมือถือของพี่สาวคนสวยก็ดังขึ้นมา 

“ค่ะพี่สมเจตน์…มารับดรีมที่คอนโด G Space หน่อยได้ไหมคะ” 

ในขณะที่คนหน้าหวานกำลังบอกทางมาคอนโดกับคนขับรถ ฉันก็เดินไปมองทางหน้าต่างตรงห้องนั่งเล่น ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว ภายนอกปกคลุมด้วยความมืดที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นเวลาค่ำคืนแล้ว 

“เดี๋ยวคนขับรถกำลังจะมารับพี่ที่หน้าคอนโดแล้ว” เสียงหวานแว่วดังมาจากด้านหลัง ฉันหันไปหาเจ้าของเสียงที่เดินมาหา “อีกสองสามวันคงจะย้ายข้าวของบางส่วนมาก่อน เดี๋ยวพี่จะโทรหาอีกทีนะจ๊ะ” 

“ค่ะ เดี๋ยวแตมเดินไปส่งข้างล่างนะคะ” 

“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ไปเองได้” คนพี่ยิ้มละไมแล้วเรียกชื่อฉัน “แตม...” 

“คะ?” 

“วันนี้ยูทำให้ไอใจสั่นมากเลยนะ” 

ไม่ใช่แค่พี่เขาที่ใจสั่นแต่ตัวเองก็ใจสั่นไม่แพ้กัน ฉันทำหน้าซื่อแล้วถามกลับไป 

“หืม...แตมไปทำอะไรให้พี่ดรีมต้องใจสั่นเหรอคะ?” 

“ขี้อ้อน” อีกฝ่ายกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

“แสดงว่าชอบคนขี้อ้อนใช่ไหมคะ” ฉันถามแล้วเผยยิ้มบางๆ 

“ห้ามอ้อนคนอื่นล่ะ อ้อนแค่กับพี่คนเดียวเท่านั้น เข้าใจมั้ย” 

“รับทราบค่ะ พี่ดรีมคนสวย” 

“ไปดีกว่า เดี๋ยวก็ไม่ได้กลับบ้านพอดี ซียูจ้ะ” คนพี่ตัดบทและส่งยิ้มเขินๆเป็นการบอกลา ฉันเดินไปส่งพี่สาวคนสวยที่ลิฟต์และกลับมาที่ห้องตัวเอง 

“ว๊ายย!... ตาเถรพิมเสนการบู” ฉันอุทานประโยคแปลกๆด้วยความตกใจเมื่อคุณป้านางฟ้าปรากฏตัวต่อหน้า “ตกใจหมดเลยคุณป้า มาไม่ให้สุ้มให้เสียง” 

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามเรียกคุณป้า” นางฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบเย็นตามสไตล์ สีหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ 

“นางฟ้ามีอะไรรึเปล่าคะ ถึงโผล่มาหา” 

ฉันรู้ดีว่าตัวเองกำลังฝ่าฝืนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การมีความรักกลายเป็นสิ่งต้องห้ามเมื่อได้รับพลังวิเศษนี้ แต่เรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้นี่หน่า ฉันไม่อาจห้ามใจตัวเองหรือปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ แค่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราค่อยๆพัฒนา แล้วถ้าเกิดอุปสรรคอะไรขึ้นมา ก็ค่อยแก้กันไป ความรักของคนทั่วๆไปก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง เมื่อมีความรักก็ต้องพบเจอกับอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา 

“เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจนะ ยังจะถามข้าอีกหรือ” 

“นางฟ้าเคยมีความรักรึเปล่าคะ” 

อีกฝ่ายนิ่งไป ฉันเลยพูดต่อ “ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้หรอกค่ะ” 

“อยากเจ็บปวดก็เชิญ แต่เจ้าไม่ได้เจ็บปวดแค่คนเดียวนะ คนที่เจ้ารักก็ต้องเจ็บปวดไม่แพ้กัน” 

นางฟ้าเอ่ยทิ้งท้ายแล้วหายตัววับไปทันที ปล่อยให้ฉันจมดิ่งกับความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นในใจ ถึงแม้คำเตือนของคุณป้าจะทำให้ฉันหวั่นใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันยอมลดละเลิกรักพี่ดรีมได้ 

ก็คนมันรักซะแล้ว คงเปลี่ยนใจไม่ทันแล้ว และด้วยความดื้อของฉันก็ไม่ได้สนคำเตือนของนางฟ้าแต่อย่างใด และคิดจะทำตามใจตัวเองต่อไป 

 

 

 

ฉันเปิดดูรูปภาพแฟนของคุณเดย์ที่ส่งมาให้ทางไลน์ในขณะที่รอลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังออฟฟิศที่เป้าหมายกำลังทำงานอยู่ ฉันหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าสวยคมนั้นคือคนเดียวกันกับในภาพที่ส่งมาให้เป๊ะ 

คนนี้น่ะเหรอแฟนคุณเดย์ สวยมาก แต่ก็สู้พี่ดรีมไม่ได้หรอก ฉันคิดในใจในขณะที่มองหน้าอีกฝ่ายได้อย่างไม่ต้องระมัดระวังอะไรเพราะล่องหนอยู่ ฉันเดินตามเจ้าตัวเข้าไปในลิฟต์ พอแฟนคุณเดย์กดปุ่มชั้นที่จะขึ้นไปเสร็จก็ยกมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาใครบางคน ฉันชะเง้อมองหน้าจอเพื่ออ่านว่าเจ้าตัวกำลังพิมพ์ข้อความหาใคร 

 

พึ่งกินข้าวเสร็จค่ะ กำลังจะขึ้นไปทำงาน 

ทานข้าวรึยังคะ 

 

ข้อความที่เธอพิมพ์คุยกับใครบางคนเด้งขึ้นบนหน้าแชท 

 

ยังครับ แต่เดี๋ยวจะได้เจอหน้าน้องอินก็คงอิ่มแล้วครับ 

 

อีกฝ่ายตอบข้อความเลี่ยนๆกลับมา ที่ฉันได้อ่านแล้วถึงกับเบ้ปากเป็นสะพานโค้ง สรุปว่ากิ๊กของเธอเป็นผู้ชายที่ออฟฟิศเดียวกันงั้นเหรอ 

ฉันเดินตามเธอไปตามทางจนกระทั่งมาถึงโต๊ะทำงาน ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆแผนกการตลาดว่ามีผู้ชายคนไหนที่ดูน่าจะมีเค้าเป็นกิ๊กของผู้หญิงคนนี้บ้าง แต่ทว่าคนที่นั่งอยู่ในแผนกที่มีอยู่แค่สามสี่คนกลับเป็นผู้หญิงทั้งหมด 

“สวัสดีค่ะ/ครับท่านประธาน” เสียงประสานจากพนักงานในแผนกตรงข้ามขานทักชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านแผนกทั้งสอง ฉันจ้องมองชายวัยประมาณหกสิบปีในชุดสูทสุดเนี๊ยบสีดำ ใบหน้านิ่งขรึมแฝงแววทรงอำนาจอย่างน่าเกรงขาม 

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” สาวๆแผนกการตลาดยกมือไหว้และกล่าวทักทายเจ้าของบริษัทอย่างนอบน้อม 

ขณะที่ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านก็ได้เอี้ยวหน้ามามองตรงที่ฉันยืนอยู่แว๊บหนึ่ง และบริเวณที่ฉันยืนอยู่คือโต๊ะทำงานของแฟนคุณเดย์นั่นเอง ฉันเหล่มองสีหน้าของหล่อน เจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆที่ดูผิดสังเกตเลย ใบหน้านิ่งเฉย สายตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พลางขยับเมาส์แล้วกดคลิ๊กๆแลดูว่ากำลังง่วนอยู่กับการทำงาน 

แต่สัญชาตญาณนักสืบของฉันบอกว่าสถานการณ์นี้มันผิดปกติบางอย่าง 

ฉันทอดสายตามองท่านประธานที่กำลังมุ่งหน้าไปทางห้องทำงานพลางวาดคำถามขึ้นในใจ ใช่คนนี้รึเปล่านะที่เป็นคุณพ่อของพี่ดรีมและคุณเดย์ 

ความสงสัยทำให้ฉันก้าวเท้าตามผู้ชายคนนั้นไปที่ห้องทำงานของเขา ในระหว่างที่เจ้าของบริษัทกำลังคุยงานกับเลขาผู้ชายวัยกลางคน ฉันก็กวาดสายตามองไปทั่วห้องตามประสานิสัยคนช่างสังเกต มีกรอบรูปและถ้วยรางวัลมากมายวางเรียงรายอยู่เต็มตู้โชว์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน ฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆภายในตู้นั้นมีทั้งรางวัลชนะประกวดโฆษณา ใบประกาศนียบัตรต่างๆ และรูปครอบครัว ภาพที่ผู้ชายคนนี้โอบไหล่พี่ดรีมและคุณเดย์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข รวมถึงเค้าโครงหน้าที่พอมาเทียบกันกับพี่น้องสองคนนี้ คือหลักฐานชิ้นดีว่าเขาคือคุณพ่อของทั้งคู่จริงๆ 

หลังจากที่เลขาออกจากห้องไป พ่อของพี่ดรีมก็ง่วนอยู่กับการเซ็นเอกสารต่างๆอยู่หลายนาที พอเคลียร์งานเอกสารเสร็จ เจ้าตัวก็หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาใครบางคน ฉันที่นั่งรอจับผิดอยู่ก็รีบลุกไปดูว่าท่านกำลังแชทคุยกับใคร ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าจอ อีกฝ่ายก็วางมือถือลงบนโต๊ะทำงานซะแล้ว พอส่งข้อความเสร็จ คนที่นั่งอยู่ก็กดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ฉันยังคงยืนอยู่ข้างๆเพื่อที่จะส่องอ่านข้อความทันทีหากใครคนนั้นส่งกลับมา จะได้รู้ว่าท่านกำลังคุยอยู่กับใคร และใช่คนที่ฉันกำลังสงสัยอยู่รึเปล่า 

ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาสักที ในระหว่างนั้นเองสายตาก็พลันเห็นคลิปวิดีโอที่ปรากฎบนหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ภาพที่ฉันเห็นทำเอาดวงตาเบิกกว้างอย่างสะพรึง หัวใจร่วงลงไปกองกับพื้นเพราะความตกใจและเกือบจะเผลอกริ๊ดออกมา จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองทันที 

อ๊า...อ๊ะ...อื้อ...อื้ม 

นางเอกเอวีร้องครวญครางอิ๊อ๊ะด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่ ขณะที่กำลังทำภารกิจพิชิตจุดสูงสูดบนยอดเขารักกับพระเอกเอวีอยู่ ฉันรีบเบนสายตาหนีจากหน้าจอทันที อะไรกันเนี่ยตาลุงจอมหื่นคนนี้มานั่งดูคลิปโป๊ในระหว่างทำงานเนี่ยนะ จังหวะที่กำลังก้มหน้าหนีงุดๆหางตาของฉันก็สะดุดเห็นอะไรบางอย่างจนต้องหันไปมอง 

คนที่กำลังดูคลิปอยู่รูดซิปกางเกงลงแล้วเริ่มทำภารกิจช่วยเหลือตัวเอง 

กริ๊ดดด...! 

ฉันกริ๊ดออกมาทันทีที่เห็นไส้กรอกฟุตลองขนาดใหญ่ยาวนั้น 

“เสียงใครกริ๊ดวะ” 

อีกฝ่ายร้องถามด้วยความแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงกริ๊ด ฉันตกใจสุดๆและรีบวิ่งหนีทะลุห้องออกไปด้วยความไวแสงอย่างกับคนที่พึ่งเห็นผี พะอึดพะอมกับภาพยังคงติดตาพลางตะโกนอยู่ในใจเพราะกลัวว่าคนในออฟฟิศจะได้ยินเสียง 

ฉันเกลียดไส้กรอกกกกกก!!! 

โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า 

เขาดูใจกันแล้วนะจ๊ะ คู่นี้เค้าก็จะมุ้งมิ้งงุ้งงิ้งกันหน่อยๆ คริคริ ส่วนแฟนของเดย์นั้นจะแชทคุยกับผู้ชายคนไหนน้า ตอนหน้าได้รู้กันว่ากิ๊กของนางคือใคร  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น