Chely

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 คนละทาง

ชื่อตอน : บทที่ 4 คนละทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 คนละทาง
แบบอักษร

บทที่ 4 คนละทาง 

 

8.00 PM 

ตอนนี้​ผมเพิ่งเลิก​งานหลังจากที่ยุ่งมาตลอดทั้งวัน ไหนจะประชุม ไหนจะงานด่วนอีก สารพัดไปหมด พอเลิกงานแล้วก็รู้สึกเบื่อๆประจวบเหมาะกับพวกเพื่อนๆผมมันชวนออกไปแฮงค์​เอา​ท์พอดี ผมก็​เลยไม่ปฏิเสธ เพื่อนผมก็มีทั้งเพื่อนคนไทย และเพื่อนชาวต่างชาติที่รู้จัก​กัน​ในคลาสเรียน​ และสถานที่​แฮงค์​เอาท์ในครั้งนี้​ก็​ไม่​พ้นผับหน่ะแหละ ผับชื่อดังกลางกรุงลอนดอนสถานที่ผ่อนคลายสุดโปรดของผม 

ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงสถานที่นัดหมาย โดยที่เพื่อนผมทุกคนนั่งอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว​ แล้วรู้สึกว่าพวกมันจะเริ่มได้ที่กันแล้วนะ 

ไม่รอผมเลยวะ 

“เฮ้ย!แทน..มาช้าหว่ะ​” เสียงของไอ้ลูคัสเพื่อนชาวอังกฤษของผมเอง 

“เพิ่งเลิกงาน​หว่ะ” 

“กู​นึก​ว่า​มึง​จะเบี้ยวไม่มาซะแล้ว” 

ผมก็ไม่สนใจฟังมันบ่นหรอก ไอ้นี่มันปากมากงี้แหละ แต่มันก็ใจดีจัดแจงสั่งเครื่องดื่มให้ผมเสร็จสรรพ ที่มันรู้ใจผมดีขนาดนี้เพราะพวกเรามาแฮงค์เอาท์ที่นี่กันบ่อยๆไง​ 

“มาดิวะ..กู​บอกว่าจะมาก็ต้องมาดิ”​ ผมตอบพลางนั่งลงข้างๆไอ้ลูคัสหน่ะแหละ 

“เหนื่อยเหรอวะ?” แล้วก็เป็นไอ้ภูผาที่เอ่ยถามขึ้น มันคงเห็นหน้าตาเนือยๆของผมมั้ง​ 

“นิดหน่อย​หว่ะ”​ 

“อย่าเพิ่ง​เหนื่อย..สัส! ลุกก่อน” เอ้า..ไอ้นี่ ผมเพิ่งนั่งเมื่อกี้มาบอกให้ผมลุก มันจะให้ผมลุกไปไหนวะ​ 

“ลุกทำไมวะ?”​ 

“สาวสวยคนนั้นมองมึง​หว่ะ​” 

ผมจึงหันไปมองตามสายตาของมันก็เห็นผู้หญิงโต๊ะใกล้ๆที่ส่งสายตาเชิญชวนมาให้ หึ..สายตาแบบนี้บอกตามตรงว่าผมเห็นบ่อยจนชินแล้ว 

“คนไหนวะ? กูก็​เห็น​มองไอ้แทนทุกคนอ่ะ” ไอ้ลูคัสก็หันไปมองตามผมกับไอ้ภูผา 

“เออ..นั่นดิ แม่ง!กูไม่เกิดมาหล่อรวยเหมือนไอ้แทนบ้างวะ” คราวนี้เป็นเสียงของไอ้วุฒิเพื่อนผมอีกคนที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย 

“....”​ หึ..ปล่อยพวกมันพล่ามกันไป ผมก็นั่งฟังเฉยๆหน่ะแหละ 

“ไงมึง..ไอ้หล่อ! สนใจคนไหน? หรือมึง​จะจัดหมดทุกคน”​ 

“ก็น่าสน” ผมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ปกติทุกครั้งที่ผมมาที่นี่ก็มักจะจบลงด้วยการหิ้วผู้หญิงไปต่อกันอยู่แล้ว ก็ตอนนี้ผมโสด ผมจะทำอะไรก็ได้หนิ..ว่าไหม มันไม่ได้ผิดซักหน่อย​ 

“เชี่ย..เดิน​มา​กันแล้วหว่ะ”​ ไอ้พวกนี้แม่งประสานเสียงพร้อมเพรียงกันเชียวนะพวกมึง เก็บอาการหน่อยโว้ย ทำยังกับไม่เคยเห็นไปได้ 

.......... 

“สวัสดี​ค่ะ ​คุณ..”​ 

ผู้หญิงสวยเซ็กซี่สองคนที่เดินเข้ามาเจาะจงพูดกับผมโดยเฉพาะ 

“แทนครับ..”​ ผมก็ไม่เสียมารยาทหรอก ถามมาผมก็ตอบหมดหน่ะแหละ 

“มิเกลค่ะ​” 

“ลิลลี่ค่ะ.. ขอนั่งด้วยคนได้ไหม​คะ?” 

สาวสวยส่งสายตาเชิญชวนเปิดเผยมาซะขนาดนี้ปฏิเสธก็โง่แล้ว ผมจึงพยักหน้า​ให้ ก่อนที่พวกเธอจะนั่งเบียดลงขนาบข้างผมคนละฝั่ง​ 

“คืนนี้​คุณ​แทนว่างรึเปล่า​คะ?”​ มิเกล..หญิงสาวสุดเซ็กซี่ขยับเข้ามาแนบชิด พร้อมกับเอ่ยเชิญชวนผมอย่างไม่อ้อมค้อม 

“อืมม​..” ผมจึงยกเครื่องดื่มขึ้นจิบพลางทำท่าครุ่นคิด 

“ทำไมคิดนานจังคะ” ส่วนลิลลี่ก็ส่งสายตาเย้ายวนมาให้ผมอย่างเปิดเผย 

“ว่างครับ..สำหรับผู้หญิงสวยๆผมว่างเสมอ”​ 

“แล้วถ้าพวกฉันอยากชวนคุณแทนไปต่อหล่ะค่ะ”​ 

“ที่ไหนดีหล่ะ?​” 

แล้ว​ไม่ต้อง​เดาใช่ไหม​ว่าหลังจาก​นี้มีอะไรเกิดขึ้น​ ผมควงผู้​หญิง​สวยสองคนกลับไปด้วย แต่ผม​ไม่​ได้พาพวกเธอไปที่บ้านของผมหรอกนะ ก็คอนโดของพวกเธออยู่ใกล้ผับมากกว่าหน่ะสิ 

 

1 เดือนผ่านไป 

ฉันก็ยังใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนเดิม และก็ยังคงคิดถึงใครบางคนเหมือนเดิม ไม่เคยลืมเขาได้เลยทั้งๆที่ฉันก็พยายามแล้ว แต่ว่าเหมือนยิ่งพยายามตัดใจเท่าไรฉันกลับยิ่งจดจำและคิดถึงพี่แทนมากขึ้นเท่านั้น ทำไมฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้กันนะ 

แต่ไม่ว่าฉันจะเหนื่อยล้าหัวใจมากแค่ไหน เรื่องงานฉันก็ยังต้องทุ่มเทและรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แล้ววันนี้ทั้งวันฉันก็ยุ่งกับงานตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาพักเที่ยง 

“ขวัญ​..พักเที่ยง​แล้ว​กินอะไรดีอ่ะ​” เพื่อนร่วมงานของฉันทยอยเก็บของบนโต๊ะและเตรียมออกไปกินข้าวกันแล้ว 

“แล้วแต่พวกเธอเลย ขวัญ​ยังไง​ก็​ได้”​ 

“งั้น​ไปร้านใหม่​กันดีกว่า” เธอคงหมายถึงร้านข้าวแกงที่เพิ่งมาเปิดใหม่ใต้ตึกหน่ะแหละ​ 

“อืม..จ้ะ” ฉันตอบพลางเก็บของบนโต๊ะไปด้วยเสร็จแล้วจึงรีบลุกขึ้น เพราะเพื่อนๆเตรียมตัวพร้อมกันแล้ว รอแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น 

“ป่ะ..ขวัญพร้อมแล้ว.. อ้ะ!”​ แต่อยู่​ๆฉัน​ก็​รู้สึก​มึน​หัว​จนต้องเอื้อมมือ​ไป​จับ​พนักเก้าอี้​ไว้​ สงสัยจะเป็น​เพราะ​ลุกขึ้น​เร็วเกินไปมั้ง​ 

“ว้าย!ขวัญ​เป็น​อะไร?”​ แล้วเสียงร้องตกใจของเพื่อนๆก็ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันมีอาการแปลกๆ 

“ปะ..เปล่าจ้ะ” ฉันพูดปฏิเสธพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามแข็งใจเดินออกมา​ 

“ไหวไหม? ​หน้าขวัญดู​ซีดๆนะ”​ แล้วพี่คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็รีบเดินมาประคองฉันไว้ เพราะฉันทำท่าจะล้มลงไปอีกแล้วหน่ะสิ 

“หวะ..ไหวค่ะ” ฉันตอบพลางก้าวเดินต่อ แต่ฉันเดินไปได้แค่ก้าวเดียว​อาการวิงเวียน​มันก็ตีขึ้นมา​อีกรอบ มันไม่​ใช่แค่มึน​หัว​แล้ว​แหละ​ แต่มันวิงเวียนจนหัวแทบจะระเบิดเลย​ 

เวียนหัวมากๆเลยด้วย จนรู้สึกเหมือนกับจะเป็นลม 

“เราว่าไม่น่าไหวมั้ง นั่งดีกว่า”​ แล้วเพื่อนรวมงานคนอื่นๆก็รีบเดินมาจับแขนฉันให้เดินไปนั่งที่เดิม พร้อมกับยื่นยาดมมาให้​ 

“นั่งพักก่อนดีกว่า เดี๋ยว​พวกเรา​ซื้อ​ข้าวมาให้ ขวัญ​ไม่​ต้อง​ลงไปแล้ว​หล่ะ”​ 

“ขอบใจนะ” ฉันกลั้นใจตอบพวกเธอไปทั้งที่สติเริ่มเลือนลางลงไปทุกที​ 

“เดี๋ยว​ฉัน​อยู่​ดูขวัญ​ก็​แล้วกัน”​ 

“เออๆ เดี๋ยว​พวกฉันจะรีบไปรีบมา”​ 

แล้วเสียง​พูด​คุย​กัน​ของ​เพื่อน​ร่วม​งาน​ก็​เงียบ​ไป ​ฉัน​จึง​หลับตา​ลง​ด้วย​ความรู้สึก​อ่อนเพลีย​ 

 

ฉัน​ก็ไม่รู้​ว่า​ตอนนี้​เกิดอะไร​ขึ้นกับร่างกาย​ของ​ฉัน เพราะฉัน​จะมีอาการวิงเวียน​ทุกเช้าและ​ช่วง​กลาง​วันในบางวัน แล้ว​ยิ่งวันนี้อาการยิ่ง​แย่เข้า​ไปอีก เพราะฉันอาเจียน​ด้วยหน่ะสิ​ 

อาเจียนหนักเลยด้วย 

“อ๊วกๆ”​ 

“อ๊วกก”​ นี่​ฉัน​เป็น​อะไร​เนี่ย​ ฉัน​ไม่เคย​เป็น​แบบ​นี้​มาก่อนเลยนะ​ 

โชคดี​ที่​วันนี้​เป็น​วัน​หยุด ​ถ้าไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีแรงไปทำงานแน่ๆ 

“โอ๊ก..อ๊วก”​ ฉันก็ยังคงอาเจียนไม่หยุดเลย จนเกือบครึ่งชั่วโมงได้แล้วมั้ง 

“ขวัญ..​เป็น​อะไร​ลูก ​ไม่สบายเหรอ​? เปิด​ประตู​ให้​แม่หน่อย”​ แม่คงได้ยินแล้วก็เป็นห่วงหน่ะแหละ 

“เข้ามา​ได้เลยจ้ะแม่ ขวัญ​ไม่​ได้​ล็อค​ประตูจ้ะ​.. อ๊วกก”​ 

“ทำไม​อาเจียน​หนักขนาดนี้หล่ะขวัญ” 

เสียงแม่เปิดประตูเข้ามาก่อนที่ท่านจะเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง แล้วยกมือขึ้นลูบหลังฉันเบาๆ​  

นานหลายนาทีกว่าที่อาการจะทุเลาลง 

“น่าจะกินอะไรผิดสำแดงมั้งจ้ะแม่” ฉันเดาเอาหน่ะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร​ 

“งั้นแม่ว่าไปหาหมอ​ดีกว่าไหมลูก​” 

“แค่ซื้อยากิน​ก็​น่าจะหายมั้งจ้ะ”​ พออาการฉันค่อยยังชั่วขึ้นแล้วฉันจึงล้างหน้าล้างตาแล้วเดินกลับมาทรุดตัวนั่งลงบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย 

ฉันเหนื่อยจังเลย อาเจียนจนหมดแรงเลย 

“ไปให้หมอตรวจ​เถอะ ​แม่ว่าอาการของขวัญ​มันไม่เหมือนอาการป่วยธรรมดา​นะลูก มันเหมือน​อาการ..”​ 

อาการอะไร? แม่รู้งั้นเหรอว่าฉันป่วยเป็นอะไร​? 

 

ตอนนี้​ฉันกำลัง​นั่ง​อยู่​หน้า​ห้อง​ตรวจเพื่อ​รอคุณ​หมอแจ้งผลการตรวจ โดยมีแม่นั่ง​อยู่​ข้าง​ๆ หลังจากเพิ่งตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดไปเมื่อกี้​ 

“คุณ​ขวัญ​ข้าว​เชิญค่ะ”​ รอไม่นานคุณพยาบาลก็เดินมาเรียกฉันให้เข้าไปในห้องอีกครั้งเพื่อฟังผลตรวจ 

“แม่เข้าไป​ด้วย”​ 

“จ้ะ”​ 

ฉันจึงเอื้อมมือไปจับมือของแม่มากุมไว้​ ก่อนที่เราสอง​คน​แม่​ลูก​จะเดินเข้าไปข้างในอีกครั้ง​ 

“ตกลงดิฉัน​เป็น​อะไร​คะคุณ​หมอ?”​ 

“คุณ​ขวัญ​ข้าว​ไม่ได้​เจ็บ​ป่วยหรือมีอาการอะไร​ที่​ผิด​ปกติ​หรอกครับ ไม่ต้องกังวล” 

หน้าตาฉันคงดูกังวลมากจนคุณหมอต้องพูดปลอบ​ ก็ฉันกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรร้ายแรงหน่ะสิ 

“ถ้าดิฉันไม่ได้ป่วยแล้ว​ที่ดิฉันอาเจียน และก็​เวียนหัว​บ่อยๆหล่ะคะ​” ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อยที่คุณหมอบอกว่าฉันไม่ได้ป่วย 

แต่ฉันก็ยังสงสัยในอาการของตัวเองอยู่ดี 

 

 

TALK อาการคุ้นๆเนาะนางเอกเรา ส่วนพ่อพระเอกเอิ่ม..ตามนั้นค่ะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น