-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 6,708
× 54,900
แชร์ :
ตอนที่ 9 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 9

แม็คมาที่คอนโดที่เป็นหนึ่งมาอาศัยอยู่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้นแต่คราวนี้มาแบบเงียบๆ ไม่โหวงเหวกโวยวายแต่อย่างใด ร่างสูงแอบอยู่ข้างเสาด้านหน้าที่อยู่ใกล้กับประตูกำลังเฝ้ารอบางอย่าง ผ่านไปพักหนึ่งก็เห็นขุนแผนกับไรอันออกมาจากประตูกระจกบานเลื่อนของคอนโด

ร่างสูงหลบมุมเข้าไปที่ด้านในพลางมองเพื่อนทั้งสองคนที่กำลังเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ตรงอีกทาง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงได้ออกมาจากที่ซ่อน เขารอจังหวะที่คนดูแลเผลอจากนั้นก็รีบเข้าไปในตึก เขาเข้าไปในลิฟต์อย่างคนอารมณ์ดี กดตัวเลขไปชั้นที่ขุนแผนอาศัยอยู่พร้อมล้วงกุญแจสำรองออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วแกว่งไปมา

แม็คได้จ้างให้แม่บ้านปั๊มลูกกุญแจไว้แล้วให้เงินไปเป็นการตอบแทน ตอนแรกก็ทำท่าไม่รับข้อเสนอแต่เพียงแค่เอ่ยปากบอกจำนวนตัวเลขเท่านั้นกลับตอบตกลงทันที

เมื่อถึงชั้นที่ต้องการ ร่างสูงก็ออกมาจากตัวลิฟต์ เขาก้าวเท้าเดินอย่างไม่เร่งรีบประตูห้องอยู่อีกไม่ไกลเกินเอื้อม มีจุดมุ่งหมายเดียวเท่านั้น

...คือคนที่แอบอยู่ในห้อง

ทันที่เปิดประตูเข้ามาก็พบว่าคนที่อยากเจอตัวนั่งอยู่ตรงห้องนั่งเล่น เป็นหนึ่งดูเหม่อลอยจนไม่รู้ตัว แม็คเดินเข้าไปใกล้คนที่คิดหนีไปจากเขา เอามือทั้งสองข้างยันไปที่โซฟาจากทางด้านหลังของเป็นหนึ่ง พลางโน้มตัวไปข้างหน้า กระซิบถ้อยคำคิดถึงข้างหู

“พี่มารับแล้วเป็นหนึ่ง”

กายเล็กสะดุ้งโหยง เป็นหนึ่งไม่กล้าหันไปมองคนด้านหลังสักนิด เขาหลับตาลงเมื่อคิดว่าอาจเป็นเพียงแค่ภาพหลอน ภาวนะขอให้สิ่งที่ได้ยินเป็นสิ่งที่เขาคิดไปเอง

ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!

ทว่าพอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าคนที่อยู่ด้านหลังของตนยังคงอยู่ และกลายเป็นเขาเองที่หนีไม่รอด

“พี่แม็ค พี่เข้ามาได้ยังไง”

น่าเจ็บใจตัวเองที่ดูถูกแม็คจนเกินไป

“พี่มาตามกลับบ้าน”

“แต่ผมไม่อยากอยู่กับพี่!”

พูดจบก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่บีบมาตรงหัวไหล่ด้านซ้าย เป็นหนึ่งรู้สึกเจ็บจนน้ำตาเล็ด ท้ายที่สุดแล้วเขาก็หนีเงื้อมมือมัจจุราชไม่พ้น


“พี่แม็ค...ไม่ใช่ทางกลับคอนโด พี่จะพาผมไปไหน” เป็นหนึ่งตัดสินใจถามคนด้านข้างจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ต้องการที่จะหาคำตอบเพราะทางที่ร่างสูงพามามันไกลพอสมควร สายตาก้มลงต่ำอย่างเป็นกังวลด้วยความกลัวที่ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอีก

แม็คหันมองยิ้มเยาะอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังหวาดหวั่น

“พี่ว่าจะไม่กลับคอนโดสักพัก กลัวว่าถ้าพาเป็นหนึ่งกลับคอนโด เดี๋ยวพวกนั้นมันจะพาเป็นหนึ่งหนีอีก” แม็คพูดก่อนที่จะหันรถเข้าจอดข้างทางแล้วหันมามองเป็นหนึ่งอีกครั้งจนต้องดันตัวเองชิดประตูอีกด้านเพื่อหนี

“ทำไมมองพี่อย่างนั้นละ ไม่ต้องกลัว” ร่างสูงพูดเสียงเรียบ

“...” เป็นหนึ่งกำมือตัวเองแน่น เขารู้สึกถึงความชื้นเหงื่อ ทั้งหมดนั้นมาจากความกลัวคนด้านข้างล้วนๆ พออยู่กับแม็คทีไรก็คิดว่าตัวเองเป็นหนูที่ถูกงูจับกิน

“พี่จะไม่ตบไม่ตีไม่ซ้อมเป็นหนึ่ง”

แม็คพูดอีกครั้ง ทว่าประโยคสุดท้ายทำเอาคนฟังถึงกับหน้าซีดเผือด

“ถ้า...เป็นหนึ่งไม่ขัดใจพี่นะ”


******************************


“โดนมันหลอกจนได้” ขุนแผนกล่าวอย่างหัวเสีย หลังจากที่ทั้งคู่มาถึงที่คอนโดคนเจ้าเล่ห์แล้วไม่เจอตัว ก็รู้ทันทีว่าถูกหลอกจึงรีบกลับมาหรืออาจเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่คิดที่จะระวังตัวก็ได้จึงพลาดที่คิดว่าแม็คจะยอมปล่อยเป็นหนึ่งไปง่ายๆ

“ไม่คิดว่าจะใช้วิธีนี้” ไรอันพูดยิ้มๆ เหมือนภูมิใจในเพื่อนตัวเอง

“แม่งเพื่อนใครวะ” ขุนแผนยังบ่นไม่เลิก

“มันก็เพื่อนมึงกับเพื่อนกูไง” ไรอันตอบกลับมองหน้าพร้อมยักคิ้วให้

“เออ มึงขับรถไปเร็วๆ เลย ป่านนี้เป็นหนึ่งเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

ขุนแผนคิดเป็นห่วงคนตัวเล็กที่อยู่ที่คอนโดคนเดียวไม่ต่างกับร่างสูงอีกคนเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ากลัวแม็คจะเจอเป็นหนึ่งแต่กลัวว่าร่างบางจะถูกทำร้ายมากกว่า ได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้เกิดอะไรขึ้นเลยก็เท่านั้น



เบื้องหน้าเป็นบ้านไม้สองชั้นที่ถูกตกแต่งอย่างหรู รอบบ้านล้อมรอบไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพรรณที่ปลูกไว้ เป็นหนึ่งหันมามองร่างสูงอีกครั้งอย่างสงสัย

“พี่แม็คที่นี่ที่ไหน?”

“บ้านไร่...ที่ขังเป็นหนึ่ง เป็นไงสวยไหม?”

คำพูดที่เป็นเหมือนคำถามแต่มันเหมือนคำขู่ทำให้เป็นหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดขัดเหมือนมีอะไรมาค้ำคอ คนร่างเล็กตัวสั่น ไม่ต้องรอให้ใครบอกก็รู้ว่าที่นี่อันตราย เป็นหนึ่งก้าวถอยหลังเมื่อร่างสูงตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้

หนี!

ไม่รอให้แม็คเข้ามาถึงตัว เป็นหนึ่งก็หันหน้าวิ่งไปอีกทางหันไปมอง เป็นหนึ่งไม่แน่ใจว่าแม็คจะตามมาหรือเปล่า เขาคิดแค่ว่าต้องหนีให้รอด เป็นหนึ่งวิ่งเข้าไปตรงที่มีต้นไม้บดบังเพื่อป้องกันไม่ให้แม็คเห็น หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะความกลัวและกังวล เขานั่งลงกอดเข่าตัวเอง รอบด้านที่มืดสนิททำเอาเป็นหนึ่งแทบจิตหลุด สายตาสอดส่งไปรอบด้านด้วยความหวาดระแวง เขากลัวจนไม่กล้าที่จะขยับตัวไปไหนด้วยซ้ำ

ทว่า...เขาก็ถูกจับได้

เขาเป็นแค่คนที่ถูกยักษ์กิน

เป็นหนึ่งมองเชือกที่อยู่ในมือของแม็ค ก็ร้องไห้จนตัวโยน แต่ก็ดูเหมือนว่าน้ำตาของเขาจะสร้างความสำราญให้คนกระทำไม่น้อย แม็คไร้ซึ่งความเห็นใจ ไม่มีแม้แต่ความสงสาร เขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว โดยเฉพาะตรงแขนที่ถูกดึง เขาถูกลากกลับไปยังนรกบนดินอีกครั้งด้วยความไม่เต็มใจ

ร่างกายนี้ถูกซ้อม...

ร่างกายนี้ถูกย่ำยีกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

สิ่งที่ได้ยินมีเพียงแค่คำร้องอ้อนวอนของตัวเอง กับความเจ็บปวดที่ถูกยัดเหยียดมาให้อย่างไม่เต็มใจ

เพียะ***!***

“ทำใจยอมรับซะ ยังไงก็หนีพี่ไม่รอด!”

นั่นคือสิ่งที่แม็คบอกเขา...


ร่างบางจ้องมองไปยังพื้นที่สูงพอสมควรจากหน้าต่างห้องนอนที่เหมือนกับกรงขัง เขาอยู่ที่บ้านไร่ได้หนึ่งอาทิตย์ในทุกวันมันก็เหมือนอยู่ที่คอนโดจะมีแม่บ้านนำอาหารมาให้ทุกมื้อไม่ขาดสายแต่ที่แตกต่างก็แค่บริเวณที่กว้างกว่าเท่านั้น

เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนยกเว้นแต่ภายในบ้านเท่านั้นแต่เป็นหนึ่งเลือกที่จะอยู่ในห้องมากกว่าไม่อยากเจอคนที่ใจร้ายอย่างแม็ค ถึงแม้ว่าบ้านไม้มันจะสวยสมราคาหลายล้านและถูกตกแต่งด้วยเขาสัตว์กับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เข้าชุดกัน บ้านที่ถูกเคลือบเงาอย่างดีจนเงาวาว ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยหรู ถึงแม้มันจะสวยมากแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นกลับยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดเสียมากกว่า

'ถ้าหากเรากระโดดลงไป มันจะตายไหมนะ'

ความคิดชั่ววูบแล่นเข้ามาในสมอง เป็นหนึ่งยังคงไม่วางตาสองมือจับขอบหน้าต่างแน่นเหมือนเป็นการชั่งใจ เหงื่อที่ไหลมาตามหน้าและไรผมเชิงเป็นการบอกว่าร่างบางกำลังคิดจะทำ ร่างกายสั่นเล็กๆ หัวใจเต้นแรงเพราะแรงกดดันอย่างหนักก่อนที่จะชะงักด้วยเสียงของใครบางคน

"ดูอะไรอยู่" แม็คเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังเชยคางไว้ตรงไหล่ และย้ำสถานะของคนตรงหน้า "เป็นหนึ่งรู้ใช่ไหม ว่าอย่าคิดหนีพี่อีก"

"ครับ" เป็นหนึ่งเสหน้าไปทางอื่น ถึงอยากจะหนีเขาก็คงหนีไม่ได้อยู่แล้ว

"โกรธพี่ไหม ที่เมื่อคืน...พี่ทำรุนแรง" แม็คพูดอีกครั้ง

'โกรธและเกลียดมากด้วย ใครมันจะไปชอบกันที่โดนทำร้ายร่างกายคนที่ข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า'

ร่างเล็กได้แค่คิดเพราะรู้ตัวว่าถ้าไม่ตอบคำถามที่ถูกใจจะเป็นยังไง ถูกทรมานอย่างทารุน ทุกครั้งที่เป็นหนึ่งขัดใจร่างสูงจะต้องถูกตบถูกทุบตีและข่มขืน แม็คมองคนตรงหน้าก่อนที่จะพาเป็นหนึ่งมานั่งที่เตียง โอบกอดอีกครั่งจากด้านหลังอย่างหวงแหนแต่กับความรู้สึกของเป็นหนึ่งมันก็เท่านั้น

"เป็นหนึ่งพูดอะไรบ้างซิ อย่าเอาแต่เงียบ...ยิ้มด้วย" แม็คพูดเชิงคำสั่ง

"...ครับ" เป็นหนึ่งขานรับ ครู่หนึ่งใบหน้าจะมีรอยยิ้มกว้างให้ร่างสูงเห็นแต่มันเหมือนกับหุ่นยนต์ที่รอรับคำสั่งมีชีวิตแต่ไร้จิตใจ

แม็คพอใจที่คนตัวเล็กไม่ดื้อ ไม่หนีและยอมตามใจทุกอย่าง แม็คก้มลงจูบด้วยความรัก ร่างสูงจัดให้เป็นหนึ่งนอนราบบนที่นอนขึ้นคร่อมร่างบางไว้ไม่ให้หนีโดยที่ไม่ทัน สังเกตสีหน้าใครอีกคน

เป็นหนึ่งรับจูบที่หนักหน่วงของแม็คแล้วหลับตารอรับการกระทำของคนร่างสูงอีกเช่นเคยเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ทั้งขัดขืนและต่อต้านแต่ก็ไม่เป็นผลมีแต่จะเจ็บตัวทุกครั้งที่ร้องห้าม จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไปอย่างนั้น น้ำตาไหลที่หางตาช้าๆ จนรู้สึกได้แต่ก็ไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยินเพราะกลัวที่จะร้องไห้ กลัวที่จะถูกทำร้ายจึงได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย เป็นหนึ่งได้แต่หวังภายในใจลึกๆ ว่าจะมีใครสักคนมาช่วยให้หลุดพ้นจากแม็คสักที

ช่วยด้วย...

******************************


"บ้านนี้ใช่ไหม ที่เป็นหนึ่งถูกพามา" ร่างสูงถามใครอีกคนที่อยู่ข้างตัวอย่างไม่แน่ใจ มองไปที่บ้านไม้ตรงหน้าที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามแต่กลับถูกกั้นด้วยประตูรั้วที่แข็งแรง พวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปได้จึงได้แต่แอบมองอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเท่านั้น

"ครับหลังนี้แหละ ผมจำได้" ชายวัยกลางคนเอ่ยปากตอบ เขามีหน้าที่เป็นนักสืบ และเขาก็กำลังตามสืบหาคนคนหนึ่งอยู่ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตามหาตัวจนพบ

"แล้วเคยเห็นออกมาไหม" ร่างสูงยังคงถามต่อ

" ผมกลัวว่าจะถูกขัง" นักสืบตอบ สีหน้าเคร่งเครียด

ยิ่งได้ฟังคำยืนยันยิ่งทำให้เขาทรมานใจเสียเหลือเกิน ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ เขามองไปยังตัวบ้านอีกครั้ง รู้สึกอยากที่จะเข้าไปช่วยเสียเหลือเกินอยากเข้าไปดูให้รู้แล้วรู้รอด กลัวว่าจะเป็นอย่างที่ตนเองคิด

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วโทรออกไปยังปลายสายเพื่อรายงานให้ทราบถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน

“พ่อ...ผมเจอที่อยู่ของน้องแล้วครับ”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น