-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.4k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 8,088
× 38,700
แชร์ :
ตอนที่ 8 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 8

ภาพแรกที่ลืมตาขึ้นมาคือเพดานสีขาว ร่างบางนอนอยู่ที่เตียง หางตามีน้ำไหลซึมไหลลงสู่หมอนจนเปียกเสียงขอร้องที่ดังในหัว เป็นหนึ่งร้องไห้โดยไร้เสียงสะอื้นน้ำตายังคงไหลไม่ขาดสายเจ็บไปทั่วตัวและช่วงล่างถูกข่มขืนและซ้อม ปากที่แตกเพราะแรงตบที่ขัดขืนรอยกัดและขบมีไปทั่วร่างกาย รอยเขียวช้ำที่เกิดขึ้นเริ่มกลายเป็นสีม่วงจางๆ มองไปด้านข้างที่ร่างสูงกำลังนอนหลับอยู่

เป็นหนึ่งลุกจากเตียงอย่างช้าๆ พยายามระวังไม่ให้คนที่หลับอยู่ตื่น ขาที่ไร้ซึ่งกำลังก็พยายามทรงตัวอย่างลำบากแค่ยืนก็เจ็บไปแล้ว เขากัดฟันทนต่อความเจ็บพยุงตัวเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่หล่นอยู่เข้ามาใส่อย่างลำบากมีแต่ความคิดว่า ‘หนี’ อยู่เต็มสมอง

ใช้มือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นหันมองแม็คด้วยแววตาหวาดกลัว กลัวว่าแม็คจะตื่น เขามองด้านหลังอีกครั้งถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่ายังหลับก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ร่างบางพาร่างกายที่อ่อนแรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน

อีกนิดเดียว...แค่เอื้อมมือไปเปิด...

“เป็นหนึ่ง! จะไปไหน!”

ไม่หันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นใครไม่รอให้คนร่างสูงเดินมาหาตัว เป็นหนึ่งเปิดประตูอย่างไว กลั้นความเจ็บเต็มที่วิ่งออกมาอย่างเร็วไม่อยากถูกจับได้ แค่คิดถึงสภาพที่ตัวเองต้องโดนอะไรบ้าง น้ำตาและเสียงสะอื้นก็ไหลออกมาอัตโนมัติ

“เป็นหนึ่ง หยุดนะ!”

แม็คตะโกนลั่นหันไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำวิ่งตามอย่างไว เป็นหนึ่งกัดฟันทนต่อความเจ็บ แม้จะเจ็บช่วงล่างแต่ก็ต้องทนเลือดที่ไหลจากช่องทางไหลลงมาตามขาเป็นทางยาว เหมือนภาพฉายซ้ำที่เคยเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งเขาก็เคยหนีแบบนี้แล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่ยังอ่อนแออยู่ จึงไม่สามารถวิ่งหนีไปได้ไกลนักก็ถูกแม็คที่วิ่งมาถึงตัวจับต้นแขนไว้แน่น

“จะไปไหน!”

“ปล่อยผม!” เป็นหนึ่งสะบัดตัวอย่างแรงแต่ก็ไม่สามารถหลุดพันธนาการได้ ร่างสูงกัดฟันเพื่อระงับความโกรธ แต่ไม่คิดว่าเป็นหนึ่งจะใจกล้าจนถึงขนาดยอมกัดเขา

“โอ๊ย!”

แม็คร้องลั่นสะบัดแขนที่ถูกเป็นหนึ่งกัดที่ต้นแขนทำให้ร่างบางสามารถหลุดจากการจับกุม เป็นหนึ่งก็ถีบไปที่ท้องของร่างสูงอีกครั้งแม้แรงจะไม่มากนักที่จะทำให้ล้มแต่ก็เซ ไม่รอให้แม็คได้ทันตั้งตัวเป็นหนึ่งก็รีบวิ่งหนีอีกครั้งใช้แรงที่มีวิ่งอย่างสุดกำลัง

เสียงสะอื้นยังคงดังขึ้นมากกว่าเดิมความกลัวจับใจเริ่มเข้ามานึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองโดนซ้อมโดนข่มขืนก็ทำให้ขาทั้งสองข้างไม่คิดที่จะหยุดหนีคนด้านหลังที่ยังคงวิ่งตามมาห่างๆ ร่างบางยังคงวิ่งไปที่ประตูหนีไฟเหมือนครั้งแรกมากกว่ารอลิฟต์

“เป็นหนึ่ง! อย่าหนีนะ”

“ช่วยด้วย!”

“พี่บอกว่าให้หยุดไง ถ้าจับได้เมื่อไหร่คงรู้ใช่ไหม!”

แม็คยังคงขู่เสียงดังแต่ยิ่งทำให้เป็นหนึ่งไม่อยากหยุดมากกว่าเดิม ยิ่งวิ่งลงบันไดกลับยิ่งทำให้ช่วงล่างเจ็บขึ้นมากกว่าเดิมจนทนไม่ไหวแต่เพราะความกลัวที่มีมากกว่าจึงทำให้ไม่สามารถหยุดได้เสียงแม็คยังคงดังมาตามโสตประสาท วิ่งจนเหนื่อยหอบเริ่มออกอาการหายใจติดขัดกับใจที่เต้นรัวเหมือนจังหวะกลอง ร่างบางกำลังสั่นเสียงสะอื้นที่ไม่ยอมหยุดกับใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา

ด้วยความเจ็บเป็นหนึ่งจึงวิ่งออกมาจากทางประตูหนีไฟออกมาข้างนอกเหมือนเดิมทางเดินที่ลาดยาวเบื้องหน้าชั้นที่เท่าไหร่ไม่รู้แค่รู้สึกว่าภาพข้างหน้าเริ่มเลือนราง ดวงตาที่เริ่มปิดสนิทลงอย่างอ่อนล้าพร้อมกับใครบางคนที่มองอยู่เบื้องหน้าแล้วทั้งหมดก็ดับวูบลงทันที


******************************


“ฟื้นแล้วเหรอ”

เสียงที่คุ้นเคยทำเอาเป็นหนึ่งใจกระตุกวูบ น้ำตาที่แห้งเริ่มไหลออกมาจากขอบตาอีกครั้ง ไม่กล้าหันไปมองก็ไม่ต้องเดาว่าใครอีกคนทำสีหน้ายังไง แม้ว่ายังนอนอยู่กับที่แต่ก็รับรู้ได้ พยายามขยับแขนให้ดันตัวลุกขึ้น

แกร๊ง

เสียงกระทบที่ดังทำให้เป็นหนึ่งเบิกตาโต ปัดผ้าห่มออกไปจากตัวมองไปที่ข้อเท้าแต่สิ่งที่เห็นแทบไม่อยากเชื่อสายตา

แม็คใช้โซ่ผูกข้อเท้าเขาเอาไว้!

“เหมือนครั้งที่แล้วเลยนะ...หนีไม่รอด!”

เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น รู้สึกเจ็บใจที่ถูกดูถูก แม้ในเวลานี้เขาก็ยังหนีผู้ชายใจร้ายไม่รอด

แม็คแสยะยิ้มก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างเบามือเหมือนเอ็นดู จากนั้นก็ขยุ้มเรือนผมเข้มจนเต็มฝ่ามือ คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้สึกเจ็บพอสมควร

“เป็นหนึ่งพี่จับได้คราวนี้ อย่าหวังเห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย” แม็คพูดด้วยสีหน้าเรียบ แตกต่างจากคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากอย่างเห็นได้ชัด

ไม่มีเสียงตอบรับจากปากมีเพียงเสียงร้องไห้อย่างหมดหวัง ไร้ทางหนีไม่มีอิสระไปไหนไม่ได้ แม็คเห็นร่างบางสะอึกสะอื้นอย่างหนักก็ผละตัวออกแต่ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง จับร่างเล็กที่ยังนอนร้องไห้ตัวโยนมาแนบอกเสมือนเป็นการปลอบประโลม จนกระทั้งร่างทั้งร่างแน่นิ่งไปกับอก

ไรอันที่เป็นห่วงเป็นหนึ่งก็ชวนขุนแผนมาที่บ้านแม็คอีกครั้ง เขาไม่วางใจถ้าไม่ได้เห็นกับตา ทันทีที่เข้ามาภายในบ้านได้สิ่งที่ทำให้ตกใจมากที่สุดคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกพันธนาการเหมือนสัตว์

“เกิดอะไรขึ้น!” ขุนแผนที่ตามมาทีหลังจึงยังไม่รู้เรื่องราว ทว่าพอหันไปมองยังทิศเดียวกับไรอันก็เข้าใจความหมายได้ทันที แม็คทำเกินไปแล้ว!

“มึงทำแบบนี้ได้ไงเป็นหนึ่งไม่ใช่สัตว์” ไรอันพูด

“กูกลัวมันหนีเลยต้องจับล่ามไว้”

แม็คพูดโดยไม่สบตา แล้วค่อยๆ วางเป็นหนึ่งลงกับที่นอนจัดการห่มผ้าให้เรียบร้อย มือหนาซับไปที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาให้แห้งสนิท

“กูไม่ทนแล้ว มึงทำเกินไป!” ไรอันพูดขึ้นเสียงด้วยอารมณ์โมโหที่ปะทุขึ้นทำให้ชกไปที่หน้าแม็คอย่างจังจนเซ

แม็ครู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่มุมปากนำมือมาจับที่ใบหน้าของตัวเองแล้วหันมามองไรอันอย่างไม่เข้าใจและโกรธ เขาไม่รอให้ไรอันตั้งตัวก็เข้าไปชกที่ใบหน้าไรอันอย่างจัง...หมัดแลกหมัดก็เสมอกันดี

ไรอันขยับปากเล็กน้อยรู้สึกว่าปากตัวเองแตก

“มึงทำอะไร?” ไรอันถาม

“มึงนั่นแหละจะทำอะไร?” แม็คถามกลับ

“ทำอย่างงี้ไงล่ะ”

ไรอันถีบไปที่ท้องของแม็คอย่างจังจนล้ม ร่างสูงไม่รอช้าจับคอเสื้อร่างสูงอีกคนแล้วต่อยไปอย่างจังอีกทีก่อนที่จะตัวให้นอนคว่ำหน้าแล้วจับไขว้หลังโดยที่แม็คยังไม่ทันตั้งตัวร่างทั้งร่างก็ถูกจับยึดไว้

“มึงจะทำอะไร ไรอัน!” แม็คถามเสียงเข้ม

“ขุนแผนมึงไปอุ้มเป็นหนึ่ง ไปที่คอนโดมึง” ไรอันสั่ง

“กูไม่ให้!” แม็คตะคอก

“เร็วๆ ขืนเป็นหนึ่งอยู่กับไอ้แม็ค ได้ตายกันพอ” ไรอันสั่งอีกครั้ง

“คือ...กู” ขุนแผนละล่ำละลักที่ไม่รู้จะช่วยฝ่ายไหนเพราะเป็นเพื่อนทั้งคู่แต่เมื่อมองไปที่ร่างของเป็นหนึ่งที่ยังนอนสลบอยู่ก็ตัดสินใจช่วย

“ขุนแผน! กุญแจ!”

ขาของเป็นหนึ่งถูกล็อกไรอันควานหากุญแจที่กระเป๋ากางเกงของแม็คแล้วโยนไปให้ขุนแผนไม่นานนักก็ถูกปลดออก

“ไอ้ขุนแผน มึง...ปล่อยกู...ไรอัน!”

แม็คเมื่อเห็นขุนแผนไปอุ้มเป็นหนึ่งก็แทบคลั่ง พยายามหนีแต่ก็โดนไรอันจับไว้มองไปที่ไรอันอย่างรู้สึกโมโหไม่คิดว่าจะทำกันได้

“กูขอโทษว่ะแม็ค กูต้องทำ กูสงสารเป็นหนึ่ง มึงไม่ต้องห่วง กูแค่พาไปรักษาตัว”

“ไม่! อย่าไปนะ กู...” แม็คพูดเสียงติดขัด

“พาไปเลยเดี๋ยวกูตามไป” ไรอันพูด

ขุนแผนพยักหน้าเดินออกไปอย่างเร็ว โดยที่ไม่รอฟังเสียงของแม็คที่ตะโกนไล่ตามหลัง


******************************


ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาตื่นขึ้นมาก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นไรอันมาอยู่ตรงหน้า เป็นหนึ่งยันตัวลุกขึ้นมองไปรอบๆ ห้อง รู้สึกไม่คุ้นตา แต่ที่แน่ใจอย่างหนึ่งคือไม่ใช่ห้องของแม็ค

“ผมอยู่ที่ไหน”

“คอนโดของขุนแผน”

เป็นหนึ่งเรียบเรียงความคิดจำได้ว่าถูกล่ามโซ่ร้องไห้จนหลับแล้วมาที่นี่ได้ไง เมื่อมองไปยังโรอันก็เห็นเพียงแค่สายตาอ่อนโยนส่งมาให้เหมือนอย่างเคย

“พี่กับขุนแผนพามาเอง”

เป็นหนึ่งหลุบตาลงพื้นมองด้วยความสับสนก่อนจะมองที่ไรอันอีกครั้ง

“ทำเพื่ออะไร พี่ต้องการอะไรจากผม พี่เคยทิ้งผมไม่ยอมช่วยผมปล่อยให้เพื่อนพี่ทำร้ายผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งถูกซ้อมและข่มขืนจนผมเจ็บแทบเป็นแทบตาย แล้วตอนนี้พี่มาช่วยผมทำไม”

ไรอันพูดแทบไม่ออกเมื่อถูกร่างบางถามตรงจุด รู้สึกจุกไปในลำคอทำให้พูดไม่ออก รู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ ทั้งหมดมันเริ่มจากเขา เป็นเขาเองที่ผิดตั้งแต่แรก


ขุนแผนที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินทุกประโยค คำถามที่ถูกถามออกมาแต่ไร้ซึ้งคำตอบ ร่างโปร่งได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยความรู้สึกที่แน่นในอกเพราะทุกอย่างที่พูดออกมามันเป็นจริงตั้งแต่แรก

เป็นหนึ่งถูกพามาอยู่อีกที่หนึ่งที่ไม่ใช่คอนโดของขุนแผนในตอนแรก เขาถอนลมหายใจอย่างรู้สึกคิดสมเพชชีวิตตัวเองที่เกิดมาดันอาภัพ เขานั่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว นับตั้งแต่รู้จักกับแม็ค เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ต้องเจ็บตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อคิดว่าตัวเองจะฟุ้งซ่านเกินไปแล้ว จึงคิดอยากผ่อนคลายบ้าง เป็นหนึ่งลุกออกจากเตียง กำลังคิดอยากไปสูดอากาศด้านนอก เดินไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงของไรอัน

“ขอบคุณครับที่โทรมาแจ้ง”

ไรอันพูดแค่หนึ่งคำก็วางสาย เขาหันมองเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ไอ้แม็คมันเจอเราแล้ว”

ไม่กี่ประโยคเป็นหนึ่งก็เข้าใจทันที แค่ได้ยินชื่อของแม็คก็ตัวสั่นจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ดวงตากวางผวา เขาไม่อยากโดนแม็คทำร้ายอีกแล้ว

เป็นหนึ่งก้าวเท้าออกไปด้านนอก ตรงที่ขุนแผนกับไรอันยืนอยู่ แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจเพราะคนพวกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัว แต่ก็เป็นที่พึ่งอีกทางเดียวเช่นกัน

“ไม่ต้องห่วงนะ คราวนี้พี่จะไม่ปล่อยให้เป็นหนึ่งไปอยู่กับแม็คเด็ดขาด” ไรอันพยายามปลอบประโลม ขนาดเขาพาเป็นหนึ่งมาซ่อนอีกที แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่พ้นสายตาของแม็ค เพื่อนของเขาทำทุกวิธีทางจริงๆ ยังโชคดีที่เขาตั้งรับเอาไว้ก่อน ให้คนของเขาคอยดูอยู่ข้างล่าง กันไม่ให้แม็คเข้ามาได้ ไม่อย่างนั้นป่านนี้เป็นหนึ่งก็คงเจ็บตัวไปแล้ว

แค่เพียงประโยคเดียวที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า เขาถึงกับน้ำตาซึมทันที อย่างน้อยก็ยังมีหวังที่จะรอดพ้นจากน้ำมือของแม็ค

“อยู่ในนี้ไปก่อนนะ ห้ามออกไปไหน” ไรอันพูดอีกครั้ง

เป็นหนึ่งพยักหน้ารับรู้...

ทว่าความรู้สึกบางอย่างมันก็พลันเกิดขึ้นในอก แม็คออกตามหาเขา แค่คิดถึงจุดนี้ก็ทำให้เป็นหนึ่งรู้สึกว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก

เป็นหนึ่งกลับเข้าไปในห้องตัวเองอีกครั้ง เขากระวนกระวายใจอยู่หลายชั่วโมงจนไม่อาจนั่งอยู่กับที่ได้ ไรอันยังบอกเขาอีกว่าแม็ครออยู่ด้านล่างไม่ยอมขยับไปไหน ก็ยิ่งทำให้เป็นหนึ่งไม่เข้าใจมากขึ้น ด้วยความอยากรู้ เขาอยากไปเห็นกับตาตัวเอง จึงขอให้ไรอันพาออกไปดูตรงที่แม็คยืนอยู่ สิ่งที่เขาเห็นคือร่างสูงที่คุ้นตายืนทำหน้าถมึงทึงนอกตึกใหญ่ โดยมีคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ให้เข้ามาได้ เป็นหนึ่งรู้สึกเจ็บแปลบในอกจนต้องเอามือมาทาบกับหัวใจตัวเอง

“ผม...ผมขอพบพี่แม็คได้ไหมครับ”

ไรอันขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าอีกคนจะพูดประโยคนี้ออกมา เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกตบหน้าดังฉาด ภายในใจก็หวั่นไหวพร้อมทั้งไม่เข้าใจว่าทำไม

“จะดีเหรอ ไอ้แม็คมัน...” ขุนแผนเองก็ไม่เข้าใจ ถ้าเป็นหนึ่งไปหาแม็คอีกก็คงหนีไม่ได้อีกแล้ว แม็คคงไม่ยอมแน่

“ครับ ผมแน่ใจ ผมอยากพบพี่แม็ค”

เป็นหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว จนไรอันและขุนแผนต้องยอม

เด็กหนุ่มกำมือตัวเองไว้แน่น เขารู้สึกกลัว...กลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับแม็ค แต่เขาต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงได้รวบรวมกำลังใจ เดินออกไปเผชิญหน้ากับแม็ค พอมองใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าสีหน้าของอีกฝ่ายอิดโรย ไรอันเล่าให้เขาฟังว่ากว่าหกชั่วโมงที่แม็คไม่ได้ขยับออกจากตรงที่ยืนอยู่ เป็นหนึ่งมองไปที่ลำคอของแม็คก็พบว่าเป็นรอยแดงจากแดด

‘ทำไม...ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้’

เป็นหนึ่งรู้สึกจุกในอกจนลำคอตีบตันจนแทบเปล่งเสียงออกมาไม่ได้

“เป็นหนึ่ง...กลับบ้านกับพี่นะ”

วงแขนแกร่งโอบกอดร่างเล็กไว้แน่น ราวกับว่ากลัวว่าคนตรงหน้าจะจากไปอีกครั้ง หากเป็นอย่างนั้นเขาคงทนไม่ได้แน่

ช่วงเวลาที่เป็นหนึ่งถูกพาตัวไป เขาแทบเป็นบ้า ออกตาหาทุกที่ที่คิดว่าไรอันกับขุนแผนจะพาเป็นหนึ่งไปซ่อน จนถึงขนาดต้องจ้างนักสืบให้ออกตามหา พบว่าเพื่อนตัวแสบทั้งสองคนพามาซ่อนยังคอนโดที่เช่าเอาไว้ชั่วคราว แต่ถึงจะรู้ที่อยู่ก็ใช่ว่าจะสามารถเข้าพบได้ ในเมื่อไรอันกับขุนแผนกีดกันเขาถึงขนาดจ้างคนมาเฝ้าหน้าตึก แม็คไม่สามารถเข้าไปพบเป็นหนึ่งได้ จึงได้แต่เฝ้ารออยู่ด้านนอก

เขารออยู่นาน เพื่อหวังให้คนพวกนั้นเห็นใจ

ทันทีที่เห็นเป็นหนึ่งวิ่งมาทางเขา ความรู้สึกของแม็คก็เหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขาโอบกอดร่างตรงหน้าแน่นขึ้น หวงแหนคนตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“พี่รอเป็นหนึ่งตั้งหกชั่วโมง”

“...” เป็นหนึ่งส่งเสียงสะอื้นแผ่วเบา แล้วปล่อยให้แม็คกอดอย่างนั้น

“เป็นหนึ่งให้พี่รอทำไม”

“ผมขอโทษ”

“กลับบ้านกับพี่เถอะ”

ได้ฟังอีกครั้งเป็นหนึ่งก็ร้องไห้ เขาปล่อยน้ำตาให้ไหล ก่อนใช้มือสั่นเทาดันร่างตรงหน้าให้ถอยห่าง เป็นหนึ่งเห็นสีหน้าของแม็คก็ใจอ่อนยวบชั่วขณะ

แต่ว่า...เขาก็ไม่อาจทำอย่างนั้นได้

“พี่อย่าทำแบบนี้กลับไปเถอะครับ ผมจะไม่กลับกับพี่แล้ว”


“โธ่เว้ย!”

แม็คสบถอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหลืออด ครุ่นคิดว่าทำไมคนที่คิดถึงไม่ยอมกลับมาทั้งๆ ที่ไปตามอยู่นานสองนาน ร่างสูงหลับตาอย่างใช้ความคิดแล้วไม่นาน เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย ดวงตาที่ส่องประกายแพรวพราวของชายหนุ่ม ส่อให้เห็นความคิดที่แวบเข้ามากะทันหัน

‘ถ้าง้อดีๆ แล้วไม่ยอมกลับ คงต้องทำอะไรสักอย่าง’

ร่างสูงขมวดคิ้วก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ชั่งใจเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเปิดโทรศัพท์ก่อนที่จะลองเสี่ยง กดโทรออกไปยังปลายสาย มุมปากแสยะยิ้มเมื่อสิ่งที่ตัวเองหวังเป็นผล

“ฮัลโหล ขุนแผน กูเอง”

[เออ กูรู้ มีอะไร?]

“พรุ่งนี้เที่ยงมาหากูที่คอนโดหน่อย มึงพาไรอันมาด้วย”

[ทำไมวะ?]

“กูมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องเป็นหนึ่ง”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น