ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 51 พลังใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 51 พลังใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 07:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51 พลังใหม่
แบบอักษร

"เจ้าจิ้งจอกน้อยถูกคาซึคุง..."

 

 

 

"อย่าใส่ใจเลย"

 

 

 

เขาค่อนข้างหงุดหงิดแม้จะสร้างสัตว์หางได้ตามที่หวังแล้วก็เถอะแต่สัตว์หางของเขากลับไม่มีอะไรพิเศษเลย ? คงเป็นเพราะมันถูกสร้างด้วยพลังของเขาด้วยตัวคนเดียวหรือไม่ ?

 

 

 

น่าคิดเพราะคางุยะหลอมรวมกับต้นไม้เทพเจ้าจนเป็นหนึ่งเดียว มันถือว่าเธอมีพลังของคนสองแถมคนที่รวมพลังด้วยมีพลังมากมายเหลือคณาที่ดูดซับจากโลกนินจาทั้งใบ มันเหมือนโมโมชิกิที่กินชินชิกิที่แปรสภาพกลายเป็นผลไม้เทพเจ้าแม้พลังจะด้อยกว่าต้นไม้เทพเจ้าทั้งต้นก็เถอะ

 

 

 

"นายท่านมีวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ข้ามีพลังเทียบเท่ากับสิบหางของโอซึซึกิ คางุยะอยู่"

 

 

 

"วิธีไหน ?"

 

 

 

"ขโมยจักระของสัตว์อีกแปดตัวในโลกนินจานอกจากคุรามะที่เป็นต้นแบบของอินาริ เอามาแค่บางส่วนก็พอที่เหลือข้าจะเป็นคนพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับท่าน"

 

 

 

"เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ฉันต้องปกป้อง...ไม่สิมีวิธีอยู่"

 

 

 

คาซึยะแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทำให้ฮินาโมริที่เห็นแฟนหนุ่มกำลังยืนพูดคนเดียวอยู่นานสองนานก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี หรือว่าเขาจะกลายเป็นคนสติไม่สบประกอบไปแล้ว

 

 

 

"คาซึคุง!"

 

 

 

"ห้ะ มีอะไรหรอฮินะจัง"

 

 

 

เมื่อเห็นว่าคาซึยะยังดูเหมือนคนปกติก็รู้สึกโล่งใจไปมากกว่าครึ่ง แต่สัญชาตญาณเธอกลับบอกว่าคาซึยะอาจกำลังคิดจะทำอะไรที่ชั่วร้ายอยู่

 

 

 

"ไม่มีอะไร แล้วผลการทดลองเป็นยังไงบ้าง"

 

 

 

เออจริงด้วยเรากำลังทดลองใช้อักขระสาปอยู่แท้ๆ แต่ดันเผลอไปนำพลังไปสร้างสัตว์หางเสียได้ ดีที่อย่างน้อยเขาก็พอรู้ผลลัพท์ของมันอยู่บ้างว่ามันไม่มีผลข้างเคียงและถ้าเขาไม่ทะลึ่งคิดจะสร้างสิ่งที่คล้ายสัตว์หางอีก

 

 

 

'ไม่สิเราสร้างมันไม่ได้แล้ว'

 

 

 

อินาริตอนนี้กลายเป็นสัตว์หางไปแล้ว ถ้าไม่มีพลังของอินาริ การสร้างสัตว์หางตัวใหม่นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องดีเพราะการสร้าวสัตว์หางเขาสูญเสียมากเกินไปและค่อนข้างไร้ประโยชน์

 

 

 

"ใช้กับมนุษย์ไม่มีปัญหา ฮินะอยากลองไหม?"

 

 

 

"มะ ไม่เอาน่าจะดี...อื้มมมม"

 

 

 

'คาซึคุงจูบฉัน'

 

 

 

ยังไม่ทันได้ปฏิเสธคาซึยะก็พุ่งเข้ามาประกบปากของฮินาโมริก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปพัวพันอยู่ในปากของเธอ ฮินะที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็รู้สึกเขินอายก่อนจะค่อยๆหลับตารับรสจูบ จนกระทั่งได้สติเมื่อเธอรู้สึกเจ็บลิ้นเพราะถูกฟันของแฟนหนุ่มกัด คาซึยะก็ถอนปากออกทันที

 

 

 

"แผล่บ~รสชาติของฮินะอร่อยมากเลยละ"

 

 

 

"นะ นี่!"

 

 

 

ฮินะหน้าแดงแจ๋และแลบลิ้นออกมาเผยให้เห็นผิวลิ้นที่เต็มไปด้วยอักขระสีดำสนิท อักขระที่ลิ้นเริ่มแผ่กระจายเข้าสู่ร่างกลายของเธอ พริบตาเดียวเธอก็รู้สึกว่าพละกำลังและจักระเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พอลองใช้จักระควบคุมอักขระดำให้กลับมายังจุดศูนย์รวมที่อยู่ตรงลิ้นและกลายเป็นโทโมเอะสามตัวสลักไว้ที่ลิ้น

 

 

 

"อย่างที่คิดเมื่อควบคุมอักขระได้อย่างสมบูรณ์จะไม่เปลี่ยนร่าง แต่จะเปลี่ยนสีผมและสีตาแทน"

 

 

 

เขามองดูแฟนสาวที่เปลี่ยนสีผมและสีนัยน์ตาก็รู้สึกอิ่มเอมอย่างช่วยไม่ได้ ผมสีดำอมน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีขาวเงินคล้ายคางุยะ แต่เนตรสีขาวของเธอกลับมีสีเขียวเรืองแสงดูเป็นประกายและพอเธอดึงอักขระสาปกลับไปที่ลิ้นสีผมและสีตาก็กลับมาสู่สภาพเดิม

 

 

 

"เป็นยังไงบ้าง ?"

 

 

 

"อืมใช้ได้ คราวนี้น่าจะอัดคาซึคุงหมอบได้ง่ายๆเลยละ"

 

 

 

"จริงหรอ ?"

 

 

 

คาซึยะแสยะยิ้มเขากลายเป็นร่างตระกูลโอซึซึสิ มีเนตรสังสาระสามโทโมเอะ และจู่ๆทั้งคู่ก็มาอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่เต็มไปด้วยแดนลาวาอันร้อนระอุความร้อนแผดเผาโดยรอบ ดีที่คาซึยะดึงตัวฮินะมากอดไว้ได้ทันไม่งั้นเธอตกไปที่ลาวาและกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว

 

 

 

"Ame no Minaka : Yō(บัญชาแก่นสวรรค์ : ลาวา) เป็นยังไงบ้างที่รัก ยังคิดว่าจะอัดฉันได้อีกหรือเปล่า"

 

 

 

"นี่คือคาถามิติ ? แต่ว่าของแบบนี้ไม่ทำให้ฉันกลั..."

 

 

 

วับ ยังไม่ทันได้พูดข่มทั้งคู่ก็ูกย้ายมายังโลกที่เต็มไปด้วยหุบเขาน้ำแข็งอันหนาวเย็น ฮินาโมริเริ่มใจคอไม่ดี และรีบเข้าสู่อ้อมกอดของคาซึยะเพราะความหนาวที่แสนเย็นยะเยือกนี้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

 

 

 

"Ame no Minaka : Hyo(บัญชาแก่นสวรรค์ : น้ำแข็ง) ฮี่ๆ มันไม่ใช่คาถาแต่มันคือมิติโลกของฉัน ทุกสิ่งบนมิตินี้คือสิ่งที่ฉันครอบครองและมันจะถูกควบคุมโดยฉันทั้งหมดอย่างสมบูรณ์"

 

 

 

"ตะ แต่ คะ แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนะคาซึคุง"

 

 

 

ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วนะแม่คุณ ไหนจะการกอดรัดที่แน่นหนาเนื้อแนบเนื้อจนเขาแทบหายใจไม่ออกนี่อีกแน่นอนว่าเขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาพาแม่แฟนสาวจอมปากแข็งไปที่โลกสายฟ้า โลกแห่งทราย  โลกแห่งลมและพายุ โลกแห่งทะเลหนามแรงโน้มถ่วงที่ทำให้เขาเกือบตาย

 

 

 

ผลสุดท้ายแม่นางก็ยอมแพ้เขาก็โล่งใจ เพราะพลังของเขาก็เกือบจะหมดแล้ว ทำเป็นเล่นไม่ได้เลยนะเนี่ย ไอ้พลังขีดจำกัดทางสายเลือดชั้นสูงของตระกลโอซึซึกิ ใช้ไม่ระวังมีหวังได้ม้วยมรณาเสียเอง แถมม้วยที่ไหนไม่ว่าไปม้วยในมิติของตัวเองยิ่งแล้วใหญ่

 

 

 

"Ame no minaka : Modoshi(บัญชาแก่นสวรรค์ : หวนกลับ)"

 

 

 

ร่างของคาซึยะและฮินาโมริที่กำลังกอดกันกลมโผล่กลับมาที่ชั้นใต้ดินของบ้านในสภาพราวขอทาน เนื้อตัวของทั้งคู่ดูมอมแมมจากการกลิ้งอยู่ในโลกทะเลทราย และโลกทะเลหนามที่เต็มไปด้วยแรงโน้มถ่วง

 

 

 

"น่ากลัวที่สุดคาซึคุงคนบ้าเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง"

 

 

 

โดนฮินะบ่นเขาก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่เขารู้สึกชอบความสามารถนี้ชอบกลแถมยังได้รับสัมผัสนุ่มละมุนนี่อีก รู้สึกฟินแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้จะหยุดเพียงแค่นั้นเขายังมีพลังอีกหนึ่งอย่าง

 

 

 

"Yomotsu Hirasaka(ลาดชันแดนมรณะ)"

 

 

 

อากาศด้านข้างของคาซึยะมีรอยแตกก่อนอากาศจะเริ่มแตกตัวกลายเป็นบล็อกทรงสี่เหลี่ยม ภายในสี่เหลี่ยมมีมิติความมืดที่คล้ายหลุมดำ พอเขาลองยืนมือเข้าไปในรูมิติโดยกำหนดเป้าหมายไปที่ มีดผ่าตัดที่โต๊ะทำงานซึ่งห่างจากเขาไปสิบเมตร

 

 

 

แถวตรงโต๊ะก็มีรูมิติทรงเดียวกันตามที่หวังก่อนจะมีมือของคาซึยะโผล่ออกมาและหยิบมีดผ่าตัด พอเอามืดกลับมาจากมิติก็มีมีดผ่าตัดกลับมาด้วย เขามองความสามารถนี้ด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

'ด้วยพลังนี้นินจาคาถาสายมิติจะถูกพลังของเราขัดขวางรบกวนการบิดเบือนมิติทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่เทพอัสนีเวหา ถ้าเจอพลังนี้เข้าไปก็เป็นใบ้ทันที'

 

 

 

"ทำอะไรอยู่น่ะคาซึคุง ?"

 

 

 

แม้จะมาถึงแล้วฮินะก็ยังไม่ผละออกจากอ้อมแขนของคาซึยะ เธอเงยหน้าถามแฟนหนุ่มที่กำลังควงมีดผ่าตีดที่นิ้วไปมาอย่างสงสัย ส่วนคาซึยะก็ยกยิ้มและบอกเธอเกี่ยวกับทดลองพลัง

 

 

 

"ตอนนี้ยังเหลืออีกหนึ่งอย่างที่ไม่ได้ลอง"

 

 

 

วิ้งงงงง~

 

 

 

ดวงตาของคาซึยะเบิกกว้างก่อนจะมีโลหิตสีแดงอมดำไหลรินออกมาจากดวงตาสังสาระข้างซ้าย ครู่เดียวเจ้าตัวก็ยกยิ้มบางๆ ฮินะรู้สึกสับสนแต่ครู่เดียวเธอก็รู้สึกว่ามีคนกำลังจี้เอวเธออยู่ แต่ที่นี่ไม่มีใครอยู่นอกจากเธอและแฟนหนุ่ม

 

 

 

แล้วใครเป็นคนทำ ? ในเมื่อมือของคาซึยะก็กำลังใช้มันโอบกอดเธอผีหรือเปล่า เธอเงยหน้ามองเขาก็พบว่าที่ดวงตามีโลหิตสีดำไหลออกมาก็เริ่มเอะใจ

 

 

 

"หรือว่านี่เป็นพลังของเนตรสังสาระ ?"

 

 

 

"แม่นแล้วนี่คือ Limbo : Hengoku(ลิมโบ : ขอบตรุ)ร่างเงาไร้ตัวตนจากต่างมิติ"

 

 

 

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเขาจะมีพลังในการสร้างเงาในรูปแบบเดียวกับปู่ทวดมาดาระ แต่ลิมโบหรือตัวเงาไร้ตัวตนของเขามีเพียงแค่เงาสองเงาเท่านั้น นี่น่าจะเป็นเพราะเนตรสังสาระของเขามีพลังลิมโบเพียงข้างเดียว

 

 

 

'แต่ว่าร่างเงาทั้งสองสามารถใช้ความสามารถของเราได้ทั้งหมด ร่างกายที่แม้แต่เนตรสีขาวและเนตรวงแหวนก็มองไม่เห็นน่ากลัวเพราะแม้แต่ซูซาโนโอะขั้นสมบูรณ์มันก็ใช้ได้ ส่วนอีกข้างก็...'

 

 

 

วืบ!

 

 

 

"อ่าวที่นี่ที่ไหนอีกละเนี่ย ทะเล ? นี่คือการวาป ไม่สิมันมีพลังในการบิดเบือน เทเลพอร์ต?"

 

 

 

คาซึยะที่ถูกเคลื่อนย้ายด้วยพลังของตนเองก็รู้สึกสับสน เพราะเขาไม่รู้ว่าตนเองในตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่ที่รู้ๆมันไกลจากโคโนฮะมาก และเพื่อไม่ให้ตัวเองหลงทาง จึงใช้ลาดชันมรณะเปิดมิติกลับไปที่ชั้นใต้ดิน

 

 

 

'ชื่อของความสามารถนี้คือ หนึ่งในห้า เทพต่างสวรรค์ Ame no tokotachi(ประตูสวรรค์) เป็นพลังในการเคลื่อนย้ายในชั่วพริบตา ถ้าไม่ตั้งสติและกำหนดเป้าหมายให้ดีอาจหลุดไปในอวกาศหรือช่วงเวลาอื่นได้ง่ายๆ มันกินจักระของเราราวกับมันหามาได้ง่ายๆ ต้องใช้แบบระวัง'

 

 

 

ลายโทโมเอะจากเนตรสังสาระข้างขวาหายไปหนึ่งวงทันที และเขาคงต้องรอฟื้นฟูจักระสักห้าชั่วโมงโทโมเอะวงที่สามถึงจะกลับมา เป็นพลังที่กินจักระมากเกินไป แต่ก็สมกับความสามารถของมัน

 

 

 

"หายไปไหนตั้งนานคาซึคุง"

 

 

 

"ขอโทษทีดูเหมือนจะถูกเคลื่อนย้ายไกลไปนิด"

 

 

 

คาซึยะค่อยกลับมาสู่ร่างปกติ แต่เนตรสังสาระแบบไม่มีโทโมเอะยังคงอยู่ในเนตรทั้งสองข้าง ตอนนี้ในหัวของเขามีแผนใหม่ที่น่าสนใจอยู่หลังจากนึกถึงสิ่งที่เจ้าจิ้งจอกน้อยพูด

 

 

 

"ฮินะช่วยเตรียมร่างโคลนของฉันให้ที"

 

 

 

"เข้าใจแล้วจะรีบจัดการให้"

 

 

 

ฮินาโมริดูอารมณ์ดีแปลกๆ หลังจากที่เขาพวกเขากลับมาจากบัญชาแก่นสวรรค์ แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรมากและรอคอยให้ฮินะเตรียมร่างโคลนที่เขาโคลนทิ้งเมื่อนานมาแล้วถึงสองร่างด้วยกัน

 

 

 

ไม่นานนักฮินะก็กลับมาพร้อมร่างโคลนหนึ่งร่างที่ไร้จิตวิญญาณไว้ที่เตียงพยาบาล เขาจ้องมองร่างโคลนและยื่นมือขวาไปที่ด้านหน้า ในฝ่ามือของเขาเริ่มมีแท่งกลมสีดำหรือKuroki Jushinki(เข็มดำ)ผุดออกมาและพุ่งเข้าไปทิ่มที่หัวใจของร่างโคลน

 

 

 

เขาเริ่มประสานอินส่งจักระและพลังของเนตรสังสาระเข้าสู่ร่างกายโคลนไปสองในสิบ ชั่วครู่เดียวร่างโคลนที่ไร้จิตวิญญาณก็ลืมตาขึ้นเผยให้เห็นเนตรสังสารสองข้างเช่นเดียวกับเนตรของคาซึยะร่างหลัก

 

 

 

""เป็นพลังที่น่าสนใจจริงๆ""

 

 

 

ทั้งร่างโคลนและร่างหลักต่างพูดพร้อมกันราวกับนัดหมายกันมาอย่างนมนาน ฮินาโมริยืนมองอย่างสับสน ยังีที่ทรงผมในร่างโคลนไม่ได้ยาวเหมือนคาซึยะในปัจจุบัน ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเธอก็แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร

 

 

 

"คาซึคุงเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ?"

 

 

 

""หาอะไรสนุกๆทำ""

 

 

 

เห็นร่างหลักและร่างโคลนสองพูดพร้อมเพรียงกัน ในท่าทางเดียวกันเธอก็เริ่มรู้สึกขยักแขยงแปลกๆ สักพักเธอก็ส่ายหัวและปล่อยให้แฟนหนุ่มเป็นบ้าไปคนเดียว ส่วนเธอจะกลับไปดูแลน้องๆของเธอน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

 

 

 

เมื่อฮินาโมริเดินจากไปคาซึยะทั้งสองร่างก็เกาหัว ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายแบบเดียวกัน เขาเริ่มนำชุดคลุมกับหน้ากากสีส้มลายหมุนคล้ายพายุแบบเดียวกับโทบิแต่มีรูดวงตาสองข้างออกมาให้ร่างโคลนใส่ 

 

 

 

และเพื่อเป็นการปิดบังรูปแบบเนตรสังสาระคาซึยะจึงนำคอนแทคเลนส์ครอบดวงตาซึ่งเป็นสินค้าประจำของตระกูลอุจิวะมาใส่ให้ร่างโคลน แค่นี้เนตรสังสาระในปัจจุบันก็กลายเป็นเนตรวงแหวนแล้ว

 

 

 

"การจะได้พลังจากสัตว์หางให้เร็วที่สุดเราคงต้องพึ่งกลุ่มแสงอุษาเท่านั้น ในเมื่อแสงอุษาไม่มีโอบิโตะและอิทาจิคอยช่วยเหลือ เช่นนั้นฉันจะเป็นคนทำหน้าที่นั้นแทนเอง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น