เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 35

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 35

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 35
แบบอักษร

35  

  

 

 

“แล้วมึงจะเริ่มตามหาพี่กูเองเลยหรือเปล่า กูบอกมึงเรื่องบ้านพักพี่กูที่ต่างจังหวัดให้แล้ว” แทนถาม ขณะเดินเทียบข้างพีคกลับห้องของเพลิง 

“คงจะอย่างนั้น” พีคตอบเสียงเรียบ สายตามองตรงไปข้างหน้าที่ใกล้ถึงห้องเพลิงเต็มที 

“งั้นให้กูเฝ้าไอ้..”  

“กูบอกเมื่อไรว่าจะไปตอนนี้ คนเฝ้ากูมีไม่ต้องเสือก แล้วกูก็ยังไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่ากูจะมั่นใจว่าไอ้เพลิงปลอดภัย ส่วนมึง จะเยี่ยมก็มาแค่เยี่ยม” พีคพูดแทรกก่อนที่แทนจะได้พูดอะไรมากกว่านี้อย่างไม่สบอารมณ์ แม้จะคุยดีด้วยนิดๆหน่อยๆ แต่ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ชอบแทนที่เข้ามาวุ่นวายกับเพลิงอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว แทนเงียบลงไม่พูดตอบโต้อะไรพีคต่อ ได้แต่เดินตรงตามพีคไปที่ห้องตรงหน้าที่เขากับพีคพึ่งเดินมาถึง พีคเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้าไปก่อน เสียงเอะอ่ะของคนคุยกันรวมทั้งเสียงเด็กที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินในห้องนี้ จู่ๆก็พร้อมใจกันเงียบสนิทเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา พีครู้สึกงงเล็กน้อย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นผู้ชายดูสะอาดตาที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงเพลิง กำลังหันมามองเขานิ่งและดูจะจ้องเป็นพิเศษด้วย รูปร่างและใบหน้าที่คุ้นตานั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ดีเลยว่าเป็นใครอ่ะของคนคุยกันรวมทั้งเสียงเด็กที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินในห้องนี้ จู่ๆก็พร้อมใจกันเงียบสนิทเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา พีครู้สึกงงเล็กน้อย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นผู้ชายดูสะอาดตาที่ยืนอยู่ข้างๆเตียงเพลิง กำลังหันมามองเขานิ่งและดูจะจ้องเป็นพิเศษด้วย รูปร่างและใบหน้าที่คุ้นตานั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ดีเลยว่าเป็นใคร 

“เอ่อ..ไอ้พีค นี่พี่..” เพลิงแอบอ้ำอึ้งในการบอกว่ากันย์เป็นใคร แต่ยังไม่ทันพูดจบเป็นกันย์ซะเองที่พูดแทรกขึ้นมาก่อน 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ พีค” กันย์พูดทักทายพีคด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างสุขุม พีคกลับมองว่ามันไม่ได้สุขุมเหมือนฉาบหน้าที่กำลังแสดง เพราะสายตาที่มองเขาเหมือนกำลังมีเรื่องขุ่นเคืองอะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นก็คงไม่พ้นเรื่องของตัวที่นั่งยิ้มแห้งอยู่บนเตียง พีคเห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มให้แล้ว ตัวเองก็ควรยิ้มให้กลับตามมารยาท  

“กลับจากต่างประเทศเมื่อไรครับ ไอ้กราฟไม่เห็นบอกผมเลย” พีคพูดสุภาพกลับ  

“ก็ก่อนวันที่จะมีคนทำน้องคนเล็กพี่จะร้องไห้นั่นแหละ” แอบกัดแบบนิ่มๆแถมยังยิ้มให้อย่างสุภาพ จนพีคแอบหงุดหงิดกับการท่าทีของกันย์ สำหรับพีคเคยเจอคนมาหลายประเภทมานักต่อนัก และเขามักจะรับมือได้อยู่เสมอ แต่สำหรับกันย์ คุณชายที่แสนดี สุขุม นุ่มลึก วางตัวดี มีสมอง แถมยังใจเย็นได้อย่างหน้าเหลือเชื่อ ถ้ามีปัญหาด้วยกันขึ้นมา คนแบบกันย์เนี่ยแหละที่รับมือยากพอสมควรสำหรับคนใจร้อนอย่างเขา  

“เป็นคนมีน้องเหมือนกัน พีค เราคงจะเข้าใจใช่มั้ยว่าน้องใคร ใครก็รัก” คราวนี้กันย์เปลี่ยนท่าทีจากผู้ชายอบอุ่นมาดนักธุรกิจ กลายมาสวมบทพี่ชายที่หวงน้องอย่างเต็มตัว พีคเองก็หุบยิ้มปรับอารมณ์ตามกันย์อย่างรวดเร็ว  

“ไปข้างนอก” คำสั่งราบเรียบของกันทำให้พีคหันกลับออกไปข้างนอกอย่างง่ายดาย แทนกับคนอื่นในห้องพากันงงกันเป็นแถบ โดยเฉพาะเพลิงที่ไม่คิดว่าพีคจะยอมกันย์ง่ายขนาดนี้ กันย์หันมายิ้มให้เพลิงนิดนึง ก่อนจะเดินตามพีคไปด้านนอก แทนรีบเดินหลบจากประตูเพื่อให้เปิดทางให้กันย์แล้วรีบเดินมาหาเพลิงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอีกสามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาใกล้  

“สองคนนั้นมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า? บรรยากาศดูไม่ดีเลย” แทนถามขึ้น 

“น่าจะอย่างนั้นมั้งพี่ เมื่อหลายวันก่อนพี่กันย์เค้าโมโหไอ้พีคนิดหน่อย..มั้ง?” เพลิงไม่กล้าตอบให้แน่ชัดเท่าไร เพราะขนาดตอนมัธยมเขาแทบอยู่กับกันย์ตลอด เขายังเดาอารมณ์กันย์ไม่ค่อยถูกเลยว่าตกลงดีใจหรือโกรธอยู่กันแน่  

 

พีคเดินออกมารอกันอยู่ห่างจากหน้าห้องเพลิงนิดนึง ก่อนที่กันย์จะเดินเปิดประตูเดินตามพีคออกมายังจุดที่พีคยืนอยู่ ทั้งคู่มองหน้าและเงียบใส่กันแปปนึง ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้มีวี่แววจะมีเรื่องเพราะคิดว่าต่างฝ่ายต่างมีวุฒิภาวะกันแล้ว เพียงแค่กันย์ตั้งใจจะคุยกับพีคเรื่องเพลิงในฐานะพี่ชายเฉยๆ 

“พีคมีอะไรจะบอกกับพี่มั้ย” กันย์เริ่มเปิดประเด็นพร้อมตีหน้าขรึม 

“ขอโทษครับ ที่ทำน้องพี่ร้องไห้” พีคพูดขอโทษอย่างรู้สึกผิด

“ไม่มีใครชอบให้ใครมาทำน้องตัวเองร้องไห้หรอกนะ โดยเฉพาะน้องที่เราเป็นคนดูแลมากับมือ แล้วยิ่งเพลิงมันเด็กร้องไห้ยากด้วย เวลามันร้องไห้ทีมันร้องค่อนข้างหนัก ซึ่งพี่ไม่โอเคกับเรื่องนี้” กันย์เทศน์พีคเสียงดุ แต่ยังคงความเรียบนิ่งมีความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้  

“ผมรู้ ตอนนั้นผมโกรธที่เพลิงโกหกผมและเพราะผมคิดเกินเลยกับเพลิง สิ่งที่เพลิงทำมันทำให้ผมผิดหวังมาก และก็ไม่รู้ด้วยว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีเพลิงมันจะแอบร้องไห้ออกมา” พีคสารภาพเหตุการณ์ตอนทะเลาะในวันที่แก้มฟื้นให้ฟัง 

“ถึงรู้พีคก็ไม่มาหาเพลิงที่ร้องไห้หรอก เพราะพีคยังมีน้องให้ดูแล ส่วนนี้พี่ก็เข้าใจเรานะว่าครอบครัวต้องมาก่อน แต่ว่า.. ในเมื่อตั้งใจไล่เพลิงไปแล้วทำไมถึงได้มาโผล่อยู่ที่นี่อีก” น้ำเสียงจริงจังจนพีครู้สึกได้ คนเป็นพี่ดูกึ่งๆเหมือนจะยอมง่ายๆ แต่ก็ยากเพราะกรณีของเขาทำให้กันย์ดูไม่พอใจพอสมควร

“พี่อาจจะโกรธผมที่ทำให้น้องพี่ร้องไห้ ใช่ ตอนนั้นผมยอมรับว่าตอนแรกผมตั้งใจจะปล่อยเพลิงไปจริงๆ แต่สุดท้ายมันก็ทำไม่ได้เพราะผมดันรักมันไปแล้ว ผมถึงได้มาอยู่ที่นี่” คำตอบจริงจังแม้เสี่ยงตาย แต่มันน่าจะเป็นเครื่องยืนยันที่ดีที่สุดที่จะทำให้กันย์มั่นใจว่าเขากลับมาหาเพลิงเพราะอะไร กันย์ยืนเงียบตีหน้านิ่งอยู่สักพัก จนพีคเดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่นานกันย์ก็คุยกับพีคต่อด้วยน้ำเสียงโทนเดิม

“อะไรทำให้พีคแน่ใจว่าพีครักน้องพี่จริง เพราะตั้งแต่พี่รู้จักพีคมาพีคไม่ใช่คนที่จะคบใครตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว คนที่ผ่านมาแต่ละคนก็ผู้หญิงทั้งนั้น แล้วพีคก็ไม่ใช่พวกแคร์หรือใส่ใจใครง่ายๆด้วย พอมาตอนนี้พีคกลับมาบอกกับพี่ว่ารักเจ้าเพลิง ซึ่งเจ้าเพลิงเป็นผู้ชายที่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อน พี่อยากรู้ว่าพีคมั่นใจแค่ไหนว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคือความรักจริงๆ ไม่ใช่เพราะครั้งนึงเคยอยู่ด้วยกันมาก่อนจนเกิดความชินแล้วคิดเป็นตุเป็นตะว่ารัก แล้วพีคคิดบ้างมั้ยว่าการที่เป็น LGBT เนี่ย ในอนาคตข้างหน้าจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง พี่ไม่ได้บอกว่ารังเกียจคนเพศนี้ แต่ก็มีคนอีกมากที่ไม่ได้สนับสนุนคนเพศนี้อย่างพ่อกับแม่พี่เป็นต้น พีคคิดว่าการคบเพลิงมันจะดีกับพีคจริงๆหรือเปล่า แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าถ้าคบไปแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นในอนาคต” อาจเหมือนเป็นการพูดขู่ว่าให้พีคเลิกๆกับเพลิงไป แต่ถ้าจับเนื้อหาจริงๆมันเป็นการตั้งคำถามทดสอบและอธิบายผลกระทบที่สามารถเกิดได้กับพีคและเพลิง และเหมือนเป็นการย้ำความคิดของพีคว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่นั้นมันของจริงหรือแค่ความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจเกิดความลังเลอยู่เป็นแน่ แต่สำหรับเขาที่เป็นคนตัดสินใจไปแล้ว... 

“ผมรู้ว่าพี่กำลังเป็นห่วงเพลิง แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมรักเพลิงมันจริงๆ ความรู้สึกผม ผมรู้ดีว่าตัวเองรู้สึกยังไง คิดยังไง แล้วเป็นยังไง มันไม่เกี่ยวว่าเป็นLGBT หรือว่าอะไรก็เถอะ ถ้ามันรักมันก็คือรัก แรกๆผมอาจจะไม่ดีกับมัน แต่ก็เพราะมันนั่นแหละที่ทำให้ผมรู้สึกอยากดูแลใครสักคนที่ไม่ได้มีคำว่าครอบครัวเป็นตัวนำอย่างน้องสาวผม มันเป็นคนนอกคนแรกที่ผมอยากจะดึงเอามาไว้ข้างกาย เป็นคนนอกคนแรกที่ทำให้ผมเจ็บเป็น รักเป็น และหวงกับห่วงเป็น ผมไม่สนหรอกว่าใครจะมองยังไง เพราะผมรู้ว่ายังมีคนอีกมากที่เปิดกว้างเรื่องนี้พอสมควร ส่วนอนาคต ถึงมันจะไม่มีอะไรเป็นหลักประกันที่พี่จะมาเชื่อผมได้ว่าผมจะยังอยู่กับมันอยู่หรือเปล่า แต่ที่ผมยืนยันได้ก็คือผมเลือกมันเข้ามาในชีวิตแล้ว ผมพร้อมจะรักและดูแลมันไปจนกว่าเราทั้งคู่จะพร้อมใจที่จะหมดรักกันไปเอง แต่วันนั้นคงจะยากอยู่ เพราะผมมั่นใจว่าต่อให้วันนึงเราทะเลาะกัน ยังไงผมก็ไม่มีวันเลิกที่จะรักมันอยู่ดี เพราะฉะนั้นพี่กันย์ พี่เชื่อผมเถอะว่าความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องพี่มันของจริง”พีคพูดรัวตอบคำถามผู้ใหญ่ที่จริงจังและหนักแน่นสุดๆ ทั้งใบหน้า แววตา น้ำเสียง โดยรวมถ้ากล้ายืนยันออกมาขนาดนี้คงจะถูกยอมไปง่ายๆแล้ว แต่กันย์คงยังไม่ง่ายขนาดนั้น เขามองพีคนิ่งเงียบเหมือนเดิมราวกับกำลังพิจารณากลั่นกรองอะไรบางอย่างในตัวพีคอยู่ ซึ่งผลประเมินก็... 

“คำพูดสวยหรูไม่ได้น่าเชื่อถือไปมากกว่าการกระทำหรอกนะ งั้นพีคก็พิสูจน์ให้พี่เห็นซะ ว่าสิ่งที่พูดมามันคือคว่ามจริง แต่พี่ไม่ได้ให้พีคไปพิสูจน์บุกป่าลุยฝนอะไรหรอกนะ พีคแค่ทำให้พี่เห็นว่าในทุกๆวันข้างหน้า พีคจะเสมอต้นเสมอปลายกับเพลิงได้หรือเปล่า เพราะความเสมอต้นเสมอปลายเนี่ยแหละ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าในแต่ละวัน..พีคจะยังเหมือนเดิมกับเพลิงเหมือนวันที่พีคบอกรักเพลิงครั้งแรกหรือเปล่า” กันย์บอกพีคในฐานะของคนที่มีครอบครัวแล้ว และในฐานะพี่ชายที่อยากเห็นความชัดเจนของพีคที่มีต่อเพลิง ส่วนพีคลดความตึงเครียดบนใบหน้าลงทันทีก่อนจะยิ้มดีใจที่กันย์เปิดโอกาสให้กับเขา   

“พี่กันย์ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมคำไหนคำนั้น”  

 

 

อีกด้านหนึ่ง 

 

“อาเพลิงคะ อาเพลิง”  

“ว่าไงคับอิงฟ้า” เพลิงก้มมองหลานสาวในอ้อมกอดที่ก่อนหน้านี้ขอให้แทนอุ้มขึ้นไปหาเพลิงที่เตียง  

“ทำไมอาเพลิงมานอนอยู่ที่นี่คะ อาเพลิงไม่สบายตรงไหนหรอ” คำถามใสซื่อของสาวน้อยห้าขวบตรงหน้า ทำให้เพลิงยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู  

“อาเพลิงไม่สบายที่ขาคับ ขยับไม่ค่อยได้เลย” เพลิงบุ้ยปากส่ายหน้าให้นิดๆ ก่อนทำหน้าสงสารอ้อนหลานตรงหน้า 

“คุณไข้กินขาหรอคะ เจ็บหรือเปล่า” คำพูดแบบเด็กที่ดูใสซื่อนั้นยิ่งทำให้เพลิงยิ้มขึ้นเข้าไปใหญ่ ความรักเด็กทำให้เพลิงเอ็นดูหลานเป็นพิเศษ 

“เจ็บคับ แต่เห็นหน้าอิงฟ้าแล้วอาเพลิงดีขึ้นเยอะเลย” เพลิงบอกอย่างยิ้มๆ ก่อนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงหลานสาวจนเกิดเสียงหัวเราะคิกคักระหว่างทั้งคู่ดังขึ้น ส่วนแทนกับเพื่อนอีกสามคน เหมือนอยู่คุยกับเพลิงได้สักพักก็ขอตัวกลับก่อน เพราะไม่อยากอยู่ขวางพีคกับเพลิงนานๆไหนจะพี่ชายที่มาเยี่ยมอีก จนตอนนี้ในห้องเหลือแค่เพลิงกับอิงฟ้าที่กำลังวิ่งเล่นไปทั่วห้อง โชคดีที่หลานคนนี้ไม่ใช่เด็กขี้โวยวายเสียงดัง ทำให้เพลิงไม่ต้องดุอะไรมาก เพลิงปล่อยหลานให้วิ่งเล่นได้ไม่นาน คนสองคนที่หายไปคุยข้างนอกก่อนหน้านี้ก็เปิดประตูเข้ามา  

“ปาป๊าา” อิงฟ้าที่เห็นพ่อเดินเข้ามาก็รีบวิ่งไปกอดขาพ่อที่เดินมาหาเพลิงที่เตียงทันที ส่วนพีคก็ยืนรออยู่ด้านหลังห่างๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะมองเพลิงที่กำลังหันมามองเขาราวกับมีคำถามในหัว พีคไหวไหล่ให้เพลิงราวกับจะบอกว่าก็คำถามเดียวกับที่เพลิงคิดนั้นแหละ ซึ่งเพลิงก็พยักหน้านิดๆพอจะเข้าใจก่อนกันไปหากันย์ที่ยืนมองเขาอยู่ข้างเตียง 

“เดี๋ยวพี่จะกลับแล้วนะ บ่ายนี้พี่ต้องไปธุระที่บริษัทกับพ่อต่อ” กันย์พูดบอกขึ้นมา เพลิงยิ้มพยักหน้ารับรู้และเข้าใจเรื่องงานที่กันย์ทำดี 

“ครับ พี่เองก็อย่าโหมงานหนักมากนะ เวลาอยู่บ้านก็ไม่ค่อยจะมี เดี๋ยวยัยเด็กคนนี้บ่นให้ฟังอีกว่าเลิกเรียนกลับมาไม่เจอพ่อ” เพลิงว่าอย่างขำๆ พลางก้มไปมองหลานที่ส่งยิ้มฟันหลอมาให้  

“วันนี้ก็หยุดเรียนอยู่กับพ่อทั้งวัน หนูยังจะไปฟ้องอาเพลิงอีกหรออิ้ง เดี๋ยววันนี้ส่งไปอยู่กับแม่ที่บ้านทั้งวันดีมั้ย” กันย์ก้มไปดุลูกสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยิ้มให้เมื่อคนตัวเล็กส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธ  

“ไม่เอา อิ้งจะอยู่กับอาเพลิง” คำปฏิเสธทำเอาคนเป็นพ่อและอาขมวดคิ้วทันที  

“แต่อาเพลิงต้องพักผ่อนนะคะ แล้วอาเพลิงก็มีคนดูแลอยู่แล้วด้วย เราอยู่อาจจะรบกวนเค้าก็ได้” กันย์พูดกล่อมลูกสาว จนอิงฟ้าหน้าจ๋อยไปเลย 

“ก็ได้ค่ะ แต่ปาป๊าต้องพาอิ้งมาหาอาเพลิงบ่อยๆนะ” กันย์พยักหน้ายิ้มยืนยันกับลูกสาวตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าหันไปหาเพลิงที่รีบหันมาหาพี่ชายอย่างรวดเร็วเมื่อถูกมอง  

“พี่ไม่ได้ห้ามเรื่องเรากับพีคหรอกนะ สบายใจได้ เจ้าพีคเค้ายืนยันกับพี่มาแล้วว่าจะดูแลเรา ส่วนเรื่องที่บ้านถ้าตั้งใจจะบอกเมื่อไรเดี๋ยวพี่ช่วยเกลี่ยกล่อมให้ เราอาจจะไม่ใส่ใจเรื่องของเค้าเท่าไร แต่อย่างน้อยเขาก็ห่วงเราไม่ต่างจากที่พี่ห่วง แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่เค้าจะมา พี่กับกราฟยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้เค้าฟัง เพราะรู้ว่าคนที่ไม่สบายใจจะเป็นเราแทนมากกว่า ไม่ใช่เค้า” กันย์พูดถึงเรื่องที่เพลิงคบกับพีคด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น ซึ่งเพลิงก็เข้าใจดีว่าการที่กันบอกนั้นลึกๆกันย์ก็เป็นห่วงถึงเรื่องในอนาคต เขาที่ว่านั่นเพลิงก็รู้ว่ามันหมายถึงใคร ยิ่งเป็นพวกหัวโบราณแล้วด้วย เรื่องที่เพลิงคบกับพีคคงจะมีปัญหาถ้าฝั่งนั้นดันสนใจขึ้นมา 

“งั้นพี่กลับก่อนนะ ใกล้เที่ยงแล้วเดี๋ยวไปบริษัทไม่ทัน” กันย์ก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะบอกลาเพลิง 

“ครับ บ๊ายบายนะอิงฟ้า” เพลิงพูดลาพร้อมโบกมือส่งยิ้มบ๊ายบายหลานสาวที่เดินจูงมือพ่อหันมาโบกมือยิ้มบายกับเพลิงเหมือนกัน 

"บ๊ายบายค่ะอาเพลิง" อิงฟ้าโบกมือให้พลางเดินตามกันย์ ก่อนจะทำหน้าสงสัยเมื่อกันย์หยุดเดินไปแปปนึง 

“พีคเองก็ทำตามที่พูดให้ได้ล่ะ ถ้าวันไหนที่เจ้าเพลิงเสียใจ วันนั้นพี่จะเป็นคนเอาเพลิงกลับไปเองและอย่าหวังว่าพี่จะยอมให้เอากลับไปง่ายๆล่ะ” กันย์หยุดเตือนพีคก่อนจะเดินสวนออกไปข้างนอก พีคเหลือบมองตามกันย์ที่เดินออกไป เมื่อเห็นว่าไปแล้ว เขาจึงกลับหันมาหาเพลิงที่นั่งทำหน้างงก่อนจะเดินเข้าไปหาเพลิงที่เตียงทันที 

“พี่กันย์ได้ว่าอะไรมึงป่ะ?” เพลิงรีบถามอย่างเป็นกังวล 

“เปล่า แค่เทศน์เตือนอะไรนิดหน่อย แต่ก็จบโอเคดี" พีคตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะสุดท้ายกันย์ก็ได้ยอมรับเขาแล้ว 

“งั้นหรอ กูนึกว่าพี่เค้าจะว่าอะไรมึงหนักซะอีก เพราะตอนนั้นพี่เค้าดูจะโกรธมึงมากในวันนั้น”เพลิงว่า 

“จากที่ฟังก็ดูจะโกรธๆเคืองๆอยู่นั่นแหละ แต่พี่มึงมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่ใช่อารมณ์มาตัดสิน เพราะงั้นมึงสบายใจได้ กูรับปากกับพี่กันย์แล้วว่าจะดูแลมึงไม่ทิ้งมึงไปไหนแน่นอน” พีคบอกด้วยความสัตย์จริง  เพลิงเลิกคิ้วนิดๆพลางมองพีคอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะหลุดยิ้มขำออกมาที่เห็นว่าพีคกล้าใช้ความด้านกับความจริงจังของตัวเองไปปะทะกับกันย์อย่างตรงๆ

“หึ ทำให้ได้อย่างที่ปากว่าแล้วกัน” เพลิงยกยิ้มว่า สายตามีความท้าทายพีคอย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้จริงจังมาก แต่เขาก็ขอดูหน่อยแล้วกันว่าพีคจะทำได้อย่างที่ว่าหรือไม่  

 

************************************************** 

 

เพลิงนอนอยู่โรงพยาบาลอยู่หลายวันกว่าจะเริ่มเดินได้คล่องขึ้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีพีคคอยดูแลเพลิงอยู่ตลอด อาจจะมีแวะไปคุยธุระเรื่องคดีกับเพื่อนตำรวจบ้าง แต่เมื่อเสร็จพีคก็จะรีบกลับมาหาเพลิงทันที แต่ในระหว่างที่ไม่อยู่ก็ได้นายกับไวคอยอยู่เฝ้าให้ ก๊วนเพื่อนสนิทกับแทนก็แวะมาอยู่บ่อยๆ กราฟกับแก้มก็มาเยี่ยมแต่ก็มาได้แปปๆเพราะเพลิงยังไม่ค่อยคุยกับแก้มเท่าไร แต่ก็เริ่มดีๆขึ้นบ้างแล้ว แต่บางวันก็อยู่นานเพราะกราฟพาหลานสาวมาเยี่ยมแทนกันย์ที่ติดงานที่บริษัท เพลิงนอนพักได้เกือบสัปดาห์ด้วยความเบื่อหน่าย จนในที่สุด วันที่ออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง 

“เดินไหวใช่มั้ย” พีคถามขณะคอยพยุงเพลิงเดินออกจากห้อง พร้อมถือกระเป๋าใส่ชุดกีฬาให้ 

“ขาเจ็บไม่ได้พิการ กูเดินได้สบายมาก แผลมันหายปวดแล้ว” เพลิงพูดบอกสบายๆ พร้อมเดินลิ้วติดกระเพกไปที่ลิฟต์ ทิ้งพีคให้เดินตามอยู่ด้านหลัง พีคยกยิ้มส่ายหน้าให้นิดหน่อย ก่อนจะเดินเข้าลิฟต์ตามเพลิงไป ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงข้างล่างแล้วพากันขึ้นรถเพื่อกลับไปบ้านพีคทันที เมื่อไปถึง ความเงียบของบ้านทำให้เพลิงเผลอขมวดคิ้วสงสัย เพราะปกติที่พีคกลับบ้าน ลูกน้องในบ้านจะต้องออกมาต้อนรับแล้ว เพลิงเดินลงจากรถมาอย่างงงๆ สายตามองหาคนคุ้นเคยอย่างสองและนายที่ปกติควรอยู่ที่บ้าน 

“ถ้าไอ้สองมันอยู่สนามแข่งรถกับลูกน้องกูอีกสองคน” พีคพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเพลิงกำลังมองหาคู่ซี้ในบ้าน 

“แล้วคนอื่นอ่ะ” เพลิงหันมาถามพลางย่นคิ้วสงสัย 

“มีที่บาร์บางส่วน ส่วนทางไอ้โต้งไอ้ดิวแล้วก็ลูกน้องอีกบางส่วนตามคนอยู่ต่างจังหวัดกับตำรวจ ส่วนพวกไอ้นายไปตามธุระที่สน.ให้กูอยู่ เย็นๆคงกลับ” พีคบอก 

“แสดงว่าไม่มีคนอยู่เลยล่ะสิ แล้วนี่มึงจะตามไอ้ดิวกับไอ้โต้งไปป่ะ” เพลิงถาม เพราะรู้ว่าคนที่สองคนนั้นตามอยู่เป็นใคร  

“ถ้าสองคนนั้นโทรรายงานกูมาเมื่อไรกูตามไปแน่ แต่ตอนนี้ยัง เหมือนว่าไอ้ฮิวโก้จะรู้ตัวเรื่องที่หาซ่อนของมัน ทำให้หนีไปก่อนที่ไอ้ดิวกับตำรวจจะไปเจอ แต่จากที่ดู เหมือนพวกนั้นก็ได้เบาะแสจากมันเพิ่มแล้วแหละ อีกไม่กี่วันคงตามตัวทัน” พีคตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเดินอ้อมรถมาหาเพลิงพร้อมกระเป๋า  

“มึงไม่ต้องสนใจมากหรอก เข้าไปข้างในเหอะ” ว่าจบ พีคก็เดินจับแขนเพลิงพาเดินเข้าบ้านไป เมื่อเข้ามาบรรยากาศอันแสนคุ้นเคยนั้นทำให้เพลิงรู้สึกคิดถึงอย่างบอกไม่ถูก พีคพาเพลิงเดินมานั่งที่โซฟาแล้วเดินขึ้นไปเก็บกระเป๋าด้านบน เพลิงที่ถูกปล่อยไว้ข้างล่างนั่งมองสำรวจบรรยากาศรอบๆพลางแสดงสีหน้าสบายใจ ทุกๆอย่างในบ้านยังคงเหมือนเดิม แม้แต่เครื่องเกมที่ดูเหมือนว่าพีคจะเลิกเอาไปซ่อนแล้ว ถูกวางเก็บไว้ที่ชั้นวางทีวีแทน 

 เพลิงนั่งสำรวจอยู่อย่างนั้น ก่อนจะลุกเดินไปสำรวจทั่วๆบ้านรวมถึงสวนข้างบ้าน ที่ตอนนี้เหมือนเริ่มเคลียร์บ่อปลาเสร็จแล้ว เหลือก็แค่เปิดใช้งานแล้วใส่ปลาลงไป เพลิงสังเกตว่าพื้นไม้ติดบ่อปลาเหมือนกับถูกจัดวางไว้ให้นั่งเล่น แถมสวนรอบๆถูกแต่งใหม่ดูสะอาดตามากขึ้น เพลิงยิ้มมุมปากนิดๆแล้วเดินกลับเข้าหลังบ้านเพื่อตรงไปหาอะไรกินในห้องครัว ซึ่งได้นมช็อกโกแลตมากิน ก่อนจะเดินตรงดิ่งกลับไปที่โซฟาตามเดิม แต่ในขณะที่เดินกินไปด้วยเพลิงกลับหยุดชะงัก เพราะก่อนถึงโซฟาเพลิงเห็นว่าพีคกำลังนั่งรอเขาอยู่  

“คิดถึงบ้านกูหรือไง เดินว่อนไปทั่ว” พีคพูดพลางเอียงหน้าหันมามองเพลิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ 

“ก็แค่สำรวจอะไรนิดๆหน่อยๆ” เพลิงบอก 

“หึหึ แล้วไปโด้เอานมไอ้สองมากิน มันกลับมาเดี๋ยวก็ด่าหรอก” พีคบอกอย่างขำๆ เพราะเห็นเพลิงชอบหยิบของที่สองแช่ไว้ในตู้เย็นมากิน 

“ไอ้สองกลับมาที่นี่ด้วยหรอ” เพลิงตาโตถามพีคอย่างดีใจ นึกว่าสองจะกลับมาตอนทำงานให้พีคเสร็จ 

“มาอยู่ตอนช่วงเช้า บ่ายๆมันก็ออกไปทำงานต่อ อยู่สลับกับอีกสองคนที่ไปที่นั้นกับไอ้สองนั่นแหละ” พีคบอก 

“หึ ไม่มีคนทำข้าวเช้าให้กินก็ล่ะสิท่า ถึงได้ให้มันกลับมาตอนเช้า” เพลิงแขวะพีคไปนิดหน่อย แต่พีคไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเพลิงเท่าไร กลับกวักมือเรียกเพลิงให้เข้ามาหาตัวเอง เพลิงเดินไปอย่างว่าง่าย ก่อนจะหยุดยืนทำหน้างงใส่พีค  

“มีไร” เพลิงถาม 

“มานี่นั่งนี่” พีค 

“หื๊อ?..เฮ้ย โอ๊ะ! ไอ้ห่าพีค!” เพลิงร้องลั่นเมื่อถูกพีคจับแขนดึงเขาลงไปนั่งอย่างไม่ทันตั้งตัว และจังหวะลงนั่งระหว่างหว่างขาพีคมันก็แรงพอให้ตัวสะเทือนไปถึงขาได้ จนเพลิงเผลอร้องด้วยความเจ็บเล่นเอาพีคตกใจไปตามๆกัน 

“ไหนว่าหายเจ็บแล้วไง เป็นไงบ้างเนี่ย” พีคพูดพลางขยับก้มไปดูรอยแผลที่ขาเพลิง พร้อมใช้มือลูบปลอบขาเพลิงหน่อยๆ  

“เดินได้ ไม่ได้แปลว่ากระแทกก้นลงมาแล้วจะไม่เจ็บแผลนะเว้ย แผลกูยังไม่หาย” เพลิงโวยเสียงขุ่นแทบแยกเขี้ยวใส่คนด้านหลัง พีคยกยิ้มขำในลำคอนิดๆ ก่อนใช้แขนสวมกอดเพลิงจากด้านหลังพลางเอาคางเกยไหล่เพลิงเอาไว้ เพลิงเหล่มองพีคที่เอียงคอมองหน้าเขา หน้าตายิ้มกวนไม่ได้รู้สึกผิดเลยของพีคแอบทำให้เพลิงเริ่มหมั่นไส้ขึ้นมา “มึงรู้สึกผิดบ้างมั้ยเนี่ย” 

“ขอโทษ" พีคตอบเสียงแผ่ว แต่สายตายังดูมีความทะเล้นฉายอยู่ จนเพลิงไม่แน่ใจแล้วว่าไอ้คำขอโทษนี่คือขอโทษส่งๆหรือขอโทษจริงๆ 

“คำพูดดูน่าเชื่อถือสุดๆ” เพลิงพูดประชดเบ๊ะปากใส่ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อพีคเอาจมูกมาคลอเคลียที่ซอกคอ “ไอ้พีค” 

“คิดถึงกลิ่นมึงชะมัด ขอกอดให้ชื่นใจหน่อย” พีคกระชับอ้อมกอดแน่นพร้อมสูดดมกับจูบเม้มซอกคอขาวอย่างคิดถึง

"เดี๋ยวๆ มึงเอาปากออกจากคอกูเดี๋ยวนี้เลยไอ้พีค ขนลุก" เพลิงโวยแก้เขินพร้อมดิ้นยึกยักเพราะรู้สึกจักจี้กับสัมผัสที่ไม่ได้เจอมานาน แถมยังหวั่นกลัวว่าพีคจะทำอะไรมากกว่านี้ในขณะที่ขาเขายังไม่หายดี

"อะไร แค่นี้ทำเป็นดิ้น ไม่ได้ทำนานจนลืมสัมผัสจากกูไปแล้วหรือไง หื้ม?" พีคถามเสียงแผ่วขณะที่ปากกับจมูกยังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของเพลิง เสียงที่ดูจักจี้อยู่ใกล้หูทำเอาเพลิงหน้าขึ้นสีระเรื่อใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ในขณะที่พีคยกยิ้มนิดๆอย่างพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรง

"มึงแม่งก็คิดแต่เรื่องพวกเนี่ย" เพลิงย่นคิ้วว่าพีคเสียงงอนเมื่อเห็นว่าพีคพูดเรื่องอย่างว่า พีคผละจากซอกคอขาวของเพลิงก่อนเอียงหน้าหันไปมองคนในอ้อมแขน

"แล้วเรื่องพวกนี้นี่..มันพวกอะไร" พีคแกล้งถามพลางยิ้มทำหน้าใสซื่อใส่ เพลิงหันควับไปมองพีคด้วยหน้าแดงๆ แม้หน้าจะอยู่ห่างกันไม่มาก แต่เพลิงยังคงมองพีคไม่พอใจด้วยหน้ามุ้ยๆ จนพีคหลุดยิ้มขำขึ้นมา "ตกลงมันคือพวกไหน หื้ม?"

เพลิงทำหน้ามุ้ยใส่พีคก่อนเบื้อนหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมกับเงียบไม่ตอบพีค คนแกล้งแหย่อย่างพีคดูจะพอใจที่แกล้งเพลิงได้สำเร็จ ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟาพลางดึงเพลิงเอนตามไปด้วยโดยที่แขนยังโอบกอดเพลิงอยู่ คนถูกดึงไปอย่างไม่ได้ตั้งตัวแอบตกใจนิดๆ แต่ก็ยอมนั่งพิงแผ่นอกของพีคแต่โดยดี

"แล้วมึงอยากให้กูทำอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนั้น" พีคเริ่มถามต่อ น้ำเสียงยังแอบติดแกล้งอยู่นิดหน่อย แต่การถามในรอบนี้ค่อนข้างจริงจังขึ้น

"ไม่รู้..."เพลิงตอบไม่เต็มเสียงเท่าไร เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ต้องการอะไร

"แล้วไม่ชอบหรอ ถ้ากูจะทำเรื่องนี้กับมึงคนเดียว" พีคถามเสียงแผ่วติดอ้อนหน่อยๆ

"ก็..ไม่รู้.." เพลิงตอบเหมือนเดิมเพราะอายที่จะต้องตอบอะไรตรงๆ แถมยังเริ่มรู้สึกถูกพีคไล่ต้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอบอะไรไม่ได้นอกจากไม่รู้

"กูว่ามึงรู้แหละ แต่แค่ไม่กล้าตอบ ..งั้นถ้ากูจะจูบมึง มึงจะชอบมั้ย" พีคยิ้มถามพลางจ้องหลังหูที่แดงขึ้นเรื่อยๆ เพลิงเม้มปากข่มความเขินอายของตัวเองหลังถูกต้อน ก่อนจะหันไปมองพีคนิ่งๆที่พยายามกลั้นสีหน้าขวยเขินของตัวเอง

"ทำไมมึงต้องลากมาเรื่องนี้ด้วยเนี่ย" เพลิงว่ากลบเกลื่อนพลางสบตาพีคที่อยู่ไม่ห่างกัน

"หึหึหึ เปล่าลากมาซะหน่อย ก็มึงไม่ยอมตอบเอง ..ไม่ต้องกลัวหรอกว่ากูจะทำอะไรมึง กูแกล้งแหย่เล่นเท่านั้นแหละ" พีคพูดยิ้มอย่างขำๆ ใบหน้าที่ระรื่นแสดงความอารมณ์ดีสุดๆ จนเพลิงหรี่ตามองพีคอย่างหงุดหงิดนิดๆ

"แกล้งมากเดี๋ยวได้ลงไปคุยกับรากมะม่วงหรอก ปล่อยเลย" เพลิงว่าก่อนทำท่าจะลุก แต่ก็ถูกพีคกระชับอ้อมแขนไม่ให้เพลิงลุกไปไหน

"เดี๋ยวสิ อย่างอื่นกูแกล้ง แต่เรื่องจูบกูจริงจังนะ ..ตกลงกูจูบมึงได้มั้ย" พีคถาม

"มึงแม่ง" เพลิงว่า

"แล้วได้มั้ยล่ะ?" พีคยิ้มถามอีกรอบพร้อมสบตาเพลิงไม่ว่างตา เพลิงย่นคิ้วให้นิดหน่อย ไม่ได้หลบตาพีคเหมือนอย่างก่อนหน้านี้

"กูเคยห้ามมึงได้ที่ไหน" เพลิงตอบเสียงอ้อมแอ้ม พีคที่ได้ยินคำตอบยิ้มตอบเพลิงอย่างพอใจ ไม่รอให้เสียเวลา พีครีบโน้มตัวจูบเพลิงทันที เพลิงตอบรับจูบของพีคเหมือนกัน ก่อนจะเลื่อนมือโอบรอบคอพีคเมื่อพีคเริ่มดันตัวเพลิงเอนนอนราบลงไปกับโซฟา ลิ้นร้อนของทั้งคู่เกี่ยวพันกันไปมา จากสัมผัสที่เริ่มจากอ่อนโยนในตอนแรกเริ่มมีการแทรกความเอาแต่ใจของพีคเพิ่มเข้ามาอย่างโหยหา ในหัวเพลิงตอนนี้ขาวโพลนไปหมด รู้สึกตัวเองเคลิ้มจนตัวจะลอยได้ หน้าท้องรู้สึกวูบวาบไปหมด ทั้งคู่จูบตอบกันไปมานานอยู่สักพัก ก่อนที่พีคจะผละริมฝีปากออกมาช้าๆยิ้มพริ้มอย่างพอใจ ดวงตาสั่นไหวหยาดเยิ้มของเพลิง เมื่อมองลงไปมันช่างดูน่ามองจนแทบเกิดอารมณ์ แต่พีคต้องสลัดอารมณ์ตรงนั้นทิ้งเพราะเพลิงยังไม่หายดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆพร้อมดึงเพลิงเข้ามากอดนอนอยู่บนโซฟา

"พอใจละ นอนดีกว่า" พีคพูดอย่างอารมณ์ดีพร้อมปิดตานอนเต็มที่

"นอน? ไอ้พีค ถ้าจะนอน.." เพลิงกำลังจะพูด

"ถ้าไม่เขยิบเข้ามาเดี๋ยวผีหลอกนะ" พีคแกล้งพูดขู่เล่นขณะที่ตาปิดอยู่

"อะไรของมึง" เพลิงว่าพลางย่นคิ้วใส่ แต่ก็ยอมเขยิบเข้าหาพีคนิดๆ

"มึงก็นอนได้แล้ว คนป่วยต้องพักผ่อนเยอะๆ" พีคพูดเสียงแผ่ว เพลิงที่นอนหันหน้าเข้าอกแหงนหน้ามองพีคเตรียมประท้วงเรื่องป่วย แต่เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอกับตาที่ปิดสนิท ทำให้เพลิงเงียบแล้วนอนมองหน้าพีคอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนจะก้มหน้ากลับที่เดิม ซึ่งไม่นานหลังจากนั้นเพลิงก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

"สีหน้าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยแหะ" พีคลืมตาก้มมองคนในอ้อมกอดพลางยิ้มให้อย่างอบอุ่น เมื่อเห็นสีหน้าเพลิงนอนหลับตาพริ้มดูสบายขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

 

16.00 น.

 

"เฮียกลับมาแล้วหรอวะ ทำไมบ้านเงียบ?" เสียงนายพูดอย่างสงสัย เมื่อกลับบ้านมาเห็นรถพีคจอดอยู่ที่โรงรถ แต่ไม่เห็นตัวพีคอยู่ในบ้านรวมทั้งข้างบน แต่แอร์ข้างล่างกลับเปิดทิ้งไว้ในขณะที่บ้านไร้วี่แววของพีค

"เฮียอยู่ที่สวนป่าว" ไวแนะขึ้นขณะเดินเอาของไปเก็บไว้ที่ครัว

"ไปทำบ้าอะไรที่สวน ของก่อสร้างยังเก็บไม่เสร็จเลย" นายว่า ก่อนจะช่วยไวไปเอาของที่ซื้อจากซุปเปอร์ฯบนรถเอากลับมาไว้ที่ครัว

"บางทีเฮียอาจจะไปเคลียร์ของเองก็ได้ แบบว่าว่าง" ไวยังคงพูดบอกนายเหมือนเดิม แม้จะแค่เดาเล่นๆก็เถอะ

"ไอ้เพลิงก็ต้องไปดู ไหนจะตามธุระจากคนอื่นอีก เฮียคงจะว่าง.." นายเดินถือถุงบ่นกับไวที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ก่อนจะชะงักเมื่อสายตาดันเหลือบไปเห็นปลายเท้าของใครบางคนบนโซฟาตัวยาว ด้วยความสงสัยทำให้นายรีบเดินไปดู

"โอเค กูเจอเฮียและ" นายพูดบอกพลางส่ายหน้ายิ้มขำให้กับตัวเองที่ดันเซ่อมองไม่เห็นว่าพีคนอนอยู่โซฟา อาจเป็นเพราะพนักพิงหลังกับโซฟาที่ค่อนข้างยาว ทำให้กลบพีคหมดทั้งตัว เว้นแต่เท้าที่เลยโผล่ออกมานิดหน่อย แต่สิ่งที่ทำให้นายยิ้มมากยิ่งขึ้นคงจะเป็นคนในอ้อมกอดที่นอนหลับตาพริ้มที่ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว และทำให้รู้ว่าพีคคงรักเพลิงมาก เพราะต่อให้หลับไปแล้วพีคยังคงนอนกอดประคองเพลิงไม่ให้หล่นหงายตกลงไปจากโซฟา

"เฮ้ย ไอ้ไว เก็บของเสร็จเดี๋ยวไปนั่งแดกเบียร์กับกูที่โต๊ะหน้าบ้านหน่อย อยู่ในนี้รบกวนเฮียเค้า" นายผละสายตาจากคู่รักบนโซฟาแล้วเดินไปคุยกับไวด้านในทันที

"เจอเฮียแล้วหรอวะ" ไวถามขึ้น

"เจอแล้ว นอนกอดเมียอยู่ที่โซฟาข้างหน้า" นาย

**************************************************

อัพดึ๊กกดึก

เปิดตัวพี่กันย์แค่นี้แหละ

เดี๋ยวพาเฮียไปจับคนร้ายต่อ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น