เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 72 คราดาราระเบิดพลังวิญญาณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 72 คราดาราระเบิดพลังวิญญาณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 72 คราดาราระเบิดพลังวิญญาณ
แบบอักษร

ตอนที่ 72 คราดาราระเบิดพลังวิญญาณ  

         ความพยายามไม่มีทางสูญเปล่า… อย่างน้อยครานี้มันก็สมหวังอย่างที่หมอผีน้อยต้องการ

         “จอมอาคมหรือ”

         วิญญาณร้ายแว่วยินเสียงใสอีกทั้งยังสัมผัสถึงขุมพลังวิญญาณรุนแรงจากทิศทางต้นเสียง ฝ่ายเมรัยนั่งนิ่งลุ้นระทึกบนหลังสีนวลว่าเจ้าวิญญาณร้ายจักตัดสินใจทำเช่นไร บุกสู้จอมอาคมหรือม้วนหางหนีเพราะมิอยากต่อกรกับผู้พิทักษ์ระหว่างสองโลก คำตอบปรากฏในไม่ช้า เจ้าวิญญาณร้ายคืนสติส่วนหนึ่งเนื่องตระหนักเรื่องอันตราย และนึกได้ว่ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ มิมีเวลาเที่ยวเล่นไล่จับแล้ว

         “อ๊ากกกกก”

         เพื่อมิให้มีใครขัดขวางหนทางสู่จุดจบ วิญญาณร้ายเลิกเล่นกับเมรัยพลั่งเจ้าวิญญาณร้ายพุ่งทะยานไปหาแคทเธอรีนเพื่อหวังทุบทำลายจอมอาคมให้สิ้นซาก หมอผีน้อยมีหรือจะยอมให้จอมอาคมน้อยโดนเล่นงาน เมรัยตบๆหัวสีนวล สั่งให้เจ้าแมวรีดพลังรีบเร่งเพิ่มความเร็วไล่ตามวิญญาณร้ายโดยมิยอมให้อีกฝ่ายเข้าใกล้แคทเธอรีนก่อนพวกนาง

         “หยุดนางไว้สีนวล!!”

         “เหมียว!!”

         เมรัยขบกรามพลางชูไม้เท้า “หยุด

         พลังอำนาจพุ่งจากไม้เท้าใส่วิญญาณร้าย ทว่าเจ้าวิญญาณกลับสะบัดฝ่ามือตีพลังของเมรัยแตกในพริบตาอย่างง่ายดายยิ่ง เพล้ง “อึก” หมอผีน้อยสะอึก นางใส่พลังน้อยเกินไป พลังนางมีมิมากพอรั้งศัตรู “สีนวลเร็ว!!” ความเสี่ยงทวีสูงพร้อมความเร็วของวิญญาณร้ายที่เร็วปานพายุหมุน เปลี่ยนจากฝ่ายไล่ล่าเป็นฝ่ายถูกล่า กระนั้นผู้ล่าอย่างเมรัยวิ่งตามเหยื่อมิทัน

         หนึ่งวิญญาณร้ายกระหายเลือด หนึ่งหมอผีน้อยร่างกายอ่อนแอ หนึ่งแมวตัวโต ทะยานร่างข้ามหลังคาบ้านเรือนสิบหลังเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายเดียวกันโดยที่แต่ละคนมีความคิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

         ในเมื่อเหตุผลของแต่ละคนฝ่ายเปี่ยมด้วยพลังแรงกล้า สิ่งที่วัดว่าใครจะแตะเป้าหมายก็ต้องตัดสินที่พลังของพวกนาง

         “ไม่ทันแน่..”

         เมรัยมองภาพวิญญาณร้ายค่อยๆห่างไกลออกไปราวว่าหมอผีน้อยมิมีวันวิ่งตามทัน

         ความหวาดกลัวพลันก่อตัวราวเงามืด และเริ่มรุกสู่หัวใจหมอผีน้อย ความกลัวที่ค่อยๆคืบคลานนั้นมาถึงเนินอกแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง..

         “เหมียว!!”

         สีนวลตระหนักว่าตัวเองมิมีพลังมากพอเช่นกัน

         “แคทเธอรีนเริ่มร่ายอาคมซะ!!!”

         “ท่านเมรัย!!!”

         ช่วงเวลาตัดสินอยู่ตรงช่วงระหว่างระยะห่างของวิญญาณร้ายกับแคทเธอรีน หากจอมอาคมร่ายอาคมเปิดการทำงานของค่ายอาคมทัน นางย่อมรอดชีวิต แต่หากวิญญาณร้ายสามารถตัดหัวแคทเธอรีนก่อนจอมอาคมน้อยร่ายอาคมเสร็จ วิญญาณร้ายก็ชนะ ช่วงเพลานั้นเมรัยต้องทำอะไรสักอย่าง ขอแค่ทำให้แคทเธอรีนร่ายอาคมเสร็จ

         “หัวที่ 2 ตรึงเงา!!!

         สายลมพัดแรงปานวายุคะนอง เมรัยสูดหายใจ พลางโยกเอว บิดสะโพก เปลี่ยนไม้เท้าในมือเป็นหอกพลันปาใส่วิญญาณร้าย!!!

         ฟิ้ว..

         แรงเฮือกสุดท้าย.. ทุ่มอัดใส่ไม้เท้าพร้อมพลังวิญญาณที่มากกว่าครั้งใด

         “เจอแล้ว

         วิญญาณบินผ่านซากเมืองกระทั่งมาถึงจุดตั้งค่ายอาคมของแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยในชุดพิธีกรรมยืนตระหง่านใจกลางค่ายอาคมบนพื้นที่กว้างปรากฏอักขระภาษาโบราณประปราย เขตแดนพิชิตวิญญาณอาศัยพลังเสริมจากขุมพลังธรรมจักรใต้ฝ่าเท้า จอมอาคมน้อยตั้งไม้เท้าประจำตัว หลับตาทำสมาธิ และกล่าวร่ายอาคมห้าบท สุรเสียงแห่งบทสวดดังกังวานท่ามกลางหมู่ไอพลังวิญญาณ และละอองแสงที่เริ่มแตกกระจายจากตัวอักขระ

         ช่วงก่อนร่ายจบทบสุดท้าย

         วิญญาณร้ายพุ่งผ่านเขตอาคมด้วยพลังมหาศาล คราก่อนที่บทตัดสินจักสิ้นสุดด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ ไม้เท้าของเมรัยพลันพุ่งแหวกอากาศ และปักลงใส่พื้นอิฐประหนึ่งหอกจากสรวงสวรรค์ พลังอำนาจแห่งเผ่าทรงปัญญาสูงสุดบนโลกพลันแผลงฤทธิ์เดช ส่งเสียงคำรามสั่งสรรพเสียงให้หยุดนิ่งในชั่วพริบตา 

         “!!!”

         แม้นไม่มีร่างกายส่วนใดแตะพื้น กระนั้นร่างวิญญาณร้ายกลับหยุดแข็งบนอากาศราวตกใจเสียงลมหายใจราชามังกร พลังอำนาจที่เมรัยใช้คือพลังอีกระดับหนึ่ง แตกต่างการร่ายคำสั่งสั้นๆลิบลับ พลังที่แท้จริงของไม้เท้าจะปรากฏสำแดงเดชก็เมื่อเอ่ยนามที่แท้จริงควบคู่ อย่างเมื่อครู่เมรัยเอ่ยนามตำแหน่งลำดับหัวมังกรที่ 2

         “ไม่!!”

         “ขอจงหลับใหลในห้วงแห่งความเปล่า..”

         แคทเธอรีนใจนิ่งดั่งภูผา นางลืมตางามพลั่งชูไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ และกระแทงใส่พื้นอิฐหนึ่งเคาะ เปาะ

         หลักการร่ายอาคมยุคสมัยนี้คือการผสมผสานระหว่างศาสตร์หลายแขนง ร่วมบทสวดยุคโบราณ ร่วมพิธีกรรมของผู้วิเศษ และประสานพลังกับขุมพลังมาโฮ การร่ายอาคมก็เหมือนการทำอาการที่ต้ออาศัยวัตถุดิบหลากหลายอย่างนำมายำเข้าด้วยกันเพื่อสร้างอาหารเลิศรส ขั้นตอน และวัตถุดิบคือสิ่งสำคัญที่มิอาจขาด เพราะหากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็มิอาจร่ายอาคมใดๆทั้งสิ้น

         เส้นแสงสีน้ำเงินราตรีพลันเปล่งประกายจากบทร่ายรอบด้านในค่ายอาคมระดับชั้นฟ้า ประหนึ่งพลังวิญญาณที่แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นโซ่ตรวนเหล็กกล้าล่ามวิญญาณบาปทั้งหลาย เจ้าวิญญาณร้ายโดนโซ่ตรวนผูกพันรัดขา แขน หัว ไหล่ เอว สะโพก และเท้า ประหนึ่งนักโทษประหารที่โดนคุมตัวอย่างแน่นหนา “ไม่ ไม่จริง!!!” นางกรีดร้องโหยหวน พยายามขัดขืนพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าตนอย่างโง่เขลาเบาปัญญา “มันต้องตาย!!มันต้อยตาย!! อ๊ากกกก”

         ภาพตรงหน้าช่างน่าเวทนา ส่วนเปลวเพลิงวิญญาณร้ายค่อยๆมอดดับลงราวเปลวไฟในตะเกียงที่ใกล้ดับในคืนเหน็บหนาว

         น้ำเสียงนางเปี่ยมด้วยความรู้สึกด้านลบมากมายเกินกว่าใครจะจินตนาการว่าในอดีตนางพานพบเรื่องราวเลวร้ายแบบใด..

         งานกำจัดวิญญาณร้ายมิใช่เรื่องสนุกอย่างที่หลายคนคิด จะว่าทุกครั้งมันมักเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเสมอ..

         “หลับให้สงบเถอะ”

         แคทเธอรีนสะบัดแขนเสื้ออย่างองอาจ เปิดกล่องผนึกเพื่อดึงกระชากวิญญาณร้ายสู่ภายในกล่องผนึกที่มีรูปร่างเป็นมณีสีเขียวมรกตสวยงาม

         เมรัยนอนมาบนหลังสีนวล หมอผีน้อยช้อนตามองภาพวาระสุดท้ายของวิญญาณร้าย พลางเก็บเรื่องของผู้ถูกสิงไว้ในใจ..

         “อย่างน้อยข้าเก่งพอ.. แยกได้ละนะ”

         แคทเธอรีนอาจมิรู้ว่าสามารถแยกวิญญาณร้ายออกจากร่างผู้ถูกสิงได้ กระนั้นเมรัยรู้วิธี แม้นตอนนี้หมอผีน้อยยังมิบอกจอมอาคมน้อย แต่รออีกสักสองสามวัน เมรัยจะพาจอมอาคมทำเอง..

         ..

         กระนั้นแย่จังนะ.. เมรัยยังไม่ได้คุยกับวิญญาณร้ายเลยแท้ๆ..

         เฝ้ารอมาเนิ่นนาน ท้ายที่สุดแล้วหามีสิ่งใดสมหวังไม่ มิว่าใครก็ต่างพยายามสุดกำลังเพื่อทำบางสิ่งให้สมหวัง กระนั้นไม่ใช่ทุกความหวังจะนำพามาซึ่งความสำเร็จดั่งที่หวัง แคทเธอรีนกำจัดวิญญาณร้าย ภูตผีมามิน้อย นางพานพบเรื่องราวแห่งความปรารถนาต่างๆนานาที่มิยอมละเลิกความพยายาม มิว่าความแค้นนานร้อยปี มิว่าความรักร้อยปี มิว่าใครก็ตาม

         วิญญาณคืออดีตของมนุษย์ เพราะยามเป็นมนุษย์ไม่อาจทำความปรารถนาให้สำเร็จ หลังจากตายแล้วพวกวิญญาณจึงไม่ยอมสลาย

         ยังคงอุ้มชู และแบกความปรารถนานั้นไว้ในใจ..แม้นทรมานแทบขาดใจ  

         แคทเธอรีนมิอยากร้องไห้ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนเข็มแข้งพึ่งกระทำ นางเป็นจอมอาคม และจอมอาคมจะต้องทำหน้าที่แสนสำคัญคือการรักษาสมดุจระหว่างโลกคนเป็น และโลกคนตาย.. วิญญาณร้ายที่หมายมั่นสร้างภัยร้ายให้โลกคนเป็น นางมีหน้าที่ต้องกำจัด

         ไอวิญญาณสีเขียวมรกตไหลสู่มณีจนหมดสิ้นมิเหลือ ก้อนมณีเขียวมรกตคือแรงกำเนิดพลังของวิญญาณร้าย เรียกว่าต้นกำเนิดพลังอย่างแท้จริง และเพราะเหตุนั้นมันจึงทำได้ทั้งเพิ่มพลังให้วิญญาณร้าย และใช้ลดพลังวิญญาณร้าย แคทเธอรีนหลุบตาลงอย่างมิหวังให้ใครเห็นความอ่อนแอของตน ก้มเก็บก้อนมณีมาดู

         ก้อนมณีที่คราแรกมีแสงเรืองรอง ยามนี้เมื่อได้รับวิญญาณคืนแล้วมันให้เปล่งประกายแสงแพรวพราว

         ตุบ

         “ท่านเมรัย!!”

         เมื่อเรื่องจบแล้ว หมอผีน้อยปล่อยตัวไถลลงจากหลังสีนวลอย่างว่า ข้าไม่ไหวแล้ว ช่วยเรียกรถพยาบาลที

         “ฮาๆ เหนื่อยชะมัดเลย”

         พวงแก้มเนียนนุ่มเปล่งสีขมพูระเรื่อด้วยความร้อนรุ่มทั่วสรรพางค์กาย เมรัยอยากถอดอาภรณ์หลายชั้นออกให้หมดแล้วล้มตัวลงบนเตียงนิ่มๆพลางลากสองสาวน้อยน่ารักๆมากอดมาดมให้ชื่นใจฝุดๆ หมอผีน้อยหัวร่อพลางยิ้มร่า แคทเธอรีนมิรู้จักกล่าวอันใดดี เพียงแค่แอบกลั้นขำ “ข้าไม่แบกท่านนะคะ” จอมอาคมมิขอมีเมียอย่างเมรัยแน่ อย่างน้อยเมียจอมอาคมน้อยก็ต้องเป็นฝ่ายแบกแคทเธอรีน มิใช้ให้นางแบก ฮาๆ

         เสียงหัวเราะสองผู้รักษาระหว่างพิภพดังกังวาน

         เมื่อเรื่องร้ายๆผ่านพ้นไปแล้วเรื่องดีๆพลันตามมา

         หรือว่ามิใช่นะ

         “โอ๊ย”

         ฉับพลันก้อนมณีเริ่มร้อนผ่าวดั่งถ่านติดไฟ แคทเธอรีนตกใจพลั่งปล่อยก้อนมณีตกพื้นอย่างมิทันระวัง “หรือว่า!!” เมรัยตอบสนองไหวกว่าใครเพราะนางเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ หมอผีน้อยเบิกตากว้างจับจ้องก้อนมณีที่ด้านในยังมีวิญญาณร้าย ในเวลาอันรวดเร็ว เมรัยคิดว่าท่ามิดีแล้ว นางรีบใช้แรงเฮือกสุดท้ายกอดแคทเธอรีน และจับสีนวล

         หมอผีน้อยอยากวิ่งหนี แต่สายเกินไปแล้ว

         ก้อนมณีเริ่มสั่น และปริแตก

         ตูม!!!!

         บังเกิดระเบิดดังสนั่นนครแห่งวิญญาณตามด้วยคลื่นพลังวิญญาณอาฆาตเอ่อทะลักมหาศาลราวน้ำตกสวรรค์ รุนแรงกระทั่งแผ่นดินสั่นสะเทือน บ้านเมืองสั่นโครมคราม และล้มพังทลาย กลุ่มวิญญาณเร่ร่อนแตกตื่นอีกครั้งโดยรู้สึกว่าพลังของวิญญาณร้ายมากกว่าเดิมหลายเท่า.. “ยังไม่จบหรือ!!” “จอมอาคมแพ้แล้ว!!” “อพยพๆ”

          พวกยมทูตฟื้นคืนสติพลางเริ่มทำหน้าที่ช่วยหมู่วิญญาณหนีออกจากพื้นที่

         “เกิดอะไรขึ้นกับจอมอาคม”

         “ไม่รู้”

         “เจ้า!!!ไปดูท่านซะ”

         “ค ใครจะไป ไม่มีทาง”

         “เจ้า!!นี่ใช่เวลาไหม รีบไป”

         “พลังวิญญาณรุนแรงแบบนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรอกเว้ย!!”

         ความสิ้นหวังทวีความร้ายกาจ และรุกคืบสู่หัวใจสรรพสิ่งทั่วนครแห่งวิญญาณราวฝันร้ายกลายเป็นความจริง กลิ่นไอมรณะที่ไม่เคยมีใครกล้าท้าทาย มิมีผู้ใดอยากเข้าใกล้ สถานการณ์มิใช่เริ่มเลวร้าย แต่มันเริ่มควบคุมไม่อยู่ เรียกว่ามิมีความหวังใดๆแล้ว ฝั่งพวกเมรัย เนื่องจากเมื่อครู่เมรัยสัมผัสไหวจึงสามารถช่วยปกป้องแคทเธอรีน และสีนวลทัน กระนั้นคนที่โดนแรงระเบิดเต็มๆก็มิใช่ใครอื่น

         “!!”

         เมรัยกอดแคทเธอรีน และหมอผีน้อยถูกแรงระเบิดผลักจนกระเด็นไปไกล

         “ท่านเมรัย!!”

         แคทเธอรีนตกใจสติหลุด ผวา กระทั่งเห็นเมรัยกระอักสาดเต็มอาภรณ์ โลหิตแดงดั่งดอกกุหลาบหลั่งไหลสาดกระจายทั่วบริเวณ เมรัยหมดสติ

         “!!”

         จอมอาคมน้อยพยายามเขย่าๆหมอผีน้อย กระนั้นมองดูภายนอกแล้วอาการบาดเจ็บมิใช่ธรรมดา ด้านหลังเมรัยมีเลือดไหลนองปรากฏเห็นเด่นชัด สีหน้าซีดเผือกปานกระดาษ มือไม้ไร้การตอบสนองโดยสิ้นเชิง ลมหายใจแผ่วเบาเหลือเกิน “ท่านเมรัยๆ” แคทเธอรีนร้องเรียกหวังดึงสติอีกฝ่ายให้ตื่น กระนั้นไร้วี่แวว หมอผีน้อยหลับสนิท

         “ฮาๆๆๆๆๆๆ”

         ผิดพลาด.. ข้าทำพลาด… แคทเธอรีนหัวใจเต้นแรงปานจะกระเด้งจากหลุดอก นางประเมินพลังวิญญาณร้ายต่ำกว่าความเป็นจริง อีกทั้งยังใช้วิธีเสี่ยงๆอย่างการผนึกวิญญาณร้ายใส่ในวัตถุต้นกำเนิดวิญญาณร้าย ทุกอย่างพลาดเพราะนางคิดไม่รอบคอบ “..”

         จอมอาคมหลั่งน้ำตาอาบแก้ม หยาดน้ำใสหยดลงกระทบแก้มเมรัย

         “รอก่อนนะค่ะ”

         จอมอาคม.. มิใช่คนที่จะยอมแพ้ต่อความสิ้นหวัง

         จอมอาคม.. เกิดมาเพื่อเป็นที่พึ่งของคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

         จอมอาคม..

         “จะต้องกล้าเผชิญกับความจริงต่อให้ความจริงนั้นน่าสิ้นหวังปานใดก็ตาม”

         ยืนเหนือหมอผีนับพัน ครองนามสูงสุดแห่งชนเผ่าไสยศาสตร์ ขึ้นว่าจอมอาคม ต่อให้ต้องเดิมพันด้วยชีวิตก็ต้องบรรลุเป้าหมายกำจัดวิญญาณร้ายให้ได้!!!

         เมรัยหูกระดิกพลางนางค่อยๆลืมตามองแผ่นหลังอันเล็กจิ๋วของแคทเธอรีนด้วยสายตาพร่ามัว..

         แผ่นหลังนั้น.. นาง.. เคยเห็นที่ไหนนะ..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น