เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๒ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๒ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๒ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒๒ 

 

 

 

บ้าจริงครับ… ผมนี่แหละจะบ้าเองเพราะหลังจากประโยคนั้นของผม เยลลี่ก็ไม่ยอมปริปากพูดกับผมแม้แต่คำเดียว ยกเว้นว่าผมจะถาม เธอยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อ จนถึงเวลาเข้านอนแต่มันไม่เหมือนเดิมตรงที่วันนี้เยลลี่ไม่ยอมนอนบนเตียงกับผม

“ทำไมไม่ขึ้นมานอนบนเตียง”

“…” เงียบครับ นอนหันหลังให้ผมแทน

“ตามใจ” ผมก็ปล่อยนะครับ อยากนอนพื้นแข็งๆ ก็เชิญตามสบาย มีแค่หมอนกับผ้าขนหนูที่เธอใช้อาบน้ำเท่านั้น อยากรู้เหมือนกันว่าจะเก่งได้สักแค่ไหนกันเชียว

ปกติผมก็ไม่ใช่คนที่จะแคร์อะไรพวกนี้อยู่แล้ว แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่ใช่ เวลาผ่านไปช้ามาก ผมยังนอนไม่หลับเลยครับ แต่คนที่นอนอยู่บนพื้นห้องกลับหลับปุ๋ยไปแล้ว

“ทำไมต้องเป็นกูที่ง้อ กูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย โว๊ะ!” ได้แต่ระบายกับตัวเองในใจก่อนจะลุกออกจากเตียงเดินออกจากห้อง หยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นเกมพร้อมกับเบียร์หนึ่งกระป๋อง ดื่มให้สมองมันโล่งเผื่อว่าจะนอนหลับสบาย

ครืด ครืด 

เล่นเกมกำลังมันส์เลยครับ แต่ต้องกระตุกเพราะสายที่โทรเข้ามาเนี่ยแหละ

“ไอ้สัส! กูเล่นเกมอยู่” กดรับพร้อมกับคำด่าสวนกลับไปทันที

(เอ้า! กูจะไปรู้เหรอ) เสียงไอ้เดฟดังขึ้นมาเหมือนมันไม่ทุกข์ร้อนเลยครับ

“มีอะไรก็ว่ามาคนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

(เมียไม่ให้เยเหรอครับ)

“เสือก!”

(ฮ่าๆ ขอโทษครับพี่ คืนนี้เมาไหมครับ)

“ไม่ไป!”

(หืม? ไม่เปลี่ยนใจเหรอครับ วันนี้ที่ร้านมีแต่เด็ดๆ ทั้งนั้นเลย น้องๆ นักศึกษาเพียบ)

“กู…”

แอ๊ด… 

กำลังจะปฏิเสธแต่ได้ยินเสียงคนเปิดประตูออกมาจากในห้องซะก่อนคำพูดของผมเลยขาดหายไปจนพวกเราสบตากัน คำตอบของผมเลยเปลี่ยนไป

“เออ! เดี๋ยวกูออกไป”

(เฮ้ย! ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจังวะ)

“เบื่อๆ น่ะ แค่นี้แหละ”

ผมว่าก่อนจะกดวางสาย เยลลี่ยืนมองหน้าผมเงียบๆ ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรออกมาสักคำ จนผมลุกเดินเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดสำหรับออกไปข้างนอก

บรรยากาศตอนนี้ไม่ค่อยโอเคเลยครับ ผมควรรีบออกไปจากตรงนี้สินะ เยลลี่เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดจนผมเดินมาถึงประตู…

นี่ถ้าพูดว่าอย่าออกไป ผมก็จะหันหลังกลับไปพร้อมกับเดินเข้าห้องไปนอน แต่นี่กลับเงียบไม่พูดอะไรสักคำจนผมเดินออกมาจากห้อง

“นี่ใคร? นี่ใหญ่… ทำไมต้องแคร์” ผมว่าก่อนจะเดินควงกุญแจรถบิ๊กไบค์ไปที่ลิฟต์ ลงมาถึงรถก้าวขาขึ้นคร่อม แต่ความรู้สึกกลับแปลกๆ ซะงั้น

บรื้น 

แต่สุดท้ายใหญ่ก็เอาชนะคำว่าแปลกๆ ไปได้ ผมขับรถออกจากคอนโด ปล่อยทุกอย่างไว้ข้างหลังแทน ขับมาเรื่อยๆ จนรถติดสัญญาณไฟจราจรความรู้สึกไม่เข้าใจในตัวเองเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง พอไฟเขียวผมก็ขับรถออกไปแต่กลับต้องชะลอเข้าข้างทางเพราะใครบางคนและสุดท้ายผมก็แพ้ให้กับใจตัวเองจนต้องวนรถกลับไปคอนโดอีกครั้ง

“ทำไมกูต้องแคร์มึงด้วยวะเนี่ย” บ่นพึมพำกับตัวเองหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาไอ้เดฟแทน

“ถึงแล้วเหรอวะ” ปลายสายกรอกเสียงมาทันที ดังแข่งกับเสียงเพลงเลยครับ

(กูเปลี่ยนใจแล้ว)

“เปลี่ยนใจ คือ?”

(กูไม่ไปแล้ว แค่นี้แหละ)

พูดจบกดตัดสายรีบเดินเข้าคอนโดทันที ตอนนี้หัวใจเต้นแรงมากจนมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของตัวเอง มือเอื้อมหยิบคีการ์ดขึ้นมาแตะก่อนประตูจะเปิดออกพร้อมกับใบหน้าของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงประตู ตาแดงก่ำเลยครับ

“อึก…” สะดื้นด้วย แต่พอเห็นหน้าผมกลับยิ้มออกมาทั้งน้ำตา “กะ กลับมาแล้วเหรอคะ”

โคตรรู้สึกแย่เลยครับ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเลยทีเดียว ระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เด็กคนนี้กลับทำให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างในชีวิตของผมมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว

หมับ! 

ผมไม่ได้ตอบยื่นมือไปคว้าตัวเยลลี่เข้ามาสวมกอดไว้จนแน่น มือข้างหนึ่งกอดเอวพร้อมกับถือหมวกกันน็อค ส่วนมืออีกข้างก็คอยลูบหัวเธอไปด้วย

“ขอโทษ… กูไม่ได้ตั้งใจ”

“อึก… มะ ไม่เลย หนูผิดเอง ฮือๆ” กระชับกอดผมแน่นกว่าเดิม แถมยังร้องไห้ออกมาหนักอีกต่างหาก

“เลิกร้องไห้ได้แล้ว เข้าห้องกันดีกว่า”

“ค่ะ”

ผมปล่อยกอดเปลี่ยนเป็นจับมือเยลลี่พาเข้าห้องแทน วางหมวกกันน็อคไว้ที่เดิมของมันแล้วเดินตรงไปทางห้องนอนกัน เปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดนอนอย่างเดิม

“ไปยืนตรงนั้นทำไม” เยลลี่ไม่ได้ตอบผมในทันทีเธอเพียงเพ่งมองมาพร้อมกับแววตาสั่นระริก “กูถาม”

“รอค่ะ…” ตอบพลางเม้มปากเข้าหากันจนแน่น “โกรธหนูไหมคะ”

“ไม่! กูผิดเอง”

“หนูทำตัวไม่น่ารัก”

“กูเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้แหละว่าอาการก่อนหน้านี้ของมึงคือกำลังหึงไม่ใช่งี่เง่า กูขอโทษที่พูดแบบนั้นใส่ กูแค่ไม่ชิน”

“หึงเหรอคะ?”

“ถ้าเห็นกูอยู่กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่มึง…”

“ไม่ชอบค่ะ” ยังถามไม่ทันจบประโยคดีเลยครับ เยลลี่ก็รีบสวนกลับมาทันทีจนทำให้ผมต้องยิ้มออกมาแทน

“แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าหึง”

“อ๋อ… หึงได้เหรอคะ?”

“มึงเป็นเมียกูนะ ทำไมจะหึงไม่ได้ล่ะ และอีกอย่างความรู้สึกแบบนี้มึงมีสิทธิ์ทุกอย่าง กูขอโทษ… พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”

“เริ่มต้นกันใหม่… ยังไงเหรอคะ” บางทีผมก็ต้องอธิบายให้ยัยนี่ฟังให้ละเอียดกว่านี้สินะหรือไม่ก็ยกตัวอย่างที่มันเป็นไปได้ขึ้นมาแทน

“มึงไม่ใช่แค่คนใช้ที่แม่ส่งมาดูแลกูอีกแล้ว แต่มึงเป็นเมีย… เมียของผู้ชายที่ชื่อใหญ่”

“…” ไม่ได้พูดอะไรนอกจากฉีกยิ้มกว้าง ผมไม่รู้หรอกว่าเยลลี่จะเข้าใจหรือเปล่า สิ่งที่ผมพูดออกไป ผมคิดและตัดสินใจดีทุกอย่างแล้ว

“กูไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบพูดจาหวานๆ หรอกนะ พูดได้ดีที่สุดก็แค่นี้แหละเพราะสิ่งที่กูอยากให้มึงมองคือการกระทำมากกว่า สัญญาแล้วว่าจะปกป้องก็จะทำให้ดีที่สุด… ขอบคุณที่ก้าวเข้ามาและทำให้ชีวิตแสนน่าเบื่อของกูมีสีสันขึ้นมาได้บ้าง แม้จะไม่ดีที่สุด แต่มึงก็เป็นที่สุดและไม่เหมือนใครด้วย”

“ชมใช่มั้ยคะ”

“ฮ่าๆ” ผมยอมเลยครับ จากซึ้งๆ กลับต้องมาหัวเราะเพราะคำถามนี้ของเยลลี่แทน ที่พูดไปทั้งหมดไม่รู้ว่าเข้าใจหรือเปล่า

“พี่ยักษ์คะ”

“หืม?”

“หัวใจของหนูเต้นแรงมากๆ หมายความว่ายังไงเหรอคะ” ยกมือข้างหนึ่งไปทาบอกข้างซ้ายของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้ม ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะ เพราะครั้งหนึ่งเสียงหัวใจของผมก็เคยเต้นแรงแบบนี้เหมือนกัน รวมไปถึงครั้งนี้ด้วย… และผมก็อยากให้มันเต้นกับผู้หญิงตรงหน้าคนนี้คนเดียวตลอดไปเช่นกัน

“ดีใจ สุขใจหรือรัก…”

“รักเหรอคะ”

“อืม”

“รักได้ใช่มั้ยคะ” แววตาขี้สงสัยจ้องผมเขม็งเลยทีเดียว

“ได้”

“รักคุณใหญ่… เอ๊ะ? รักพี่ยักษ์”

“คนเดียวกันมั้ยวะ” ผมว่ายิ้มๆ

“คิกๆ ขอบคุณนะคะ” พูดพลางขยับเข้ามาสวมกอดผมเอาไว้แทน อย่าว่าแต่หัวใจของเยลลี่เลยครับเพราะตอนนี้หัวใจของผมก็เต้นแรงไม่แพ้เธอเช่นกัน

“นอนกันดีกว่า พรุ่งนี้กูต้องเดินทางแต่เช้า”

“ค่ะ”

ผมหวังว่าการตัดสินใจดูแลใครสักคนแบบจริงจังในครั้งนี้ของผมมันจะไม่ล้มเหลวอีกนะครับ

* 

เช้ามาก เช้าแบบสุดๆ นั่นก็คือตีห้าเพราะผมต้องไปรับป้าอ่อนที่บ้านก่อน ผมไม่ได้บอกเยลลี่ว่าจะไปไหน ผมตั้งใจจะไปคุยกับพ่อของเธอก่อนและหวังว่าท่านจะรอพวกเรา

“ไปด้วยไม่ได้เหรอคะ” ยังอุตส่าห์ตื่นมาส่งผมอีกครับ

“ไม่ได้”

“เฮ้อ!”

“อย่าเยอะ”

“ก็…”

“เดี๋ยวกลับมาจะพาไปเที่ยว”

“จริงเหรอคะ” พอทีงี้ล่ะยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเชียวครับ “งั้นรีบไปได้แล้วค่ะ รีบกลับมาด้วยนะคะ”

“ไม่ค่อยห่วงกูเลยเนอะ”

“ห่วงสิคะ แต่อยากเที่ยวมากกว่า”

“อืม ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวนะ”

“ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ”

“อืม” ผมให้เยลลี่ส่งแค่หน้าห้อง ถ้าให้ลงไปใต้คอนโดมีหวังกลับห้องไม่ถูกแน่นอน

“พี่ยักษ์คะ”

“หืม?” หยุดเดินพลางหมุนตัวกลับไปมองเป็นจังหวะเดียวกับที่เยลลี่เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นมาจุ๊บปลายคาง ได้แค่นี้แหละครับเพราะยัยนี่เตี้ย “ทะลึ่ง!”

“รีบๆ กลับมานะคะ”

“อืม” ตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มมือข้างหนึ่งวางลงบนหัวของเยลลี่พลางขยี้ไปมาก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์…

ผมไม่รู้ว่าการไปครั้งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมไปเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ว่ายังไงตอนนี้เยลลี่ก็เป็นเมียของผมแล้ว ลองทำอะไรให้มันถูกต้องบ้างคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 

 

 

--100%--

ไอ้พี่ยักษ์เกือบถูกด่า เถื่อนแบบหวานอมขม เหมือนเจ็ดหมูนหรือบอระเพ็ด 55555555 แต่อันนี้ขมต้องส่ายหัวค่ะพี่น้อง

ชีวิตเยลลี่กำลังจะวุ่นวายแล้วสินะ ไม่ถึง 40 ตอน เราไม่จบค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น