เพเนย์

ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงาน และให้กำลังใจจากผู้อ่านทุกท่าน 💕

บทที่ 3 องค์หญิงกำมะลอ

ชื่อตอน : บทที่ 3 องค์หญิงกำมะลอ

คำค้น : จีนโบราณ ย้อนยุค ทะลุมิติ ฮ่องเต้ ฮองเฮา ท่านโหว หงซย่า เฟิงลั่ว ชิ่งหยวน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 องค์หญิงกำมะลอ
แบบอักษร

 

บทที่ 3 

องค์หญิงกำมะลอ 

 

 

ความรู้สึกแรกยามฟื้นตื่นขึ้นมาในโลกที่ไม่คุ้นเคยคือเจ็บ อาการปวดตึงบริเวณศีรษะแล่นปราดจู่โจมกะทันหันจนต้องเผลอร้องครางออกมา

"องค์หญิงฟื้นแล้ว!! "

เสียงเอะอะอย่างไร้กาลเทศะดังขึ้นรอบด้านจนคนเจ็บหงุดหงิดขึ้นมาทันที ปวดหัวก็ปวด ยังมีพวกมาโวยวายอะไรข้างหูอีก

รำคาญจริงโว้ย!!

ในคราแรกอ้ายหยวนคิดว่าตัวเองคงอยู่ที่โรงพยาบาล รู้สึกตัวฟื้นตื่นขึ้นมาได้เช่นนี้ก็แปลว่ามีคนช่วยจนรอดตายอย่างหวุดหวิด แต่พอลืมตาขึ้นมาดูโดยรอบกลับต้องตะลึงงันเงียบเสียงไปนานกว่าครึ่งวัน กว่าจะส่งเสียงคำแรกออกจากริมฝีปากแดงก่ำจากพิษไข้ได้

หญิงสาวปล่อยให้หมอหลวงท่าทางเคร่งขรึมเอาจริงเอาจังเข้ามาตรวจอาการโดยไม่ปริปากพูดอะไรสะเหล่อ ๆ ออกไปอย่าง "นี่ฉันอยู่ที่ไหน? " หรือ "นี่กำลังถ่ายละครอยู่เหรอ? " 

ทว่ากลับนึกอยากพูดประโยคที่ดูเสียสติแบบ วะฮะฮ่า จริง ๆ แล้วข้ามาจากโลกอนาคตล่ะ แทน

กระทั่งนางกำนัลวัยสาวรุ่นกุลีกุจอรับใช้เช็ดเนื้อเช็ดตัวพร้อมกับเรียกองค์หญิงไม่หยุดปาก นั่งเอนให้ป้อนน้ำ ป้อนข้าวต้มกับอาหารรสจืดอ่อนเบากับยาต้มขมสนิทยิ่งกว่าจิตใจตัวเองในตอนนี้แต่โดยดี พอเสร็จสิ้นการปรนนิบัติแล้วจึงค่อยเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงแหบระโหยโรยแรง

"ข้าเป็นองค์หญิงหรือ? "

"เพคะ? "

นางกำนัลดูงุนงงไม่ใช่น้อย อ้ายหยวนพยายามตะล่อมถามอย่างแนบเนียนที่สุด เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตจึงกุมหัวตัวเองทำท่าปวดแทบขาดใจไปด้วยขณะพูด

"ข้านึกอะไรไม่ออกเลย"

ในทางการแพทย์สามารถอธิบายได้ว่าอาการสูญเสียความทรงจำชั่วคราวหลังประสบอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ ถึงไม่รู้ว่าเจ้าของร่างนี้เป็นอะไรมาถึงหัวแตกยับจนต้องพันผ้าพันแผลสีขาวรอบหัวจนเป็นมัมมี่ก็ตาม โชคดีที่นางกำนัลไม่ติดใจสงสัยอะไรและเล่าที่มาที่ไปของร่างนี้อย่างเป็นคุ้งแคว คุยไม่หยุดประสาเด็กสาวช่างจ้อพูดเป็นต่อยหอย

อาฟเตอร์ช็อคที่ตามมาหลังเกิดแผ่นดินไหวก็คือสิ่งที่ไหลบ่าจากคำบอกเล่าจากเด็กสาวตรงหน้านี่เอง

เพราะร่างเล็ก ๆ มือเท่าหอยมุกร่างนี้คือองค์หญิงชิ่งหยวน องค์หญิงบุญธรรมที่ฮองเฮาองค์ปัจจุบันอุปการะเลี้ยงดูไว้!!

คงเป็นบาปกรรมจากการค่อนแคะนิยายแนวทะลุมิติว่าพล็อตเกร่อ นางเอกมักทะลุไปเป็นองค์หญิง ท่านหญิงหรือคุณหนูในห้องหอฝ่าเท้าไม่เคยสัมผัสดิน แถมมีแต่ผู้ชายมะรุมมะตุ้มมารัก

ต่อให้สิทธิสตรีสมัยสังคมศักดินาจะเลวร้าย แต่ความลำบากของผู้หญิงชนชั้นสูงย่อมเทียบไม่ได้กับหญิงสาวชาวบ้านร้านตลาดที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินตากแดดจนหน้าขึ้นฝ้ากระขึ้นหลัง ต้องทำงานหนักตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต

อ้ายหยวนเคยคอมเมนต์ในนิยายว่าทำไมไม่ให้นางเอกย้อนเวลาไปเป็นทาส ไม่ก็บ่าวรับใช้โดนทารุณจากเจ้านายวิปริตในสังคมโบราณที่เห็นค่าชีวิตคนไม่เท่ากันบ้าง

พอนึกถึงตรงนี้ก็แทบย่นคอหนีด้วยความสะพรึงจิต ถ้าเกิดย้อนเวลามาเป็นคนชั้นล่างทำงานล้างกระโถนโดนเจ้านายทุบตีดุด่าคงจะดูไม่จืดกว่านี้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่นางยังได้ย้อนเวลามาเป็นองค์หญิงที่มีคนดูแลตั้งแต่หลับยันตื่น

ว่าแต่ทำไมต้องเป็นร่างองค์หญิงชิ่งหยวนผู้มีชีวิตรักรันทดสุดบัดซบนี่ด้วย!!

คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักพอ สัจธรรมข้อนี้จริงเสมอ

ฟังจากที่นางกำนัลวัยกำดัดที่มีชื่อว่าชุนอิ๋งเล่าเท้าความหลังมา องค์หญิงผู้น่าสงสารวัยเพียง 10 ขวบต้องมาประสบเคราะห์กรรมหนักแทนน้องชายเพียงเพราะมีใจรักใคร่สงสารแท้ ๆ

ด้วยความกลัวองค์รัชทายาทจะถูกสลัดตกม้าที่มีอาการแปลก ๆ ก่อนขึ้นเขา (สืบทราบภายหลังจากเกือบเกิดเหตุสลดว่าม้ากินหญ้าเมาเข้าไปด้วยฝีมือผู้ไม่ประสงค์ดี)

องค์หญิงชิ่งหยวนมั่นใจในฝีมือการขี่ม้าตัวเองว่าควบคุมสถานการณ์ได้ จึงขอแลกม้ากับไท่จื่อผู้เป็นน้องชาย คุมเชิงกันไปมาจนเกือบถึงบริเวณหน้าผา ม้าก็เกิดอาการคลั่งขั้นสูงสุดและพยายามสลัดร่างขององค์หญิงที่กุมบังเหียนอยู่บนตัวมันให้ร่วงลงไป และในจังหวะที่ม้ากำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่งคล้ายโจรเมายาบ้าจี้ตัวประกันก่อนปีนหนีขึ้นเสาไฟ ทันใดนั้นเองเจ้าชายขี่ม้าขาวก็ปรากฏตัวขึ้น

ชุนอิ๋งเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยนัยน์ตาเคลิบเคลิ้ม วัยของนางกำลังนึกถึงเรื่องเล่าผู้กล้ากับสาวงามจึงอินมากเป็นพิเศษ อ้ายหยวนพอจะเข้าใจได้

ท่านโหวซ่งเฟิงลั่วปรากฏตัวด้วยซีนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงของจริง เพราะม้าที่เขาควบมาสีขาวจัดราวปุยหิมะตั้งแต่ผิวหนังยันขนตา และชิ่งหยวนเองก็เป็นองค์หญิงเสียด้วย

ท่านโหวกระโจนรวบร่างของเด็กน้อยลงจากหลังม้าที่กำลังวิ่งไปทางหน้าผาอย่างไม่กลัวตาย ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะกลิ้งพัวพันลงเขาไปด้วยกัน ดีที่ร่วงลงไปไม่ไกลมากเลยไม่เป็นอะไรมากนอกจากบาดแผลภายนอก แต่หัวน้อย ๆ ขององค์หญิงก็ชนหินจนแตกยับ เนื้อตัวยังโดนพงหนามเกี่ยวจนดูไม่ได้อีกต่างหาก

พอสอบถามว่าท่านโหวเป็นอะไรมากหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่าไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่รอยขีดขวนก็ไม่มี

นี่มันอะไรกันฟะ ทำไมคนกลิ้งตกเขาไปด้วยกันจนได้ซีนหล่อกระชากใจสาวน้อยสาวใหญ่ถึงได้ผ่องใสเรี่ยมเร้เรไรไปทั้งเนื้อทั้งตัวในขณะที่องค์หญิงหน้าเกือบแหก แถมหัวแตกสลบไปคืนนึง??!

ถ้ามองโลกในแง่ร้ายหน่อยคือไอ้ท่านโหวอาจจะใช้ร่างเด็กน้อยเป็นเบาะรองระหว่างไถลร่วงลงไป

ชุนอิ๋งเล่าถึงจังหวะที่ท่านโหวหนุ่มรูปงามในชุดขาวเฉกเช่นเดียวกับม้าอาชาไนยประจำกายอุ้มร่างองค์หญิงขึ้นมาด้วยสายตาปลื้มปริ่มมีแววหวานปานจะหยาดหยด

ถึงว่าทำไมีชื่อเรียกท่าอุ้มเช่นนี้ว่าท่าเจ้าหญิง เพราะเป็นท่าที่พระเอกโอบกอดเจ้าหญิงไว้ในอ้อมอกนี่เอง 

"โชคดีที่ท่านโหวช่วยชีวิตองค์หญิงเอาไว้นะเพคะ"

"อืม"

"ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้ท่านโหวกับองค์หญิงหมั้นหมายกัน แล้วจะพระราชทานสมรสให้ยามองค์หญิงถึงวัยปักปิ่นเพคะ"

"ว่าไงนะ!! "

*******************************************

ความคิดเห็น