ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 07:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

“ในวันเดียวกันนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ผมบังเอิญเจอคุณอานันแถวนี้” 

อุริโนะเริ่มเล่าโดยไม่แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย  

เขาไม่ได้ตั้งใจตีหน้าตาย เพราะโดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นคนประเภทไหน สภาพจิตใจก็มักจะวุ่นวายสับสนกันเป็นปกติอยู่แล้ว 

“เป็นความบังเอิญจริงๆ  ตอนนั้นผมก็ส่งเสียงทักเธอไปเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเธอจะมองว่าการทำแบบนั้นเป็นการตีสนิทจนเกินไป ท่าทางเธอรู้สึกแย่เอามากๆ” 

“โทโมเอะมีท่าทีแบบนั้นด้วยเหรอคะ ใช่ว่าเป็นคนไม่รู้จักกันสักหน่อย ฉันว่าคนอย่างโทโมเอะไม่น่ารังเกียจการที่หัวหน้าทักเลยนะคะ” 

“เพราะคุณมิชิมะเป็นเพื่อนกับคุณอานันน่ะสิ ส่วนผมถ้าให้พูดก็คือเป็นแค่ตาลุงที่อยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชา ทีนี้พอผมส่งเสียงทักคุณอานันจากข้างหลังระหว่างทางกลับบ้าน ก็คงไม่แปลกที่เธอจะคิดว่าผมตามเธอมา” 

“ตอนนี้หัวหน้าอุริโนะก็กำลังทำแบบเดียวกับฉันใช่ไหมล่ะคะ” 

“เอ๊ะ อ้อ จริงสินะ…ขอโทษด้วย แต่คุณคงไม่ได้คิดเหมือนคุณอานันใช่ไหม” 

“ค่ะ แน่อยู่แล้ว ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยค่ะ” 

พอเห็นท่าทางใจเสาะของอุริโนะ เธอก็รีบส่ายหัวเป็นการใหญ่  

จะตอกย้ำให้เขาห่อเหี่ยวโดยไม่จำเป็นไม่ได้ เธอต้องหลอกถามข้อมูลเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา 

“แต่ถ้าแค่นั้นโทโมเอะจะเข้าใจผิดว่าหัวหน้าอุริโนะเป็นสตอล์กเกอร์เชียวเหรอคะ” 

“เอ่อ หลังจากนั้นผมก็คิดว่าจะไปขอโทษนะ พยายามหาโอกาสชวนคุยในบริษัทแล้วด้วย แต่รู้สึกว่าเธอจะยิ่งระแวดระวังหนักกว่าเดิม อีกอย่างคือผมก็ไม่ควรส่งจดหมายให้เธอด้วยมั้ง” 

“จดหมายนี่หมายถึงอะไรคะ” 

“ผมอยากคุยกันให้รู้เรื่อง ก็เลยเอาจดหมายไปหย่อนไว้ในตู้รับจดหมายที่บ้านคุณอานัน…” 

 

ฟุยุกะเห็นเขาเอาซองสีขาวไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายที่มีเลขห้องของโทโมเอะ ตู้รับจดหมายนั้นตั้งอยู่หน้าแมนชั่น บรรยากาศรอบด้านมืดมิดและเงียบสงัด ต้นไม้ที่เห็นวับๆ แวมๆ ชื้นฝน 

 

ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกส่งเข้าไทม์ไลน์ช่วยให้เข้าใจว่าอุริโนะเอาจดหมายไปหย่อนไว้ที่บ้านของโทโมเอะจริงๆ  

เขาต้องเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาแน่  

สภาพแวดล้อมทำให้รู้ว่าขณะนั้นเป็นเวลากลางดึก น่าจะเป็นช่วงฤดูฝนหรือไม่ก็ต้นฤดูร้อนที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน 

“หัวหน้าเอาไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายที่บ้านของโทโมเอะด้วยตัวเองเลยเหรอคะ ทำไมหัวหน้าถึงรู้จักบ้านของโทโมเอะได้ล่ะคะ” 

“เพราะผมเคยเดินตามหลังเธอระหว่างกลับบ้านน่ะสิ แต่ผมไม่ได้มีเจตนาจะสะกดรอยตามหรอกนะ” 

“แล้วทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นล่ะคะ…” 

“ก็ผมไม่รู้เบอร์โทรศัพท์หรือว่าอีเมลแอดเดรสของเธอน่ะสิ” 

“ถ้ารู้ก็เท่ากับเป็นสตอล์กเกอร์ของจริงแล้วละค่ะ! อ๊ะ เอ่อ ขอโทษค่ะที่พูดจาเสียมารยาท” 

“ไม่เป็นไรหรอก ผมเองก็นึกเสียใจที่ทำอะไรวู่วาม แต่ตอนนั้น…โอย ผมไม่มีสติจริงๆ นั่นแหละ” 

อุริโนะยกมือไปวางไว้หน้าผากแล้วโอดครวญ  

นิสัยที่จริงจังจนเกินไปอาจนำพาหายนะมาสู่ตัวเขาก็เป็นได้ เพราะเวลานี้เขาดูงุ่มง่ามจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือผู้ชายที่อายุมากกว่าเธอสิบปีและมีภรรยาแล้ว 

“อย่างน้อยๆ ถ้าหัวหน้าบอกฉันไว้ตั้งแต่แรก ฉันก็น่าจะช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้ได้นะคะเนี่ย” 

“พอได้มาคุยกับคุณมิชิมะตอนนี้ ผมก็ชักจะคิดอย่างนั้น แต่ตอนนั้นผมยังพูดไม่ออกน่ะสิ” 

“งั้นเหรอคะ…แล้วจะให้ฉันช่วยยังไงดีคะ ให้ฉันบอกเรื่องที่หัวหน้าเล่าเมื่อกี้กับโทโมเอะ เธอจะได้เลิกเข้าใจหัวหน้าผิดดีไหมคะ” 

“เอ่อ ผมไม่กล้ารบกวนคุณมิชิมะขนาดนั้นหรอก ผมจะเป็นคนคุยให้เรียบร้อยด้วยตัวเอง แต่ก่อนอื่นช่วยบอกทางนั้นให้หน่อยได้ไหมว่าผมอยากพบ” 

“ฉันไม่รังเกียจหรอกค่ะ…” 

“ขอบใจนะ ฝากด้วยละ” 

 

นึกว่าผู้หญิงคนนี้จะเย็นชากว่านี้ซะอีก แต่ที่จริงจุ้นจ้านกว่าที่คิดแฮะ 

อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องสิ ทำตามที่ผมพูดก็พอ เอาเป็นว่าถ้าได้คุยกับโทโมเอะเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็มีทางออกเอง 

ทำไมเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย เราเนี่ยนะสตอล์กเกอร์ คิดว่าเพราะใครกันเล่าเรื่องถึงได้กลายเป็นแบบนี้ 

 

คำพูดก่นด่าอย่างขุ่นเคืองพรั่งพรูขึ้นมาบนไทม์ไลน์ของอุริโนะจนฟุยุกะขนลุกซู่  

แต่เธอจะกลัวไม่ได้ เพราะอุริโนะไม่ได้พูดสิ่งเหล่านี้ออกมาตรงๆ  

การผรุสวาทอยู่ในใจไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของคนอื่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก 

ทว่าฟุยุกะรู้สึกผิดสังเกตกับอีกประเด็นหนึ่งมากกว่า 

“…หัวหน้าอุริโนะ เรื่องมีเท่านั้นใช่ไหมคะ” 

“มีเท่านั้นหมายความว่ายังไงเหรอ” 

“แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยจะทำให้เกิดสถานการณ์แบบนั้นขึ้นมาได้จริงๆ น่ะเหรอคะ” 

“อ้อ ก็ใช่น่ะสิ ผมถึงได้ลำบากใจที่โดนเข้าใจผิดอยู่นี่ไงล่ะ” 

เขาส่ายหัวด้วยสีหน้าอ่อนแรง 

แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวภาพเคลื่อนไหวอีกภาพก็ถูกส่งเข้ามาในไทม์ไลน์ของเขา 

 

ร้านที่เห็นเหมือนจะเป็นบาร์ แสงสีส้มละมุนส่องสว่าง ภายในร้านเสียงดังจอแจ มีที่นั่งตรงเคาน์เตอร์และที่นั่งแบบโต๊ะอยู่หลายตัว ได้ยินเสียงรถไฟแล่นผ่าน บรรยากาศอึกทึกเหมือนอยู่ใกล้ทางรถไฟหรือไม่ก็ใต้ทางยกระดับ ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบอื้ออึงปะปนกับเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ 

นอกหน้าต่างมืดมิดจึงมองไม่เห็นอะไร ผนังที่อยู่ติดกันแขวนภาพถ่ายรูปเทือกเขาและที่ราบสูงในซีกโลกตะวันตกเป็นสีขาวดำ การตกแต่งภายในมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความเรโทรที่แสดงให้เห็นรสนิยมของเจ้าของร้าน  

นาฬิกาเรือนใหญ่รูปทรงเหมือนล้อรถบอกเวลาหนึ่งทุ่มสามสิบห้านาที ทางเข้าร้านแขวนแผ่นคล้ายป้ายที่มีตัวหนังสือสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน เห็นตัวอักษร L…B… แต่ไม่เห็นอะไรมากไปกว่านั้น 

บริเวณริมโต๊ะไม้มะฮอกกานีที่ขัดจนขึ้นเงามีกระดานแผ่นบางๆ รูปตัวแอลวางอยู่ มีกระดิ่งสีเงินคล้ายกระดิ่งจักรยานติดไว้ในแนวตั้ง แก้วบรั่นดีวางอยู่บนแผ่นรองแก้วทรงกลมลายนก นอกเหนือจากนั้นก็เห็นจานสีขาวที่มีซาลามี่ ถั่ว และอาหารประเภทไข่บรรจุอยู่  

เป็นร้านที่มีบรรยากาศแบบผู้ใหญ่ที่สุขุมเยือกเย็น มองลงไปด้านล่างเห็นมือขวาที่ยกขึ้นมาเท้าแก้มของอุริโนะมีเส้นเอ็นปูดโปน  

อานัน โทโมเอะ ส่งยิ้มมาจากอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น