เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4/3 เสียสละเพื่อครอบครัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 4/3 เสียสละเพื่อครอบครัว

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 852

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 09:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4/3 เสียสละเพื่อครอบครัว
แบบอักษร

บัวบงกชเห็นว่าทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว และเป็นจังหวะที่ดี จึงเดินถือเค้กวันเกิดพร้อมจุดเทียมที่เตรียมไว้แล้วก่อนหน้า และเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ภายในใจจะมีเรื่องให้ขบคิดก็ตาม 

“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณพ่อ” 

นางภาณีปรายตามองบัวบงกชอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกระทั่งผู้เป็นสามีตัดเค้กด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข พลันทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ เมื่อครอบครัวมีสภาวะทางการเงินที่กำลังสั่นคลอนและเต็มไปด้วยหนี้สินจนจะถูกฟ้องในอีกไม่นาน แต่สามียังมีอารมณ์ยิ้มแย้ม เห็นแล้วก็อดสมเพชไม่ได้ 

“วันเกิดปีนี้บัวขอให้คุณพ่อสุขภาพแข็งแรงนะคะ รักคุณพ่อค่ะ” 

“ภาก็เหมือนพี่บัวค่ะ สุขภาพแข็งแรงค่ะ อยู่กับลูก ๆ ไปนาน ๆ รักคุณพ่อที่สุดในโลกเลย” ลูกสาวคนเล็กพูดจบก็จุมพิตที่แก้มของบิดาที่มีรอยเหี่ยวย่น ทำให้ทุกคนหัวเราะไปตาม ๆ กัน จะมีก็แต่ผู้เป็นภรรยาเท่านั้นที่รู้สึกหมั่นไส้ แต่ก็ยังวางตัวเฉยไม่ปริปากพูดอะไร แม้กระทั่งอวยพรก็ไม่หลุดรอดออกมา 

นายพัลลภรู้ดี ว่าผู้เป็นภรรยานั้นรู้สึกเช่นไรกับภาวการณ์ในความครัวตอนนี้ เมื่อภรรยาห่วงหน้าตาทางสังคมจนไม่อาจยอมรับความจริงได้ เมื่อคำว่าผู้ดีที่ภรรยายึดติดจนไม่รู้จักประมาณตน แต่สำหรับเขามันก็เป็นแค่คำธรรมดาไม่ได้สูงส่งอะไรจึงอย่างพร่ำสอนลูก ๆ จะมีหรือจนก็อยากให้รักกัน 

“ขอบใจมากลูก แค่ได้เห็นทุกคนอยู่ทานข้าวพร้อมหน้าพ่อก็ดีใจแล้ว แม้มันจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่ทุกคนเข้าใจสถาณะครอบรัว แค่นี้พ่อก็ภูมิใจแล้ว” นายพัลลภโอบกอดลูกสาวทั้งสองด้วยมือทั้งสองข้างด้วยความอบอุ่น 

“พ่อไม่ขออะไรมาก ขออย่างเดียวอยากให้รักกันให้มาก บัวเป็นพี่สาวก็รักและดูแลน้องให้ดี ส่วนภาก็อย่าดื้อกับพี่เขาให้มากนะลูก” เขาหันมองลูกสาวทั้งสองสลับกันไปมา “ทำได้ไหมลูก” 

ภาวินีไม่ตอบ บัวบงกชจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง “บัวสัญญาค่ะว่าจะดูแลคุณพ่อและทุกคนให้ดีที่สุด” 

“ไม่มีจะกินอยู่แล้วยังจะทำมาพูดดี” 

หลังนิ่งเงียบอยู่นานนางภาณีจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน อกเธอจะแตกตายอยู่แล้วเมื่อหนี้สินในบ้านท่วมหัวแต่ในขณะที่สามียังนิ่งเฉย โดยไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรสักนิด ครั้นจะให้เธอออกหน้าแล้วละก็ คนในสังคมคงสมเพช ไม่มีวันที่เธอจะลดตัวไปขอความช่วยเหลือจากใครเด็ดขาด เรื่องนี้ใครเป็นคนก่อก็ต้องรับผิดชอบ 

นายพัลลภเป่าลมออกจากปากก่อนจะเอ่ยขึ้น “วันนี้พ่อมีข่าวดีมาบอกทุกคน” 

“ฉันก็ขอให้เป็นแบบนั้น” นางภาณีปรายตามองสามีอย่างไม่พอใจ แม้ในใจจะรอฟังอย่างมีความหวัง 

“อย่างที่เรารู้ ๆ ว่าครอบครัวของเราเริ่มย่ำแย่ และตอนนี้ก็เหมือนเป็นข่าวดีของครอบครัว เมื่อบัวตัดสินใจจะแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนพ่อ แค่นี้พ่อก็รู้สึกผิดต่อลูกมากแล้ว แต่เชื่อว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น” 

“จริงหรือคะพี่บัว” ภาวินีแทบไม่เชื่อจึงร้องถามขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้น้องสาวเท่านั้น 

“เราก็รอดจากการล้มละลายแล้วสิ” ภาวินีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ โดยไม่ได้สนใจพี่สาวสักนิดว่าจะรู้สึกเช่นไร  

“ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันจะได้ไม่ขายหน้าในสังคม” นางภาณีเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้ห่วงใยลูกเลี้ยงเท่าไหร่นัก ดีใจเสียอีกที่เสียสละทำให้ครอบครัวหลุดพ้น “อดทนหน่อยนะบัวบงบช หากผู้ชายที่แต่งงานแล้วเขาจะกล่าวหาว่าเราไปเกาะเขากิน” 

“คุณภาณี” นายพัลลภร้องเสียงดังสายตาแกมบังคับภรรยาเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวคนโตซีดลง 

“ก็มันเป็นความจริงนี่คะ อย่างน้อยยายบัวก็จะได้วางตัวให้ถูกต้อง” 

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะคุณแม่ บัวจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” 

“ผู้ชายเขาจะคิดยังไง เธอก็ต้องต้องทำใจยอมรับนะบัวบงกช ดีแค่ไหนที่เขายอมให้เราแต่งงานด้วย” 

ภาณีมักจะพูดสาดเสียเทเสียให้ลูกเลี้ยงเป็นประจำ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่แล้ว 

บัวบงกชพูดไม่ออกนอกจากก้มหน้านิ่งและกลั้นน้ำตาไว้กลัวจะไหลรินออกมา แม้มันจะเป็นเรื่องที่ฝืนใจอยู่บ้าง แต่จะทำยังไงได้เมื่อครอบครัวอยู่ในขั้นวิกฤต จึงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก 

“อย่างน้อยเราก็เป็นผู้ดีเก่า เขาคงไม่รังเกียจพี่บัวขนาดนั้นหรอกค่ะคุณแม่ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ยอม” 

“ผู้ดีตกยากนะสิไม่ว่า” ไม่วายที่นางภาณีจะแขวะลูกเลี้ยงไม่เลิก “ได้ยินไปถึงไหนอายไปถึงนั่น” 

“คราวนี้คุณก็เชิดหน้าอยู่ในสังคมได้แล้วล่ะ เพราะบัวทำเพื่อทุกคน” นายพัลลภเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ 

“พี่บัวเสียสละเพื่อพวกเรานะคะคุณแม่” ลูกสาวคนเล็กเอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน 

“ต้องให้ฉันขอบใจเธอสินะบัวบงกช” ภาณีมองด้วยหางตา ก่อนจะพูดต่อ “วันเกิดว่าที่พ่อภรรยาทั้งที ก็น่าจะโผล่หัวมาบ้างนะ ถ้าเป็นแบบนี้เธอคงต้องรับมือให้ได้…ขอให้โชคดี” 

“เขาเป็นใครมาจากไหนคะคุณพ่อ” 

“ลูกชายคนเดียวของคุณลุงชัยยาเพื่อนพ่อเองลูก แต่ถ้าภาจะแต่งแทนพี่บัวพ่อก็ไม่ว่านะ ถ้าภาเต็มใจ” 

“เอ๊ะ!..นี่คุณ” นางภาณีร้องขึ้นอย่างไม่พอใจ “ยายบัวตกลงจะแต่งแล้ว จะมาเปลี่ยนใจไม่ได้นะคุณ” 

“ไม่เอาค่ะคุณพ่อ ภากำลังจะเข้าวงการบันเทิง ภาไม่อยากตัดอนาคตตัวเอง” 

“ยายบัวเหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ อายุอานามก็ควรจะมีครอบครัวได้แล้ว ต่อไปก็ต้องออกเรือนไปอยู่กับสามี ส่วนยายภายังเด็ก และกำลังจะมีโอกาสได้ทำงานในวงการบันเทิง อีกไม่นานคงมีชื่อเสียงโด่งดัง…จริงไหมลูก” 

“อีกไม่นานเกินรอค่ะคุณแม่ ภาจะต้องเป็นนางเอกละครให้ได้” 

เธอยิ้มให้บุตรสาวด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข และหันมามองลูกเลี้ยงด้วยแววตาดูแคลน “หวังว่าเธอจะมีความสุขในการแต่งงานมีครอบครัวนะ…บัวบงกช” 

นายพัลลภไม่อยากให้ทุกคนตอกย้ำความรู้สึกบังบงกชไปมากกว่านี้ จึงรีบเอ่ยขึ้น “เอาละ ๆ จะยังไงก็ช่าง ทุกคนควรจะให้กำลังใจและเอาใจช่วยบัว ถือว่าพ่อขอก็แล้วกัน”  

บัวบงกชนิ่งเงียบและไม่อยากพูดอะไรให้มากความ เพราะรู้อยู่แล้วว่าแม่เลี้ยงไม่เคยหวังดีกับเธอแต่ไหนแต่ไร แม้จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่จะทำอะไรได้เมื่อเธอได้ตัดสินใจแล้ว เธอไม่มีวันให้ใครดูถูกได้ง่าย ๆ สักวันจะต้องลุกขึ้นยืนให้ได้ 

เวลานี้เธอไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรี สักวันเธอจะต้องกู้มันกลับคืนให้ได้! 

“พรุ่งนี้เตรียมตัวนะบัว พ่อจะพาไปแนะนำตัวที่บ้านลุงชัยยา” 

แวบนั้นบัวบงกชรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เธอพูดอะไรไม่ออกนอกจากนิ่งเงียบ 

“น่าสมเพชจัง จะแต่งงานทั้งทีกลับต้องแบกหน้าไปหาผู้ชายถึงบ้าน” 

 “ถ้าคุณไม่พูดคงไม่มีใครว่านะคุณภาณี บัวเสียสละขนาดนี้แทนที่คุณจะเห็นใจแต่คุณกลับตอกย้ำให้เสียกำลังใจ” 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณพัลลภ” 

“ผมจะหยุดก็ต่อเมื่อคุณเลิกพล่าม รู้ทั้งรู้ว่าเราเสียเปรียบคุณก็ยังจะพูดให้ลูกเสียใจ หากไม่มีบัวคุณก็คงไม่มีหน้าอยู่ในสังคมหน้ากากบ้า ๆ ของคุณหรอก” 

เพราะทนความงี่เง่าของภรรยาไม่ไหว จึงพูดออกไปอย่างเหลืออด ทั้งที่ไม่อยากจะทำนัก บรรยากาศภายในโต๊ะอากาศจึงกร่อยไปทันที วันเกิดทั้งทีกลับไม่มีความสุข แต่ก็ทนไม่ไหวที่ปล่อยให้ภรรยาต่อว่าลูกสาวคนโตอย่างไม่มีเหตุผลเช่นนี้ คนเป็นพ่อจึงต้องออกโรงปกป้องลูกสาวเพื่อไม่ให้เสียกำลังใจไปมากกว่านี้ 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่อย่างเตือนสติบัวบงกชเท่านั้น” เสียงนั้นเริ่มอ่อนลง 

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ อย่าไปว่าคุณแม่เลยค่ะ บัวรู้ว่าคุณแม่หวังดีกับบัว” 

คำพูดเหน็บแนมของแม่เลี้ยงทำให้เธอไม่สบายใจ มันทำร้ายจิตใจเป็นอย่างมาก แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อต้องกู้ครอบครัวกลับคืนมา แม้วันข้างหน้าจะต้องเจออะไรอีกมากก็ต้องอดทนและผ่านมันไปให้ได้ 

++เมื่อไม่มีทางเลือกและเป็นทางออกที่ดีที่สุด บัวบงกชจึงตัดสินใจแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนพ่อทั้งที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร....ฝากติดตามด้วยนะคะ++ 

ความคิดเห็น