Mr_Poring

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : New Chance SS2 : 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 479

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2562 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
New Chance SS2 : 6
แบบอักษร

“ยินดีด้วยค่ะ” เสียงจากหญิงสาวพนักงานต้อนรับกล่าวกับเสียงของพลุปาร์ตี้แบบดึงส่งให้ร่างทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาภายในโรงแรมหรูเกิดอาการตกใจไม่น้อย

“อะไรกันครับ” ชายหนุ่มที่เหมือนจะตั้งตัวได้ถามออกมา

“เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าของโรงแรมท่านจึงมอบสิทธิพิเศษให้กับคนที่เข้ามาพักในวันนี้โดยการลดราคาห้องพักระดับดีลักซ์เหลือเท่าราคาห้องพักปรกติค่ะ” สาวพนักงานต้อนรับกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะ “และยังมีบุฟเฟต์ไอศกรีมฮาเก้นส์ดูสเป็นกิ๊ฟวอยเชอร์ตลอดระยะเวลาการเข้าพักอีกด้วย” เธอกล่าวเสริม แม้ภายนอกเด็กทั้งสองจะดูเหมือนเด็กบ้าน ๆ ที่ไม่น่าจะมีเงินพอสำหรับห้องที่ถูกที่สุดของทางโรงแรม แต่ด้วยอาชีพบริการที่ถูกอบรมมาอย่างดีทำให้เธอต้อนรับทั้งสองเสมือนลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรที่ต้องทำเช่นนี้ ด้วยการตอบรับและการบริการที่ดีบวกกับสิทธิพิเศษทำให้กายเลือกเช่าห้องพักเป็นเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์

เมื่อเขารับกุญแจห้องเรียบร้อยเขาจึงพาเด็กสาวขึ้นไปยังห้องพักชั้นสุดหรูด้านบน และเพราะความล้าจากการเดินทางและความล้าทางจิตใจส่งให้เด็กสาวผล็อยหลับไปทันทีที่ร่างสัมผัสกับที่นอนแสนนุ่มนิ่มนั้น

           

“อือ” เสียงครางดังจากลำคอของชายหนุ่มบนเตียงที่ล้อมรอบไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมายอีกทั้งยังมีสายโยงไยไปมาดูพะรุงพะรัง โดยปลายสายทั้งหมดล้วนต่อเข้าที่ร่างแน่นิ่งบนเตียงนั้น จากการตรวจเบื่องต้นสามารถบอกได้ว่าร่างบนเตียงนั้นไม่ได้รับการกระทบกระเทือนที่รุณแรงถึงชีวิต แต่ที่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์มากมายและคอยดูแลเป็นพิเศษนั่นเพราะเขาเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลที่กว้างขวางทั้งอำนาจและเงินทอง หากเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ คงจ่ายยาเล็กน้อยแล้วปลอยไปทั้งอย่างนั้นแล้ว

รางบนเตียงค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมาอย่างงัวเงีย ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือความหนักอึ้งของร่างกาย มันสะบัดหัวขับไล่ความมึนงงเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เหตุการ์ทั้งหมดยังคงวนเวียนอยู่ในหัวทั้งความโกรถแค้นและความหวาดกลัวยังคงรู้สึกได้อบ่างชัดเจนจนขนตามร่างกายลุกชันขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าไฟแค้นจะแรงกว่าส่งให้เขาต้องขบฟันกรอด

“ไอเชี่ยกายกูจะตามจองเวลมึงจนกว่ามึงจะล้มลงแทบเท้ากู” มันสบถคำหยาบคายออกมา ด้วยความกำแหงที่คู่แค้นของมันไม่กล้าฆ่าตัวมันทั้งที่มีโอกาศ ทำให้มันคิดไปว่ากายเกรงกลัวอำนาจบารมีของพ่อมันจนไม่กล้าทำร้ายมัน

เมื่อคาดโทษเจ้าตัวเรียบร้อยมันจึงหันมองรอบกายเห็นเป็นเด็กสาวที่กำลังนอนฟุบอยู่ข้างเตียง เห็นแค่นี้ก็นึกได้ว่าเธอคงมาเฝ้ามันจนตนเองผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน

“ชิ ไร้ประโยชณ์ซะจริง” มันกล่าวก่อนที่จะดึงอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ระโยงระยางอยู่ออกจากร่างส่งผลให้เครื่องวัดชีพจรส่งเสสียงแจ้งเตือนดังยาวออกมา ด้วยความรำคาญมันจึงบันดาลโทษะถีบใส่เครื่องวัดชีพจรเต็มแรงจนมันล้มกลิงแล้วจึงหยุดส่งเสียงในที่สุด

ด้วยเสียงแจ้งเตือนและเสียงโครมครามทำให้ร่างที่นอนเฝ้าอยู่ตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ อีกทั้งยังมีหน่วยแพทย์และการ์ดที่เฝ้าอยู่ด้านนอกพรวดพราดเข้ามาอย่างตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นหนะ” เสียงของหมอวัยสี่สิบกล่าวออกมาทันทีที่เข้ามาเห็นสภาพในห้อง

“ก็แค่รำคาญเสียงเลยทำให้มันเงียบ มีไรมะ” มันกล่าวกับหมออย่างไรความเคารพ

ภาพที่เห็นคือเครื่องมือที่ถูกใช้มาอย่างยาวนาน ช่วยเหลือคนไว้มากมายทั้งยากดีมีจน เปรียบเหมือนอาวุธคู่กายของหมอ เปรียมเหมือนศักดิ์ศรีกว่า 20ปีของเขาถูกเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดีจากคนที่เขาดูแลและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ของตน เขาเดินเข้าไปยกอุปกรณ์ชิ้นนั้นขึ้นมาตรวจสอบอย่างหวงแหน

“หึ” ยศสำลักลมออกมาอย่างดูแคลน “เฮ้ยไปเรียกพ่อมาดิ” ยศกล่าวสั่งการ์ดที่ยืนอยู่ซึ่งเขาก็ต้องออกไปแจ้งเจ้านายของตนอย่างไม่เต็มใจนัก “ส่วนมึงออกไปได้แล้วตอนนี้กูไม่อยากเห็นหน้ามึง” ยศตวาดใสแก้วที่นั่งมองเขาอยู่ซึ่งเธอก็จำต้องยอมออกไปอย่างจำยอม

การ์ดหายออกไปไม่นานก็กลับมาพ้อมกับผู้ว่าอำนาจพ่อของยศ “ลูกเป็นไงบ้าง” ผู้ว่ากล่าวถามบุตรของตนอย่างหวงแหน “ก็โอเคอยู่ครับพ่อ”

“แล้วเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ลูกจำได้ไหม” อำนาจสอบถามในสิ่งที่ตนต้องการจะรู้ที่สุดออกมา

“จำได้ชัดเจนครับพ่อ คือว่าเมื่อคืน ..ออค” ทันทีที่มันเริ่มกล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็เริ่มอาเจียนออกมาเป็นของเหลวสีดำที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ความรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนโดนนาบด้วยเหล็กร้อนแล่นวาบในลำคอตามการไหลของของเหวสีดำนั้นสร้างความทุกข์ทรมานให้กับมันเป็นอย่างมาก ร่างกายที่ดูแข็งแรงก็ซูบซีดจนมันเริ่มหน้ามืดจนไม่สามารถประคองร่างของตนได้

“เฮ้ย” ผู้ว่าอำนาจที่เห็นลูกชายของตนดูท่าทางไม่ดีจึงปรี่เข้ามาประคองร่างของมัน ก่อนจะหันไปสั่งหมอที่ยืนอยู่ด้านข้าง “จะยืนดูทำซากอะไร มาดูลูกกูสิ”

“คือเครื่องมือของเราโดนลูกชายท่านทำให้เสียหายไปแล้วครับ”

“พังก็ไปเอามาใหม่สิวะ อย่าลืมว่ากูจ้างมึงมาทำไม” ผู้ว่าตวาดออกไปอย่างฉุนเฉียว

“ครับ ๆ ” หมอวัยกลางคนได้แต่รับคำก่อนจะรีบแจ้นหายไปจากห้อง

“ทนไว้ก่อนลูกพ่อ ทำใจดี ๆ ไว้” อำนาจกล่าวกับลูกชายตนเองก่อนจะปล่อยให้มันได้นอนพัก

ไม่นานหมอคนเดิมก็กลับมาพร้อมอุปกรณ์เครื่องใหม่ เขาเร่งทำการติดตังและตรวจร่างกายชายหนุ่มโดยระเอียด แต่ถึงแม้จะใช้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดของโรงพยาบาลก็ไม่สามารถตรวจหาความผิดปรกติใด ๆ ได้แม้แต่น้อย ค่าทุกอย่างที่ออกมาบ่งบอกว่าชายหนุ่มหาได้มีโรคร้าย มีเพียงความอ่อนล้าทางร่างกายเพียงเท่านั้นซึ่งตรงกับผลตรวจเลือดที่ได้ส่งเข้าแลปไปก่อนหน้านี้ จึงสรุปได้ว่าชายหนุ่มสบายดี แล้วอาเจียนสีดำที่เขาพึงเห็นเมื่อครู่คือสิ่งใด มันขัดกับผลตรวจที่ได้รับอย่างสิ้นเชิง

“ผลตรวจว่ายังไง” ผู้ว่ากล่าวถามหมอที่ยืนดูจอมอนิเตอร์อยู่

“ตรวจไม่เจออะไรเลย ลูกท่านสบายดีครับ” เขาพูดต่อตามตรง กล่าวจบยศก็โก่งคออาเจียนเอาของเหลวสีดำออกมาอีกรอบ ร่างกายที่ดูซีดอยู่แล้วกลับยิ่งซีดขาวลงไปอีกจนเกือบจะเป็นกระดาษ a4 อยู่รอมร่อ

“สบายดียังไง เห็นกันชัด ๆ อยู่ มึงเป็นหมอยังไงกันวะ” ผู้ว่ากล่าวอย่างเดือดดาล

“ผมขอโทษครับ ผมไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อน” เขาก้มหัวขอโทษผู้มีอำนาจตรงหน้า

“กูจ้างมึงมาไม่ใช่บาทสองบาทนะเว้ย ถ้ามึงจะไร้ประโยชน์แบบนี้ก็อย่าอยู่เลย การ์ด มาลากมับไปเก็บสิ” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างเหลืออด

“ขอโทษครับ อย่าทำอะไรผมเลย ผมยังมีลูกมีเมียที่ต้องดูแล” หมอก้มลงกราบอ้อนวอน แต่อำนาจก็ไม่ได้สนใจปล่อยให้การ์ดลากร่างที่กำลังร้องอ้อนวอนนั้นออกไป

“โฮ่ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาเจอของดีแถวนี้” เสียงของชายชราเคราเฟิ้มที่อยู่ ๆ ก็มาโผล่ที่กลางห้องที่รายล้อมไปด้วยบอดีการ์จำนวนมาก ไม่มีไครทราบว่าเขาผ่านการ์ดเข้ามาโดยที่ไม่มีไครรู้สึกตัวได้อย่างไร รู้อีกที่เขาก็มาโผล่ที่กลางห้องแล้ว สิ้นเสียงพูดชายชราก็ก้มลงดูของเหลวสีดำที่เจิ่งอยู่บนพื้น การปรากฏตัวของชายชราทำให้ทุกการกระทำโดยรอบหยุดนิ่งราวกับถูกสตาฟเอาไว้

“อืม อืม ของแรงซะด้วย” ชายชรากล่าวพึมพำ แม้จะเบาแค่ไหนแต่ในห้องที่เงียบกลิบก็ทำให้ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจน

“มึงเป็นไครแล้วเข้ามาได้ไง การ์ดลากไอแก่นี่ออกไป” ผู้ว่าอำนาจที่ได้สติคนแรกออกคำสั่งส่งให่การ์ดหน้าห้องเข้ามาล้มร่างของชายชราคนนั้น

“ลุง ยอมออกไปดี ๆ นะผมไม่อยากทำร้ายคนแก่”

“โฮ้ะๆ ถ้าข้าออกไปตอนนี้คงน่าเสียดายแย่ ถ้าข้าเจ้าหนู่นี่คงไม่รอด” ชายชราโต้ตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“อย่าไปสน มันก็แค่คนบ้าลากมันออกไปจัดการซะ” ผู้ว่าสั่งกำชับ

“ผมเตือนแล้วนะลุง คราวนี้ก็อย่าหาว่าผมรุณแรงหละ” การ์ดคนหนึ่งพูดก่อนจะปรีเข้าไปหมายจะจับตัวชายชราออกไป ทว่าอยู่ดี ๆ การ์ดคนนั้นก็ล้มลงไปอย่างไม่ทราพสาเหตุก่อนที่การ์ดคนอื่น ๆ จะล้มลงไปตาม ๆ กัน สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

“อย่าไล่ชายแก่คนนี้เลย ข้ามาเพื่อช่วยเจ้าเด็กนี่” ชายชรากล่าวก่อนจะหยิบขวดน้ำออกมาจากย่ามที่สพายบนบ่าก่อนที่เขาจะถอดแหวนสีทองอร่ามออกจากนิ้วมือแล้วจึงหย่อนลงไปในขวดน้ำนั้น ชายชรายกขวดขึ้นแกว่งขณะที่ปากก็ขมุบขมิบไปด้วย ไม่นานน้ำในขากก็แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม

ชายชราตรไปยังร่างที่ขาวซีดของชายหนุ่มก่อนจะพยายามกรอกน้ำในขวดใส่ปากขอมัน ผู้ว่าที่มัวแต่ตกตะลึงก็รับตรงเข้าห้ามแต่เมื่อเจอเข้ากับสายตาคมกริบของชายชราร่างของเขาก็แข็งทื่อไปไม่สามารถแม้จะเปล่งเสียง

“ดื่มลงไปซะไอหนู มันจะทำให้มึงรู้สึกดีขึ้น” ชาชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจประหลาดยากต้านทาน ส่งให้ยศต้องดื่มน้ำสีทองนั้นลงไปอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อของเหลวสีทองไหลผ่านลำคอลงไป ร่างของมันจากที่ขาวซีดก็ค่อยมีเลือดฝาดขึ้นมา ลำคอที่ร้อนผ่าวร่าวกับถูกไฟเผ่าก็ถูกดับลงด้วยความเย็นสบายของน้ำสีทองที่กลืนลงไป

“เป็นไงหละดีขึ้นไหม” ชายชรากล่าวถามเด็กหนุ่มซึ่งเขาก็พยักหน้าตอบอย่างปิติที่ความทุกข์ทรมานได้ทุเลาลง

“ที่ให้มึงดื่มไปก็แค่ช่วยทุเลา ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เพราะข้าพกทองคำมาไม่พอ ทีนี่พอจะมีทองให้ข้าไหม ข้าต้องการเยอะเลย” ชายชรากล่าวก่อนจะหันไปถามชายวัยกลางคน

“มีครับท่านผู้เฒ่า ไม่ว่าท่านจะต้องการสิ่งใดผมสามารถหาได้หมดขอเพียงช่วยให้ลูกชายผมหายก็พอ” อำนาจกล่าวอย่างนอบน้อมราวกับเป็นคนละคนก่อนหน้านี้เมื่อได้เห็นกับตาว่าน้ำแปลก ๆ ที่ชายแก่เอาให้ลูกของมันกินสามารถช่วยให้ลูกของมันรู้สึกดีขึ้นได้

“ดี ดี หลังจากนี้อย่าพึ่งให้ไอหนูนี่กินอะไร จนกว่าข้าจะได้ทองตามจำนวนที่ต้องการ ไปรวบรวมทองมาเสร็แล้วลงไปเรียกข้าที่สวน ข้าจะเข้าชาญรอ อ้อเเล้วก็ไอหมอคนนั้นหนะปล่อยมันไปซะข้าไม่อยากให้ที่ที่ข้ามาต้องมีคนตาย” ชายชรากล่าวก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับความหวังอันเต็มเปี่ยมของสองพ่อลูก

++++++++++++++ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น