marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 619

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2562 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 19
แบบอักษร

 

 

 

 

Chapter 19: ค้างคาใจ

 

 

“เจส...เจส...เป็นอะไรนี่ฉันเรียกเธอสี่ห้าครั้งแล้วนะ” ฉันเงยหน้าขึ้นมองคุณแอลตรงหน้าอย่างตกใจเล็กน้อย ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจพร้อมกับความกลัวที่มากมายในหัวใจสิ่งที่ฉันเห็นเมื่อก่อนหน้านี้มันอะไรกันแน่...วิญญาณจะโกหกได้งั้นเหรอ..

“เจส...”

“ห้ะ?? ค่ะ?? คุณแอลว่าไงนะคะ”

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า...อาหารไม่อร่อยงั้นเหรอหรือมีอะไรไม่ถูกปากหรือเปล่า เดี๋ยวเปลี่ยนใหม่มั้ย” ฉันส่ายหน้าทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด...นี่ฉันกำลังเป็นบ้าอะไรเนี่ยย!! อย่าหวั่นไหวกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิเจส!!! ตอนนี้เขาอยู่ตรงหน้าฉันอยู่กับฉันแล้วฉันจะคิดถึงเรื่องอื่นอีกทำไม...

“เปล่าค่ะ...พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยขอโทษนะคะที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี” พอได้ยินฉันพูดแบบนี้เขาก็ลุกขึ้นเดินมาหาฉันก่อนจะคุกเข่านั่งลงข้างๆ ฉันจึงหันหน้าไปหาเขา

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า...บอกฉันได้นะอะไรที่ช่วยได้จะช่วย” ฉันมองหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูกตอนนี้ทุกอย่างมันสับสนไปหมด ความรู้สึกปั่นป่วนข้างในแบบมันหาทางออกไม่เจอ...

“คุณเคยรักใครจริงๆหรือเปล่าค่ะ” แต่ฉันก็ตัดสินใจถามบางอย่างออกไป และ คำถามนั้นก็ทำให้เขาชะงักเล็กน้อยแววตาของเขาสั่นไหวไปวูบหนึ่งก่อนจะกลับมามองฉันเป็นปกติ...

“ถามทำไมเหรอ...เธอเป็นอะไร”

“อย่าตอบคำถามของฉันด้วยคำถามสิค่ะ ฉันกำลัง..” แต่ฉันพูดไม่ทันจบเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับพูดตัดบทขึ้น

“ฉันดูเป็นคนไม่มีหัวใจขนาดนั้นเลยเหรอ” คำพูดของเขาทำให้ฉันมองอย่างไม่เชื่อว่าเขาจะพูดออกมาได้จากสิ่งที่ผู้หญิงที่ชื่อเยรินให้ฉันดูมันคงตอบคำถามเรื่องนี้ได้คือ เขาก็แค่คนที่ไม่มีหัวใจ เขาควงผู้หญิงเป็นผักเป็นปลา เปลี่ยนสาวไม่ช้ำหน้าแบบนั้น...เฮ้ออออ!!!!

“ไม่รู้สิค่ะ...”

“เจส ฉัน....”

 

Rrrrrr Rrrrrr

 

 

เขากำลังจะพูดแต่จู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นนั้นทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนฉันจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่ารับโทรศัพท์ได้แล้วเขาจึงหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย...

“ว่าไงได้เรื่องว่าไงบ้าง” เขารับสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยทันทีที่เห็นเบอร์ที่โทรมา

“อะไรนะ!!!!” แล้วเขาก็ตะคอกออกมาอย่างไม่พอใจ

“เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง” พูดจบเขาก็กดวางสายพร้อมกับหันหน้ามามองฉันเล็กน้อยด้วยแววตาลังเลฉันจึงพูดขึ้น

“ไปส่งฉันที่ห้องเถอะค่ะ คุณแอลไปจัดการธุระเถอะ” คำพูดของฉันทำให้เขามองมาอย่างรู้สึกผิด...เขาทำแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่านะ

“ขอโทษนะเจส...ขอโทษจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ...ฉันเข้าใจ” ใช่ฉันเข้าใจว่าเขามีงานที่ต้องทำ มีธุระที่ต้องจัดการฉันจะงี่เง่าไปทำไมละ

“งั้นเรากลับกันเถอะ” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบก่อนเขาจะพาลุกขึ้นเดินออกไปจากภัตตาคารที่คาดส่าเขาน่าจะเหมาร้านทั้งร้านเพราะไม่มีคนมาสักคน...เขาไม่ได้ทำแบบนี้กับฉันคนเดียวฉันรู้...

พอออกมาจากภัตตาคารเขาก็พาฉันมาส่งที่คอนโดแล้วเจ้าตัวก็รีบขับรถออกไปด้วยความเร็วฉันเดินขึ้นห้องด้วยความสับสนในหัวใจบางอย่างมันอธิบายไม่ถูก...ฉันไม่รู้จะเริ่มถามเขาว่ายังไงทุกอย่างในหัวมีแต่คำว่าทำไมเต็มไปหมด...ฉันจะเริ่มยังไงเนี่ยยยยอ๊ากกก!!!!

ฉันรีบเดินขึ้นห้องด้วยความสับสนในหัวใจอย่างรีบร้อนจนไม่นานก็ขึ้นมาถึงห้องของเขาฉันจึงรีบวิ่งขึ่นไปห้องนอนทันทีก่อนจะทิ้งตัวลงที่นอนอย่างหนักอึ้งหัวใจ...ฉันเงยหน้ามองเพดานพร้อมกับความคิดมากมายในหัวแต่จู่ๆไฟในห้องก็เริ่มติดๆดับๆอีกครั้ง...

พรึบๆ พรึบๆ

ฉันยังคงทิ้งร่างนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นอย่างไม่สนใจก่อนที่ผู้หญิงที่ชื่อเยรินจะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉัน...เธอนอนแนบอยู่บนเพดานจ้องมองมาทางฉันใบหน้ายังคงทำหน้ากลัวเช่นเดิม...ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงกลัวเธอนั้นแหละนะแต่ตอนไม่รู้สิฉันมองไปทางเธอด้วยความสงสัยมากกว่า...

“เลิกมาทำให้ฉันตกใจสักทีลงมาคุยกันดีๆฉันมีเรื่องอยากถามเธอ” ฉันตัดสินใจพูดแบบนั้น และ นั่นทำให้เธอวูบลงมาหาฉันด้วยความเร็วจนหน้าเธอห่างจากฉันไม่ถึงคืบด้วยช้ำ...ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดจ้องมองฉันอย่างไม่วางตาฉันถอนหายใจออกมาอย่างเช็งๆ...

“เธอนี่มัน!!! ให้ตายเถอะถ้าจะมาจ้องหน้าฉันแบบนี้รีบไสหัวไปเลยคนยิ่งเครียดๆอยู่....” คำพูดของฉันทำให้เธอหายวูบไปอย่างทันทีฉันไม่เข้ายัยผีนี่จริงๆว่าต้องการอะไรจากฉันกันแน่แต่ไม่ทันจะได้ลุกไปไหนจู่ๆเสียงของหล่อนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

‘มีอะไรคุยกับฉัน’ ฉันหันไปมองตามเสียงหล่อนที่เห็นหล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ปลายเตียงด้วยสภาพที่แตกต่างจากเมื่อกี้นิดหน่อยคือเธอไม่ได้มาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้สเธอตอนนี้เหมือนตอนที่เธอมีชีวิตอยู่แต่ต่างแค่ตรงที่หน้าซีดเท่านั้น...ฉันลุกขึ้นไปนั่งตรงปลายเตียงก่อนจะมองหน้าเธออย่างพินิจ..

‘มองฉันทำไม...ตอนมีชีวิตอยู่ฉันสวยกว่าเธอแน่นอนไม่ต้องมามองเยอะ’ ยัยผีนี่!!!! ตอนจะมาแบบน่ากลัวก็เล่นไม่พูดสักคำแต่พอได้พูดละปากดีจริงๆโว้ย!!!

“แล้วไงตอนนี้เธอก็ตายไปแล้วนิ” คำพูดของฉันทำให้หล่อนกัดฟันด้วยความโกรธก่อนจะเริ่มทำท่าขึงขังจะเปลี่ยนเป็นหน้าเละฉันจึงรีบพูดขึ้นทันที

“พอเลย...ฉันอยากรู้ว่าทำไมคุณแอลถึงฆ่าเธอ” หล่อนเปลี่ยนท่าที่ทันทีที่ฉันถามออกไป

‘อยากรู้ไปทำไม...กลัวมีจุดจบแบบฉันหรือไง’

“เปล่าแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงฆ่าเธอได้ง่ายดายขนาดนั้น”

‘นั้นสินะ...ขนาดเขาบอกรักฉันมากเขายังยิงฉันได้...แล้วเธอละเคยได้ยินเขาบอกรักเธอหรือยัง’

“เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่” คำถามของฉันทำให้เธอเงียบไม่พูดอะไรก่อนจะค่อยๆหายตัวไปพร้อมกับความเงียบ....แต่จู่ๆหล่อนก็โผล่มากระซิบที่ข้างๆหูฉัน

‘ร่างกายของเธอ...’

 

 

แอลฟ่า

 

 

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนในมือผมดังขึ้นผมมองไปยังร่างไร้วิญญาณตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจความหงุดหงิดในใจมันวุ่นวายไปหมดไอ้หมอนี่มันเอาความลับของบริษัทในเครือผมไปให้บางคนที่ผมไม่เคยเจอแต่ดันรู้จัก...

“คุณแอลจะให้ผมไปจัดการคนๆนั่นเลยมั้ยครับได้ยินว่าตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล” ฉันหน้าไปมองแจอันลูกน้องของไอ้พี่ชายผม

“ไม่ต้อง...ฉันจะจัดการเองแกอย่ามายุ่งเรื่องนี้” คำพูดของผมทำให้แจอันยิ้มออกมา

“ผู้หญิงคนนั่นคงสำคัญมากสินะครับ...ถึงไม่อยากทำร้ายหัวใจของเธอ”

“หุบปากแกไปเลย...ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันแกรีบกลับเกาหลีไปได้ละทางนี้ฉันจะเคลียร์เอง” ผมไม่อยากทำอะไรที่แตะต้องเธอมากเกินไปเพราะก่อนหน้านี้เธอก็แปลกๆพอละทั้งๆที่ตอนอยู่บนห้องด้วยกันเธอยังปกติอยู่เลยแต่พอเธอกรี๊ดออหมาเท่านั้นแหละเธอก็แปลกๆไปเลย....

“ฮ่าๆ...งั้นผมไม่กวนละผมขอตัวก่อนนะครับคุณแอล...อ่อนายฝากมาบอกคุณแอลว่ารีบมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักทีก่อนที่หลานๆจะโตก่อน” ผมมองหน้าไอ้แจอันอย่างไม่ชอบใจให้ตายเถอะ

“แกกับไอ้แม็กนี่มันเหมือนกันจริงๆนะแจอัน...รีบไสหัวไปเลยไอ้เวร”

“ดูจากท่าทางของคุณแอลตอนนี้ผมว่าอีกไม่นานคงมีงานแต่งของลูกชายคนรองของตระกูลเคนดริกนะครับ” ผมมองค้อนใสหมอนั่นแต่มันก็ทำแค่ยิ้มๆแล้วรีบเดินออกไป

“งานแต่งงานงั้นเหรอ...” ผมพึมพำออกมาอย่างเบาๆพร้อมกับความสับสนในหัวใจ...ก่อนจะเดินไปขึ้นรถขับออกไปช้าๆพร้อมกับคิดถึงบางอย่างที่ค้างในหัวใจ....

“เคยรักใครจริงๆบ้างมั้ยงั้นเหรอ...เป็นอะไรของเธอกันนะเจสทำไมจู่ๆถึงถามแบบนั้น...” ผมพึมพำขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจเธอไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับผมเลยตั้งแต่ไปทานข้าว ไปซื้อของกันเธอมักจะมองผมด้วยสายตาแปลกเหมือนเจ็บปวดอะไรสักอย่างที่เหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา แถมบางครั้งเธอก็ดูเหม่อลอยเหมือนไม่ปกติเท่าไหร่...ผมไม่เข้าใจว่าเธอเป็นอะไร จนเธอมาถามผมแบบนี้ยิ่งตอกย้ำให้ผมคิดว่าเธอคงไปรู้อะไรมาแน่ๆ...แต่อะไรละ เรื่องอะไรละ...

ผมขับรถพร้อมกับคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมจนมาถึงคอนโดผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเจสเป็นอะไร!!! ให้ตายเถอะหงุดหงิดชะมัดสงสัยต้องรีบขึ้นไปถามตรงๆละผมคาใจจริงๆให้ตายสิ!!!!

พอคิดได้ดั่งนั้นผมก็รีบไปจอดรถแล้วรีบวิ่งเข้าลิฟต์ขึ้นไปหาเธอทันที จนไม่นานผมก็ขึ้นมาถึงห้องพักของผม ผมรีบตรงดิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนทันทีด้วยความเร็วจนมาเจอร่างบางของเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่เหมือนจะยังไม่อาบน้ำด้วยช้ำ....ผมเดินไปนอนลงข้างๆเธอจ้องมองใบหน้าเล็กๆของเธออย่างเอ็นดู...ผมเคยคิดว่าหัวใจที่ปิดตายของผมคงไม่สามารถจะเปิดใจรับใครได้อีกถึงแม้ครั้งหนึ่งจะเคยเผลอไปคิดนิดหน่อยกับพี่สะใภ้แต่มันก็ไม่ใช่อย่างที่เป็นในตอนนี้ด้วยช้ำ....ผมเอื้อมมือไปลูบไล้ที่ใบหน้าของเธอเบาๆอย่างอ่อนโยนแต่จู่ๆน้ำตาของเธอก็ค่อยๆไหลออกมา...

ผมมองอย่างไม่เข้าใจเธอร้องไห้ในขณะที่หลับเนี่ยนะ??? เธอเป็นอะไรว่ะ...ยิ่งเธอเป็นแบบนี้ผมยิ่งอยากรู้แบบสุดๆไปเลยโว้ย!!!!!

“ทั้งหมดที่มีฉันให้เธอคนเดียว....” จู่ๆเธอก็พึมพำคำนี้ออกมานั้นทำให้ผมชะงักเล็กน้อยผมนอนนิ่งอึ้งอยู่ข้างเธออย่างไม่เข้าใจ...

“นี่มัน....อะไรกัน....” ทันทีที่ผมพูดแบบนี้นั้นเธอก็ลืมตาขึ้นมามองผมด้วยแววตาแดงก่ำพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

“นายจำได้ใช่ไหมแอลว่านายเคยพูดกับฉัน!!!!”

 

 

นี่มันหมายความว่าไงเนี่ยยยยมันเกิดอะไรขึ้น!!!!! เยรินคิดจะทำอะไรโว้ยยย!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น