เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๑ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๑ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2562 17:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๑ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒๑ 

 

 

ตอนนี้ผมพาเยลลี่กลับมาอยู่ที่คอนโดแล้ว มาถึงไอ้เจ้ายักษ์เล็กมันก็ร้องหาทันที จะว่าลืมก็ได้ครับเพราะตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะนอนค้างที่บ้านหรอกครับ 

“เอาอาหารให้พี่ยักษ์เล็กด้วยนะคะ” 

“เออ!” เริ่มแล้วครับ เริ่มจะไม่กลัวผมแล้ว “หนูหิวจังเลยค่ะ” 

“มึงเพิ่งกินไปเองนะโว้ย” 

“ก็หนูหิว” 

“เออ! เดี๋ยวกูพาไปซื้อของมาใส่ตู้เย็นไว้ละกัน” ฉีกยิ้มกว้างเชียวครับ แล้วผมทำอะไรได้บ้างล่ะนอกจากเบะปากมองบนแทน 

จัดการเทอาหารให้แมวเรียบร้อย เดินเข้าห้องไปเปลี่ยนใส่เสื้อกล้ามก่อนจะเดินออกมา แต่กลับเจอสายตาจ้องเขม็งแทน 

“เปลี่ยนเสื้อทำไมคะ” 

“กูร้อน” 

“เดี๋ยวเราไปห้างกัน มันมีแอร์นะคะ” 

“แล้วจะทำไม ก็กูร้อนอะ” 

“…” ไม่ตอบครับก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทน อาการแบบนี้คืออะไร 

“ตกลงจะไปไหม” 

“ไปค่ะ แต่พี่ยักษ์ต้องไปเปลี่ยนเสื้อก่อน” เริ่มกอดอกแล้วครับ ท่าทางแบบนี้อยากตบให้หน้าคะมำเหลือเกิน 

“อะไรของมึงอีก ใส่เสื้อกล้ามไปเขาไม่ให้เข้าเหรอวะ” 

“…” 

“กูมีแจ็กเก็ตอยู่ในรถ เดี๋ยวค่อยใส่” 

“แต่…” 

“อย่าเรื่องมาก ตกลงจะไปไหม” 

“ก็ได้ค่ะ” เหมือนไม่เต็มใจเลยครับ แต่ยอมไปเพราะหิวละมั้ง  

ผมยังคงพารถใหญ่ออกไปเพราะต้องซื้อของเข้ามาด้วย พรุ่งนี้ผมต้องออกเดินทางแต่เช้าตั้งใจว่าจะไปเช้าเย็นกลับ แต่ไม่รู้จะขับรถไหวหรือเปล่า 

ขับรถออกจากคอนโดจนมาถึงแม็กซ์แวลูขับรถไปจอดเรียบร้อยก็พากันเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับรถเข็น อ๋อ ผมใส่แจ็กเก็ตลงมาแล้วนะครับ ถ้าไม่ใส่จะเจอสายตาที่มองแรงๆ ของยัยเด็กเยลลี่แทน ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมถึงขนาดนี้ คิดซะว่าผมตัดความรำคาญก็แล้วกันเพราะคนอย่างใหญ่ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว ไม่กลัวเลยจริงๆ ครับ 

“ซื้อไปเยอะๆ เลยนะ” 

“อยู่กันสองคน” 

“แล้วจะทำไมก็มึงหิวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่” 

“ค่ะ” ไม่เถียงเลยครับสงสัยจะจริง 

พวกของสดสำหรับใส่ตู้เย็นไว้ทำกับข้าวผมให้เยลลี่เป็นคนเลือกเองทั้งหมด แต่เธอกลับหยิบมาแค่นิดหน่อยจนสุดท้ายผมต้องเป็นฝ่ายหยิบเพิ่มเอง ซื้อของสดเสร็จก็พาไปซื้อนมต่อจะได้สูงๆ กับเขาบ้าง 

“อยากได้อะไรอีกไหม” 

“ของใช้ค่ะ” 

“แบบไหน” 

“ของใช้ผู้หญิงค่ะ” 

“กูรู้แล้ว ที่ถามน่ะต้องการคำตอบประมาณว่าอะไรบ้าง” 

“อ๋อ… ก็ของที่ผู้หญิงเขาใช้กันนั่นแหละค่ะ” ตอบผมได้หน้าตาเฉยมากๆ ตกลงเข้าใจหรือตั้งใจจะกวนตีนผมกันแน่วะเนี่ย 

“อีเย!” 

“ฮืออ เรียกหนูแบบนี้อีกแล้ว” 

“ก็มึงกวนตีนกูอะ” ผมไม่ได้เรียกเสียงดังหรอกครับ เรียกแบบกัดฟันพร้อมบีบคอยัยนี่เต็มที “ตกลงมึงจะซื้ออะไรกันแน่” 

“ผ้าอนามัยค่ะ” 

“เออ!” ผมสวนกลับทันทีก็แค่ผ้าอนามัยทำไมต้องอาย “เดี๋ยวนะ ผ้าอนามัยมึงรู้จัก แล้วถุงยางอนามัยมึงรู้จักหรือเปล่า” 

“คะ?” 

“ถุงยางอนามัยน่ะ” 

“อ๋อ ผ้าอนามัยที่ใส่ถุงน่ะเหรอคะ” 

“จบแล้วชีวิตกู ตกลงได้เมียเป็นคนดีหรือคนบ้ากันแน่วะเนี่ย” ถึงกับกุมขมับตัวเองพลางส่ายหน้าไปมาเลยครับ ถ้าปล่อยให้ไปคุยกับคนอื่นเขาต้องว่ายัยนี่บ้าแน่ๆ 

“พี่ยักษ์!” 

“อะไร” 

“ก็หนูไม่เคยเห็น ไม่เคยใช้ด้วย” ตอบผมน้ำเสียงจริงจังมากเลยครับ ผมเชื่อและเชื่อแบบสุดๆ เลยด้วย 

“เฮ้อ! ขอบคุณสำหรับคำตอบ กูดีใจที่มึงไม่เคยเห็นและไม่เคยใช้ เอาไว้กูจะลองใช้กับมึงให้ดูละกัน” 

“เอ๊ะ?” 

“ไม่ต้องมาทำหน้าเป็นหมาขี้สงสัยเลย กูขี้เกียจอธิบายแล้ว” 

“ก็…” 

“หุบปาก! แล้วไปซื้อผ้าอนามัยของมึงกันครับเยลลี่” 

“ค่ะ” ไม่ว่าจะถูกผมพูดใส่ยังไงยัยนี่ก็ไม่เคยโกรธเลยหรือแม้แต่จะทำหน้าไม่พอใจใส่ ยกเว้นเวลาที่ผมทำอะไรแบบไม่รู้ตัวลงไป อาการของเยลลี่มักจะออกมาแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออาการอะไร 

“จะเลือกอีกนานปะ” 

“ทำไมล่ะคะ” หันหน้ามาถามผมก่อนจะหันกลับไปสนใจยี่ห้อของผ้าอนามัยตรงหน้าต่อ 

“ก็คนมอง” ประโยคนี้ผมก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของเยลลี่จนเธอเงยหน้าขึ้นมามองเลยทำให้ปลายจมูกของพวกเราแตะกัน แต่เพราะอยู่ในที่สาธารณะเลยต้องสำรวมกันไว้หน่อย 

“ขอโทษค่ะ” 

“รีบๆ เลือก” ผมว่าก่อนจะเบือนหน้ามองไปทางอื่นบ้าง คนก็ยังมองอยู่นั่นแหละครับ แต่มองด้วยรอยยิ้มกันมากกว่าแล้วมันน่ามองตรงไหน 

“ครีมอาบน้ำที่ห้องจะหมดแล้วนะคะ” 

“ซื้อไปเลยละกัน” ผมปล่อยให้เยลลี่เลือกเองและแน่นอนยัยเด็กบ้าหยิบครีมอาบน้ำโคตรเด็กน้อยมากเลยครับ เบบี้มายด์สูตรดับเบิ้ลมิลค์โปรตีนพลัส ที่รู้เพราะผมอ่านครับ 

“เอาแบบนี้นะคะ หนูอยากเปลี่ยน” 

“กูไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ทำหน้ายักษ์ใส่ให้สมชื่อหน่อยครับ 

“แต่หนูยังเป็นเด็กอยู่เลยและอีกอย่างใช้ได้ทั้งเด็กและคนแก่ค่ะ” ไม่กลัวอีก แถมยังยิ้มแล้วตอบกลับผมมาแทน ประโยคท้ายๆ เหมือนจะเน้นคำว่าแก่ด้วยครับ 

“แล้วแต่มึงละกัน รีบๆ ซื้อได้แล้ว กูอยากกลับแล้ว” 

“ค่ะ” 

ใช้เวลาเลือกซื้อของกันเกือบสองชั่วโมงเลยครับ แถมได้เสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เยลลี่ด้วยสองชุด ชุดนอนอีกสามชุด อันนี้ผมบังคับให้ซื้อครับ กลับมาถึงคอนโดก็เอาของไปเก็บกัน 

“หนูไปทำอาหารก่อนนะคะ” 

“อืม” 

เยลลี่เดินเข้าครัว ส่วนผมเดินไปนั่งที่โซฟาหยิบรีโมตมาเปิดทีวีดูไปเรื่อย สายตาก็เหลือบไปมองคนในครัวเป็นระยะจนเธอเงยหน้าขึ้นมามองพวกเราสบตากันพร้อมกับรอยยิ้มสดใสของเยลลี่ 

“ถ้ามึงรู้ว่าอาการของพ่อกำลังทรุด มึงยังจะยิ้มแบบนี้ให้กูเห็นอยู่อีกไหม” ผมพึมพำอยู่คนเดียวก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าจอทีวีตรงหน้าต่อ 

“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงบอกจากคนด้านหลังดังขึ้นมาผมเลยลุกจากโซฟาไปนั่งที่เก้าอี้แทน “ข้าวผัดกุ้งนะคะ” 

“อืม” ถึงจะบ้าๆ บอๆ ไม่ค่อยประสีประสาแต่เรื่องการทำอาหารถือว่าโอเคเลยครับ  

นั่งกินกันแบบเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรจนกินอิ่ม เยลลี่ทำหน้าที่พาไปเก็บล้างทำความสะอาดส่วนผมเดินกลับไปนั่งดูทีวีตรงโซฟาต่อจนเยลลี่เดินกลับมานั่งข้างๆ 

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ” 

“ไม่ไป” 

“ค่ะ” 

“เยล” 

“คะ?” 

“พรุ่งนี้กูไม่อยู่นะ ต้องไปทำธุระตั้งแต่เช้า” เยลลี่เงียบไปทันทีที่ผมพูดจบ เธอเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผม แววตาเหมือนกำลังมีคำถาม 

“ไปด้วยได้ไหมคะ” ถ้าเรื่องที่จะไปจัดการไม่เกี่ยวกับพ่อของเธอผมคงพาไปด้วยนั่นแหละครับ 

“ไม่ได้” ผมตอบเสียงอ่อน ปกติจะเสียงเข้มใส่ตลอด แต่ก็ไม่เคยกลัว “รออยู่ที่คอนโดนี่แหละ” 

“ค่ะ” ตอบผมเสียงแผ่วเบาหน้าหงอยๆ เชียวครับ 

“เดี๋ยวเอาโทรศัพท์กูไว้ใช้ก็แล้วกัน เผื่อมีอะไรฉุกเฉินกูจะได้โทรมาบอก” ผมว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ติดต่อเรื่องงานส่งให้เยลลี่ 

“หนูใช้ไม่เป็นหรอกค่ะ” 

“เดี๋ยวสอน” 

“ถ้าให้หนูใช้เครื่องนี้ แล้วพี่ยักษ์ใช้เครื่องไหนล่ะคะ” 

“เครื่องนี้กูเอาไว้คุยเรื่องงานน่ะ เครื่องที่ใช้อยู่ประจำก็ยังใช้ปกติ” 

“อ๋อค่ะ” 

“ขยับมาใกล้ๆ ดิ” 

“นี่ก็ใกล้แล้วนะคะ” ก็จริงครับ แต่ผมก็อยากให้ใกล้กว่านี้เลยอุ้มมานั่งตักแทน “พี่ยักษ์” 

“นั่งแบบนี้แหละ กูสอนถนัดดี” พอนั่งแบบนี้แล้วคนตรงหน้าผมถึงกับตัวเล็กไปเลยครับ “โทรเข้าจะหน้าตาแบบนี้นะ กดรับตัวสีเขียวๆ ห้ามกดสีแดงไม่งั้นสายมันจะตัดไป” 

“ค่ะ” 

“เดี๋ยวกูโทรมาหาเอง มึงแค่พกติดตัวไว้ก็พอ” 

“ค่ะ” 

สอนใช้โทรศัพท์เสร็จผมก็ปล่อยเยลลี่ลงก่อนจะหันไปสนใจหน้าจอทีวีต่อ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนนอกจากเสียงในทีวีที่ดังอยู่เท่านั้น 

“ทำไมมีรูปแบบนี้ด้วยล่ะคะ” ผมไม่รู้ว่ารูปที่ว่าคืออะไรจนต้องหันไปมองแทน 

“เฮ้ย!” ตกใจสิครับเพราะมันคือรูปหน้าอกของผู้หญิง ถึงจะใส่ชั้นในอยู่ก็ตามจนต้องแย่งโทรศัพท์คืนมา “ดูอะไรของมึงเนี่ย” 

“ชอบแบบนี้เหรอคะ” 

“ชอบอะไร” ปากถามแต่มือกดลบรูปอยู่ ส่วนใหญ่ส่งมาจากลูกค้าทั้งนั้นแหละครับ 

“ใหญ่ๆ แบบในรูป” 

“มันเป็นงาน” ผมตอบน้ำเสียงปกติ ก็มันเป็นงานจริงๆ นี่ครับ 

“จริงๆ ก็ชอบแบบนี้ใช่มั้ยคะ” น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนไปจนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง นั่งจ้องหน้าผมอยู่เลยครับ 

“กูก็บอกอยู่ว่ามันเป็นงาน รูปพวกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรเลย” เริ่มเสียงดังนิดหน่อย 

“…” เงียบอีกแล้วครับก่อนจะเบือนหน้าไปมองทางอื่นแทน คืออะไร แล้วไอ้ท่าทางแบบนี้อีก รู้สึกว่าช่วงนี้จะแสดงออกมาบ่อยมากเลยครับ 

“อย่ามางี่เง่า” คราวนี้ไม่ได้เงียบอย่างเดียวครับ ลุกหนีผมไปเลย 

เอ้า! แล้วผมพูดผิดตรงไหน อาการแบบนี้คือผู้หญิงที่กำลังงี่เง่าชัดๆ และผมก็ไม่ค่อยโอเคกับเรื่องแบบนี้ด้วยเพราะมันคือการเซ้าซี้มากจนเกินไป ผมไม่ได้ตามหรอกนะครับปล่อยให้บ้าไปคนเดียวก่อน… 

 

--100%-- 

ครีมอาบน้ำยี่ห้อนี้เค้าเคยใช้ หอมมาก แต่ตอนนี้หมดแล้ว หาซื้อยาก 555555555 เลยใช้อย่างอื่นแทนอยู่ เขียนครบสูตรเลยคงไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ เผื่อใครอยากไปซื้อมาใช้ หอมจริงๆ ค่ะ กิ้วววววววววว 

พี่ยักษ์ไม่เข้าใจอารมณ์เมียเลยจริงๆ คิกๆ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น