เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

71.4 มิยอมหนี มิยอมแพ้ มิยอมแพ้ตรงนี้หรอกน่า!!!

ชื่อตอน : 71.4 มิยอมหนี มิยอมแพ้ มิยอมแพ้ตรงนี้หรอกน่า!!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
71.4 มิยอมหนี มิยอมแพ้ มิยอมแพ้ตรงนี้หรอกน่า!!!
แบบอักษร

นครเมืองพังทลาย บรรยากาศอบอวลด้วยความร้อนของเปลวเพลิงวิญญาณมรณา ณ ลานกว้างบริเวณที่ชุมนุมกลุ่มชนวิญญาณภูตพราย อดีตคือสถานที่ที่พวกเมรัยใช้จัดแสดงการร่ายระบำ ปัจจุบันคือแผ่นดินอันเปี่ยมด้วยเศษซากปรักหักพังที่เกิดจากน้ำมือพลังอันแสนร้ายกาจของวิญญาณร้ายที่จู่ๆปรากฏตัวอย่างไม่ใครคาดหมาย  

นางลอบจู่โจมอาชูร่าในยามอสูรร้ายมึนเมาพิษสุรา และเพราะความประมาทเสี้ยววิผลักเขาลงสู่จุดจบชีวิตอย่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไร 

กรงเล็บเพลิงแทงทะลุหัวใจอสุรา และควักออกมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติละมุนละไมแต้มกลิ่นอายการเฝ้ารอคอยเนิ่นนานข้ามคืนข้ามแรม วิญญาณร้ายช่วงแรกต้องอาศัยไล่ล่าคร่าชีวิตมนุษย์เพื่อเพิ่มเติมพลังงานชีวิตให้สูงในระดับหนึ่ง ครั้นพอนางมีพลังมากพอต่อสู้กับอาชูร่าแล้ว นางจึงกลับลงมาสู่เมืองแห่งวิญญาณเพื่อสังหาร และช่วงชิงพลังวิญญาณของอสูรร้ายอย่างอำมหิต  

เพิ่มพลัง คูณทวีให้สูงเหนือวิญญาณระดับล่าง  

ความหิวกระหายไร้ที่สิ้นสุดมาพร้อมความบ้าคลั่งที่ยากบังคับร่างกายให้หยุดกินตะกละตะกลาม ประหนึ่งยาเสพติดกินเท่าไหร่ก็มิพอ 

“ฮา ฮาๆๆๆๆๆๆ” 

ชั่วพริบตาวิญญาณร้ายลืมเลือนว่าแท้จริงแล้วตนเองเป็นใคร สิ่งเดียวที่ยังคงร้อนระอุมิวันมอดดับคือความแค้นมหาศาลราวท้องนภา นางเคลื่อนไหวสรรพางค์กายอันแหลมคม สะบัดฝ่ามือเรียวยาวงามประดุจหยกสาดพลังทำลายล้างสิ่งรอบข้างเพื่ออะไร แม้นแต่ตัวนางเองยังมิรู้เช่นกันว่าทำไมรู้สึกดีใจ และสุขกายเช่นนี้ ฮาๆ 

ตูม!!! 

“แม่จ้า!!” 

เมรัยกรีดบ้านแตก เอ่อ บ้านแตกจริงนะ นางอุสาหลบหลังกำแพงบ้านที่นึกว่าผนังแข็งแรงแล้ว แต่พลังของเจ้าวิญญาณร้ายดันแรงกว่าเสียนี่ โบกครั้งเดียวแตกเลย พวกเมรัยแทบเอาตัวมิรอด เคราะห์ดีสีนวลมีสัมผัสไหวกว่าเมรัยสามเท่า มันตื่นตัวขนลุกซู่พลันกลายร่างแล้วคาบเมรัยโยนขึ้นข้างหลังมันแล้วกระโจนออกจากกำแพงทันท่วงที  

ส่วนหมอผีน้อยกุมแก้มนุ่มนิ่ม พึมพำคนเดียว และคำเดียวว่า ตายแน่ 

สีนวลมองบน พยายามแบกเมรัยหลบหลีกเปลวเพลิงที่สาดจากฝ่ามือวิญญาณร้ายที่มันรู้ตัวแล้วว่าพวกเมรัยกำลังใคร่อยากมากำจัดมันให้สิ้นซาก “ฮาๆๆๆพวกหมอผี” เปลวเพลิงสีเขียวมรกตทอประกายสว่างไสว ครั้นวิญญาณร้ายเพ่งสายตาอาฆาตมองพวกเมรัยอย่างประสงค์ร้ายหมายดับชีวิต มันรวบรวมพลัง และระเบิดพลังคลื่นวิญญาณทำลายล้างสรรพสิ่งโดยรอบเป็นผุยผง ตูม  

เจ้าวิญญาณร้ายกระโดดสูงลิ่วพลางกระโจนไล่กัดพวกเมรัยอย่างสนุกสนาม 

“ปากกินเบ็ดแล้ว เยี่ยม!!” 

วิญญาณร้ายไล่ล่าพวกเมรัยตามแผน หมอผีน้อยกัดฟันพลางยกอุ้งมือเช็ดหยาดน้ำตา หากนางทำสำเร็จ แคทเธอรีนจักปลอดภัย และสามารถผนึกวิญญาณร้ายได้ ฉะนั้นยามนี้คือเพลาของหมอผีน้อยแสดงความสามารถ “ฮึ บ้าชะมัด..” เมรัยหลุบตาเศร้าสร้อย ในเมื่อหนีไม่พ้น และมิมีทางเลือกอันแล้ว เมรัยจำใจต้องทำงานให้คุ้มค่าแรง  

นางผ่อนลมหายใจฟู่ ปรับอารมณ์ให้แน่นิ่งสงบ และหยุดสั่นกลัว  

ครั้นอุ้งมือกำไม้เท้าแน่นประหนึ่งเตรียมร่ายอาคม 

“ขุมพลังของมันมีสองอย่างหลักๆ หนึ่งพลังมาโฮ สองพลังวิญญาณ” 

พลังวิญญาณคือพลังที่มีอยู่ในดวงวิญญาณ แตกต่างจากพลังชีวิตตรงที่พลังชีวิตคือพลังที่ทำให้สรรพสิ่ง คน นก ปลามีชีวิต ส่วนพลังวิญญาณคือพลังทำให้วิญญาณมีชีวิตไม่สลาย หากวิญญาณตนใดมีพลังวิญญาณสูงก็เรียกว่าแข็งแกร่ง หากมนุษย์มีพลังวิญญาณสูงก็สามารถมองเห็นภูตผี ในกรณีนี้เจ้าวิญญาณร้ายมีพลังวิญญาณสูงยิ่ง สูงกว่าเมรัย และสีนวล 

เมรัยไม่มีพลังมาโฮ ดังนั้นให้นางสู้ด้วยพลังมาโฮมิมีทางทำได้แน่ 

จะดวลด้วยพลังวิญญาณก็มิไหว 

.. 

“สู้เขาไม่ได้สักอย่างเลยไม่ใช่หรือ!!!!” 

สวรรค์!! เมรัยปวดดาก นางครุ่นคิดแผนการในหัวไปพลาง สีนวลกระโดดหนีไปพลาง ระยะห่างระหว่างพวกนางกับวิญญาณร้ายห่างแค่มิกี่เมตร มันเกือบไล่กัดเมรัยทันแล้ว หากหมอผีน้อยยังมิรู้จักสกัดมันอย่างไร นางโดนกัดแน่ 

“วิธีๆ..อ่ะ” 

เมื่อมิรู้จะสู้อย่างไรก็มิต้องสู้ก็ได้มิใช่หรือ.. เมรัยคิดว่าพวกนางต้องรักษาระยะห่างจากวิญญาณร้ายให้อยู่ในระยะที่พวกนางจักปลอดภัยสิบส่วน มิปล่อยให้เจ้าวิญญาณแตะต้องพวกนางได้แม้แต่เส้นขน สิ่งที่หมอผีน้อยควรทำคือใช้พลังที่นางมี ใช้ก่อกวนวิญญาณร้ายให้สับสน ดึงเวลาเอาให้นาน มิต้องใช้พลังมากมายเพื่อโจมตีวิญญาณร้าย 

 แต่การใช้พลังของเมรัยมีข้อเสียใหญ่หลวง 

“บ้าบอที่สุด” 

เมรัยปิดตายอมรับกรรม เกิดเป็นคนนับว่าแย่แล้ว แถมนางยังหลงมายุคที่พลังของนางอ่อนด้อยที่สุดด้วย เฮ้อ 

“เอาเถอะข้ออ้างก็แค่ข้ออ้าง มันไม่ทำให้ข้ารอดซะหน่อย” 

เมรัยปลง.. นางปล่อยวางแล้ว ไหนๆหนีไม่รอด ไหนๆมีแต่ต้องทำให้ดีที่สุด หมอผีน้อยกระซิบบอกแผนให้เจ้าสีนวลรับทราบ เจ้าแมวเหมียวฟังแล้วยกอุ้งมือบอกเป็นนัยว่าเข้าใจแล้ว หมอผีน้อยตบๆศีรษะเจ้าแมวฉลาดเฉลียว “จำไว้ให้ทำตามที่ข้าบอก” หมอผีน้อยวางแผนการในหัว หากแผนนี้ใช้เพื่อหนี นางมั่นใจมีโอกาสหนีรอดเจ็ดส่วน กระนั้นแผนนี้ไม่ได้ใช้เพื่อให้พวกเมรัยหนีหางจุกตูด แต่ใช้เพื่อหลอกล่อวิญญาณร้าย  

สิ่งที่เมรัยจะทำคือนางจะกวนประสาทวิญญาณร้าย  

ทำเรื่องที่นางถนัด 

“ฮาๆๆๆตายซะ!!” 

ชั่วขณะ วิญญาณร้ายโผล่จากด้านหลังพวกเมรัยอย่างกับผี หมอผีน้อยสะดุ้งตกใจพลั่งรีบร่ายอาคมโดย “ขับไล่ศัตรู 

นางชูไม้เท้าอาคมพลันเอ่ยคำสั่งเปิดใช้ระบบการทำงานของไม้เท้า ครั้นยอดไม้เท้าเปล่งแสงขาวสว่างเรืองรอง แสงสว่างบริสุทธิ์มีฤทธิ์ทำลายวิญญาณ  

“อ๊ากกกก” 

วิญญาณร้ายโดนเล่นกลับ วิญญาณอย่างไรก็คือวิญญาณ สิ่งที่พวกมันกลัวที่สุดคือแสงสว่าง ยิ่งแสงสว่างของพลังธรรมจักร พลังธาตุบริสุทธิ์แล้วยิ่งกลัวเกรง  

เมรัยอาศัยจังหวะเหมาะรีบสั่งให้สีนวลเผ่นหนี พวกนางหลบเข้าไปในที่กำบัง ครั้นเมรัยหยุดพักหายใจ “สั่งให้เงียบ 

พลังของไม้เท้าจิ้งเหลนแปดหัวมีพลังวิเศษแปดอย่าง เมรัยใช้แล้วสองอย่าง หนึ่งคือขับไล่ศัตรู กระบวนท่าสร้างพลังแสงจู่โจมศัตรูที่มีธาตุความมืดหรือพวกวิญญาณร้าย สองคือสั่งให้เงียบ กระบวนท่าทำให้ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเสียงใดๆทั้งสิ้นราวว่าเสียงถูกขโมยไปจากโลก ศัตรูจะมิยินเสียงร่วมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆในขอบเขตพลังด้วย คนที่ได้ยินคือเจ้าของผู้ถือไม้เท้าเท่านั้น 

วิธีการใช้พลังวิเศษของไม้เท้าคือต้องปล่อยพลังวิญญาณเข้าข้างในไม้เท้าซึ่งพลังวิญญาณของเมรัยมีสูงกว่าคนธรรมดา แต่สูงกว่านิดหน่อยเท่านั้น ฉะนั้นพลังของนางจึงไม่มีทางพอใช้พลังของไม้เท้าเต็มสิบส่วน เมรัยใช้พลังได้เพียงสองส่วน สองส่วน สองส่วน 

สองส่วนคือมากกว่าหนึ่งส่วน แล้วก็น้อยกว่าสามส่วน 

“แล้วข้าจะอธิบายแบบนั้นเพื่ออะไร” 

เมรัยอยากหัวโขกเต้าหู้ นางปัญญานิ่มขนาดนี้แล้วหรือ  

 “..” 

สีนวลมิอาจส่งเสียง มันตกใจยิ่ง เมรัยยิ้มอ่อนพลางบอกว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยเมรัยก็ได้ยินเสียง  

หมอผีน้อยลูบอุ้งมือแมวพลางนางชะโงกหัวมองลอดช่องกำแพง ส่องดูวิญญาณร้ายยามนี้เป็นเช่นไร ปรากฏว่าเจ้าวิญญาณร้ายสับสนจริงดังคาด มันสะบัดร่างกายมองสำรวจหาพวกเมรัยด้วยสายตาเคียดแค้น กระนั้นพวกเมรัยหลบอย่างมิดชิด มันเลยมองมิเห็นหาง ยิ่งไม่สามารถรับรู้เสียงแล้วยิ่งทำให้มันลำบากในการตามหาพวกเมรัย  

“เอาละ ที่นี้” 

เมรัยขี่สีนวลหลบหนีจากที่กำบังเพื่อไปให้ห่างจากวิญญาณร้าย ครั้นได้ระยะที่ต้องการ เมรัยยกไม้เท้าแล้วปิดการทำงานของกระบวนท่า “อยู่นี้เจ้าวิญญาณตูดหมึก” 

“แก!!!” 

การรับรู้เสียงคืนมาพร้อมเสียงกวนประสาทหมอผีน้อย วิญญาณร้ายหันหัวมองเขม่นสาวน้อยมากเล่ห์ มันฉีกปากยิ้มเดือดดาลพลันถีบร่างพุ่งทะยานหมายใช้กรงเล็บฟันสะบั้นศีรษะหมอผีน้อย เมรัยเบิกตากว้างตกใจความเร็วปานกระสุนปืน “หลบสีนวล” ระยะห่างที่อุสารักษาให้พังทลายในพริบตา วิญญาณร้ายเข้าประชิดพวกเมรัยพลันเหวี่ยงฝ่ามือกวาดฟันเป็นครึ่งจันทร์เสี้ยว ระยะกรงเล็บตวัดเกือบกรีดแก้มเมรัย 

เหวอ 

เมรัยอ้าปากกว้างปานปลาทอง วิญญาณร้ายยิ้มแก้มฉีกพลางพลิกตัวยกเท้าตวัดใช้กรงเล็บที่เท้าฟันผ่าร่างเมรัย  

ชั่วพริบตา เมรัยนัยน์ตาหดเล็กพลางเอนหลังหลบ 

“..” 

เมื่อกี้อะไร? 

“เกือบไปแล้วสิ” 

ความแปลกใจของวิญญาณร้ายถูกปัดเป่าทิ้งด้วยแสงสว่างจากยอดไม้เท้า “ขับไล่ศัตรู 

“อ๊ากกก” พลังแสงบริสุทธิ์แม้นไม่มาก แต่มีมากพอส่องแทงดวงตาวิญญาณร้าย เมรัยหรี่ตาลง อาศัยระยะประชิดที่เจ้าวิญญาณร้ายเบลอ นางใช้กระบวนอีกอย่างหนึ่ง “กลืนกิน” ดูดกลืนพลังวิญญาณของวิญญาณร้ายเข้าสู่ไม้เท้าแล้วแปรเปลี่ยนพลังงานนั้นเป็นพลังงานของไม้เท้า แล้วเอ่ยใช้อีกระบวน “หยุด” กระบวนที่ใช้สำหรับหยุดความเคลื่อนไหวของศัตรู หากศัตรูเท้าแตะพื้น แล้วมีเงาปรากฏจากร่างต้น  

กระบวนท่าหยุดจะทำงานสั่งให้เงาหยุด เมื่อเงาหยุด ร่างต้นย่อมหยุดตาม  

“อ๊ากกกก” 

วิญญาณโดนเล่นกลหลายแบบจนขีดความโกรธพุ่งทะลุขีดจำกัด เมรัยมิสน นางขี่สีนวลหนีอย่างไว  

“หน็อย อีเด็กผี!!” 

“ข้าว่าข้าอายุมากกว่าเจ้านะ” 

เมรัยเอ่ยเสียงเรียบพลางคลี่ยิ้มงาม ตัวนางมีพลังน้อยก็ใช้น้อยๆเนี่ยแหละ แต่ใช้หลายแบบอะนะ ฮาๆ 

ประกอบกระบวนท่าต่างๆทั้งแปดเพื่อหลบการจู่โจมเร็วราวสายฟ้าของวิญญาณร้าย กระนั่นใช้สิบครั้งย่อมมีพลาดหนึ่งหรือสองครั้ง  

ฟิ้ว สิบนาทีผ่านพ้นไป ในที่สุดวิญญาณสามารถไล่ตาม และสร้างแผลให้เมรัยสำเร็จ “โอ๊ย!!!” ความเร็วของการร่ายกระบวนท่าของเมรัยช้าลงเนื่องด้วยแรงเริ่มลดลง หมอผีน้อยโดนกรงเล็บวิญญาณร้ายฟันใส่แขน รอยแผลปรากฏเป็นรอยข่วนเลือดไหล หยาดโลหิตหยดเปรอะเปื้อนพื้นเป็นทางราวแต้มดอกกุลหลาบเบ่งบาน “ฮาๆๆๆ” “เจ็บนะ!!” 

บอกก่อนเพื่ออีกฝ่ายใจดีจะได้ไม่ข่วนอีก เมรัยยกกำปั้นกล่าวตัดพ้อ กระนั้นวิญญาณร้ายหาสนไม่ 

“เลือดเย็นจริงๆ” 

เมรัยเป็นรับ แต่ฝ่ายรุกที่เล่นแรงเลือดไหลเช่นนี้ นางมิชอบเลยนะ  

เยียวยา 

หนึ่งในแปดกระบวนท่ามีท่าหนึ่งใช้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ พลังการรักษาขึ้นอยู่กับพลังมาโฮ และพลังวิญญาณของผู้ครองไม้เท้า หากเป็นจอมอาคมอย่างแคทเธอรีนใช้ นางสามารถรักษาได้ตั้งแต่แผลถลอกยันต่อแขนต่อขาที่ขาด แต่พลังหมอผีของเมรัย ใช้รักษาได้แค่แผลถลอกกับแผลน้ำร้อนลวก 

“รักษาหรือ แล้วอย่างนี้รักษาได้หรือไม่!!” 

วิญญาณร้ายเห็นเมรัยรักษาแผล มันเลยรวบรวมพลังวิญญาณผสมผสานพลังมาโฮ “จำลองจุดจบแห่งลูกศร[เทสแอร์โรเอ็น] 

“Nani!!!!” 

หนึ่งในศาสตร์ลับของวิญญาณร้ายมิใช่การจู่โจมด้วยเปลวเพลิง มิใช่การโจมตีด้วยสายลมมรณะ แต่มันคือการลอกเลียนแบบพลังหรืออาวุธในตำนานเทวา  

แม้นพลังมิเท่ากับของจริง กระนั้นมีความใกล้เคียงห้าส่วน  

เปลวเพลิงสีเขียวมรกตแตกซ่านราวเปลวดารา และแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกศรยาวพลันปล่อยออกจากฝ่ามือวิญญาณร้ายด้วยความเร็วเหนือแสง 

ฟิ้ว 

พลังทำลายล้างสูงยิ่ง ทว่าสิ่งที่น่ากังวลกว่าคือความเร็วของลูกศรที่คนธรรมดามิทางหลบพ้นแน่นอน 

“…” 

เมรัยสูดหายเข้าปอดตั้งแต่สิ้นสุดประโยคบอกชื่อท่าไม้ตายของวิญญาณร้าย “หยุด-สลายพลัง-กลืนกิน 

หมอผีน้อยเป็นคนทำอะไรช้าก็จริง แต่เวลาพูดนางพูดเร็วมาก ชั่วพริบตาที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดมาเร็วกว่าความคิด หมอผีน้อยเอ่ยนามกระบวนท่าทั้งสามโดยเรียบเรียงเป็นขั้นตอนเพื่อใช้เบี่ยงเป้าหมายของลูกศร หนึ่งทำให้วิญญาณร้ายหยุดชะงักในจังหวะหนึ่งตอนปาลูกศร เพียงแค่กะระยะการปาผิดก็ทำให้เป้าหมายที่ลูกศรพุ่งพลาดเป้า  

เดิมทีมันควรพุ่งปักพุงเมรัย แต่พอมันพุ่งออกไปกับปักลงที่บ้านเรือนข้างๆเมรัยแทน 

แล้วในชั่ววินาทีที่ลูกศรพุ่งผ่านพวกเมรัย หมอผีน้อยใช้ไม้เท้าสลายพลังมาโฮในลูกศรส่วนหนึ่ง แล้วก็ดูดกลืนพลังวิญญาณเข้าใส่ไม้เท้าส่วนหนึ่ง 

ลดทอนอนุภาพทำลายล้างลงสามส่วน 

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 

“ฮาๆๆๆๆๆๆ” 

โกรธจนสติสัมปชัญญะชัยะขาดกระจุย วิญญาณร้ายกรีดร้องพร้อมหัวร่อเสียงแหลมสูง นางมิคิดเลยเมรัยจะรอดพ้นจากการจู่โจมเมื่อครู่ กระนั้นตัดสินแล้ว เมรัยยามนี้เหลือพลังน้อยนิดเท่าแก้วน้ำหนึ่งใบ เวลายี่สิบกว่านาทีที่นางถูกล่า และหนีตายจากวิญญาณร้าย วิ่งวุ่นรอบเมืองโดยไม่มีเวลาพักหายใจ ช่วงเวลาที่ร่างกายอวบอ้วนเคลื่อนขยับแต่ละครั้งล้วนสร้างภาระ และทำให้เมรัยรู้สึกตาลาย นางมิใช่นักรบที่แข็งแกร่งด้วยพลังมาโฮ มิใช่นักฆ่าที่ว่องไวราวยมทูต นางเป็นหมอผีน้อยที่มิค่อยออกกำลังกาย แถมยังขี้คร้านอีกต่างหาก 

ให้นางวิ่งรอบเมืองไม่ถึงครึ่งของครึ่งทาง นางก็ล้มนอนตายแล้ว 

น นางอุสาทุ่มสุดตัววิ่งหนีวิญญาณร้ายตั้งนานเลยนะ..  

“แฮ่กๆ” 

เหนื่อยชะมัด.. 

แม้นอยากบ่น แต่คงไม่มีใครรับฟัง เมรัยหอบหายใจพลางยกยิ้มอ่อนล้า เรื่องคราวนี้สร้างภาระ และสูบแรงนางอย่างยิ่ง แม้นแต่เจ้าเหมียวสีนวลยังเริ่มหมดพลังแล้ว การโจมตีของวิญญาณร้ายเร็วมาก เร็วแบบฝีเท้าเจ้าสีนวลยังมิอาจหลบพ้นทุกครา  

เทียบกับความเร็วของหุ่นกลมรณะของโซฟีแล้ว เจ้าวิญญาณร้ายเร็วกว่าแปดเท่า 

“ให้ตายสิ..” 

เมรัยมือกำไม้เท้าแน่น สีหน้าแดงระเรื่อด้วยความร้อนรุ่ม เหงื่อรินไหล เรือนผมลอนยาวพัดเบาๆ นางถ่วงเวลาใกล้ครบครึ่งชั่วโมง แคทเธอรีนเขียนค่ายอาคมเรียบร้อยแล้วหรือยังนะ หมอผีน้อยคิดอย่างมีหวัง เมรัย และสีนวลสร้างแผลให้เจ้าวิญญาณร้ายมิได้เลยสักแผล มันมีพลังฟื้นตัวเร็วกว่าระดับปกติ คุณสมบัติของนักรบจัดอยู่ในระดับสูง ขุมพลังมาโฮก็สูงเทียบเท่าท้องฟ้า   

สูงจริงๆนะ.. 

เมรัยกำหมัด ชั่วพริบตานั้นในอกพลันเจ็บปวดทรมาน “..” 

หมอผีน้อยเป็นใคร นางแค่หมอผีจากเมืองเล็กๆที่ไม่มีชื่อเสียง นางกำลังพยายามปัดคำถามที่ผุดขึ้นในใจ คำถามที่มักปรากฏทุกครั้งเมื่อนางเจอสถานการณ์เช่นนี้ 

ยอมเสียสละหรือไม่ เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ 

“..ข้าน่ะ” 

หากต้องเลือกระหว่างการทำเพื่อคนอื่นกับการทำตนเอง… 

“ท่านเมรัย!!!!” 

-- 

        

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น