email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มุมอบอุ่น ( เหรอ)

ชื่อตอน : มุมอบอุ่น ( เหรอ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มุมอบอุ่น ( เหรอ)
แบบอักษร

“กลับกันเลยไหม” อะตอมหันไปถามหญิงสาว

“อืม”

“ฉันไปก่อนนะพวกแก เจอกันพรุ่งนี้” เอมม่าหันมาลา

“อืม บาย”

“นี่ปริม ฉันถามหน่อยสิ” อยู่ๆ ก็มีเพื่อนร่วมคลาสเดินเข้ามาถาม

“มีอะไรเหรอ”

“พวกเธอไปเป็นเพื่อนกับยัยเอมม่านั้นได้ยังไง” ปริมทำหน้างง

“ทำไมเหรอ”

“ยัยนี่ไม่ธรรมดานะ ฉันได้ยินมา”

“ไม่ธรรมดายังไง” ความอยากรู้ทำให้ปริมจี้ถามต่อ

“นางเคยแย่งผู้ชายกลุ่มเดียวกันกับเพื่อน นางเลยโดยเพื่อนในกลุ่มเทไม่มีใครคบ” คำพูดของเธอทำให้พราวฟ้ากำสายกระเป๋าในมือแน่น

“ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”

“ไม่รู้ก็ไม่แปลกพวกเธอสนใจใครที่ไหน ระวังไว้หน่อยก็ดี”

“คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง กลุ่มฉันไม่มีใครมีแฟนสักคน ฮ่าๆ” ปริมพูดแล้วหัวเราะรวน

“แต่ขอบใจนะที่มาพูดให้ฟัง”

“จ๊ะ” พอเพื่อนคนนั้นเดินออกไปปริมก็หันมาถามอะตอมกับพราวฟ้า

“แกว่าเอมม่าเป็นยังไงวะ”

พวกเราไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กันเลย เพราะคิดว่าการมีเพื่อนเพิ่มมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และมันคงดูใจร้ายเกินไปหากใครมาขอเป็นเพื่อนแล้วบอกว่า ไม่ได้หรอก ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย

“เธอคิดว่าไงล่ะ ยัยนั้นคุยกับเธอมากกว่าพวกฉัน” อะตอมเป็นคนพูด

“พราวล่ะ”

“ไม่รู้สิ” พราวฟ้าไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ เธอไม่ได้คุยกับเอมม่ามากนัก เรียกได้ว่าคุยกันนับคำได้ มีแต่ปริมเท่านั้นที่คุยกับเอมม่า

“ชั่งเรื่องของยัยนั้นเถอะ” อะตอมตัดบท เขาไม่ได้สนใจเอมม่ามากนัก

“อืมๆ งั้นฉันกลับก่อนนะ พราวกลับกับอะตอมใช่ไหม”

“อืม”

“งั้นบายเจอกันพรุ่งนี้” เมื่อปริมแยกตัวออกไปเหลือแค่สองคน อะตอมมองคนข้างๆ ที่เงียบตลอดทางเดินไปที่รถ

ยังไม่ทันที่จะถึงรถเสียงโทรศัพท์หญิงสาวก็ดังขึ้นซะก่อน เธอหยิบออกมาขมวดคิ้วมองชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอ อย่างคาดไม่ถึง

แต่ก็ตัดสินใจกดรับ

“ค่ะ” ทักทายเพียงแค่สั้นๆ อดไม่ได้ที่เหลือบตามองคนข้างๆ เม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อได้ยินสิ่งที่ปลายสายพูด

“เข้าใจแล้วค่ะ” พอวางสายพราวฟ้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“คือ ขอโทษนะอะตอม พอดีเราต้องไปธุระต่อ” หันมาบอกคนที่เป็นสารถีให้อย่างลำบากใจ

“มีธุระเหรอ ให้เราไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไร ธุระเราอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ ตอมจะไปหาเพื่อนต่อไม่ใช่เหรอ” พราวฟ้าบอกอย่างเกรงใจ อะตอมพยักหน้ารับคำ ใช่ ตอนออกจากห้องเขาบอกกับเธอเองว่าจะไปส่งเธอก่อนแล้วค่อยไปหาเพื่อน

ในคณะอะตอมไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากพราวฟ้าและก็ปริม เป็นเพราะเขาเองก็ไม่อยากสุงสิงกับใคร เห็นว่าสองคนนี้ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นเขาเลยเลือกที่จะคบทั้งสองคน พอได้รู้จักได้พูดคุยกัน เขาพบว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่ดีเลยล่ะ โดยเฉพาะพราวฟ้า ถึงเธอจะไม่ค่อยพูด แต่เธอก็ห่วงคนอื่นอยู่เสมอ

ถึงภายนอกเธอจะดูอ่อนแอแต่เขารู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงเข้มแข็งแค่ไหน แต่ทำไมไม่รู้ ความรู้สึกเขาบอกว่าอยากปกป้องผู้หญิงคนนี้ เขาถึงทำตัวดีกับพราวฟ้าตลอด คอยถามไถ่คอยเป็นห่วงเธอตลอดเวลา คนอื่นอาจจะมองว่ามันเกินคำว่าเพื่อน

แต่สำหรับเขา แค่นี้ก็ดีแล้ว

แต่ใช่ว่าจะไม่มีเพื่อนผู้ชาย เขามีเพื่อนต่างคณะเยอะ โดยเฉพาะวิศวะ ถ้าไม่ติดความชอบส่วนตัวเขาเองก็คงสอบเข้าคณะเดียวกับเพื่อนๆ

ถึงจะเรียนคนละคณะแต่ก็พบปะกันประจำ บุคลิกที่อยู่กับผู้หญิงสองคนนี้กับเวลาที่อยู่กับเพื่อนกลุ่มผู้ชายจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“ก็ได้ มีอะไรโทรมานะ หรือถ้าพรุ่งนี้รถยังไม่เสร็จ โทรหาเราจะแวะไปรับ”

“ขอบใจนะ”

พออะตอมแยกออกไปพราวฟ้าก็ถอนหายใจออกมายาวๆ คำสั่งของคนเผด็จการก็ลอยเข้ามาในหู

(เธอต้องกลับกับฉัน คุณนายแม่ของเธอบอกให้ฉันพาเธอไปที่บ้าน ไปรอที่ลานจอดรถหลังตึกคณะฉัน)

เขาพูดแบบนี้เธอจะว่าอะไรได้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ปกติเขายอมให้แม่เขาบังคับได้ซะที่ไหน การพาเธอกลับบ้านเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยอยากจะทำเลยสักนิด จะมีก็แต่ครั้งที่เธอต้องเข้าโรงพยาบาลอาทิตย์ก่อน

และเธอก็ไม่คิดว่าเขาจะยอมทำตามคำสั่งแม่ของเขาอีก

ไคเป็นคนหัวดื้อ เชื่อในความคิดของตัวเอง ไม่ยอมฟังเหตุผลของใครอยู่แล้ว นอกซะจากเขาจะได้เห็นและรับรู้ด้วยตัวเอง

เธอเลยคิดจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาได้เห็น แต่การพิสูจน์มันก็มีหลายทางเลือก หนึ่งในนั้นที่ง่ายๆ คือ การที่เธอต้องไปจากครอบครัวของเขาเหมือนอย่างที่เขาเคยลั่นวาจาเอาไว้

แต่ถ้าเธอทำอย่างนั้นมันจะเป็นการอกตัญญูเกินไป ในเมื่อคุณหญิงท่านขอร้องเธอ ให้เข้ามาเปลี่ยนความคิดของลูกชายท่าน และมันก็เป็นความรู้สึกลึกๆ ของเธอเองด้วย

ความรู้สึกที่มันไม่ควรเกินขึ้นเลยสักนิด

แต่ทำไมเธอถึงยังฝังใจกับเขา เธอรู้ว่าไคไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร เขามีมุมที่อ่อนโยน แต่มันก็นานมาแล้ว นานจนเธอคิดว่าเธอจะเปลี่ยนเขากลับไปเป็นแบบนั้นได้อีกรึเปล่า

แต่เธอก็อยากลองดู เธอถึงต้องมาอยู่ตรงนี้ บวกกับความรู้สึกผิดด้วย ถ้าเธอไม่เข้ามาในชีวิตของครอบครัวเขา เขาก็คงไม่ต้องระเห็จออกมาอยู่นอกบ้านแบบนี้ แม่ของเขาก็คงมีแค่เขาคนเดียว รักแค่เขาคนเดียว ไม่แบ่งปันความรักให้ใคร

เหมือนที่เขาเคยพูดกับเธอ

“เธอมันตัวมาร ตัวแย่งความรักของทุกคนไปจากฉัน ฉันเกลียดเธอ”

ในวัยเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุแค่สิบขวบ โดนผู้ชายที่เธอรักและมองเขาเป็นพี่ชายพูดตอกใส่หน้า เธอร้องไห้จ้าออกมาไม่สนอะไรทั้งสิ้น คิดแต่ว่าพี่รังแก

คุณหญิงท่านก็เข้ามาปลอบโยนแล้วเอ็ดลูกชายไปฉะใหญ่

“ไคทำไมพูดกับน้องแบบนี้ เราเป็นผู้ชายนะ แล้วแม่ก็รักลูกเท่ากัน อย่าพูดแบบนี้อีก” เมื่อโดนคนเป็นแม่เอ็ดแววตาชายหนุ่มก็ฉายความเจ็บปวดออกมาให้เห็น มองเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแม่อย่างเกลียดชัง

ตั้งแต่มีเด็กคนนี้เข้ามาในครอบครัวที่มีแค่เขากับแม่ แม่ก็ไม่เคยกอดเขาอีกเลย นิทานก่อนนอนก็ไม่เคยเข้ามาเล่าให้ฟัง เพียงแค่ข้ออ้างน้องก็อยากฟัง น้องเป็นผู้หญิง

ซึ่งเขาไม่เคยอยากมีน้องเลยสักนิด

หลังจากวันนั้นเธอกับไคก็ไม่เคยพูดดีกันอีกเลย แต่มันก็มีช่วงหนึ่งที่เราโตขึ้น

“ตามฉันมาทำไม” ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมอสองไคอยู่มอสี่เป็นวันที่คนขับรถของเธอป่วย

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ไคทำให้มันยุ่งยาก ไคไม่ยอมไปเรียนพร้อมพราวฟ้า เขายื่นคำขาดกับแม่เขาว่าถ้าจะไปส่งเขา ก็ต้องไปคนล่ะคัน ไม่มีทางที่เขาจะยอมนั่งรถไปกับยัยเด็กนี่เด็ดขาด

ตอนนั้นพราวฟ้าเสียใจมากที่พี่ชายรังเกียจเธอ แต่เธอก็พูดอะไรไม่ได้

และอีกวันเป็นวันที่คนขับรถที่จะมารับเกิดอุบัติเหตุคุณแม่เลยโทรมาบอกให้เธอกลับกับไค หลังจากเลิกเรียนเธอก็นั่งรอเขาอยู่ใต้ร่มไม้ เธอรู้ว่าวันนี้ไคเลิกเรียนช้ากว่าปกติ เพราะเรียนวิชาเคมี

รอจนกระทั่งถึงเกือบหกโมงท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนจะตก พอเห็นไคเดินออกมาหญิงสาวก็ดีดตัวขึ้น เดินตามเขาไป ไคไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองจนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกว่ามีคนตามมาเลยหันกลับไปดู

ก็เห็นคนที่ตามมา เขาทำสีหน้าหงุดหงิด ถามเธอเสียงห้วน

“เธอตามฉันมาทำไม” พราวฟ้าก้มหน้างุน รู้สึกกลัวเขาตั้งแต่วันที่เขาตะโกนใส่หน้าว่าเกลียด หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย เจอกันก็ไม่ได้พูด

ไคกลายเป็นคนพูดน้อย แทบนับคำได้ เขาอยู่ในโลกของตัวเอง แต่การเรียนก็ไม่เคยตก

“คุณแม่ให้พราวกลับกับพี่ไคค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยพูดเสียงอ้อมแอ้ม

“ฉันไม่ใช่พี่เธอ อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก” ไคตะคอกกลับจนพราวฟ้าสะดุ้ง

“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงเบาหวิว ก้มหน้างุน

ไครู้สึกหงุดหงิด ยิ่งเห็นยัยนี่เขายิ่งหงุดหงิด เขาหันหลังเธอออกมาจากตรงนั้น

พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นมองหลังคนที่เดินออกไป เธอเม้มปากเป็นเส้นตรง เงยหน้าขึ้นมาท้องฟ้า ลมเริ่มแรงขึ้น

ไคไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ให้เธอกลับด้วย เธอจึงตัดสินวิ่งตามเขาไป จุดหมายคือรถที่จอดรออยู่ข้างถนน แต่ก่อนที่จะถึงรถฝนก็กระหน่ำตกลงมาซะก่อน

“โอ๊ย” พราวฟ้าที่วิ่งตามกลัวว่าจะไม่ทัน เกิดสะดุดลมเพราะความเร่งรีบของตัวเอง สายฝนที่กระหน่ำลงมาทำให้เธอเปียกชุ่มไปทั้งตัว นั่งแหมะลงกับพื้น

ก้มมองหัวเข่าของตัวเองก็มีเลือดซึมออกมา รู้สึกแสบนิดๆ เธอคิดว่าวันนี้เธอคงไม่ได้กลับกับไคเป็นแน่ เพราะเขาคงออกรถไปแล้ว เขาไม่มีทางรอเธอแน่

เหตุผลที่รีบวิ่งเพราะเธอรู้ว่ายังไงไคก็ไม่มีทางรอเธอถ้าเธอไปถึงช้า และมันคงจะจริง

พราวฟ้าก้มหน้างุน น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลออกมาเป็นสาย เธอร้องไห้ออกมากลางสายฝน หวังให้สายฝนบดบังความเจ็บซ้ำของเธอลงไปได้บ้าง ทำไมไคถึงใจร้ายกับเธอนัก ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจอะไรเลย

ชีวิตของเธอเหมือนจะโชคดีแต่ก็ไม่โชคดีไปซะทุกอย่าง เธอเป็นเด็กกำพร้า เดิมทีเธออยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็ก ชีวิตของเธอพลิกผันเมื่อมีผู้หญิงใจดี คือคุณทิพย์อาภาที่นึกเอ็นดูเธอและอยากรับเธอไปเลี้ยงเป็นลูกเพราะท่านบอกว่าอยากมีลูกสาว ตอนนั้นเธอยังจำอะไรไม่ได้นัก เพราะยังเด็ก

พอเริ่มรู้ความเธอก็รู้สึกดีใจที่เธอโชคดีขนาดนี้ มีแม่ใหม่ที่ใจดี ดูรักและเอ็นดูเธอมาก แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่งเพราะท่านมีลูกชาย ลูกชายท่านที่ตั้งท่าเกลียดเธอตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ พอรู้ตัวเธอก็โดนเกลียดไปซะแล้ว

เขาประกาศกร้าวว่าเธอแย่งความรักของแม่ไปจากเขา หลังจากนั้นเธอก็อยู่อย่างเจียมตัว แต่เขาก็ไม่ลดความเกลียดลงสักนิด ทั้งที่เธอไม่เคยเกลียดเขา เธออยากมีพี่ชายที่แสนดี อยากเป็นน้องที่น่ารักของเขา แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

สายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาเหมือนจะหยุดลง พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นเธอเห็นปลายเท้าคู่หนึ่งอยู่ข้างหน้าเป็นรองเท้าของนักเรียนชาย

มือเล็กลูบน้ำฝนออกจากใบหน้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง

“พี่ไค” ปากเล็กที่ซีดลงเรื่อยๆ เอ่ยชื่อคนที่ยืนกางลมอยู่บนหัวเธอ เธอนึกว่าเขากลับบ้านไปแล้วซะอีก

“นั่งบื้ออยู่ทำไม คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกเอ็มวีรึไง” ไคพูดอย่างหัวเสีย ในขณะที่เขานั่งรอยัยนี้อยู่ในรถ แต่กลับมานั่งทำเป็นนางเอกเอ็มวีอยู่ได้

ความจริงเขาอยากกลับก่อนด้วยซ้ำแต่คนขับรถผู้ซื่อสัตย์ต่อแม่ของเขาก็ยืนยันว่ายัยเด็กนี่ต้องกลับกับเขาด้วยถึงจะออกรถ มันทำให้เขาหัวเสีย

“ลุกขึ้นสิ” ไคพูดเสียงห้วนอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยังนั่งทำหน้าโง่ๆ อยู่

พราวฟ้ากะพริบตาปริบๆ ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นเมื่อปะติดปะต่อเรื่องได้

แต่ความเจ็บแปลบที่เข่าบวกกับนั่งทับขาตัวเองนานเกินไปเลยรู้สึกซาเลยทำให้เธอเซเล็กน้อย ร่างบางถลาไปข้างหน้าหาที่เกาะเกี่ยว ซึ่งได้ที่เกาะจริงๆ นั้นก็คือแขนของไค

ไคสบถออกมาอย่างหัวเสีย

“ทำบ้าอะไร” ไคมองเสื้อตัวเองที่เปียกเป็นดวงเพราะฝีมือของเด็กซื่อบื้อ

“ขอโทษค่ะ” พราวฟ้ารีบดึงตัวเองขึ้นมายืนให้ตรง

“จะกลับไหมบ้าน”

“กลับค่ะ กลับ” พราวฟ้าพูดอย่างร้อนรน กระชับสายกระเป๋าแล้วออกเดิน แต่เพราะมีอาการเจ็บที่เข่าทำให้เธอเดินช้า ไคที่ถือร่มอยู่ข้างๆ หันไปมองอย่างหัวเสีย

“เมื่อไหร่จะถึงรถวะ” พราวฟ้าก้มหน้างุน กัดริมฝีปากจนเจ็บ ฝืนตัวเองให้เดินดีๆ

“อ๊ะ”

“ฉันอยากกลับบ้าน เร็ว” เด็กหญิงตกใจกับการกระทำของเขา เมื่อไคสอดมือเข้ามาใต้วงแขนเธอ เพื่อช่วยพยุง

ปากบางยิ่งเม้มเข้าหากันแน่นกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรกลัวว่าเขาจะรำคาญมากกว่านี้ จนกระทั่งมาถึงรถ ไคให้พราวฟ้าเข้าไปนั่งก่อน เขาถึงตามขึ้นไป

พอขึ้นมาในรถพราวฟ้าก็เกิดอาการหนาวสั่น

“ลุงเบาแอร์หน่อย” คนขับรถที่ก็ทำหน้าที่เบาแอร์

พราวฟ้าเหลือบตามองไค ไคเองก็มองเธอเช่นกันทั้งสองสบตากันชั่วขณะ จนกระทั่งเสื้อแขนยาวลอยหวือคลุมเข้าที่หัวเธอ เธอถึงได้สติ

“สั่นเป็นลูกหมา” พูดแค่นั้นไคก็หันหน้าออกไปมองนอกรถ กอดอกนิ่ง

พราวฟ้ามองเสื้อแขนยาวของเขานิ่ง เธอไม่คิดว่าไคจะมีมุมนี้ ไม่คิดว่าเขาจะใจดีกับเธอขนาดนี้ ริมฝีปากซีดจางแย้มออกบางๆ กระชับเสื้อตัวใหญ่แน่น

ความรู้สึกอบอุ่นแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ ถ้าไคดีกับเธอทุกวันแบบนี้คงจะดี

“โอ๊ะ ขอโทษครับ”

 

 

คนเรามีหลายรูปแบบค่ะ คนที่ไม่ยอมรับคนอื่น ตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ก็มีนะ ถึงจะไม่เยอะ อิอิ ด่าไคเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ 

เรื่องนี้เหมือนชื่อค่ะ เป็นชีวิตของพราวฟ้า แต่งไปเกินครึ่งเรื่องแล้วนะคะ แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ฮ่าๆๆๆ หวังว่าจะไม่ทิ้งกันกลางทางนะ ให้กำลังใจพราวด้วยนะคะ มาดูกันว่าเธอจะสมหวังไหม หรือจะผิดหวัง หรือจะ.........ติดตามตอนต่อไปจ้าาาาา  รัก

ปล. บางตอนยาวบางตอนสั้นอย่าว่ากันเด้อ

 

ความคิดเห็น