-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่7 [Rewrite]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.3k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 10,122
× 34,200
แชร์ :
ตอนที่7 [Rewrite]
แบบอักษร

ตอนที่ 7

ความรู้สึกแรกที่เป็นหนึ่งตื่นขึ้นมาแสงสว่างในยามเช้าทำเอาเจ้าตัวต้องตื่นลืมตามาจากที่นอนอย่างช่วยไม่ได้ เป็นหนึ่งยังคงงัวเงียครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกว่าตัวของเขาถูกกอด พอมองไปถึงได้รู้ ดวงตากวางเบิกตาโตจนกว้างตกใจที่ร่างสูงมานอนอยู่ข้างตัวเมื่อไหร่ไม่รู้ เขาเกร็งตัวสุดฤทธิ์เมื่อแม็คเขยิบเข้ามาใกล้

แม็คจ้องตาอีกฝ่ายโดยที่ยังไม่ลุกไปไหน


“พี่จะพยายามเข้าใจเป็นหนึ่ง ต้องทำตัวยังไงพี่ไม่รู้แต่จะพยายาม”

คำพูดที่แสนจะธรรมดาของคนตรงหน้าทำเอาเป็นหนึ่งเริ่มทำตัวไม่ถูก เขาไม่เข้าใจเมื่อคืนคนร่างสูงยังทำร้ายเขาอยู่เลย เกิดอะไรขึ้น เป็นหนึ่งทำหน้างงอย่างบอกไม่ถูกไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินจน ทว่าพอถูกคนตรงหน้ากอดรัดแน่น ก็ทำให้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป

ในขณะที่กำลังลังเลอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงคุ้นหูของคนสองคนดังออกมาจากด้านนอก เป็นหนึ่งรนราน เขาทำอะไรไม่ถูก เมื่อวานแม็คยังทำร้ายเขาอยู่แท้ๆ แต่กลับมาทำดีด้วย

“เป็นหนึ่ง นอนสบายไหม” ไรอันเอ่ยถามพลางก็มองไปที่คนตัวเล็ก กวาดสายตามองไปที่ร่างไม่พบรอยช้ำอื่นนอกเหนือจากที่แขน ก็รู้สึกโล่งใจเป็นไม่ได้ที่อย่างน้อยเมื่อคืนแม็คก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง

“ครับ”

“ไปอาบน้ำเดี๋ยวเราจะไปกินข้าวเช้ากัน” ขุนแผลเองก็สังเกตไปที่เป็นหนึ่งก็รู้สึกว่าวันนี้มันมีอะไรผิดปกติ เขาเองก็รู้สึกโล่งใจพอสมควร

เป็นหนึ่งพยักหน้ารับก่อนจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ

ลับหลังอีกคนไปแล้ว ขุนแผนก็มองไปที่แม็คที่ยังอยู่บนเตียง แววตาเจ้าเล่ห์

“ออกไปได้แล้ว พวกมึงนี่” แม็คพูดด้วยท่าทีอารมณ์เสีย

“ขัดจังหวะไงวะ เฮ้ย!” ขุนแผนยังกล่าวด้วยน้ำเสียงล้อเลียนพร้อมกับรีบปิดประตูอย่างไวก่อนที่หมอนจะลอยมาตรงหน้าอย่างฉิวเฉียด

แม็คถอนหายใจเมื่อหน่ายกับความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสนิท ก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบหมอนขึ้นมาเก็บตามเดิมด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะโมโหขุนแผนที่ล้อ แต่เขาไม่เชื่อตัวเองต่างหาก พอนึกขึ้นมาได้ก็รู้สึกกระดากอายกับตัวเองพอสมควร ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดออกมาแบบนั้นเพียงแค่เห็นหน้าก็นึกถึงรอยยิ้มเมื่อวานก็แค่นั้นเอง

เด็กหนุ่มในเสื้อยืดสีส้มอ่อนกำลังนั่งเล่นอยู่ที่หน้าบังกะโลรับลมอย่างสบายอารมณ์หลังจากที่อาหารข้าวเช้าเสร็จ ไรอันยืนมองอยู่ก็เดินเข้าไปหาเพื่อพูดคุยด้วย หวังว่าตัวเองจะทำให้คนตรงหน้าคลายความกังวลได้บ้าง

“ชอบไหม?”

“ครับ สวยมากเลย” เป็นหนึ่งตอบโดยไม่ได้หันไปมอง

ไรอันมองหน้าร่างบางพยายามซ่อนสายตาที่สื่อความหมายออกไปก่อนที่จะหันไปมองทะเลข้างหน้าต่อ เก็บความรู้สึกที่อัดอั้นให้หายลอยไปกับสายคลื่นที่เกรี้ยวกราด ไม่ใช่เพิ่งรู้สึกแต่มันมีมานานเพียงแต่ว่าพยายามปฏิเสธหักห้ามความรู้สึกที่มีก็เท่านั้น แต่ยิ่งพบยิ่งเจอหน้าความรู้สึกกลับยิ่งเพิ่มพูนโดยไม่รู้ตัว คงจะเริ่มต้นมาจากความสงสารแล้วก็แปรเปลี่ยนไปเป็นอีกความรู้สึกจนมันหักห้ามไม่ได้

“ทำอะไรกัน” แม็คเมื่อเดินมาถึงก็เอ่ยถามก่อนที่จะไปนั่งข้างๆ เป็นหนึ่งอีกคน คนตัวเล็กผงะเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไรหันหน้ามองลงไปที่ทะเลต่อ

เป็นหนึ่งไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำ เขาเลยเอาแต่กอดเข่าตัวเอง เขากำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บเมื่อเล็บจิกเข้าไปที่เนื้อ แต่มันก็คงจะเจ็บน้อยกว่าโดนแม็คทำร้ายแน่

แม็คไม่พอใจที่ถูกหมางเมิน เดิมทีเขาคิดจะทำร้ายเป็นหนึ่งอีก แต่คิดได้ว่าเมื่อเช้าพูดอะไรออกไปก็เปลี่ยนท่าที เขาสูดหายใจเข้าปอดเพื่อระงับอารมณ์ตัวเอง

“ไม่ไปเล่นน้ำหรือไง”

“ผมเล่นน้ำได้เหรอครับ” เป็นหนึ่งตกใจทำหน้าเหวอตาโตเพราะว่าไม่คิดว่าแม็คจะให้เล่นน้ำจึงได้แต่นั่งดู ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวานขึ้นเป็นหนึ่งจึงไม่กล้าทำอะไรมากกว่านี้

แม็คพยักหน้าเชิงอนุญาต คนตัวเล็กยิ้มแป้นบนใบหน้าทำให้ตาโตลุกวาว ด้วยรอยยิ้มแบบนี้จึงทำให้เจ้าตัวไม่รู้ว่าคนมองรู้สึกเช่นไร แม็คคิดว่าหัวใจตัวเองกระตุกวูบหนึ่ง เขาไม่เคยเห็นเป็นหนึ่งยิ้มแบบนี้มาก่อน ดูมีชีวิตชีวาจนน่าแปลกใจ

ไรอันที่มองเป็นหนึ่งกำลังวิ่งอยู่บนชายหาดท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ที่เจิดจ้าส่องกระทบผิวที่ขาวทำให้รู้สึกว่ามีออร่าอยู่รอบตัวกับรอยยิ้มกว้างที่แสนสดใสที่ไม่เคยเจอทำให้เสน่ห์อย่างน่าหลงใหลจนไรอันเผลอมองตามอยู่นาน

“นั่งเหม่ออะไรวะ” ขุนแผนทักขณะที่มานั่งข้างๆ

“คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” ไรอันตอบเสียงเรียบ

“กูว่า...แม็คมันต้องคิดอะไรกับเป็นหนึ่งแน่ๆ”

จู่ๆ ขุนแผนถามขึ้น ทำท่าขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดแล้วมองไปเบื้องหน้าที่ร่างสูงอยู่โดยที่ไรอันเองก็มองตามเช่นกัน

“พวกเราเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี ไอ้แม็คเวลามันรักมันชอบอะไรมันจะชอบเก็บไว้กับตัว นิสัยเหมือนเด็กหวงของ” ขุนแผนคาดคะเนอีกครั้ง

ไรอันเลือกที่จะเงียบแทนไม่มีความคิดเห็นอาจใช่อย่างที่ขุนแผนพูดแต่มันก็กระทบคนฟังอีกคนนิดๆ ที่ตัวเองกำลังคิดไม่ซื่อกับใครอีกคน รู้ว่ามันไม่ควรแต่ก็อดไม่ได้ห้ามความรู้สึกไม่ได้ ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องทำใจยอมรับแต่ก็ทำได้เพียงแต่เก็บไว้ในใจเท่านั้น

สายลมที่พัดผ่านร่าง ทำให้เป็นหนึ่งหันไปมองอีกทาง อิสระที่ได้มากำลังอยู่ข้างหน้า แค่วิ่งแล้วหนีไปให้ไกลๆความคิดชั่ววูบเกิดขึ้นมากะทันหัน สองขาของร่างบางเริ่มที่จะก้าวเร็วขึ้น จนกลายเป็นเหมือนวิ่งเมื่อแม็คเผลอแต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงมือใครอีกคนมาคว้าที่ต้นแขนไว้

แม็คจ้องร่างบางอย่างสีหน้าเกี้ยวโกรธแค่เขาละสายตาแค่นิดเดียวก็เห็นเป็นหนึ่งเหมือนกำลังวิ่งไปที่อื่น ไม่ต้องคิดอะไรมากก็รู้ว่าเป็นหนึ่งคิดอะไร แต่มันก็เท่านั้น เขายกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากทำหน้าเหี้ยมมองด้ายสายตาดุดันทำให้เป็นหนึ่งยิ่งสั่นมากกว่าเดิม

“คิดหนีเหรอเป็นหนึ่ง”

“เปล่า...ไม่ใช่” เป็นหนึ่งตอบเสียงตะกุกตะกักลนลาน

“โกหก! อย่าคิดว่าจะหนีไปได้! ไม่ต้องเล่นมันแล้ว มานี่!” แม็คจับไปที่แขนของเป็นหนึ่งแล้วกระชากร่างเล็กๆ ให้เดินตามไปที่รถด้วยความโมโห

“แม็ค! เกิดอะไรขึ้น” ขุนแผนถามขึ้นอย่างตกใจ

ไรอันเองก็ตกใจไม่แพ้กันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งที่เมื่อสักครู่ยังเห็นดีๆ อยู่เลย เขามองไปที่ร่างเล็กที่สั่นสะท้านไปทั่วตัวจนอยากเข้าไปช่วยแต่แม็คก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“พวกมึงไปเก็บของ กูจะกลับกรุงเทพฯ ในเมื่อพี่ปล่อยให้มาทะเลดีๆ ไม่ชอบแล้วคิดจะหนีก็ไม่ต้องอยู่มันแล้ว!” แม็คเกรี้ยวกราด ในเมื่อเขาพาออกมาด้านนอกแล้วก็ยังคิดหนี ก็ไม่ต้องอยู่มันแล้ว!

“กลับกรุงเทพเมื่อไหร่ อย่าคิดว่าจะได้ออกไปไหนอีกคราวนี้จะได้หนีไม่ได้”

“ฮือ ฮือ พี่แม็ค...”

เสียงสะอื้นไม่ได้ทำให้ร่างสูงเห็นใจ กลับยิ่งตอกย้ำว่าร่างบาง กำลังคิดที่จะ ‘หนี’ อยู่ตลอดเวลา


โครม!

เสียงปิดประตูห้องที่ดังสนั่นหลังจากที่กลับมาจากกรุงเทพฯ แม็คก็ลากเป็นหนึ่งเข้าห้องนอนทันที เขาเหวี่ยงร่างบางจนล้มไปกองกับพื้นอย่างแรง ร่างบางกำลังลนลานเพราะความกลัวจนเห็นได้ชัดหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ขอบตาเริ่มช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มานาน เป็นหนึ่งเช็ดหน้าลนลานอย่างลวกๆ แต่ยิ่งเช็ดกลับยิ่งไหลมากกว่าเดิมจนห้ามไม่ได้

“แม็ค! มึงอย่าทำอะไรรุนแรงนะเว้ย” ขุนแผนพูดผ่านประตูหลังจากที่มาถึงห้อง

“มึงไม่ต้องมายุ่ง! กลับไปได้แล้วทั้งมึงทั้งไรอัน กูจะเคลียเอง” แม็คพูดแต่ยังจ้องเป็นหนึ่งอยู่โดยที่ไม่หันไปเปิดประตู

“ฮือ ช่วยด้วย” เป็นหนึ่งร้องยันตัวลุกแล้ววิ่งตรงไปที่หน้าประตูแต่ก็ถูกแรงเหวี่ยงของแม็คให้ถลาถอยหลังไปที่เตียงจนล้มลงก่อนที่แม็คจะขึ้นคร่อมร่างกักไว้กับวงแขน

“เปิดประตู แม็ค”

ไรอันยังคงไม่หยุด ร้องเรียกให้คนร่างสูงที่อยู่ด้านในเมื่อได้ยินเสียงแว่ว ‘ช่วยด้วย’ ของเป็นหนึ่งดังอยู่ด้านในมันกลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจเสียมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ในวันนั้นไม่น่าพาเป็นหนึ่งมาหาแม็คเลยจริงๆ

“กูบอกให้กลับไป!” แม็คตะคอกกลับ จากนั้นก็หันมาพูดกับเป็นหนึ่งต่อ “ไม่ต้องหวังให้ใครช่วย ไม่มีใครช่วยได้ รู้รึเปล่า หือ” แม็คพูดน้ำเสียงราบเรียบแต่นัยน์ตาแฝงไปด้วยเลศนัย ทำให้เป็นหนึ่งเริ่มดิ้นหนีกว่าเดิมพยายามดันตัวหนีร่างสูงแต่ก็ถูกจับข้อมือขึงไว้กับเตียงแน่นจนเจ็บทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ร้องเรียกคนด้านนอกให้ช่วยแต่ไร้เสียงตอบรับ

“อย่า! ปล่อย ฮือ ฮึก”

“พี่อุตสาห์พาไปเปิดหู เปิดตาแต่กลับคิดหนี”

“ผม...ผม...ขอโทษ ฮึก อย่าทำร้ายผมเลยนะ”

“เป็นหนึ่งกลัวอะไร ไม่ต้องกลัวแค่ต่อไปนี้เป็นหนึ่งจะไม่ได้ออกไปไหนอีก รู้ไหม” แม็คยิ้มเหี้ยมจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังตัวสั่นเพราะกลัว เป็นหนึ่งร้องไห้อ้อนวอนหาทางหนีรอดอีกครั้งแต่ร่างสูงก็ไม่ใส่ใจ ผลักลงไปที่เตียงหนาเหมือนอย่างเคยขึ้นทับด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ จ้องมองร่างบางที่ยังคงดีดดิ้นภายในอ้อมแขน

เพียะ***!***

เสียงกระทบที่ใบหน้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของเป็นหนึ่ง มือสั่นจับไปที่ใบหน้าของตัวเองที่เริ่มรู้สึกชา หันมองร่างสูงด้วยแววตาสั่นระริกด้วยความตื่นกลัว

“อย่าทำผมเลยนะ ผมขอโทษ” ร่างบางพูดพร้อมกระเถิบตัวหนีไปด้านหลัง แม็คยังคงนิ่งเงียบง้างมือขึ้นที่จะลงมืออีกครั้งแต่พอเห็นคนตัวเล็กหลับตาลงเอามือขึ้นมาบังปิดหน้าด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านไปทั่วตัว ใบหน้าขาวเห็นเป็นรอยเด่นชัดเปื้อนไปด้วยน้ำตา แม็คกำมือแน่นหลับตาลงอย่างชั่งใจลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วลดมือลงที่จะเปลี่ยนไปเป็นจับที่ข้อมือแทน

“พี่แม็ค อย่า! ผมเจ็บ ฮือ”

“เป็นหนึ่งจะได้จำว่าคราวหลังอย่าหนีพี่ไปอีก...จำไว้”

พูดจบร่างสูงก็จับมือทั้งสองข้างตรึงไว้บนหัวด้วยกำลังที่เหนือกว่าก่อนที่จะก้มลงไปที่ซอกคอขาวขบกัดจนเป็นรอยแรง อีกมือก็ทำการปลดปล่อยเสื้อผ้าด้านล่างไปด้วย ตอนนี้แม็คไม่สามารถหยุดความต้องการของตัวเองได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะร้องไห้แทบขาดใจก็ตามที


******************************


 “โธ่เว้ย!”

ร่างสูงยืนอยู่หน้ารถตัวเองที่คอนโดของแม็ค ไรอันที่ยังไม่ได้ไปไหนได้แต่รออยู่ข้างล่างด้วยอารมณ์ครุกกรุ่น สบถเสียงดังก่อนที่จะเตะไปที่ล้อรถของตัวเองอย่างจัง

ไรอันรู้สึกโมโหตัวเองอย่างมากที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเป็นหนึ่งได้ ยอมรับว่าตัวเองผิดที่ส่งเป็นหนึ่งไปให้แม็คง่ายๆ แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นเป็นหนึ่งก็จะต้องเจ็บหนักกว่านี้หลายเท่า ทำให้เขาไม่มีทางเลือก ไม่คิดว่าแม็คจะยืดเยื้อพามาอยู่ด้วยแบบนี้ ภาพวันวานในความทรงจำที่ร่างบางร้องขอความช่วยเหลือยังคงติดตาแววตาที่มองมาอย่างตัดเพ้อยิ่งทำให้รู้สึกผิด

“เป็นหนึ่ง พี่ขอโทษ”

คำพูดที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและสำนึกในสิ่งที่ตัวเองกระทำถูกเปล่งออกมาจากปากของร่างสูง ที่ตอนนี้ในใจร้อนรุ่มเต็มที่

ไรอันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนยอมรับว่าเขาไม่ใช่คนดีอะไรมากนักออกจะเลวด้วยซ้ำบางครั้งแทบจะไม่ใส่ใจด้วยซ้ำว่าแม็คจะทำรุนแรงแค่ไหนกับใครที่ไหน ขอเพียงแค่เพื่อนเอ่ยปากออกมาว่าอยากที่จะจัดการกับใครก็พร้อมที่จะลุยไปด้วยแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่

แค่เห็นรอยฟกช้ำตามตัวก็ทำให้ไรอันรู้สึกแย่รู้ดีว่าแม็คมีเซ็กส์จะรุนแรงขนาดไหนโดยเฉพาะเวลาโกรธจนอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง ไรอันกุมขมับตัวเองด้วยอาการคล้ายคนปวดหัวยืนพิงฝากระโปรงรถด้านหน้าด้วยความวิตกกังวล กลัวว่าร่างบางจะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บเหมือนก่อนแต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนรอ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น