nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ สายลับจับบ้านเล็ก

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ สายลับจับบ้านเล็ก

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 708

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ สายลับจับบ้านเล็ก
แบบอักษร

 

ตอนพิเศษ สายลับจับบ้านเล็ก 

 

“หนูน้ำ กลับมาแล้วหรือจ๊ะ” มารดาของผู้กองปรานต์เอ่ยทักเมื่อเห็นคนรักของลูกชายเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

“ครับ คุณแม่”  

“เอ...กลับมาคนเดียวหรือจ๊ะ ตาปรานต์ล่ะ”  

“พี่ปรานต์โทรบอกผมให้กลับเองครับ พอดีมีเหตุด่วนเกิดขึ้นแถวสน.”  

“อ้าว ใช้ได้ที่ไหนกันลูกคนนี้ อย่างนั้นก็น่าจะให้คนที่บ้านไปรับ”  

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้ไม่ลำบากอะไร” น้ำบอกอย่างสุภาพ จะเรียกว่าตอบสร้างภาพก็ไม่เชิง เพราะเขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรจริงๆ  

ถ้าเกิดว่าวันหน้าต้องไปกลับเองตลอดละก็ คงจะต้องพิจารณากันใหม่  

“น้ำฝนกลับมาหรือยังครับ” 

“จ้ะ อยู่บนห้อง เห็นว่ามีรายงาน แม่กำลังจะให้เด็กไปตามมากินข้าวอยู่พอดี แม่ฝากไปตามน้องหน่อยได้ไหม” คุณหญิงบอก  

“ได้สิครับ ว่าแต่คุณแม่หิวมากหรือเปล่า ผมขออาบน้ำก่อนได้ไหมครับ สัญญาว่าจะวิ่งผ่านน้ำ แป๊บเดียวจริงๆ ครับ” น้ำตอบพลางทำหน้าทะเล้นตามคำพูด  

“จ้ะ แม่รอได้”  

นายนทีรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็วไม่ให้เสียชื่อที่โม้กับมารดาของปรานต์เอาไว้เลยแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปห้องน้องสาว เคาะประตูตามมารยาทแล้วเปิดเข้าไปอย่างไร้มารยาท  

“พี่น้ำ!” เสียงน้ำฝนโวยวาย  

“อะไรเหรอ” น้ำทำเสียงยานคางกวนประสาทน้องสาว  

“เคาะประตูแล้วก็รอให้ฉันอนุญาตก่อนสิ” 

“อ้าวเหรอ ยังไม่ได้อนุญาตเหรอ สงสัยไม่ได้ยินอะ เอาไงดี ให้ปิดแล้วรอเอ็งอนุญาตแล้วข้าค่อยเข้ามาใหม่ดีไหม” น้ำตอบน้องสาวตามนิสัยของมัน  

“พอเลย ไม่ทันแล้วมั้ง แล้วพี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่เห็นได้ยินเสียงรถ”  

“อยู่ในห้องจะได้ยินเหรอ” น้ำถามด้วยความสงสัย อันนี้มันไม่ได้กวน  

“ได้ยินอยู่แล้ว ถ้ามีรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ห้องฉันอยู่ใกล้หน้าบ้านมากที่สุด”  

“อ้อ ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย” 

“แล้วพี่กลับมายังไงอะ” 

“แท็กซี่อะดิ เปลืองตังค์ชิบ ถามทำไม” น้ำพูดพลางหาที่นั่งแถวๆ โต๊ะหนังสือของน้ำฝนแล้วนั่งพัก เขาขี้เกียจยืน มันเมื่อย 

“เปล่า แล้วทำไมไม่กลับกับพี่ปรานต์” 

“ข้าโดนเทนาทีสุดท้าย” 

“อ้าว อีกแล้วเหรอ” 

“เออ พักนี้ถี่มาก อีกหน่อยสงสัยต้องซื้อรถมาใช้แล้ว” น้ำครุ่นคิด เพราะมันจะไม่คุ้มค่าแท็กซี่เอา 

“พี่ปรานต์เขาไปไหนล่ะ ทำไมไม่มารับพี่ หรือติดงาน?” น้ำฝนตั้งข้อสงสัย 

“อืม จะเรื่องอะไรได้ งานทั้งนั้นแหละ ทำไมตำรวจถึงงานยุ่งขนาดนี้วะ หาใหม่เสียดีไหม” น้ำบ่น  

“เฮอะ ก่อนที่ตัวเองจะทิ้งเขา น่ากลัวจะถูกเขาทิ้งก่อนไหม” น้ำฝนย้อน 

“ไม่มีทางโว้ย” 

“ตัวเองทำอะไรดีบ้างให้พี่ปรานต์ไม่ทิ้ง ไหนบอกน้องคนนี้หน่อยซิ” 

ไอ้น้ำคิด เขามีอะไรดีบ้างวะ 

เรื่องงานบ้านเหรอ ก็พอได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำเพราะคนที่บ้านของผู้กองทำหมดแล้ว เขาเคยเข้าไปช่วยอยู่ครั้งหนึ่ง ถูกคุณแม่บ่นเลยเพราะไปแย่งหน้าที่ของคนอื่น  

ข้อนี้ตัดไป 

เรื่องงานนอกบ้านเหรอ ก็เก่งนะ เขาว่าเขาทำงานเก่งระดับหนึ่งเลยล่ะ แต่เอ่อ...มันไม่เกี่ยวกับงานผู้กองนี่หว่า 

ข้อนี้ก็ตัดไป 

เรื่องนิสัยเหรอ เฮ้ย เห็นอย่างนี้ พี่น้ำนิสัยดีนะเว้ย โอบอ้อมอารี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ครบเลยเหอะ 

ข้อนี้บวกหนึ่ง 

เรื่องหน้าตาเหรอ ไม่อยากจะอวด แต่เขาก็หน้าตาดีไม่แพ้ใคร อ่า...ยอมให้ผู้กองคนหนึ่งก็ได้ 

ข้อนี้ก็บวกหนึ่ง 

สุดท้ายเรื่องบนเตียง อืม...ยากแฮะ แต่ต้องดีแหละ ไม่งั้นผู้กองคงไม่ชมเขาหรอกว่าน้ำคนเก่ง น้ำเก่งมาก อะไรแบบนั้น 

โอ๊ย เขิน แต่ข้อนี้ให้เป็นข้อดีบวกหนึ่งพลัสพลัส แถมไปเลย  

สรุป เขามีแต่ข้อดีนะเออ น้ำคิดว่าอย่างนั้น 

“ตกลงคิดได้ยัง ว่าตัวเองมีข้อดีอะไรบ้าง” น้ำฝนทวง 

“เยอะมาก และดีมากด้วย” น้ำตอบอย่างมั่นใจ 

“ถ้าดีมากขนาดนั้น ทำไมช่วงนี้พี่ปรานต์ถึงกลับบ้านตีสองตีสามตลอด” 

“เอ็งรู้ได้ยังไง” น้ำขมวดคิ้ว 

“อย่าบอกนะว่านี่ไม่รู้เลยว่าสามีกลับบ้านกี่โมง” 

“สามีอะไรเล่า” น้ำปัดคำพูดนั้นทิ้ง ยังไงก็ไม่ชินกับคำนี้สักที พี่น้ำคนนี้ต่างหากที่เป็นสามีของผู้กอง “เอ็งว่าไงนะ พี่ปรานต์กลับบ้านกี่โมง” 

“ตีสองไม่ก็ตีสาม ราวๆ นี้แหละ” 

“ทำไมเอ็งรู้ มั่วรึเปล่า” น้ำว่า 

“ก็ช่วงนี้ฉันอ่านหนังสือดึก ใกล้สอบ เลยจะเข้านอนเวลานี้แหละ” 

“เหรอ” 

“แล้วนี่ยังไง โห...นี่พี่น้ำหลับไม่รู้เรื่องเลยเหรอ ถ้ามีโจรขึ้นบ้านพี่ตายไปแล้วเนี่ย” น้ำฝนต่อว่าพี่ชายที่นอนขี้เซาจนไม่รู้เรื่องว่ามีคนเข้าออกห้องนอนของตัวเอง 

“คนมันง่วงนี่หว่า” 

“อะไรจะไม่รู้ตัวขนาดนั้น” น้ำฝนส่ายหน้า “คืนนี้พี่ลองดูสิ ฉันว่าพี่ปรานต์น่าจะกลับบ้านเวลาเดิม” 

“จะดีเหรอ พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า” น้ำบ่นเล็กน้อย ถ้าคืนนี้นอนดึก พรุ่งนี้ก็ง่วงอะสิ 

“แล้วแต่นะ ไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไร” 

“...” 

“ถ้าไม่อยากรู้ว่าเรื่องงานจริงหรืองานนอก...ก็ตามใจ” น้ำฝนหย่อนระเบิดไว้ให้ไอ้น้ำคนอยากรู้ต้องรู้ให้ได้ 

“เออๆ ก็ได้ คืนนี้เดี๋ยวข้าตั้งมือถือปลุกไว้ เผื่อข้าหลับ” 

“อืม แล้วนี่เข้ามาหาฉันมีเรื่องอะไร” 

“ลืมไปเลยเนี่ย” น้ำยกมือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ “คุณแม่ให้มาตามเอ็งไปกินข้าว ป่านนี้รอแย่แล้ว” 

“อ้าว แล้วก็ไม่รีบบอก ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอ” น้ำฝนชิงด่าก่อนจะรีบปิดหนังสือแล้วผลุนผลันออกจากห้องไปทันที โดยไม่รอพี่ชายเลยสักนิด 

 

คืนนั้นไอ้น้ำต้องหาอะไรอ่านฆ่าเวลา สัปหงกก็แล้ว ลุกไปนั่งจนหัวโขกโต๊ะก็แล้ว ล้างหน้าก็แล้ว ผู้กองปรานต์ก็ยังไม่กลับ ไอ้น้ำหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ตีสองสิบนาที โอ้โฮ...นี่ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า แต่เขาอะจะไม่ไหวแล้วโว้ย ตอนไอ้น้ำรู้สึกตาใกล้จะปิดอีกครั้ง ประตูห้องนอนก็พลันถูกเปิดเข้ามาพอดี 

ภารกิจจับผิดของไอ้น้ำเริ่มขึ้น มันรีบหลับตาลงทันทีเพราะกลัวปรานต์จะรู้ว่ามันไม่ได้หลับอยู่ ใจของมันเต้นโครมคราม เพราะตั้งแต่คบกันมา ไอ้น้ำไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้นานแล้ว 

ไอ้น้ำได้ยินเสียงผู้กองเปิดตู้เสื้อผ้าตามด้วยประตูห้องน้ำ เดาว่าอีกฝ่ายคงจะหายเข้าไปอาบน้ำ มันพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับ อีกนิดเดียวมันอาจจะรู้เรื่องก็เป็นได้ รออย่างใจจดใจจ่อไม่รู้กี่นาที ก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกอีกครั้ง มันรีบหลับตาลง 

“ฝันดีนะครับ” เสียงผู้กองกระซิบใกล้ไอ้น้ำเหลือเกิน และอึดใจต่อมา หน้าผากของมันก็ถูกคนร่วมเตียงจูบเบาๆ จนมันเกือบจะหลุดยิ้ม แต่ต้องรีบห้ามไว้ไม่งั้นอาจถูกจับได้ 

‘ก็ไม่เห็นมีอะไร พี่ปรานต์ดูปกติทุกอย่าง น้ำฝน เอ็งอะคิดมากไปแล้ว พานให้ข้าคิดตามไปด้วย’ 

น้ำคาดโทษน้องสาวอยู่ในใจกะว่าพรุ่งนี้จะไปบ่นน้ำฝนให้หูดับกันไปข้าง เอาละ คืนนี้เขาพยายามเต็มที่แล้ว จะขอลาไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เสียที เห็นท่านกวักมือเรียกอยู่ไกลๆ ว่ามานอนได้แล้ว 

‘ฝันดีนะพี่ปรานต์’  

น้ำบอกคนรักอยู่ในใจ ลมหายใจผ่อนคลายมากขึ้น จังหวะที่มันเคลิ้มใกล้จะหลับนั้นเอง มันกลับได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นอยู่แถวๆ นี้ กำลังคิดว่าเป็นโทรศัพท์ของมันเองหรือเปล่า ผู้กองปรานต์ก็เฉลยคำตอบให้เสียก่อน 

“ว่าไงครับ” เสียงทุ้มรับสายด้วยเสียงที่เบาถึงเบาที่สุด แต่ห้องมันเงียบ น้ำเลยได้ยิน 

“อืม...รอพี่เดี๋ยวนะ” รออะไร รออะไร บอกมานะ น้ำถามโดยไร้เสียง 

“เดี๋ยวเขาตื่น” เขา? เขาที่ว่านี่ใช่ตัวไอ้น้ำไหม เฮ้ย ไอ้น้ำยังไม่อยากมีเขาเป็นของตัวเองเว้ย 

น้ำได้ยินเสียงคล้ายผู้กองลุกออกจากเตียงไป ประตูกระจกตรงระเบียงถูกปลดล็อก ตามด้วยเสียงเปิดประตู น้ำรีบลืมตาหันไปทางระเบียง แต่มองเห็นไม่ชัดเพราะมีผ้าม่านผืนบางบดบังสายตา 

 

“เป็นอะไรจ๊ะ หนูน้ำ ตาคล้ำเชียว นอนไม่หลับหรือ” คุณหญิงเอ่ยทักในยามเช้า เมื่อเห็นหนูน้ำของนางมีหน้าตาอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ 

“เอ่อ...นิดหน่อยครับ” 

“เมื่อคืนพี่กลับถึงบ้าน น้ำก็หลับแล้วไม่ใช่เหรอ” ผู้กองปรานต์สงสัย 

“ผมฝันร้าย มาสะดุ้งตื่นตอนใกล้เช้า” 

“อย่างนั้นหรือจ๊ะ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก” คุณหญิงปลอบ 

“ขอบคุณครับ” 

“แล้วนี่อิ่มแล้วหรือจ๊ะ” คุณหญิงถามอีกเมื่อเห็นอาหารพร่องไปนิดเดียว 

“ครับ รู้สึกตื้อๆ น่ะครับ” 

“ระวังป่วยเอานะลูก” 

“ไม่เป็นไรครับ กลางวันคงดีขึ้น” น้ำบอก 

“เดี๋ยวกินยาดักไว้หน่อยดีกว่านะครับ” ผู้กองพูดด้วยความเป็นห่วง    

“ครับ” 

“ปะ พี่น้ำ ไปเอายากับฝนที่ห้องครัวกัน” น้ำฝนสบโอกาสชวนพี่ชายลุกออกไปจากบริเวณโต๊ะอาหาร 

“อืม ก็ดี” 

 

สองพี่น้องพากันเข้ามาในห้องครัว น้ำฝนหยิบยาและน้ำให้พี่ชายก่อนเป็นอันดับแรก รอจนกระทั่งพี่ชายกินไปเรียบร้อย หญิงสาวจึงหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็ถามขึ้น 

“ตกลงเมื่อคืนพี่ปรานต์กลับบ้านตามเวลาที่ฉันบอกไหม” 

“อืม ตีสองสิบสองนาที” น้ำจำได้แม่น 

“เป๊ะแฮะ แล้วเป็นไงอะ ปกติไหม” 

“จะปกติอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนนอนมีคนโทรหาพี่ปรานต์” 

“เรื่องงานหรือเปล่า” น้ำฝนถามอย่างเป็นกลาง 

น้ำเลยเล่าสถานการณ์และคำพูดเมื่อคืนนี้ให้น้องสาวฟังจนหมด “ยังคิดว่าเป็นเรื่องงานอยู่ไหม” 

น้ำฝนจึงส่ายหน้าเป็นคำตอบ 

“นี่ข้ากำลังจะมีเขาจริงๆ เหรอวะ จะโดนพี่ปรานต์ทิ้งจริงเหรอวะ” น้ำเริ่มวิตกกังวล 

“เอ้อ... มันอาจจะไม่ใช่ขนาดนั้นก็ได้มั้ง” น้ำฝนรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ให้พี่ชายไปจับผิดพี่เขยแบบนั้น “แล้วพี่จะทำไงต่อ” 

“มีแฟนเป็นตำรวจมันต้องมีหลักฐานเว้ย ข้าจะสังเกตการณ์อีกสองสามวัน ถ้ายังเหมือนเดิม ข้าจะรีบไปหาหลักฐาน” 

“พี่น้ำ อย่าหาว่าฉันแช่งเลยนะ ถ้าเกิดว่าพี่ปรานต์นอกใจจริงๆ พี่จะทำไง” 

“ถ้าพี่ปรานต์มีคนอื่น อย่างแรกเอ็งก็คงต้องย้ายกลับไปอยู่ที่ห้องข้าอีกฝั่งหนึ่ง ลำบากเดินทางหน่อย แต่คงอยู่ที่นี่ไม่ได้”  

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องของฉันเสียหน่อย หมายถึงพี่ต่างหาก” น้ำฝนพูดอย่างอ่อนใจ จนถึงเวลานี้พี่ชายยังห่วงเรื่องของเธออยู่อีก 

“ข้าก็จะจัดการคนกลางก่อน” น้ำพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“เฮ้ย พี่คิดจะทำอะไร อย่าให้ถึงขนาดต้องฆ่าต้องแกงกันนะ” น้ำฝนตกใจรีบเตือนสติพี่ชาย 

“จะบ้าหรือไง โมโหแค่ไหนก็กลัวติดคุกเว้ย” 

“อ้อ...พี่จะจัดการอย่างไร” 

“ถ้าพี่ปรานต์คิดนอกใจข้าจริง เอ็งคอยดูละกัน” แววตาเด็ดเดี่ยวของน้ำน่ากลัวจนน้องสาวไม่กล้าตอแยต่อ  

เรื่องผัวเมีย น้ำฝนจะไม่ยุ่ง น้ำฝนกลัว 

 

คืนนั้นเป็นอีกคืนที่น้ำกลับบ้านเองและมันยังไม่หลับ เมื่อวานมันง่วงแทบตาย วันนี้กลับตาค้างเพราะเรื่องของผู้กองปรานต์รบกวนจิตใจไอ้น้ำเหลือเกิน วันนี้ทั้งวันมันก็ไม่ค่อยหิว นี่มันเข้าข่ายกินไม่ได้นอนไม่หลับหรือยัง 

ผู้กองปรานต์กลับบ้านเวลาเดิมคือตีสองนิดๆ ไอ้น้ำแกล้งหลับเหมือนเคย โสตประสาทของมันทำงานอย่างดีเยี่ยม คอยฟังว่าผู้กองทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้ 

เหตุการณ์เหมือนย้อนไปเมื่อวานเป๊ะ ผู้กองบอกฝันดี ต่อจากนั้นไม่นานโทรศัพท์ของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น และผู้กองก็ลงจากเตียงออกไปนอกระเบียงเหมือนเดิม 

‘เอาไงดี เดินออกไปถามเดี๋ยวนี้เลยดีไหม’ น้ำคิด 

‘ลุกไปถามเลย จะได้รู้เรื่อง’ มารดำกระซิบข้างหูซ้ายบอกไอ้น้ำ 

‘อย่าเพิ่งเลย เรายังไม่มีหลักฐานนะ’ มารขาวกระซิบข้างหูขวา 

‘แล้วจะให้ทำไงอะ’ น้ำถาม 

‘ไปถามเลย’ มารดำยังยุยงต่อ 

‘ถ้าน้ำไปถามตอนนี้ ผู้กองอาจปฏิเสธก็ได้ แล้วอาจจะจับไม่ได้นะ’ มารขาวบอกอย่างมีเหตุผล 

‘ตกลง ข้าเชื่อเอ็ง มารขาว ข้าจะรอ’ 

 

เช้าวันเสาร์ หน้าของไอ้น้ำอิดโรยกว่าเดิม ถ้าคืนนี้มันยังไม่หลับอีก มันต้องตายแน่ๆ  ถ้าเป็นสมัยเรียน ทำงานส่งโปรเจ็กต์อยู่สามคืน ยกกระทิงแดงเข้าปากไป ไอ้น้ำยังบ่ยั่น แต่พออายุมากขึ้น แค่ครึ่งคืนไอ้น้ำก็จะตายแล้ว 

“ยังไม่ตื่นเหรอ ขี้เซาจังเลย” เสียงผู้กองดังวนเวียนอยู่ข้างตัวมัน แต่ไอ้น้ำไม่คิดจะลืมตา 

“น้ำครับ ตื่นมาคุยกับพี่หน่อย” ผู้กองยังพูดต่อ ไอ้น้ำอยากจะด่าอีกฝ่ายเสียเดี๋ยวนั้น เพราะใครกันเล่าที่ทำให้มันหนังตาหนักขนาดนี้ มันไม่ได้หลับแค่ยกเปลือกตาไม่ขึ้นเท่านั้นเอง 

“อืม ว่าไงครับ” น้ำตอบทั้งที่ไม่ลืมตา 

“วันนี้พี่จะออกไปข้างนอกนะครับ พี่มีธุระ” ปรานต์บอกเสียงนุ่ม แต่คนฟังขมวดคิ้ว ...ธุระอะไรวะ 

“ธุระอะไรเหรอครับ” มันกลั้นใจถาม 

“เกี่ยวกับคดีนิดหน่อย น้ำนอนต่อนะ พี่ไม่กวนแล้ว” 

“อือ” 

“พี่ไปนะ” ผู้กองปรานต์หอมแก้มขาวหนึ่งฟอดก่อนจะผละจากไป  

สิ้นเสียงประตูห้องปิด ไอ้น้ำตะลีตะลานเข้าไปอาบน้ำแต่โดยเร็ว  

วันนี้แหละ มันอาจจะจับตัวผู้ร้ายพร้อมหลักฐานได้ก็เป็นได้ 

คล้อยหลังผู้กองขับรถออกไปจากบ้าน มันรออีกครึ่งชั่วโมงจึงตามอีกฝ่ายออกไป เพราะกลัวว่าถ้ารีบตามไปเร็ว อีกฝ่ายจะรู้ตัว ไอ้น้ำไปอ้อนขอยืมรถคุณหญิงมาได้หนึ่งคัน ซึ่งนางก็อนุญาตด้วยความเต็มใจ 

พอขึ้นรถได้ไอ้น้ำก็รีบเปิดมือถือ ยังไงดี มันต้องขอบคุณเทคโนโลยีติดตามโทรศัพท์ที่มันแอบทำไว้เมื่อเช้าใช่ไหม เฮอะ! แค่นี้การติดตามผู้กองก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แล้วมันก็อยากตบหัวตัวเองที่เพิ่งจะมาฉลาดเอาตอนนี้  

ทำไมก่อนหน้านี้ไม่รู้จักเช็กวะ ไม่งั้นป่านนี้ก็รู้เรื่องแล้ว 

น้ำขับรถออกไป ตามจุดสัญลักษณ์ไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าสถานที่คือห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไกลมาจากบ้านของผู้กองพอสมควร นัดแนะชู้เสียไกล กลัวมีคนเห็นใช่ไหม ถึงว่าแต่งตัวเสียหล่อ น้ำหอมฟุ้งไปทั่วห้อง  

ไอ้พี่ปรานต์ ถ้านอกใจจริงๆ เขาจะ... 

เขาจะ... 

เขาจะอะไรวะ ไม่รู้เว้ย เอาจริงๆ ไอ้น้ำยังคิดไม่ออก 

นายนทีจอดรถมือไม้สั่น ไม่เคยคิดจะจับผู้ร้ายมาก่อนเลย พอมีโอกาสได้ลงมือคนนั้นกลับเป็นภรรยาของเขาเสียนี่ ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย น้ำโมโห แต่ด้วยความอยากรู้ เขาเลยต้องเดินหน้าต่อไป อีกอย่างหนึ่งแม่น้อยเคยบอกว่ามีอะไรให้ถาม แต่เขาขอหลักฐานก่อนแล้วกัน ค่อยถามทีหลัง 

น้ำเหลือบมองจุดในมือถือเป็นระยะ จนอีกไม่ไกลก็จะถึงผู้กองอยู่แล้ว แต่กลับมีใครคว้าแขนเขาเอาไว้ก่อน  

“เฮ้ย!” น้ำตกใจ 

“พี่น้ำ ผมเอง มาร์คไง”  

“อ้าว น้องมาร์ค มาได้ไงเนี่ย” น้ำถามกลับไป เวลานี้เขายังไม่อยากเจอคนรู้จักเว้ย 

“ผมมาซื้อของอะ ห้างนี้มันใกล้คอนโดผม” 

“อ้อ...เหรอ” ไอ้น้ำไม่รู้จะตอบว่าอะไร สายตาของมันไม่ได้มองน้องมาร์คเลย มันจับจ้องไปเส้นทางตรงหน้า  

นั่นไง! มันเห็นผู้กองแล้ว ยืนอยู่ลิบๆ นั่น มันจำเสื้อผู้กองได้ แล้วอีกคนนั่นใคร มันมองไม่ถนัด หรือว่า...ดวงตาของไอ้น้ำเบิกกว้างขึ้น 

ชู้! จับได้แล้ว ไอ้น้ำรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บหลักฐานเอาไว้  

“พี่มองอะไร” น้องมาร์คถามเพราะเห็นท่าทีของพี่น้ำดูร้อนรน 

“มองคนเล่นชู้” 

“ฮะ!?” น้องมาร์คคิดว่าตัวเองน่าจะหูฝาด 

“เอ่อ...พี่มาหาพี่ปรานต์น่ะ” 

“เหรอครับ” น้องมาร์คมองตามสายตาของน้ำไป “อ้าว คุณปรานต์อยู่ตรงนั้นนี่ครับ มาครับ เข้าไปหาเขาด้วยกัน” 

“เดินเข้าไปเงียบๆ นะ อย่าให้เขารู้ตัว” 

“ทำไมครับ” น้องมาร์คสงสัย จะเดินไปหาแฟนทำไมถึงต้องทำตัวลึกลับด้วย 

“เถอะน่า เชื่อพี่” น้ำพูดแค่นั้นแล้วออกเดิน โดยมีรุ่นน้องเดินตามไปเรื่อยๆ  

น้ำเห็นชู้ของผู้กองยืนกอดแขนคนรักเขาอย่างสนิทสนม ในหัวก็ปวดจี๊ดขึ้นมาทันที ใครมีปืนแถวนี้ไหม จะเอามายิงสองคนนี้ น้ำสลัดหัว ไม่ได้ๆ ฆ่าคนตายต้องติดคุกอีก มารขาวกับมารดำในหัวของไอ้น้ำกำลังตีกันให้วุ่น 

“โอ๊ย จะทนไม่ไหวแล้วโว้ย” น้ำกดเสียงให้ต่ำเข้าไว้ กลัวจะโมโหจนเสียงดัง 

“พี่น้ำ เป็นอะไรไหม” น้องมาร์คเป็นห่วง แค่มองจากตรงนี้ก็รู้แล้วว่าผู้กองกำลังนอกใจพี่น้ำของเขา น้องมาร์คแอบสะใจเล็กๆ คนที่ทำท่าว่ารักพี่น้ำนักหนา สุดท้ายก็ดีแตก 

“พี่โอเคๆ” น้ำบอก แต่ในใจเขาไม่โอเค  

แล้วจังหวะที่เขาไม่โอเคที่สุดก็ตอนที่ชู้หน้ามนนั่นใช้นิ้วเกลี่ยแก้มคนรักของเขานั่นแหละ นี่มันกลางห้างกลางวันแสกๆ ยังกล้าทำอะไรแบบนี้ ไอ้น้ำไม่ทงไม่ทนมันแล้ว 

“ทำอะไรน่ะ!” ไอ้น้ำเดินเข้าไปถาม พยายามไม่ทำเสียงดังซึ่งดูจะยากเต็มที  

“น้ำ มาได้ไงครับ” ผู้กองถามด้วยสีหน้าที่น้ำก็วิเคราะห์ไม่ออกว่าอีกฝ่ายกลัวที่ถูกเขาจับได้ หรือเพราะอะไรกันแน่ 

“ไหนว่ามีธุระ มีธุระที่นี่งั้นเหรอ” 

“กลับไปบ้านก่อนได้ไหม นะ พี่ขอ” 

“ไม่ได้ ผมมีหลักฐานนะ ถ้าอยากเลิกกับผมก็บอกผมก็ได้นี่นา หลอกกันแบบนี้ทำไม” น้ำสูดน้ำมูก แต่มันยังไม่ร้องไห้ มันไม่กล้า มันอาย 

“เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น น้ำกลับไปก่อนนะ” ผู้กองพูดอีกครั้ง 

“ไม่” 

“คือ...มันไม่ใช่...” ชู้ของผู้กองพูดขึ้นบ้าง 

“หยุดเลย มือที่สามไม่ต้องมายุ่ง” น้ำหันไปบอก 

“มันไม่ใช่นะครับ” ชู้คนนั้นปล่อยแขนที่จับผู้กองไว้ ตั้งใจจะถูกตัวน้ำ ด้วยความที่ไอ้น้ำไม่ไว้ใจอยู่แล้ว มันเลยปัดมือนั้นทิ้งตามสัญชาตญาณจนอีกฝ่ายเซไปเล็กน้อย 

“มึงตาย!” 

เสียงของใคร ไอ้น้ำงง สาบานว่าไม่ใช่เสียงไอ้น้ำแน่นอน แต่มันรู้สึกว่าเสียงนั้นเหมือนจะพุ่งมาหาตัวมัน 

“น้ำหลบ” ผู้กองตะโกนบอกพร้อมดึงแขนของคนรักให้เข้ามาใกล้ตัว  

“จ่า! เร็ว จับไว้” เสียงผู้กองดังขึ้นอีกข้างหูไอ้น้ำ  

นายนทีเห็นตำรวจสวมเครื่องแบบเต็มยศหลายนายพุ่งเข้ามาจากหลายทิศทาง คนที่เดินห้างอยู่บริเวณนั้นต่างกรีดร้องแตกฮือด้วยความตกใจ 

คนที่พูดว่า‘มึงตาย’ถูกจับได้ในที่สุด ไอ้น้ำยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ขณะที่ทุกคนในเหตุการณ์ถูกพามาโรงพักเพื่อให้ปากคำ 

เมื่อเหตุการณ์จบลง ผู้กองก็ให้น้ำขับรถกลับบ้านก่อน และตอนนี้มันก็กำลังทำหน้าสลดอยู่ในห้องนอน รอการประหาร  

“น้ำไปหาพี่ที่ห้างถูกได้ไงครับ” เจ้าหน้าที่อย่างผู้กองปรานต์เริ่มลงมือสอบสวน  

“ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดก็ได้ใช่หรือเปล่า” 

“พี่ถามน้ำอย่างคนเป็นแฟนกัน” ผู้กองยิ้มพลางพูดเสียงเรียบ 

“ผมรู้ก็พอ ผมเป็นเด็กไอทีนะครับ” น้ำตอบเลี่ยง ถ้าขืนบอกไป สุดท้ายเขาจะกลายเป็นคนผิดน่ะสิ 

“พี่รู้ เอาไว้พี่จะลองไปถามเด็กไอทีคนอื่นดูบ้างว่าเขาทำยังไงถึงรู้ว่าแฟนไปไหนมาไหน”  

“พี่ปรานต์จะไปถามใคร” น้ำไม่ชอบใจ ผู้กองตั้งใจทำให้เขาไม่พอใจชัดๆ 

“ไม่รู้สิ...ก็เด็กสักคน ดีไหม”  

“ถ้าหาเด็กใหม่นะ น่าดู” 

“หึงพี่เหรอ” 

“เปล่า แค่ไม่ชอบ” ไอ้น้ำปากแข็ง 

“พี่รับรองว่าจะไม่มีอะไรให้น้ำต้องกังวล เพราะพี่จะถามต่อหน้าน้ำเลย...นะครับ” ผู้กองยังยิ้ม แต่ตาไม่ยิ้ม จนไอ้น้ำอยากจะป่วยและเป็นลมไปเสียตอนนี้ 

“ผมบอกแล้ว บอกแล้วก็ได้!” น้ำกระชากเสียงตอบ เพราะขืนยังดื้อแพ่งต่อไป เขาอาจจะถูกลงโทษสถานหนัก  

“ครับ?” 

“คือเครื่องผู้กองมันมีฟังก์ชั่นติดตามโทรศัพท์หาย ผมแอบทำตอนผู้กองอาบน้ำ” 

“อ้อ...ไม่ไว้ใจพี่ขนาดนั้นเลย?” 

“แล้วที่พี่ทำมันน่าไว้ใจหรือเปล่าล่ะ” 

“พี่ทำอะไรให้น้ำไม่ไว้ใจ ไหนบอกพี่หน่อยซิคนดี” ผู้กองดึงไอ้น้ำให้ขยับมานั่งใกล้ๆ 

“พี่ให้ผมกลับบ้านเองติดต่อกันตั้งหลายวัน แล้วพี่ก็กลับบ้านตีสองตีสาม พอกลับมาพี่ยังคุยโทรศัพท์กับใครต่อไม่รู้ที่ข้างนอกนั้น ผมควรจะไว้ใจพี่ไหม” น้ำระบายออกมาด้วยความอัดอั้น 

“พี่แค่กำลังทำคดีเท่านั้นเอง” 

“โดยการเอาตัวเองไปเล่นละครกับเหยื่องั้นเหรอครับ ไม่ตลกเลยอะ ผมคิดว่าพี่นอกใจจริงๆ” 

“พี่คิดว่าจะไม่มีโอกาสเห็นน้ำหึงเสียแล้ว” ชายหนุ่มยิ้ม 

“จะบ้าหรือไง ไม่มีหรอกคนที่ไม่เคยหึงอะ ยกเว้นว่าไม่รักกันแล้ว” น้ำรีบพูด 

“ไม่รู้สิ ตั้งแต่คบกันมา น้ำไม่ค่อยแสดงอาการว่าหึงพี่...จนพี่ไม่แน่ใจ” ผู้กองพูด น้ำดูเหมือนพวกขี้โวยวาย แต่จริงๆ แล้วเจ้าตัวค่อนข้างจะดื้อเงียบและนิ่งพอสมควร 

“ไม่แน่ใจอะไรครับ” 

“ไม่แน่ใจว่ารักพี่หรือเปล่า” 

“นี่ทำคดีจนเพี้ยนหรือไง ถ้าไม่รักป่านนี้ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว ไม่ยอมให้ถูกกดอยู่แบบนี้หรอก” น้ำทำตาขวาง อยากจะพ่นไฟไปให้ถึงดาวอังคาร 

“พี่ขอโทษนะครับ” 

“รู้ตัวก็ดี วันหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน” น้ำบอก ทำเสียงเหมือนผู้ใหญ่ให้อภัยเด็ก 

“ว่าแต่พี่ขอโทษเรื่องอะไร เรื่องที่ทำให้ผมเข้าใจผิดใช่ไหม” มัวแต่รีบรับคำขอโทษ พอนึกได้ก็งงว่าคนรักของเขาขอโทษเรื่องอะไร 

“ใช่ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด เพราะพี่ตั้งใจ” 

“ตั้งใจ?” 

“ครับ จ่าที่สน.บอกให้พี่ลองดู พี่ก็เลยลอง” 

“ลองอะไร เดี๋ยวนะ อย่าบอกว่าพี่เอาผมไปคุยกับที่สน.น่ะ” น้ำขยับถอยออกมาเล็กน้อยด้วยความระแวง 

“ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย พวกจ่าๆ ถามพี่ว่า พี่กลับบ้านดึกดื่น เมียที่บ้านไม่ว่าหรือ พี่เลยบอกเขาว่าไม่ว่าเลย จ่าเลยบอกว่าสงสัยเมียพี่จะไม่รัก” 

“พี่ก็เลยทำให้ผมหึง?” น้ำถามอีก 

“ก็ไม่เชิง แค่โอกาสเหมาะพอดี น้ำรู้ใช่ไหมว่าคนที่น้ำเห็นเขาเกาะแขนพี่วันนี้น่ะ เขาถูกคนโรคจิตคุกคามโดยที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใคร” 

“อื้อ แต่ผมไม่เห็นว่าทำไมพี่ต้องนัดกันไปที่ห้างด้วยอะ” 

“คนมันเยอะดี คนร้ายจะระวังตัวน้อยกว่าเพราะเวลาหลบหนีก็จะอาศัยหายไปกับฝูงชน” 

“ผมยังโกรธพี่นะ ห้ามไปทำอะไรแบบนี้อีก คนในสน.ตั้งเยอะทำไมไม่ให้พวกเขาไปทำ” น้ำบ่น 

“ก็เพราะพี่ดูเข้าตาสุดไง เพราะพี่หล่อที่สุดในสน.แล้ว” 

“หลงตัวเอง” 

“น้ำคิดว่าไงล่ะ” ผู้กองตอบไอ้น้ำด้วยคำถามแทน 

“ก็...งั้นๆ แหละ แพ้พี่น้ำหน่อยนึง ผมไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวยังไงกับการทำให้ผมหึง” 

“โทรศัพท์ตอนกลางคืนนั่นไง เพราะเหยื่อต้องทำงานกลางคืน ที่พี่ต้องกลับบ้านดึกๆ เพราะพี่ไปรอรับเขา” 

“ทำงานดีจนน่าเลื่อนขั้นให้เหลือเกิ๊น” น้ำสาบานว่ามันไม่ได้ประชดเลยแม้แต่น้อย 

“คนอื่นพี่ก็ไม่ไว้ใจ อีกอย่าง...เมียพี่ไม่ว่าด้วยที่พี่กลับบ้านดึก พี่ก็ใจแป้วแล้วนะ เพราะน้ำไม่โทรตามพี่เลย” 

“บอกว่าทำงาน ผมจะโทรไปกวนได้ไงล่ะ”  

“จนกระทั่งโทรศัพท์นั่นแหละ เขาโทรมาหาพี่เพราะแค่กลัวมีอันตรายเกิดขึ้นกับพี่ เราอยู่ในที่สว่าง ไม่รู้คนร้ายจะมาไม้ไหน” 

“แล้วทำไมต้องออกไปคุยลับๆ ล่อๆ ข้างนอกด้วย” 

“น้ำแกล้งหลับไม่ใช่เหรอ นั่นแหละที่พี่ตั้งใจ แล้วก็ได้ผลดีเสียด้วย” ผู้กองยิ้มกว้างจนไอ้น้ำอยากบิดปากนั้นสักที 

“ดูออกด้วยเหรอว่าผมไม่ได้หลับ” 

“น้ำดูออกง่ายน่ะ” น้ำอยากจะกลอกตาสิบตลบ นี่เป็นความโชคร้ายที่จะติดตัวเขาไปตลอดใช่ไหม 

“เพราะข้อหาที่พี่ทำให้ผมนอนไม่หลับ พี่ปรานต์ต้องถูกลงโทษ” 

“จะลงโทษพี่ยังไงครับ” 

“คืนนี้ต้องยอมให้ผมกดพี่” 

“เอาสิ” ผู้กองอนุญาต 

“จริงๆ นะ?” 

“อืม ถ้าทำได้นะ” 

 

จบ 

 

เเอบเเถมตอนพิเศษให้หนึ่งตอนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ 

เพื่อนๆ คนไหนอยากอ่านตอนพิเศษเพิ่มอีก อย่าลืมอุดหนุนนิยายเรื่องนี้กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ 

สำนักพิมพ์นาบู 

ความคิดเห็น