Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 4: วันอังคารสีชมพู

ชื่อตอน : ตอนที่ 4: วันอังคารสีชมพู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2562 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4: วันอังคารสีชมพู
แบบอักษร

 

ตอนที่ 4: วันอังคารสีชมพู 

 

           “เสร็จแล้วเอาไปส่งได้เลย” ลิลิตเรียกลูกน้องหลังจัดดอกไม้ช่อสวยเสร็จเรียบร้อย 

             “เดี๋ยวรอจินมาก่อน ผมไลน์ไปตามแล้ว”

             “ขึ้นไปบนโน้นอีกแล้วสิ” ลิลิตหมายถึงดาดฟ้าของตึกพีพีอาร์บิวดิ้ง ตึกของตระกูลพงษ์ภีระนั่นเอง

             “ช่าย”

             “ไม่ร้อนหรือไง กินในร้านสบายกว่าตั้งเยอะ” ลิลิตอดบ่นด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

             จินชอบถือกาแฟกับแซนวิชขึ้นไปนั่งพักที่สวนหย่อมบนดาดฟ้าของตึก โดยปกติแล้วจะไม่ให้คนนอกขึ้นไปใช้ แต่เนื่องจากพวกเขาแวะเวียนไปส่งกาแฟบ่อยๆ จนพนักงานรักษาความปลอดภัยคุ้นหน้าจึงผ่านขึ้นไปได้สบาย

             “ก็จินชอบแบบนั้นนี่พี่ บอกว่าชอบขึ้นไปนั่งดูวิว ข้างบนลมแรงไม่ร้อน สวนก็สวยด้วย” ศีลพูดตามที่เพื่อนเคยบอก เขาหยิบกล่องใส่ดอกไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ หยิบดอกไม้ช่อสวยใส่ลงไป

             “พี่ลิตว่าคุณสิตาจะสวยไหม”

             “สวยมั้งแต่เสียงเพราะดี อีกอย่างผู้หญิงที่ส่งดอกไม้ให้คุณภีมทุกสองสามวันแบบนี้ถ้าไม่สวยจริงก็ต้องมั่นใจในตัวเองมาก ไม่งั้นใครจะกล้าทำ” ลิลิตวิเคราะห์ไปตามเนื้อผ้า

             “ก็จริง แต่ก็ดีนะผมว่า ไม่ต้องรอให้ผู้ชายจีบก่อน ชอบคนไหนก็จีบเลย”

             “ไม่รู้ว่าคุณภีมจะชอบตอบหรือเปล่าสิ คนอย่างคุณภีมเดาทางยาก เป็นผู้ชายเนี้ยบแต่ก็ดูเป็นคนสบายๆ ผู้ชายแบบนี้แหละอันตรายที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่”

             “เห็นด้วยเลยพี่ คนที่ขรึมไปเลยหรือเจ้าชู้ไปเลยดูง่ายกว่าเยอะ แต่คุณภีมดูเรื่อยๆ เดาทางไม่ถูก”

             “จินมาแล้วไปส่งของเถอะ อย่าลืมกาแฟ”

             “ไม่ลืมๆ ผมชงไว้แล้วเหลือแค่เทใส่แก้ว เดี๋ยวผมกลับมา”

 

• • • • • • • • 

 

             “มาตามสีของวันเลย” รุ้งลาวัลย์มองดอกไม้ที่นำมาส่ง เธอสังเกตว่าสักพักว่าสีของดอกไม้ตรงกับวันที่นำมาส่ง 

“จริงด้วยผมไม่เคยสังเกตเลย” 

“ส่งแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว พี่ว่าน่ารักดีนะ เข้าใจคิด” 

             “พี่รุ้งรู้จักเจ้าของดอกไม้ไหมครับ” ศีลเลียบๆ เคียงๆ ถาม นับวันเขาก็ยิ่งอยากเห็นหน้าเจ้าของดอกไม้ 

             “ไม่รู้จักจ้ะ พี่ยังไม่เคยเจอ ศีลเอาเข้าไปส่งให้คุณภีมในห้องเลยก็ได้นะ ไม่มีแขก” 

             “ครับผม” 

             “ว่าแต่เราลืมกาแฟของพี่หรือเปล่า” รุ้งลาวัลย์ทวงถาม 

             “ไม่ลืมครับ” ศีลยิ้มทะเล้น ปล่อยให้อีกฝ่ายมองหา 

             “อยู่ไหนล่ะ”  

             “ไม่มีครับ ผมมีมาแก้วเดียวที่คุณคนนั้นสั่งให้คุณภีมพร้อมดอกไม้ เจ้านายพี่รุ้งไม่กินไม่ใช่เหรอครับเดี๋ยวพี่รุ้งก็ต้องกินแทนอยู่ดี จะได้ประหยัดตังค์” 

             “ร้ายนักนะเรา” รุ้งลาวัลย์หัวเราะขำเด็กหนุ่ม แต่ที่พูดมาก็ถูกทุกอย่าง เธอถึงได้มีโอกาสชิมกาแฟแก้วอร่อย จนติดใจต้องโทรไปสั่งให้มาส่งทุกวัน 

             “ผมว่าจะถามหลายทีแล้ว คุณภีมไม่กินกาแฟเหรอครับ หรือว่า..กินร้านแพงๆ ที่อยู่ใต้ตึก” 

             “กินร้านนั้นทุกวันพี่เป็นคนซื้อให้เอง แต่ที่ไม่กินแก้วนี้ไม่เกี่ยวกับร้านแต่เป็นเพราะคุณภีมดื่มแต่กาแฟดำ” 

             “อ๋อ” ในที่สุดเขาก็กระจ่าง “งั้นผมเข้าไปเลยนะครับ” 

             “จ้ะ” 

 

             ศีลเคาะประตูห้องสองสามครั้งจนได้ยินเสียงตอบรับจึงเปิดเข้าไป 

             “ผมเอาดอกไม้กับกาแฟมาส่งครับ”  

             “เอาวางไว้บนโต๊ะเลย” โต๊ะที่ว่าคือโต๊ะรับแขกที่ตั้งอยู่มุมห้อง มองเห็นวิวกว้าง ศีลทำตามที่อีกฝ่ายบอก เขาวางทุกอย่างลงบนโต๊ะ อดยืนมองวิวภายนอกไม่ได้ 

             “ชอบเหรอ” 

             “ครับ” ศีลหันไปยิ้มให้คนถาม เขาเดินกลับมาที่หน้าโต๊ะทำงานของพีระพัฒน์ 

             “ช่วยเซ็นให้ด้วยครับ” ศีลยื่นใบรับของให้ ระหว่างที่รอชายหนุ่มเซ็นเขาหันไปมองดอกไม้ที่วางอยู่ สองจิตสองใจว่าควรพูดดีไหม 

             “เรียบร้อย”  

             “ขอบคุณครับ” ศีลยื่นมือไปรับ เก็บกระดาษใส่ลงในกระเป๋า 

             “คุณภีมครับ” 

             “อะไร” 

             “รู้ใช่ไหมครับว่าวันอังคารสีชมพู” 

             “รู้สิ ทำไมถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา” พีระพัฒน์วางปากกาในมือลง เขาเอนหลังพิงเบาะมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า 

             “คือ...” ศีลยกมือขึ้นลูบท้ายทอย คำว่ายุ่งกับคำว่าหวังดีมีเพียงเส้นบางๆ กั้นอยู่ เขาจึงต้องคิดให้หนักว่าจะพูดดีไหม 

             “จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ” 

             ศีลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาตัดสินใจชี้นิ้วไปยังดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ 

             “ดอกไม้? ทำไมเหรอ” 

             “วันอังคารสีชมพูครับ” ศีลยังพูดประโยคเดิม 

             พีระพัฒน์หันไปมองดอกไม้อีกครั้ง ถึงเห็นว่าทั้งช่อใช้โทนสีชมพูทั้งหมด อ่อนแก่สลับกันไป เขาเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้นี่เอง 

             “ผมก็เพิ่งรู้เมื่อกี้ครับ พี่รุ้งทักว่าส่งตามสีของวันอีกแล้วคนส่งคงอยากให้มันพิเศษ แต่ผู้ชายกับผู้หญิงคิดไม่เหมือนกัน ผมเดาว่าคุณภีมคงเหมือนผม ไม่มีทางสังเกตเห็นหรือนึกออก ผมเลยบอกไม่อยากให้ความตั้งใจคนส่งสูญเปล่า” 

             “ขอบใจที่บอก” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ เขาชอบความมีน้ำใจของศีลมาก นับวันก็ยิ่งเห็นความใจดีในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ 

             “แต่พอรู้อย่างนี้แล้วก็เริ่มรู้สึกว่ามันพิเศษขึ้นมา ผมว่าผมมองมันเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย” ศีลหันไปมองช่อดอกไม้ รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนลง 

             “ผมไม่ใช่คนชอบดอกไม้สักเท่าไหร่ แต่เห็นแบบนี้ยังอดอิจฉาไม่ได้ นึกอยากได้กับเขาสักช่อ ความรู้สึกว่าเราเป็นคนพิเศษสำหรับใครบางคนมันดีมากเลยนะครับ” ศีลหันกลับมามองเจ้าของห้อง “หวังว่าคุณภีมจะชอบดอกไม้ช่อนี้” 

             “ปกติผมยกให้คุณรุ้ง” 

             รอยยิ้มของศีลเหี่ยวลง จ้องคนพูดด้วยสายตาขัดใจโดยไม่ได้ตั้งใจ 

             “เดี๋ยว แล้วคุณจะโกรธผมทำไม” พีระพัฒน์พูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ เขาขำดวงตาของอีกฝ่ายที่มองมา 

             “ผมไม่ได้โกรธครับ” 

             “ไม่ได้โกรธแล้วเป็นอะไร” 

             “เป็นคนส่งของ” 

             “หึๆ” แม้แต่เสียงยังงอนจะไม่ให้เขาขำได้อย่างไร “ผมไม่ชอบดอกไม้ คนไม่ชอบดอกไม้ผิดด้วยเหรอ” 

             “คุณภีมไม่ลองบอกคนส่งอ้อมๆ ดูละครับ เขาจะได้ไม่ต้องส่งมาอีก เสียดายเงิน” 

             “ผมยังไม่รู้เลยว่าใครส่ง” 

             “ไม่รู้เหรอครับ!” ศีลงงเป็นไก่ตาแตก เขาจำได้ว่าในการ์ดมีชื่อระบุไว้ 

             “สงสัยใช่ไหม” พีระพัฒน์ลุกขึ้นยืน เขาเดินตรงไปยังช่อดอกไม้ หยิบการ์ดที่เสียบอยู่ออกมา “ชื่อที่เขียนอยู่บนนี้ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว” 

             “ไม่ลองเสิร์ชหาดูละครับ อากู๋ช่วยได้ทุกเรื่อง” 

             “ผมไม่หา เพราะคิดว่าเจ้าของชื่อคงอยากให้ผมทำแบบนั้นถึงได้ส่งมา” 

             โอววว โลกเราช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหลือเกิน ศีลได้แต่ยืนทำตาปริบๆ กับความรู้ใหม่ 

             “แต่อันที่จริงผมคุ้นนามสกุลลนี้ คิดว่าเดาไว้ว่าเป็นลูกสาวของใคร” 

             “อ้าว!” ศีลอ้าวจนรู้สึกตัวเองเด๋อด๋าเต็มทน “ตกลงคุณภีมรู้จักหรือไม่รู้จักครับ” 

             “รู้ว่าน่าจะเป็นใครแต่ไม่รู้จัก ในเมื่อเจ้าของไม่แสดงตัวออกมาก็ไม่ใช่หน้าที่ของผม ที่จะไปบอกว่าผมชอบหรือไม่ชอบดอกไม้” 

             ศีลมองหน้าคนพูด เขาถอนใจออกมาเบาๆ “คนเราจีบกันทีต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอครับ” 

             “หึๆ”  

             “ถ้ามันขนาดนี้ผมเป็นโสดดีกว่า” 

             “ยังไม่มีแฟนเหรอ” 

             “ตอบว่ามีตอนนี้ทันไหมครับ ผมอยากดูดี” 

             “ฮ่าๆ ตอบได้สมกับที่เป็นศีลจริงๆ” 

             ศีลยิ้มกว้าง แม้จะนึกสงสัยว่าไอ้ที่ว่าสมกับเป็นเขา หมายถึงเป็นคนตลกดี หรือสมแล้วที่ยังโสดกันแน่ เพราะข้อหลังมันชวนช้ำใจ แต่ใครจะกล้าถาม 

             “ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ” 

             “ไปเถอะ แต่ไหนๆ ก็รู้แล้ว ฝากเอาดอกไม้ออกไปให้คุณรุ้งที ส่วนกาแฟวางไว้ที่เดิมผมจะลองชิมรสชาติดู” ชายหนุ่มหรี่ตาลงเมื่อจู่ๆ ใบหน้าของศีลก็ออกอาการเหวอ 

             “เป็นอะไร” 

             “เปล่าครับ เปล่า” สีหน้าของคนปฏิเสธไม่บอกอย่างนั้นสักนิด มันทั้งเจื่อนทั้งหงอย เจ้าตัวเดินไปที่โต๊ะรับแขก มองของที่อยู่บนโต๊ะ ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่สีหน้าราวกับหมาหงอย ก่อนหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมาถือ 

             “ผมกลับก่อนนะครับ”  

             “ไปเถอะ”  

             ชายหนุ่มมองตามร่างผอมที่เดินตัวเหี่ยวออกไป เกิดอะไรขึ้น! หรือโกรธที่เขาไม่สนใจดอกไม้ เขาลืมคิดไปว่าคนที่อยากได้แล้วไม่เคยได้ คงรู้สึกไม่ดีที่คนที่ได้รับแต่ไม่เห็นค่าของสิ่งที่ได้รับ ชายหนุ่มถอนใจยาว เขาน่าจะคิดให้มากกว่านี้ 

 

             ศีลเดินคอตกออกจากห้อง นี่เขาต้องกลับไปที่ร้านแล้วกลับมาใหม่อีกใช่ไหม 

             “พี่รุ้งครับ” ศีลลากเสียงออด วางดอกไม้ไว้บนโต๊ะ 

             “ว่าไงจ้ะ” 

             “รอผมแป๊บนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบบึ่งรถกลับไปเอากาแฟมาให้ใหม่” 

             “ทำไมล่ะ” 

             “คุณคนโน้นเขาอยากชิมกาแฟมีนมขึ้นมา” ศีลบุ้ยใบ้เข้าไปในห้อง 

             “อ้าวเหรอ! ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ซื้อจากร้านข้างล่างก็ได้จ้ะ ศีลจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปกลับมา” 

             “ไม่เป็นไรครับผมบึ่งแป๊บเดียว ปากซอยกลางซอยแค่นี้เองใกล้ๆ” 

             “งั้นก็ได้จ้ะ แต่ไม่ต้องรีบนะ” 

             “ครับผม” 

             ศีลโทรไปบอกจินให้ชงกาแฟให้ใหม่ เขาบึ่งรถไปรอรับที่หน้าร้านแล้วกลับขึ้นมาส่งที่เดิม ไม่ควรเลยจริงๆ ไม่ควรคิดอะไรเจ้าเล่ห์แบบนี้เลย  

 

• • • • • • • • 

 

             “กลับมาแล้วเหรอ มีออเดอร์เข้ามาใหม่ให้ไปส่งเลย พี่จัดเสร็จแล้ว” 

             “แถวไหนพี่” ศีลเอนคอไปมาไล่ความเมื่อยล้า หลังจากต้องขี่มอเตอร์ไซด์วนไปวนมา  

             “ในซอยเรา” 

             “งั้นก็สบายเลย มาครับส่งมาเลย” 

             “ศีลรับช่อดอกไม้มาจากเจ้านาย เขาไม่ได้เอากล่องใส่เข้ามาด้วย มัดเชือกติดไว้กับท้ายรถ 

             “ใบเซ็นรับของละพี่” ศีลทวงถาม  

             “นี่” ใบสีฟ้าอ่อนถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ “เซ็นรับด้วย” 

             “หะ!” 

             “ของเอ็ง” 

             “ของผม?!!” ศีลมองช่อดอกไม้สีชมพูไล่เฉดสีช่อใหญ่ชนิดสองมือโอบ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยสายตาแปลกใจปนไม่เข้าใจ 

             “ใช่ มีคนโทรมาสั่งเมื่อกี้ นี่การ์ด”  

             การ์ดใบเล็กที่เขาคุ้นตาเป็นการ์ดของทางร้าน ซึ่งพวกเขานี่แหละเป็นคนเขียนให้ในกรณีที่ลูกค้าไม่ได้มารับดอกไม้เอง 

             ศีลวางดอกไม้ลงอย่างบรรจง เขาเปิดการ์ดใบเล็กขึ้นอ่าน 

             “วันอังคารสีชมพู” ข้อความมีเพียงแค่นั้นไม่มีชื่อคนส่งแต่เขารู้ดีว่าเป็นใคร 

             “สวยเนอะ” ศีลมองดอกไม้ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง เขาอดเขินไม่ได้ แต่เจ้านายเขากลับถอนใจยาว 

             “แน่สิวะ ใครจัดล่ะ ลองบอกไม่สวยสิไล่ออก” 

             “โอ้วววโหดสุด” ศีลอุทาน หัวเราะอย่างมีความสุข              

“เล่าเลย” 

             เขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อจินชะโงกหน้ามาจากด้านหลัง ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นยืนหลังตรง กระแอมกระไอออกมาเบาๆ 

             “ไม่มีอะไร แค่คนมันพิเศษ” 

             “ไอ้ศีล!” 

             “ฮ่าๆ”  

             ศีลไม่รู้ว่าพีระพัฒน์สั่งดอกไม้ให้เขาทำไม แต่ถ้าให้เดาคงเป็นเพราะเขาพูดว่าอยากได้บ้าง แต่แค่นั้นก็ซื้อให้เลยเหรอ เป็นผู้ชายที่ใจดีจริงๆ  

             ศีลไล้นิ้วไปบนกลีบบาง เขาเป็นคนหนึ่งที่เฉยๆ กับดอกไม้ แต่วันนี้กลับรู้สึกว่ามันสวยมากเป็นพิเศษ 

             เพราะวันอังคารสีชมพู หัวใจของเขาเลยพองฟูตามไปด้วย 

ความคิดเห็น