ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 49 กลับสู่ต้นไม้ใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 49 กลับสู่ต้นไม้ใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 06:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 49 กลับสู่ต้นไม้ใหญ่
แบบอักษร

หลังจากที่ตัดสินใจที่จะเริ่มการทดลองอักขระสาปแห่งสวรรค์ เขาก็ใช้เวลาสองเดือนอยู่กับครอบครัว ทั้งสอนการหมุนเวียนจักระภายในร่าง

 

 

 

การหน่วงจักระให้หนาแน่นและบริสุทธิ์เพื่อให้การใช้จักระหรือคาถาในแต่ละครั้งลดภาระน้อยลง ชิซุยนั้นอยากเรียนวิชาดาบเขาจึงลงมือสอนด้วยตนเอง โดยนำประสบการณ์ฝึกซ้อมมากกว่าหกปีมอบให้ชิซุยไปทั้งหมด

 

 

 

ส่วนคาสุมิตัวร้ายนั้นค่อนข้างขี้เกียจ ทว่าพอเห็นอาจิไซเก่งด้านไทจุสสุและการขว้างปาอาวุธมากกว่าเธอ เธอก็เลยกลับมาฝึกซ้อมอย่างจริงจัง เพราะกลัวศักดิ์ศรีของคนเป็นอาจะถูกบดขยี้โดยหลานสาวของเธอ

 

 

 

ส่วนฮินาโมริหลังจากกลับไปคุยกับที่บ้านเรื่องอาจิไซน้อย ก็ถูกตาแก่ฮิวงะตำหนิทว่าสุดท้ายตาแก่ก็ยินยอม แต่เขาก็ไม่คิดจะส่งชื่อของอาจิไซเข้าสู่บ้านบรรพชนฮิวงะ เพราะเจ้าตัวไม่มีเนตรสีขาว

 

 

 

แน่นอนว่าคาซึยะไม่ได้สนใจ ขอแค่ทางนั้นไม่ปฏิเสธตัวตนของอาจิไซก็เกินพอ ในอนาคตเจ้าตัวอาจจะทราบเรื่องที่เขาเป็นคนเก็บเธอมาเลี้ยง ตอนนี้เขาทำได้เพียงมอบความรักการดูแลเอาใจใส่ให้เธอได้เติบโตโดยไม่ขาดความอบอุ่นนี่คือสิ่งที่เขาทำได้

 

 

 

พูดถึงสองเดือนที่ผ่านมา ณ โลกนินจาตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิสงครามเต็มรูปแบบ น่าเสียดายที่ปู่รุ่นสามไม่ให้เขาเข้าร่วมสงครามครั้งที่สาม

 

 

 

เพราะปู่ต้องการให้เขาคุ้มกันหมู่บ้านแทนตัวเขาที่จะออกไปสั่งงานในสนามรบ ปัจจุบันหมู่บ้านจึงมีนินจาระดับโจนินไม่สิบคนเท่านั้น ส่วนที่เหลือรับหน้าที่ป้องกันแคว้นไฟโดยรอบ

 

 

 

ดังนั้นเขาจึงตัวติดกับหมู่บ้านและไม่มีเวลาแวะเวียนไปไหน เพื่อนก็ไม่ได้พบ เพราะเจ้าพวกนั้นเข้าร่วมสงครามกันทั้งหมด ในรุ่นเขามีเพียงคาซึยะเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าร่วมสงคราม

 

 

 

"แต่ก็ดีฉันก็ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเสียเท่าไหร่"

 

 

 

ออกจากบ้านไปเยือนโลกภายนอกถึงสองปีเต็มดังนั้นการให้เขาได้พักผ่อนอยู่ติดบ้านบ้างจึงเป็นเรื่องดี เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการย้ายห้องวิจัยมาที่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ที่เคยเก็บศิลาตระกูลเอาไว้

 

 

 

ส่วนที่นั่นเขาจะเก็บไว้ใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมและที่ซ่อนลับให้แก่ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนรวมถึงชาวบ้านยามเกิดปัญหา จะได้ไม่ต้องไปทำการทดลองนอกบ้านอีกต่อไป

 

 

 

ได้ทดลองไปด้วย ดูแลครอบครัวไปด้วย ส่วนเรื่องปกป้องหมู่บ้านเขาใช้ร่างแยกเงาในการเฝ้าระวังดังนั้นจึงไม่จำเป็นห้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของหมู่บ้าน 

 

 

 

ด้วยความแข็งแกร่งของคาซึยะในปัจจุบัน ต่อให้พบเจอนินจาระดับครึ่งเทพมาเยือนเขาก็ไม่หวั่น เพราะระดับจักระของเขาได้มาถึงระดับเทพนินจาขั้นแรกตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้วดังนั้นจึงไม่ได้เป็นกังวลอะไรมากนัก

 

 

 

ดังนั้นการทดลองจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีฮินาโมริคอยช่วยเหลือ เขาเริ่มนำชิ้นเนื้อของจูโกะมาลองทดสอบกับเลือดและเซลล์ของเขาโดยไม่ผ่านการดัดแปลงและฝังเข้าไปในร่างของหนูขาว เพื่อดูว่าเมื่อเซลล์ทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกันจะเกิดปฏิกิริยาอะไรขึ้นมา

 

 

 

โบ๊ะ!

 

 

 

"แย่แฮะ การต่อต้านของทั้งสองรุนแรงมาก ความเข้ากันได้นั้นเป็นศูนย์ไม่สิเหตุผลน่าจะเป็นเพราะร่างกายของหนูรองรับพลังระดับสูงไม่ไหวมากกว่า ยังไม่ได้ทำการปะทะกันเลย"

 

 

 

หนูขาวระเบิดกระจายกลายเป็นโกโก้คลั้น เขาใช้ความสามารถสายตาที่เหมือนกล้องจุลทัศน์มองไปที่เศษเนื้อของหนู เพื่อดูปฏิกิริยาในเลือดและเนื้อ

 

 

 

"อย่างที่คิด หนูขาวไม่สามารถลองรับพลังได้ จากผลงานทดลองของอาจารย์ เจ้าตัวดูเหมือนจะแปรสภาพเซลล์ของจูโกะเป็นของเหลวและฉีดเข้าไปในร่างกายของเขาโดยไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย"

 

 

 

หรือเขาต้องทำแบบอาจารย์ ? ไม่! เขาต้องการที่จะได้รับอักขระสาปและโหมดเซียนใหม่ที่แตกต่างไปจากอาจารย์และมิซึกิ แม้โหมดสาปเซียนจะแข็งแกร่ง แต่ก็มีกลิ่นอายความอาฆาตมากเกินไปมันอาจจะทำให้หยินหยางของเขาเกิดความไม่เสถียรเอาได้

 

 

 

"ฮินะจังหนูขาวตัวที่สองถึงเจ็ดเป็นยังไงบ้าง"

 

 

 

"ทุกตัวระเบิดทั้งหมด แต่มีหนูขาวตัวหนึ่งที่ฟื้นฟูตัวเองด้วยความเร็วสูงและแปรสภาพร่างกลายเป็นสัตว์ร้าย"

 

 

 

ได้ยินรายงานจากแฟนสาวคาซึยะก็รีบวิ่งไปที่ตู้กระจกและกวาดสายตาหาหนูขาวที่รอดชีวิต ทันมีที่เขาพบมันก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเจ้าหนูขาวกลายเป็นลูกจิ้งจอกขาวที่มีขนาดลำตัวเท่าลูกสุนัข

 

 

 

"หนูขาวกลายเป็นจิ้งจอก ?"

 

 

 

ง่าวว~

 

 

 

จิ้งจอกน้อยที่กำลังหลับจู่ๆ ก็ลืมตาตื่นดวงตาของมันเป็นสีดำมีนัยน์ตาสีแดงฉานราวปีศาจร้ายมันอ้าปากออกก่อนจะเริ่มมีจักระแห่งความแค้นสีดำม่วงและจักระบริสุทธิ์สีฟ้าก่อตัวรอบๆปาก จนกลายเป็นบางสิ่งที่มีสภาพคล้ายบอลสัตว์หาง!

 

 

 

"จงสงบลง!"

 

 

 

เนตรของคาซึยะแปรเปลี่ยนเป็นเนตรวงแหวนครู่เดียวจิ้งจอกน้อยก็สลายบอลจักระไปอย่างเชื่อฟัง เขารู้สึกตื่นตะหนกและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน

 

 

 

"เจ้าจิ้งจอกน้อยมีพลังคล้ายกับสัตว์หาง ?"

 

 

 

ง่าววว~

 

 

 

"อึก! เกิดอะไรขึ้น"

 

 

 

จู่ๆ ภายในตันเถียนของคาซึยะก็มีบางสิ่งเคลื่อนไหวตอบรับเสียงเรียกของเจ้าจิ้งจอกน้อย พอถอดจิตเข้าไปชมเขาก็พบว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ภายในจุดตันเถียนกำลังดูดซับจักระและพลังธรรมชาติผ่านลูกแก้วสัจธรรม

 

 

 

"เอาพลังนั่นมาให้เรา เอาพลังนั่นมาเราต้องการเอามัน เอามันมา"

 

 

 

เสียงกระซิบคล้ายเด็กซึ่งเป็นของใครก็ไม่ทราบดังอยู่ในจิตใต้สำนึก ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหิวโหยเขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจแต่ร่างกายกับเคลื่อนไหวไปเองราวกับเขาถูกสัญชาติญาณครอบงำ

 

 

 

มือขวาค่อยๆไปแตะตัวจิ้งจอกน้อยส่วนมือซ้ายก็แตะที่ก้อนเนื้อของจูโกะ เพียงพริบตาเดียวไม่ว่าจะจิ้งจอกน้อยหรือก้อนเนื้อก็ถูกมือของเขาดูดกลืนเข้าไป

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายไม่ยอมเชื่อฟัง โอ้ยยยย!!!!"

 

 

 

จู่ๆ ดวงตาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างกระทันหัน รอยอักขระสีดำเริ่มแผ่ขยายออกมาจากจุดตันเถียนและเข้าปกคลุมร่างของคาซึยะไว้จนผิวที่เคยขาวกลายเป็นสีแทน

 

 

 

"คาซึคุง!"

 

 

 

"อย่าพึ่งเข้ามาฮินะ!!"

 

 

 

เขารีบห้ามปรามฮินะ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเริ่มเปลี่ยนภาพโป่งพองราวกับลูกโป่งยักษ์พลังธรรมชาติและจักระโดยรอบเริ่มถูกดูดกลืนเข้ามาในร่างของเขาอย่างรวดเร็วและส่งไปที่จุดตันเถียน ต้องบอกเลยว่าความเจ็บปวดนั้นมากมายมหาศาล

 

 

 

ยามเมื่อคาซึยะเริ่มสงบจิตและใจร่างกายและเริ่มพยายามกลับมาควบคุมตนร่างกายตนเองที่โป่งพองก็ค่อยหดตัวอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่แปลกไปจากเดินก็คือคาซึยะในตอนนี้แปรสภาพรูปลักษณ์ภายนอกขึ้นใหม่ 

 

 

 

เขาหนึ่งคู่สีน้ำตาลคล้ายหูของจิ้งจอกผุดขึ้นมาจากหัวด้านซ้ายและขวา ดวงตาสีแดงค่อยๆของเนตรวงแหวน เปลี่ยนเป็นเนตรสีม่วงทั้งลูก ลูกเริ่มตามีเส้นรอบวงโผล่ออกมาจากหนึ่งเป็น สอง และสามจนถึงเก้าเส้น

 

 

 

เส้นทั้งหมดเริ่มหมุนวนไปมาก่อนจะมีโทโมเอะหนึ่งวง จนถึงสามวงก็หยุดหมุนลงพอตั้งสติได้เต็มร้อยดวงตาสีม่วงก็ค่อยๆกลับมาเป็นสภาพเนตรวงแหวนและกลับมาสู่ตาสีดำปกติ เขาบนหัวค่อยๆหดตัวกลับไปในร่างกายจนสุดท้ายเขาก็กลับมาสู่สภาพเดิม เพิ่มเติมคือจักระพุ่งพรวดเข้าสู่ระดับเทพนินจาขั้นที่สอง

 

 

 

"แฮกๆ เจ้านี่คือพลังสายเลือดของตระกูลโอซึซึกิจริงๆด้วย!"

 

 

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าคาซึคุง"

 

 

 

คาซึยะสายหัวก่อนจะหลับตาส่งจิตไปในจุดตันเถียน พอมาถึงเขาก็เห็นภายในที่กลายเป็นโลกที่กว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุด ในโลกใบนี้มีแต่ความว่างเปล่า แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่มีร่างจิ้งจอกขนสีขาวขนาดใหญ่กำลังใช้ดวงตาทั้งสามจ้องมองเขาด้วยความรักและเมตตา

 

 

 

สามดวงตาที่เขาเห็นเนตรสองข้างนั้นเป็นเนตรสีวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาลายเดียวกับเขาส่วนเนตรที่หน้าผากของจิ้งจอกกลับเป็นเนตรสังสาระสีแดงสดคล้ายสีของโลหิต ภายในวงแหวนทั้งหกมีโทโมเอะด้วยกันถึงเก้าวง

 

 

 

"ในที่สุดก็ได้พบกันคาซึยะ ในที่สุดเจ้าและข้าอินาริผู้นี้ก็กลับคืนสู่สายเลือดที่แท้จริงได้"

 

 

 

"กลับคืน นายและฉัน ?"

 

 

 

"ก็นะ กลับคืนสู่ต้นไม้ใหญ่"

 

 

 

"ต้นไม้ใหญ่..."

 

 

 

"ใช่ น่าเสียดายที่เจ้าและข้าไม่มีเนตรสีขาว เอาละเจ้ากลับไปได้แล้ว ถ้าคิดจะมอบพลังอักขระสาปให้คนอื่นก็แค่ส่งอักขระสาปผ่านบาดแผลให้เป้าหมายก็เพียงพอ อย่าลืมหาสายเลือดกระดูก Kekkei Mōraและพัฒนาของข้ากับเนตรใหม่ของเจ้าด้วย แล้วเจอกันใหม่โอซึซึกิ คาซึยะ"

 

 

 

คาซึยะถูกส่งกลับมาสู่ร่างหลักแบบงงๆ โอซึซึกิ เขาเนี่ยนะ? เกาหัวก่อนจะลองกลับคืนสู่รูปแบบใหม่ ครู่เดียวรูปลักษณะใหม่ผิวสีขาวราวชิโรเซ็ตสึ เขาเนื้อคล้ายไม้รูปทรงแหลมคล้ายหูจิ้งจอกงอกออกมา ผมสีดำอมน้ำเงินค่อยๆกลายเป็นสีขาวเงิน

 

 

 

เขาอยู่ในชุดคล้ายชุดอนเมียวจิสีขาวบริสุทธิ์พร้อมผ้าบางใสคลุมหน้า ตามมาพร้อมกับเนตรสังสาระหนึ่งคู่ที่มีโทโมเอะสามงวงอยู่ภายในเส้นทางแรก เขาเริ่มส่องกระจกและก็ต้องตกใจกลับรูปลักษณ์ใหม่นี้

 

 

 

"นี่คือตัวตนของต้นไม้ใหญ่ โอซึซึกิ?"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น