thiyadah
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

내 소설을 읽어 주셔서 감사합니다. Thank you for reading my novel.

ตอนที่ 5 ไม่สบาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ไม่สบาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 139

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ไม่สบาย
แบบอักษร

 

 

 

“ท่านประธานนี่ก็สวยไม่เบาเลยนะ!!! แถมชื่อยังน่ารักอีก..”

 

ชายหนุ่มพูดประโยคแปลกๆออกมา เหมือนจะคิดจะทำอะไรกับหญิงสาวที่นอนหลับไร้สติอยู่บนเตียงนอน และกำลังจะโน้มใบหน้าของตนเข้าไปไกล้ๆคนนอนไร้สติ แต่ทันใดนั้นยังไม่จะได้ทำ

 

“ทำไรน่ะ!!”

 

ชายผู้นั้นเมื่อได้ยินเสียงก็สะดุ้งตกใจใหญ่กับเสียงของใครบางคนที่ดังมาจะทางระเบียง และเสียงนั้นก็เหมือนกับเสียงของผู้หญิง ก่อนจะรีบเดินออกไปดู

 

แต่เมื่อเดินออกไปดูแล้วกลับไม่พบอะไรจึงเดินกลับเข้ามา แต่ทว่าเมื่อกลับเข้ามาแล้วกลับไม่ร่างของคนนอนป่วยไร้สติอยู่เลย

 

“เฮ้ยยย!! หายไปไหนแล้ววะ ก็ให้กินยานอนหลับไปแล้วนี่นาาา แล้วจะไหนได้”

 

ชายผู้นั้นกล่าวด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก แล้วนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดต่ออีกว่า

 

“อะไรกันเนี่ยย!! มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี้ยยย! อยู่ไม่ได่แล้ว จู่ๆก็หายไป”

 

เมื่อสิ้นประโยคนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบเดินออกไปจากห้องนั้นทันที แต่เมื่อเดินออกไปที่หน้าประตูบ้านนั้น เขาก็ได้พบเข้ากับใครบางคน ที่มายืนอิงประตูเหมือนกำลังยืนรอใครบางคน

 

“เออะ เอ้ยย!คุ คุณ คุณมาทำไรที่นี่..”

 

“ทำไม..ตกใจอะไรหรอคะ!!”

 

“ปะ เปล่า!! แล้วคุณเป็นใครอ่ะ หรือว่าาา...”

 

“จุ๊ๆๆ เบาๆหน่อยสิ..เดี๋ยวคนก็รู้กันหมดหรอก ว่าคุณกำลังจะทำอะไร ผู้หญิง...”

 

“อะไร ผมทำอะไร ว่าแต่คุณเหอะจะตอบคำถามผมได้รึยัง”

 

“อย่าเร็งรัดนักสิ อื่มมมม...ชั้นมาาา..แค่ผ่านมาทางนี้”

 

หญิงสาวเปลี่ยนประเด็นไม่ยอมตอบคำถาม แล้วส่งยิ้มให้เจือนๆ แล้วไล่สายตามองพิจารณาชายคนนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะพูดต่ออีกว่า

 

“...คุณนี่ก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ แต่...น่าเสียดาย ไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย!!”

 

พูดจบประโยคนั้นเธอยิ้มบางๆให้กับคู่สนทนาแล้วก็หันหลังเดินออกไปจากจุดนั้น ผิดกับคู่สนทนาคนนั้นที่ได้แต่ยืนทำหน้าเสียและงุนงงกับประโยคนั้น

 

“ให้ตายสิเกือบไปแล้วนะเธอน่ะ ถ้าฉันมาไม่ทันล่ะก็...”

 

ลลิษายืนพึงพำอยู่ข้างเตียงโดยที่คนนอนป่วยไร้สติไม่รู้สึกตัวเพราะฤทธิ์ไข้และยานอนหลับ พันภาพก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว

 

“ทำอะไรน่ะ!!”

 

หญิงสาวที่ยืนหลบอยู่ที่ด้านนอกระเบียบเมื่อเห็นชายร่างสูงคนหนึ่งกำลังจะทำอะไรใครคนหนึ่งที่นอนหลับด้วยฤทธิ์ไข้ เมื่อชายผู้นั้นเดินออกมาดูที่นอกระเบียง เธอก็ดีดนิ้วตัวเองทันทีเสียงดีดนิ้วนั้นดูเหมือนว่าจะทำให้ทุกอย่างรอบๆตัวก็หยุดนิ่งไป ก่อนจะเดินเข้าหาคนนอนไร้สติแล้วใช้มือกุมไปที่หน้าผากของหญิงสาวคนนั้น

 

“ตัวร้อนจี๋เลย”

 

ถึงดาริกาจะเป็นแวมไพร์แต่เธอก็ยังคงมีเลือดมนุษย์ในตัวอยู่ครึ่งหนึ่ง เธอจึงสำผัสได้ถึงความร้อนในตัวของหญิงสาวคนนั้นได้อย่างชัดเจน พันแขนสองข้างก็ยกร่างนั้นขึ้นมาอย่างเบามือและง่ายดาย โดยที่ไม่ได้แสดงอาการหนักออกมาเลยแม้แต่น้อย แล้วพาเธอวิ่งออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียงจนมาถึงที่ๆหนึ่ง

 

“ที่นี่ที่ไหน”

 

เสียงสั่นๆของหญิงสาวที่ซมซานตื่นขึ้น ทำให้ดาริกาหลุดจากห้วงแห่งความคิด แล้วหันมาสนใจเธอคนนั้นแทน

 

“ตื่นแล้วหรอ..เจนนี่!! ค่อยๆลุก..”

 

ลลิษาเดินเข้าไปช่วยพยุงตัวคนที่เธอเรียกว่าเอริเข้ามาช้าๆ

 

“ที่นี่ที่ไหน..”

 

“โรงพยาบาล..”

 

“โรงพยาบาล...ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

 

“ชั้นเป็นคนพาคุณมาที่นี่เองแหละ คุณนอนป่วยไม่สบาย ฉันก็เลยพามาที่นี่”

 

“อืออออ!!”

 

หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย

 

“หมอคะ..คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ”

 

เธอกดปุ่มอะไรบางอย่างบนหัวเตียงโรงพยาบาลแล้วเรียกหมอ แต่เจนนี่ก็พยายามที่จะลงจากเตียง

 

“จะไปไหน..”

 

“ไปทำงาน..”

 

“จะบ้าหรอ...ไม่ต้องไป อยู่นี่แหละ..”

 

เธอกล่าวเสียงแข็ง

 

เจนนี่พยายามจะผลักร่างของลลิษาที่ตัวสูงกว่าที่ทำทีท่าจะห้ามปลามไม่ให้เธอลุกไปไหนออกไปจนสำเร็จ แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบตาย

 

“จะมาห้ามฉันทำไมห๊ะ!! แล้วคุณไม่มีงานมีการทำรึไงคะ”

 

“งานน่ะมี แต่..ชีวิตเธอสำคัญมากกว่า”

 

“......”

 

น้ำเสียงนั้นถูกเปล่งออกมาด้วยความนุ่มนวล ทำให้ไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมา แต่กลับเป็นหญิงสาวผู้ฟังเสียเองที่เป็นฝ่ายหลบหน้าหญิงสาวคู่สนทนาด้วยความเก้อเขินเสียเอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำดื้อดึงที่จะออกไป แต่ลลิษาฉุดรั้งข้อมือของเธอเอาไว้ทัน

 

“ขออนุญาตค่ะ”

 

“เชิญค่ะ!!”

 

น้ำเสียงนิ่งๆเปล่งออกมาอย่างเรียบเฉยโดยไม่สนใจคนข้างๆแม้แต่น้อย ก่อนจะหันกลับมาพูดเธออีกครั้ง

 

“หมอมาแล้ว!! ถ้าจะไปก็รอให้คุณพยาบาลตรวจอาการก่อน แล้วค่อยไป..”

 

ลลิษาทำเสียงเข้มก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้เจ้าหล่อนอย่างผู้ชนะ เจนนี่จึงยอมจำนงค์ด้วยไม่อยากโต้เถียงกันต่อไป

 

“มีอะไรรึเปล่าคะ! ถ้าไม่มีดิฉันขออนุญาตนะคะ”

 

“ไม่มีค่ะ! เชิญค่ะ!!”

 

สิ้นประโยคนั้นหมอก็เดินเข้ามาหาคนนั่งบนเตียง เพื่อตรวจดูอาการ

 

“เป็นไงบ้างคะ!”

 

เจนนี่ถามด้วยความอยากรู้

 

“ไข้ลดลงแล้วนะคะ พรุ่งนี้ถ้าอาการทุเลาลง หมอจะอนุญาตให้กลับได้เลยค่ะ”

 

“วันนี้เลยไม่ได้หรอคะ”

 

“ไม่ได้ค่ะ! ขอตัวก่อนนะคะ”

 

“ดะ เดี๋ยว...”

 

“ขอบคุณค่ะ!!”

 

ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคนั้นได้ขาดหายไป เพราะลลิษารีบชิงตัดบทพูดไปเสียก่อน

 

เจนนี่เมื่อได้ยินดังนั้น จึงเอนตัวลงพิงกับหัวเตียงแล้วทำหน้าบึ้งตึงใส่คนตรงหน้า เจ้าหล่อนเมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงเดินเข้ามาใกล้ แล้วค่อยๆก้มหน้าลงเข้าไปมองหญิงสาวที่ทำหน้าบึ้งตึงในระยะประชิด แล้วส่งยิ้มเจือนๆให้ ในเวลานี้กลับเป็นหญิงสาวที่โดนจ้องมองเสียเองที่เป็นฝ่ายหันหน้าหนี

 

“ทำไมคะ! โกรธหรอ..”

 

“เปล่า!!”

 

“เปล่าอะไรกัน..หน้าออกจะพ้องขนาดนี้”

 

“เปล่า! แล้วคุณจะมายุ่งอะไรกับชีวิตฉัน”

 

เจนนี่พยายามจะปฏิเสธ แล้วบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเป็นพูดเรื่องอื่น

 

“คุณน่ะ..มองเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นไม่ใช่หรอ ฉันก็เลยยย...!!!”

 

“ก็เลยอะไรคะ?”

 

“ก็เลยย..นึกสนใจคุณขึ้นมา อีกอย่างเลือดเธอก็หอมหวานเลยทีเดียว ถ้าได้ลองอีกครั้งก็คงง...จะ..ดี..ไม่น้อยยย”

 

เจนนี่เมื่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเธอเลยมองแต่น้อย

 

“เอาเลยสิคะ”

 

เธอไม่คิดกลัวเลยแต่กลับยุยงเข้าซะงั้น

 

“ก็ได้..!!”

 

แม่ปีศาจสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อยๆขยับใบหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกชนชิดติดกัน เจนนี่ๆ ผู้ท่าทายได้แต่นิ่งเงียบทำตัวไม่ถูก เพราะไม่เคยมีใครที่ทำแบบนี้กับเธอมาก่อน ก่อนที่ปีศาจจอมเจ้าเลห์จะค่อยๆพรมจูบลงไปบนริมฝีปากบางดังคำท้าทาย แล้วค่อยๆขยับขบเม้มริมฝีปากอย่างช้าๆ จนทำให้คนตรงหน้าคล้อยตามอารมณ์ ขยับริมฝีปากตาม

 

“อืมม!! อือออ! อืออ! อืมมม!!!”

 

เสียงครางถูกเปล่งออกมาอย่างไร้ความหมาย ด้วยรสจูบอันดูดดื่ม มือทั้งสองของแม่ปีศาจค่อยๆลูบไล้ไปตามแขนที่เนียบระเอียดจนมาถึงใบหน้าของผู้ท่าทาย ริมฝีปากก็เริ่มเปลี่ยนตำแหน่งมาไซร้ที่บริเวณซองคอ และนั่นก็ยิ่งทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกหวั่นไหวไปตามอารมณ์มากยิ่งขึ้น

 

“อืออ...อืออออ! อืออ...”

 

แต่เมื่อเจ้าหล่อนเริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ จึงรีบผลักตัวผู้ถูกท่าทายให้ออกห่าง

 

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ยย!! ที่นี่โรงพยาบาลนะ”

 

เจนนี่สบถเสียงแข็งใส่แล้วแทร้งพูดบ่ายเบี่ยงเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าที่เริ่มจะแดงไปเรื่องอื่น เพื่อปิดบังความเขินอายก่อนจะใช้หลังฝ่ามือเช็ดรอยจูบบนริมฝีปากของตนออก

 

“อะไรกันคะ! เมื่อกี้ยังคล้อยตามอยู่เลยนี่คะ”

 

“...”

 

ลลิษายิ้มย่องชอบใจที่ได้แกล้งคนตรงหน้าจนเธอพูดอะไรไม่ออก

 

[กล้าดียังไงมาขโมยจูบแรกชั้นไป]

 

เจนนี่คิดในใจด้วยไม่อยากให้ใครรู้ความใน แล้วหันไปมองหน้าผู้ที่มาขโมยจูบแรกของเธอไปอย่างใจจดใจจ่อ แต่ผิดกับอีกคนที่ยืนยิ้มกอดอกไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนจะทรุดตัวลงไปนอนบนเตียงแล้วนอนหันหลังให้กับคนที่ขโมยจูบแรกของเธอไปอย่างหน้าตาเฉย

 

 

 

ความคิดเห็น