email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เหมือนจะใส่ใจ

ชื่อตอน : เหมือนจะใส่ใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 952

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหมือนจะใส่ใจ
แบบอักษร

มันเป็นความเต็มใจของเธอด้วยจะโทษใครได้ ถ้าเธอไม่ยอมรับข้อเสนอของคุณทิพย์อาภาตั้งแต่ที่แรก ท่านก็ไม่ว่าเธอหรอก ถึงท่านจะขอร้องยังไง ถ้าเธอปฏิเสธท่านก็คงไม่ตื้อต่อ

แต่มันเป็นเพราะความคิดบ้าๆ ของเธอเอง ที่อยากจะลองใจไคสักครั้ง เธออยากทำให้เขาเปลี่ยนใจ อยากทำให้เขาเข้าใจกับแม่เขาด้วย

เพราะที่ไคมีชีวิตแบบนี้ก็เพราะเธอ ถึงคุณหญิงทิพย์อาภาจะไม่โทษเธอก็ตาม ท่านบอกว่ามันเป็นเพราะท่านเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี

“นึกว่าตายคาห้องน้ำไปแล้ว”

วาจาร้ายกาจที่เปร่งออกมาไม่ได้ทำให้พราวฟ้าต้องโต้กลับเขา เธอชินกับมันซะแล้ว ตอนนี้เธอง่วงนอนมากกว่า

แม้ปากจะอยากถามเขาเรื่องของเอมม่าแค่ไหน แต่เธอรู้ตัวว่าเธอไม่มีสิทธิ์อะไรเลยในตัวเขา ไคเห็นแค่เป็นแค่นางบำเรอของเขาเท่านั้น

“มีอะไรรึเปล่าคะ ฉันง่วง”

ไคเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อครู่เธอจะไม่รู้ว่าใครมาหาเขาที่ห้อง เธอต้องได้ยินมันอยู่แล้ว

“มานี่สิ”

เขาเดินไปทางห้องเชือด พราวฟ้าหายใจไม่ทั่วท้อง ครั้งก่อนที่เขาทำเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาลนี่ก็พึ่งผ่านมาสามวัน เธอไม่นึกว่าเขาจะทำอะไรเธอไวขนาดนี้ หมอบอกให้เธอพักร่างกาย รอยซ้ำตามตัวที่เขาทำไว้พึงจะจางลงไป

“หมอให้ฉันพักค่ะ” เธอโพล่งออกไปในที่สุด ถึงเธอจะรักและต้องการเขาแค่ไหน เธอก็ห่วงร่างกายมากกว่า

ไคหันกลับมาเลิกคิ้วมอง มุมปากยกขึ้นนิดหน่อย

“เหรอ แต่ฉันอยากวะ ทำไงดี”

คำพูดของเขาทำให้เธอเม้มปากเข้าหากันแน่ เขาไม่เคยกระดากปากเลยในการพูดเรื่องแบบนี้

“มาหาถึงที่แล้วไล่เขาไปทำล่ะ” เธอโผล่ออกไป ก่อนที่จะรู้สึกตัว

พราวฟ้าตกใจที่ตัวเองพูดออกไปแบบนั้น แต่เธอก็พยายามตีหน้านิ่งเอาไว้

ไคจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง มุมปากยกยิ้มขึ้น หึ เป็นครั้งแรกที่ยัยหุ่นยนต์นี่พูดประชดประชันเขา

แล้วทำไมเขาต้องอารมณ์ดีด้วยนะ

“พูดแบบนี้แสดงว่าอยากให้คนอื่นรู้ว่าเธออยู่ที่นี่กับฉัน”

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น”

เธอไม่เคยอยากให้คนอื่นหรือใครรู้ว่าเธออยู่กับเขา เขาเองก็คงคิดแบบนั้น เพราะแบบนี้ใช่ไหมที่เขาไม่ยอมให้เอมม่าเข้ามา

“เหรอ ดี เพราะถ้าคนอื่นรู้เรื่องเมื่อไหร่ คือ จบ” ปากบางเม้มเข้าหากัน

“ค่ะ ฉันรู้ คุณไม่ต้องห่วงหรอกว่าฉันจะอยู่กับคุณตลอดไป เมื่อถึงเวลาฉันจะไปเอง สบายใจได้”

เป็นครั้งแรกที่พราวฟ้าพูดเรื่องนี้กับเขา และเป็นครั้งแรกที่ไคได้ยินว่าเธอจะไปจากเขา เพราะทุกครั้งที่เขาไล่เธอจะนิ่ง และบอกว่าเธอต้องอยู่กับเขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะนี่เป็นคำสั่งของแม่เขา

“เหรอ หึ ทำให้ได้อยากปากพูดแล้วกัน อย่ามาหลงรักฉันล่ะ เพราะเธอคงรู้ว่าผลลัพธ์มันเป็นยังไง”

ความเจ็บจี๊ดแล่นไปทั่วอก ถึงเขาไม่บอกเธอก็รู้ดี

ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ไคยกยิ้มมุมปาก นี่สิถึงจะเป็นตัวตนของยัยนี่ ดื้อเงียบ ไม่ใช่หงิมๆ ก้มหน้าก้มตาเหมือนคนขี้อาย พูดนับคำได้

“มาอาบน้ำให้หน่อยสิ” ไคเดินไปที่ประตูห้องนอนของตัวเอง

คำพูดและการกระทำของเขาทำให้พราวฟ้าตาโต ต่อมาก็งุนงง เขาจะให้เธอเข้าห้องเขางั้นเหรอ

“ยืนบื่ออยู่ทำไม มาสิ”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ หรือว่าเธออยากให้ฉันทำอะไรเธอ ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะพร้อมหรือไม่พร้อม”

ไคก็ยังเป็นไคความใจร้ายของเขาไม่เคยลดน้อยลงเลย พราวฟ้าเลิกสงสัยหรือคิดเข้าข้างตัวเอง

“ฉันแค่จะถามว่าคุณจะให้ฉันเข้าไปในห้องคุณงั้นเหรอคะ” เธอเลิกคิ้วถามเขา ไคคิ้วกระตุก

เขาเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าไม่ให้เธอเข้าไปในห้องถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเขา

“หรือจะให้ฉันไปอาบน้ำห้องเธอ ก็ได้นะ”

“ห้องนี้เป็นของคุณ ถ้าคุณจะทำฉันไม่มีสิทธิ์ห้ามอยู่แล้ว”

“หึ รู้ตัวนิ เลิกพล่ามแล้วตามมาได้แล้ว” ไคพูดเสียงห้วน เปิดประตูห้องเดินเข้าไปก่อน

พราวฟ้ามองตามหลังเขา ค่อยๆ เดินตามเข้าไป ห้องของเขาไม่ต่างจากในความคิดเธอเท่าไหร่ โทนสีดำ

คนอะไรมืดมนสิ้นดี

“เข้าไปเปิดน้ำรอไป”

เธอทำตามคำสั่งของคนที่กำลังถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายโดยไม่แคร์สายตาของคนร่วมห้องสักนิด

ห้องน้ำห้องเขาไม่ต่างจากห้องเธอนัก พราวฟ้าจัดการเปิดน้ำอุ่นลงในอ่างให้เขา นั่งลงขอบอ่างเอามือวักน้ำไล่วนไปมา

แกร็ก

เสียงประตูห้องน้ำทำให้พราวฟ้าหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เธอหันไปมองร่างใหญ่ที่เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบเอวสอบ

ไคมีความเซ็กซี่มากพอๆ กับความร้ายกาจของเขา

ร่างกายเขาสมบูรณ์แบบ

“อยากรึไง มองขนาดนั้น หึ”

พราวฟ้าสะบัดหน้าไปทางอื่นทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอลุกขึ้นหลีกทางให้เขา

ไคหัวเราะในลำคอเบาๆ สลัดผ้าเช็ดตัวทิ้ง ก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำ

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เธอกลัว ไคไม่ได้ทำอะไรเธอ เธอเพียงแค่อาบน้ำให้เขาจริงๆ ซึ่งพออาบน้ำเสร็จเขาก็ไล่เธอออกจากห้อง ซึ่งมันทำให้เธองงๆ กับการกระทำของเขานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมาก

 

 

 

ไม่บ่อยนักที่เธอและไคจะลงมาจากห้องพร้อมกัน

“รถเป็นอะไร”

ไคถามเสียงเรียบ

“ยางแบน” พราวฟ้ามองยางรถของตัวเองหน้ามุ่ย

“ดีแต่ขับไม่เซ็กสภาพรถ” คนตัวโตเหมือนบ่นเธออยู่กลายๆ

“ใครจะไปรู้ล่ะ” พราวฟ้าบ่นเบาๆ ให้เธอได้ยินแค่คนเดียว แต่เธอไม่รู้หรอกว่าคนที่เธอไม่อยากให้ได้ยินหูดีแค่ไหน

ไคหัวเราะในลำคอเบาๆ หึ เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเยอะเลยเวลาที่ยัยนี่ตอบโต้

ช่วงนี้พราวฟ้าคงไม่รู้ตัวหรอกว่า ตัวเองหลุดที่จะโต้เถียงเขาบ่อยแค่ไหน

“แล้วเอาไง” ไคเลิกคิ้วถาม

“ขอตัวนะคะ”

เธอตัดสินใจว่าจะนั่งรถแท็กซี่หรือไม่ก็รถเมย์ แต่เรื่องของเธอคงไม่ต้องรายงานเขา

“นี่ ฉันถามไม่ได้ยินรึไง” ไคดึงแขนเธอไว้

“คุณสนใจเรื่องของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” ทั้งที่แอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่เขาสนใจ แต่เธอก็แสดงออกไม่ได้ เดี๋ยวจะหน้าแตกเอา

ไคเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม

“ใครบอกว่าฉันสนใจเธอ มันเป็นแค่ประโยคคำถาม เชิญ อยากไปไหนทำอะไรก็เชิญ” ไคปล่อยแขนเรียว

“ค่ะ”

พราวฟ้าตอบสั้นๆ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น เธอเองก็ไม่ได้หวังให้เขาชวนไปมหาลัยด้วยหรอก

 

 

“มีอะไรรึเปล่าอะตอม” พราวฟ้าเดินออกมาถึงหน้าคอนโดโทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้าเข้ามา

(พราวไปเรียนยัง)

“กำลังไปจ๊ะ ตอมล่ะ”

(กำลังไปเหมือนกัน ว่าจะโทรมาถาม กินข้าวรึยัง ไปกินข้าวที่โรงอาหารไหม ปริมมันชวน)

“ไปสิ ดีเหมือนกัน”

(ถึงไหนแล้วอ่ะ)

“กำลังเรียกแท็กซี่”

(อ้าวทำไมล่ะ รถเป็นอะไร)

“ยางแบน”

(งั้นเราแวะรับนะ กำลังจะถึงพอดี)

“เอางั้นเหรอ”

(อืม)

“รอข้างหน้านะ”

เมื่อตกลงกันได้พราวฟ้าก็ยืนรออะตอมอยู่ข้างหน้า ดีเหมือนกันเธอเองก็ไม่อยากเสียค่าแท็กซี่สักเท่าไหร่

ไม่ถึงสิบนาทีรถบีเอ็มสีดำก็มาจอดอยู่ตรงหน้า พราวฟ้าเปิดประตูเข้าไปนั่งทันที

“ขอบคุณนะที่แวะมารับ”

“ไม่เป็นไร ยังไงเราก็ผ่านทางนี้อยู่แล้ว แล้วนี่เรียกช่างมาดูรถยัง”

“ยังเลย กะว่าตอนเย็นหน่ะ”

“อ่อ งั้นเดี๋ยวเรามาส่ง”

“อืม”

 

ไคมองท้ายรถที่ออกตัวไปแล้วยกยิ้มมุมปาก

 

“พราวจะกินอะไร”

“ข้าวต้มดีกว่า อยากกินอะไรเบาๆ”

หลังจากนั้นก็แยกย้ายไปซื้อข้าว พอพราวฟ้ากลับมาที่โต๊ะก็เห็นเพื่อนสาวอีกคนนั่งทำหน้ามุ่ยอยู่ เธอชะงักกนิดหน่อย เม้มปากเป็นเส้นตรง เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ

เหตุการณ์เมื่อคืนยังติดอยู่ในความคิดของเธอ

“แล้วแกเอาไง” เธอนั่งลงเงียบๆ ได้ยินปริมถามเอมม่า

“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าไคอยู่กับใคร ฉันไม่ยอมเสียเขาไปหรอกนะ” เอมม่าบ่นกระปอดกระแปด สิ่งที่ตัวเองอยากรู้ยังค้างคาใจ

จากที่หิวมากๆ ตอนนี้พราวฟ้ากลับรู้สึกว่าตัวเองกลืนข้าวไม่ลง กำช้อนในมือแน่น

“แสดงว่าเขามีคนรักงั้นสิ ฉันว่าแกเลิกยุ่งกับเขาเถอะ ผู้ชายแบบนั้น เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นเท่านั้นแหละ” คำพูดของปริมสะกิดใจหญิงสาวสองคนพร้อมกัน

“ฉันไม่ยอมง่ายๆ หรอก ผู้ชายแบบไคนี้แหละที่ฉันต้องการ” ปริมส่ายหน้าให้เอมม่า เธอรู้ว่าเอมม่าเป็นคนเอาแต่ใจแค่ไหน อยากได้อะไรก็ต้องได้ไม่ค่อยสนใจใคร พูดตรงกล้าได้กล้าเสีย

“ของที่ได้มาง่าย เขาก็เบื่อง่าย” อยู่ๆ อะตอมก็พูดง่าย

“ฉันไม่ได้ขอให้นายออกความคิดเห็น นั่งเงียบๆ เหมือนยัยพราวไปเถอะ”

คนที่โดนพาดพิงถึงเม้มปากแน่นก้มหน้างุน

ของเล่น

ได้มาง่ายๆ ก็เบื่อง่ายๆ

นั้นมันเธอชัดๆ

อะตอมหันไปมองพราวฟ้า เขาสังเกตมาหลายครั้งแล้วเวลาที่เอมม่าพูดถึงเรื่องไคทีไร พราวฟ้าจะเงียบมาก ก้มหน้า เม้มปาก คงไม่มีอะไรแบบที่เขาคิดหรอกใช่ไหม

ผู้ชายที่รับโทรศัพท์พราวฟ้าคงไม่ใช่ไคหรอกใช่ไหม เป็นไปไม่ได้หรอก พราวฟ้ากับไคเหมือนอยู่กันคนละโลก ไคจะมาสนใจผู้หญิงแบบพราวฟ้าได้ยังไง

เขายอมรับว่าพราวฟ้าเป็นผู้หญิงที่สวย เธอเรียบร้อย อ่อนหวาน และเหมือนจะโลกส่วนตัวสูงมากๆ ด้วย มันเป็นไปไม่ได้ที่ไคจะมาพบเธอ

เพื่อนเขาไม่เคยไปเที่ยวผับ ถ้าจะไปก็มีพวกเขาไปด้วย อะตอมสะลัดความคิดเรื่อยเปื่อยออกจากหัว

ทำไมเขาถึงคิดเรื่องบ้าๆ แบบนี่ได้นะ

“แล้วไม่กินข้าวเหรอ” ปริมเปลี่ยนเรื่องถาม

“ไม่อ่ะ ฉันไดเอ็ด” หลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบ ทุกคนก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ พราวฟ้าต้องฝืนกลืนข้าวแต่ล่ะคำเข้าไปด้วยความยากลำบาก ทำไมเธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบนี้ด้วย

ตอนนี้ไคก็รู้แล้วว่าเอมม่าเป็นเพื่อนของเธอ ทำไมเขาถึงไม่ทำอะไรเลย เขาเห็นมันเป็นเรื่องสนุกรึไงที่มันเป็นแบบนี้

ใช่สิเขาจะมาเดือดร้อนอะไรล่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ผู้หญิงสองคนในกลุ่มเดียวกันเป็นแค่นางบำเรอของเขาเท่านั้น

หรือเขาจะเอาเรื่องนี้มาบีบบังคับให้เธอไปจากเขา

“พราวอิ่มยัง” การเหม่อลอยของเธออยู่ในสายตาอะตอมตลอดเวลา เมื่อเห็นเธอเขี่ยข้าวต้มในถ้วยเล่นอะตอมเลยสะกิดเรียก

พราวฟ้าสะดุ้ง

“อ่อ อืม อิ่มแล้ว ขึ้นเรียนกันเถอะ” เธอลุกขึ้นถือถ้วยไปเก็บทันทีที่พูดจบ

“พราวเป็นอะไรอ่ะ อะตอม” ปริมทำหน้างงๆ หันไปถามเพื่อนชาย

“ไม่รู้สิ ไปเรียนเถอะ” เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพราวฟ้าเป็นอะไร แต่มันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่มีชื่อของผู้ชายคนนั้นเข้ามาในบทสนทนา

พราวฟ้าไม่มีจิตใจที่จะเรียนหรือฟังอาจารย์สักนิด เธอกำลังใช้เวลากับตัวเอง คิดวนไปวนมา ว่าเธอควรพอรึยัง จนกระทั่งเลิกเรียน

 

 

 

พราวสู้ๆๆๆๆ  

ความคิดเห็น