บัวมาลัย
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กัณหาโคตมะพญานาคที่ดุร้ายและมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดกับชะตาเมืองของแคว้นรัฐณสุวรรณ

ชื่อตอน : กัณหาโคตมะพญานาคที่ดุร้ายและมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดกับชะตาเมืองของแคว้นรัฐณสุวรรณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 79

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 17:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กัณหาโคตมะพญานาคที่ดุร้ายและมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดกับชะตาเมืองของแคว้นรัฐณสุวรรณ
แบบอักษร

กัณหาโคตมะพญานาคที่ดุร้ายและมีขนาดที่ใหญ่ที่สุดกับชะตาเมืองของแคว้นรัฐณสุวรรณ 

                              ทุกคนที่มารวมตัวกินมื้อเช้าพิเศษนี้มีความคิดต่างกันไป จึงไม่ได้มีการพูดคุยกันมากนัก เพราะคนต้นเรื่องยังไม่พูดถึงเหตุผลที่ต้องเรียกมารวมกันในครั้งนี้ จึงเพียงแต่ทักทายกันไม่กี่คำ

                               “ท่านมาได้เร็วดีนี่อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย”

พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์เอ่ยขึ้นเพื่อทำคลายบรรยากาศที่เงียบเชียบจนกลืนอาหารแทบไม่ลงคอ

                       “หม่อมฉันพักอยู่ที่ค่ายทหารข้างพระมหาราชวังนี้เองพะยะค่ะ พอนายเวรไปตามก็รีบแต่งตัวมาเข้าเฝ้าได้เลย ไมต้องเสียเวลาเดินทางมากนัก” 

                             “แล้วท่านล่ะมหาราชครู” 

                             “กระหม่อมต้องตื่นมาสวดบทคาถาต่าง ๆ แต่ก่อนเวลาฟ้าสว่างอยู่แล้วพะยะค่ะ พอได้รับแจ้งจากนายเวรก็สามารถตามมากับเขาได้เลย” 

                             เมื่อสำรับอาหารถูกยกออกไป เจ้านางศศิพินทุเทวีก็กล่าวขึ้นว่า 

                             “หม่อมฉันต้องขอพระราชทานอภัยจากเสด็จพ่อและเสด็จแม่ รวมทั้งท่านทั้งสองด้วยเพคะ หม่อมฉันมีสุบินนิมิตที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เสมือนเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยตนเอง รับรู้กลิ่น เสียง สัมผัสทุกประการ ชัดเจนมา จึงร้อนใจอยากหารือกับทุกท่านในเช้าวันนี้” 

                             พระนางเล่าเรื่องความฝันของพระนางให้กับทั้งสี่คนในท้องนั้นได้ฟังจนจบ แล้วทุกคนก็ยิ่งประหลาดในจนรู้สึกวิตกกังวลตามไปด้วยเป็นอย่างมาก เมื่ออำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย กล่าวว่า 

                             “เจ้านางทรงเล่าข้ามไปว่าก่อนที่เราจะเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนั้นได้ เราต้องผ่านกำแพงเมืองที่ทำจากต้นไม้รูปร่างแปลกตาชื่อว่าต้นพญานาคราช ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าช่องทางที่เปิดปิดอย่างถาวรอยู่ตรงไหน สามารถเคลื่อนที่ไปได้เรื่อย ๆ เสมือนเลือกที่จะให้ใครสามารถเข้ามาในเมืองแห่งนั้นได้” 

                             เจ้านางสบตาอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัยด้วยความแปลกใจ และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป  

“บนพื้นที่ที่ถูกสร้างเป็นเมืองขนาดย่อส่วนนั้น สิ่งที่ได้เห็นอย่างชัดเจนคือลานกว้างที่มีสถูปหินก่อสร้างด้วยศิลาแลง มีวิหารขนาดใหญ่ เสมาที่ทำจากหินทรายมีลวดลายคล้ายนางอัปสรยกขาฟ้อนรำบิดเกลียวผมมาด้านข้าง ภายในวิหารมีเทวรูปพระวิษณุ 2 องค์พระหัตถ์ขวาและซ้ายด้านหน้าทรงถือวัตถุบางอย่างแนบติดกับบั้นพระองค์ มีลักษณะเหมือนชายผ้าห้อยโค้งรูปตัวยูด้านหน้าพระวรกาย มีพระพุทธรูปปางนาคปรกก่อสร้างด้วยหินศิลาแลงองค์ใหญ่มาก  สิ่งที่เห็นนี้คือสิ่งเดียวกับที่อยู่ในมหาวิหารของพระองค์ทุกอย่าง ทุกชิ้น ยกเว้นเพียงองค์พระประธานปางนาคปรกที่มีเกล็ดเงาดุจนิลนั้นมีขนาดย่อส่วนลง รวมถึงทางออกที่เราได้เห็นเมืองอีกเมืองหนึ่งมีถนนที่ไม่ใช่ถนนเหมือนของเราทอดยาวเรียบสนิทไปไกล บ้านเมืองสองข้างทางก็สร้างต่อเนื่องกันเป็นแถวยาวอย่างเป็นระเบียบไปตลอดสองฟากถนน ในความฝันนั้น เจ้านางเรียกหม่อมฉันว่าพี่สรรค์ และหม่อมฉันเองเรียกพระนามท่านว่าลูกนก” 

                             เจ้านางศศิพินทุเทวีมีอาการตกพระทัยปนไปกับความรู้สึกมหัศจรรย์ใจเป็นอย่างมากกระมัง จึงยกขาจากท่านั่งพับเพียบบนตั่ง วางขาทั้งสองข้างลงกับพื้นยื่นหน้าถามต่อไปว่า 

                             “ท่านจำผู้คนทั้งหลายที่เราพบในฝันได้หรือไม่” 

                             “ใบหน้าผู้คนทั้งหลายในฝัน ไม่สามารถมองได้ชัดเจนพะยะค่ะ แต่เสียงของคนที่ถูกเรียกว่าคุณลุง กับเสียงของหญิงที่นำพวงมาลัยดอกพุดมาถวายเจ้านาง เป็นเสียงที่หม่อมฉันคุ้นหูยิ่งนัก” 

จะไม่คุ้นกับเสียงของคุณลุงได้อย่างไร ก็เขามีศักดิ์เป็นพ่อตาของท่าน และเป็นคนนำพาฉันมาที่นี่และสร้างความรู้สึกที่ผิดหวังให้กับฉันมากมาย ฉันยังคิดถึงวันที่ได้รู้เรื่องของนางรำพึงและร่วมเจ็บปวดไปกับเจ้านางได้ 

                             “ไม่ใช่ความฝันธรรมดาแล้วนะเพคะเสด็จพี่ ที่ทั้งสองคนนี้ฝันเห็นในสิ่งเดียวกัน ลักษณะเดียวกัน เหมือนฝันไปพร้อม ๆ กันเช่นนี้”  

พระมเหษีเทวีนทีนาถเองก็ทรงเปลี่ยนท่านั่งลงมาเช่นเดียวกับพระธิดา 

                              “เพราะเหตุนี้ศศิพินก็เลยเรียกท่านมหาราชครูมาด้วยใช่มั้ย”  

พระเจ้าหรรษาวรมันต์ทรงนั่งในท่าห้อยพระบาทอยู่แล้วเพียงแต่เอามือทั้งสองข้างเอื้อมมาวางเหนือเข่าทั้งสองข้างแล้วโน้มตัวลงมา 

                              “ใช่เพคะเสด็จพ่อ แต่สาเหตุที่เรียกอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย เพราะลูกรู้สึกถึงสัมผัสต่าง ๆ ในฝันชัดเจน รวมทั้งความรู้สึกผูกพันธ์ระหว่างนางที่ชื่อลูกนกกับบุรุษที่ชื่อสรรค์ จนลูกคิดว่าอยากให้ท่านอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัยเข้ามารับฟังด้วยเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าท่านอำมาตย์มนตรีจะฝันแบบเดียวกันกับลูกและในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย” 

                              “ท่านมหาราชครู โปรดทำนายความฝันนี้ให้ด้วยนะ ข้าคิดว่าความฝันนี้ไม่ใช่ความฝันปกติธรรมดา ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี”  

พระเจ้าหรรษาวรมันต์เองก็มีสีหน้ากังวลพระทัยเป็นอย่างมากไม่ต่างจากพระมเหษีเทวีนทีนาถ 

ท่านมหาราชครูใช้เวลากับกระดานชนวนเบื้องหน้าเป็นเวลานานมาก จนฉันอึดอัดแทน ต้องใช้วิธีเดินจงกรมกำหนดการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่นเดียวกับพระเจ้าหรรษาชยวรมันต์ พระมเหษีเทวีนทีนาถ และเจ้านางศศิพินทุเทวี ที่ทรงกระสับกระส่ายรอฟังคำทำนายด้วยใจจดจ่อ ยังคงมีเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่กับแท่นที่นั่งไม้โดยไม่ลุกไปไหนและยังคงสงบนิ่งอยู่ได้คืออำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย  

                              สิ้นเสียงถอนหายใจของพระเจ้าหรรษาชยวรมันต์ครั้งที่เท่าไรฉันก็ไม่ได้นับแต่มากกว่าหนึ่งครั้งแน่นอน ท่านมหาราชครูก็เงยหน้าขึ้นจากกระดานชนวน แต่สีหน้าของท่านแสดงถึงความกังวลมากว่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นนี้ทั้งสามคนรวมกันซะอีก 

                             “เจ้านางศศิพินทุเทวีและอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย ทรงมีชะตากรรมที่ผูกพันธ์กันมาหลายภพหลายชาติ มีพันธนาการต่อกันที่แน่นหนา จึงหนีกันไปไม่พ้นเช่นนี้ในทุก ๆ ชาติไป” 

                             ฉันคาดเดาสีหน้าของทั้งสี่คนในห้องไม่ได้เมื่อท่านมหาราชครูทำนายเริ่มพูดมาก็ประเด็นนี้เลย 

                             “อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย เคยมีภพภูมิที่กำเนิดเป็นท่านพญาเพชรภัทรนาคราช เป็นนาคที่มีวรกายสีดำอมส้ม มีสิริโฉมที่งามมากกว่านาคในตระกูลเดียวกัน แต่องค์เพชรภัทรนาคราช เป็นนาคที่หวงน้องสาวมาก ไม่ยอมให้นาคต้นใดได้เข้าใกล้น้องสาวของท่าน แต่ท่านเองกลับเป็นผู้ที่มีความสำราญในชายามาก ทรงเก่งทั้งบู้และบุ๊น คล่องแคล่วปราดเปลื่องและว่องไวดุจสายฟ้า ทั้งยังมีคุณธรรมและคุณงามความดี ไม่ว่าเกิดอีกสักกี่ร้อยกี่พันชาติ เขาก็จะต้องตามไปคุ้มครองและดูแลน้องของเขาตามดวงจิตที่ตั้งมั่นไม่ไหวเอนของท่าน” 

                             ถ้าเช่นนั้นยายชูของพี่สรรค์ในภพของฉันคงจะผิดหวังแล้วล่ะ แต่เจ้านางศศิพินทุเทวีดูจะไม่ได้อารมณ์ดีกับคำทำนายนี้เช่นเดียวกับฉัน 

                             “ด้วยความที่พญาเพชรภัทรนาคราช จัดเป็นนาคในตระกูลหนึ่งของวงศ์กัณหาโคตมะ ซึ่งเป็นนาคสีดำที่มีความลึกลับมากที่สุดกว่านาคในตระกูลอื่น ๆ ด้วยจิตวิญญาณที่มีสัญญาต่อกัน วันเวลาแห่งวงเวียนโชคชะตาจึงทับซ้อนเวลาทำให้ท่านพญาเพชรภัทรนาคราช และพระน้องนางต้องมีดวงจิตที่สื่อหากันได้ไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใด หรือกี่ร้อยพันชาติที่กำเนิด พันธะสัญญาแห่งความห่วงใยนี้ก็จะนำมาซึ่งความทับซ้อนช่วงเวลาหากเกิดเรื่องร้ายแรงอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นกับพระน้องนางไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิเดียวกันหรือต่างภพภูมิ” 

                             คราวนี้ทั้งสามพระองค์เสด็จกลับมานั่งที่แท่นประทับของตัวเองกันแล้ว ทุกสายตาต่างจ้องไปยังท่านมหาราชครู ที่ฉันรู้สึกว่าเป็นกังวลที่สุดและพยายามจะเรียบเรียงสิ่งที่ต้องพูด สิ่งที่รับรู้จากการตรวจดวงชะตาออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่สามารถจะพูดได้โดยไม่ฝ่าฝืนซึ่งชะตาลิขิตของคนที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรรมของมัน ผู้ใดแพร่งรายหรือทำให้ชะตากรรมเปลี่ยนจะเกิดหายนะร้ายแรงต่อผู้มีวิชานี้ 

                             “ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับเมืองนี้ร้ายแรงมากพะย่ะค่ะ แต่ด้วยความผูกพันธ์ขององค์พญาเพชรภัทรนาคราชกับเจ้านาง ในภพภูมิที่เป็นพี่สรรค์กับลูกนกรับรู้ชะตากรรมของเมืองนี้โดยละเอียด เพียงแต่ลูกนกมีบาปเวรที่สั่งสมในภพภูมิอื่นที่เกิดมาจึงไม่สามารถมีดวงจิตที่เข้มแข็งได้เช่นเดียวกับบุรุษที่ชื่อสรรค์จนระลึกถึงสัญญาที่มีต่อสถานที่แห่งนี้ได้ และบาปเวรต่าง ๆ นั้นนำพาหญิงที่ชื่อลูกนกห่างไกลจากดินแดนที่ตนเองเป็นผู้สาปทุกชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะกับองค์พญาเพชรภัทรนาคราชในชาติที่เกิดเป็นอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย ” 

                             เฮ้อ....ลูกนกเอ๊ย เกิดแต่ละชาติคงจะมีชะตากรรมที่โลดโผนมากอย่างที่พี่สรรค์เคยพูดเอาไว้ที่ริมฝายน้ำในวันนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้บรรยากาศในท้องพระโรงด้านในนั้นไม่มีใครมีสีหน้าปกติเลยสักคนเดียว และยังตั้งใจรับฟังคำพูดของมหาราชครูอย่างเคร่งเครียด 

                             “บุรุษที่ชื่อสรรค์จึงถูกชักนำจากสัญญาในอดีต ให้ต้องกลับมาช่วยเจ้านางในภพภูมินี้ บาปกรรมของแต่ละคนในแต่ละชาติที่เกิดขึ้นนั้น มีทั้งจุดเปลี่ยนที่ดีและไม่ดีต่างกันไปตามที่เจ้ากรรมนายเวรจะตามให้ชดใช้กัน บางคนสามารถรอดพ้นจากบ่วงนี้ไปได้ บางคนสามารถหยุดบ่วงเวรนี้ได้ในชาติใดชาติหนึ่ง แต่บางคนอาจสร้างบ่วงเวรที่เพิ่มเข้าไปอีกในแต่ละภพชาติที่ได้เกิด จึงมีชะตากรรมที่ต้องชดใช้ซึ่งบาปกรรมที่สร้างแตกต่างกันไป” 

                             “เจ้านางเป็นผู้ที่มีบุญญาบารมี อีกทั้งยังทรงไว้ซึ่งญาณสมาธิได้อย่างเข้มแข็ง เมื่อตั้งจิตอธิษฐานสิ่งใดในชั่วเวลานั้น คำอธิษฐานก็จะบังเกิดขึ้นจริง แต่หากทรงใช้โทสะควบคู่ไปในช่วงเวลานั้นและสาปแช่งผู้ใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด สิ่งนั้นจะมีพลังพิเศษที่เข้มแข็งดึงทุกอย่างให้มารวมกันตามคำสาปแช่งของเจ้านาง 

                             ตามตำราของข้าพระพุทธเจ้าที่ได้รับสืบต่อกันมานั้น คำสาปแช่งทั้งหลายจะมีอิทธิฤทธิ์มากขึ้นหากผู้สาปแช่งอยู่ในที่อับและมีน้ำอยู่ในที่แห่งนั้น 

                             จุดเชื่อมต่อรอยเวรรอยกรรมในครั้งนี้คือตอนที่หญิงชื่อลูกนกดื่มน้ำจากพุหางนาค ซึ่งเจ้านางเองก็รับรู้ดุจเดียวกับนางเลยใช่มั้ยพระเจ้าค่ะ” 

                             “ใช่แล้วท่านมหาราชครู น้ำที่จรดริมฝีปากจนกระทั่งล่วงเข้าไปในลำคอ ฉันรับรู้ถึงความฉ่ำเย็น ชื่นใจ คลายจากความเหน็ดเหนื่อยทั้งปวง” 

                             “น้ำในอุ้งมือนั้น เป็นความลี้ลับที่ทำให้เจ้านางกับหญิงที่ชื่อลูกนกผูกเชื่อมเข้าหากันได้ นางจะได้รู้ได้เห็นและเข้าใจในสิ่งที่เจ้านางเป็นหรือกระทำในภพนี้แล้วส่งผลกระทบไปยังชาติที่นางต้องชดใช้บาปเวรอย่างแสนสาหัส ขณะเดียวกันนางก็มีพันธะที่ต้องช่วยเหลือเจ้านางจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้เช่นกัน ท่านทั้งสองจึงได้พบกันแม้จะเป็นการพบในมิติที่คนอื่นสัมผัสได้ยาก แต่ตอนนี้เจ้านางก็ได้ทรงรับรู้แล้วว่าสิ่งที่หญิงคนนั้นให้เจ้านางได้รู้ได้เห็นจะเป็นเยี่ยงไร” 

                             สิ้นคำท่านราชครู คนที่ควบคุมอาการไม่อยู่คือเจ้านางศศิพินทุเทวีกับอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย ที่ต่างส่งสายตาให้กันอย่างกังวลใจ เจ้านางเองถึงกับทรงเสด็จไปยังแท่นที่นั่งของเขา แล้วเผลอพูดขึ้นว่า 

                             “เราจักทำอย่างไรกันต่อดีเพคะเจ้าพี่” 

                             อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจหรือดีใจต่อคำว่า “เจ้าพี่” ที่กลับคืนมา แต่พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์กับพระมเหษีเทวีนทีนาถต่างหากที่แสดงอาการแปลกพระทัยจนหันไปสบตากัน และคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องใหญ่มากที่อาจเกิดขึ้นจริงตามที่บุคคลทั้งสามพูดกัน พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์จึงตรัสถามขึ้นว่า 

                             “ถ้าเช่นนั้นเราจะหาทางแก้ไขได้ย่างไรท่านมหาราชครู” 

                             “ข้าพเจ้าไม่อาจฝ่าฝืนชะตาลิขิต มิอาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมใด ๆ ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิบัติภัยกระทบทุกภพทุกภูมิพระเจ้าข้า  แต่นิมิตในครั้งนี้ของเจ้านางและอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย ต่างก็มีแนวทางแก้ไขเอาไว้แล้ว ขอเพียงเจ้านางกับท่านอำมาตย์มนตรีขบปมปัญหาและตีความของสารที่ได้รับมาในนิมิตนั้นให้แตก มหันตภัยที่จะส่งผลต่อผู้คนนับร้อยนับพันก็จะทุเลาเบาบางลงได้พะยะค่ะ” 

                             “เพราะเหตุอันใดที่ทำให้แคว้นเราจึงถล่มราบไปตามที่เจ้านางศศิพินสุบินนิมิต” เป็นเสียงจากพระมเหษีเทวีนทีนาถ 

                             “ภายใต้ขุนเขาที่ยิ่งใหญ่โอบล้อมเมืองของเราทั้งหมดไว้นั้น มีพญานาคตนหนึ่งในตระกูลกัณหาโคตมะ หรือตระกูลสีดำ ซึ่งเจ้านางและอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย เคยเกิดในภพภูมินี้มาก่อนแล้วได้สร้างความเพียรในทางธรรมจนสามารถเปลี่ยนจากภพภูมินาคมาเป็นมนุษย์ได้   นาคในตระกูลนี้ที่มีฤทธานุภาพไม่แพ้พญานาคตระกูลอื่น ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นพญานาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นที่อยู่เร้นลับ และพบเจอได้ยากมาก เนื่องจากพญานาคในตระกูลนี้ส่วนใหญ่จะนอนหลับเป็นระยะเวลานาน มีกายเป็นนิลกาฬมหิธร มีเกล็ดเป็นนิลปาศรอมรสุภรัตน์ แต่อีกไม่นานนี้พญานาคตนนี้จะตื่นขึ้น และเคลื่อนกลายในชั้นใต้ดินทำให้พื้นพสุธาสั่นไหวไปทั่วทุกแห่งหนไม่เว้นแม้แต่น้ำในมหาสมุทรที่จะกระฉอกเป็นละลอกคลื่นใหญ่โต อันเป็นเหตุให้เกิดมหัตภัยใหญ่หลวง ตามที่ทั้งเจ้านางและท่านอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย เห็นในนิมิต” 

                             “แล้วเราจะแก้ไขได้อย่างไรท่านมหาราชครู”  

               สุรเสียงของพระเจ้าหรรษาชยวรมันต์กราดเกรี้ยวใส่ท่านมหาราชครูด้วยประโยคเดิมเป็นครั้งที่สอง 

                             “ตามที่ข้าพเจ้าได้กราบทูลไปพะยะค่ะ นี่เป็นชะตาเมืองที่ต้องเกิด อย่างไรก็ต้องเกิด เพียงแต่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ตามที่เจ้านางและท่านอำมาตย์มนตรีจะช่วยกันคลี่คลายพระยะค่ะ” 

                              ความเงียบเข้าครอบงำท้องพระโรงชั้นในอีกครั้ง เป็นอาหารมื้อเช้ามื้อใหญ่สำหรับทั้งสี่คนจริง ๆ หน้าที่ของฉันที่เป็นผู้ส่งสารน่าจะจบลงได้แล้วนะ ฉันจึงตัดสินใจนั่งลงบนสิ่งที่คิดว่าเป็นพื้นในความเคว้งคว้างนั้นอีกครั้ง  

                               ตามตำนานในพระพุทธศาสนา ฉันพอจะจำได้ว่า พระโพธิสัตว์ทรงตั้งจิตอธิษฐานลอยถาดทองใส่ข้าวมธุปายาสว่าถ้าเราจักได้เป็นพระพุทธเจ้าในวันนี้ไซร้ ถาดของเราใบนี้ จงลอยทวนกระแสนํ้าไป ถ้าจักไม่ได้เป็นจงลอยไปตามกระแสนํ้าครั้นทรงอธิษฐานแล้วได้ลอยถาดไป.ถาดนั้นลอยตัดกระแสนํ้าไปถึงกลางแม่นํ้า ณ ที่ตรงกลางแม่นํ้านั้นถาดได้ลอยทวนกระแสนํ้าไปสิ้นสถานที่ประมาณ 80 ศอก เปรียบเหมือนม้าซึ่งเพียบพร้อมด้วยฝีเท้าอันเร็วไวฉะนั้น แล้วจมลงที่นํ้าวนแห่งหนึ่งจมลงไปถึงภพของกาลนาคราช กระทบถาดเครื่องบริโภคของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้) มีเสียงดังกริ๊กๆ แล้วได้วางรองอยู่ใต้ถาดเหล่านั้น. เป็นเหตุให้กาลนาคราชได้ยินเสียงกระทบของถาดจึงตื่นขึ้น 

อาณาจักรแห่งนี้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ ระบุเอาไว้ว่าเป็นดินแดนที่มีอายุมากกว่า 2,500 ปี มาแล้ว 

                              ฉันเดินทางมาไกลมากจริง ๆ เพียงเพื่อมารับรู้สิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นแล้วส่งผลต่อชะตากรรมในภพภูมิปัจจุบัน นอกจากนั้นแล้วฉันยังมีหน้าที่อื่นใดอีกสำหรับเมืองนี้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น