เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2563 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]
แบบอักษร

๒๐ 

 

 

สามทุ่ม 

เยลลี่ตื่นเวลานี้ครับ สีหน้างง ๆ นั่งมองหน้าผม แต่ปากซีดมากเลยจนผมต้องยื่นมือไปวัดไข้ สัมผัสได้เลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเยลลี่ร้อนผิดไปจากเดิม 

“เป็นยังไงบ้าง” 

“เจ็บค่ะ ปวดหัวมาก ๆ ด้วย ทำไมต้องใจร้ายกับหนู” พูดเหมือนกำลังตัดพ้อผม 

“เรื่องปกติ นานไปเดี๋ยวก็ชิน” 

“หนูอยากเข้าห้องน้ำ” 

“อืม เดี๋ยวพาไป” ผมว่าก่อนจะรั้งผ้าห่มออก ผมแต่งตัวให้เธอแล้วนะครับ ยื่นสองแขนไปอุ้มเยลลี่เอาไว้ก่อนจะพาเดินไปที่ห้องน้ำ “อยากทำอะไร” 

“ปวดฉี่ค่ะ” 

“อืม” อุ้มไปที่โถส้วมก่อนจะวางเยลลี่ลง 

“มองอะไรคะ ออกไปสิคะ” เงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับออกปากไล่ 

“มึงอายตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเพราะกูเห็นหมดแล้ว” 

“ไม่ได้อาย แค่ไม่ชินค่ะ” พูดเสียงแผ่วเบาเอาแต่หลบสายตาไม่กล้าสบตาผมเลยครับ 

“รีบ ๆ ฉี่ได้แล้ว” 

“หันหลังไปก่อนได้ไหมคะ” 

“เรื่องมาก” 

“พี่ยักษ์” 

“เออ ๆ” สุดท้ายผมก็ต้องยอมครับ ถ้ามัวแต่เถียงกันเยลลี่คงไม่ยอมฉี่แน่นอน ยืนหันหลังให้แค่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนด้านหลังร้องไห้ออกมาแทน 

“ฮือ… แสบ” ผมรีบหมุนตัวกลับไปมองทันที 

“โอเคไหม” 

“ไม่ค่ะ แสบมาก ๆ เลย” ถึงกับน้ำตาซึมเลยครับ ผมเองก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ครั้งแรกมันก็เจ็บแบบนี้แหละครับ 

“ทน ๆ เอาหน่อยละกัน” 

“ไม่ฉี่แล้ว แสบ” 

“มันเรื่องปกติ รีบ ๆ ฉี่” 

“หนูแสบ” 

“เออ! รู้แล้ว” ทำไมต้องมานั่งเถียงกันเรื่องฉี่ด้วยวะเนี่ย ถ้าบังคับไปมากกว่านี้คงร้องไห้ลั่นห้องน้ำแน่นอน รอให้ร่างกายปรับตัวได้กว่านี้ก่อนละกัน 

ผมอุ้มเยลลี่กลับมาที่เตียงก่อนจะหยิบยาที่ฝากไอ้เล็กซื้อมาให้กินแทน 

“ยาอะไรคะ” 

“บอกไปก็ไม่รู้จักอยู่ดี รู้แค่ว่าปลอดภัยก็พอ” 

“ค่ะ” รับไปกินอย่างง่ายดายเลยครับ “หิวแล้วค่ะ” 

“มึงนี่เลี้ยงง่ายเนอะ ไม่ง่วงก็หิว” 

“หนูได้กินตอนเช้าไปนิดเดียวเอง” บึนปากใส่ผมด้วยครับจนผมต้องส่ายหัวไปมาแทน 

“เดี๋ยวกูลงไปหาอะไรขึ้นมาให้กินละกัน” 

“หนูไปด้วย” 

“มึงเดินไหวเหรอ” 

“เอ่อ…” ตอบไม่ได้ครับ ผมเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่ ผมไม่ได้รอฟังคำพูดอะไรอีกก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปที่ครัว แต่กลับได้ยินเสียงป้าอ่อนคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงของท่านฟังดูซีเรียสมาก ผมรอจนท่านคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้าไปพอท่านเห็นหน้าผมก็มีสีหน้าตกใจเล็กน้อย 

“คุณใหญ่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” 

“เมื่อกี้ครับ” 

“อยากได้อะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวป้าทำให้” 

“ดึกแล้ว ป้าอ่อนไปนอนเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ป้าอ่อนพยักหน้าให้ผมก่อนจะรีบเดินออกไป  

ผมก็ไม่รู้ว่าครัวที่บ้านมีอะไรให้ทำอาหารได้บ้างเลยลองเปิดตู้เย็นดู มีหมูสับ มีไข่ไก่ ทำข้าวผัดละกันครับ เป็นเมนูง่าย ๆ สำหรับผมและเยลลี่ก็ไม่ใช่เด็กกินยากด้วย ผมทำข้าวผัดจนเสร็จตักใส่จานถือออกไปข้างนอกแต่กลับเจอป้าอ่อนยืนรออยู่ 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” 

“ป้ามีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะค่ะ” 

“ครับ” 

“ตอนนี้พ่อของเยลอาการทรุดหนัก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ ป้าอยากให้เยลกลับบ้าน ป้าเองก็จะขอลาคุณหญิงกลับไปเหมือนกัน คุณใหญ่จะ…” 

“ผมคงให้เยลกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ” ท่านเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับแววตาผิดหวังทันที “เพราะผมจะพาป้าอ่อนไปเอง” 

“คะ?” 

“ผมอยากเจอพ่อของเยลลี่ ผมจะไปเองครับ” 

“จะดีเหรอคะ” 

“เรื่องนี้ผมเป็นคนตัดสินใจเอง ถ้าช่วยได้ผมก็อยากจะพาพ่อของเยลลี่มารักษาที่กรุงเทพแทน เธอจะได้ดูแลพ่อด้วย” 

“ป้าขอบคุณคุณใหญ่มากเลยนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ” 

“ผมเต็มใจครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” 

“ค่ะ” 

ผมเดินถือจานข้าวผัดขึ้นมาบนห้อง เปิดประตูเข้าไปก็เจอเยลลี่นั่งทำหน้าบูดใส่ผมอยู่แล้ว บางทียัยนี่ก็เกินไปครับ ไม่มีคำว่ากลัวผมเลยจริง ๆ แถมยังทำให้ผมปวดหัวเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เจอกันไม่มีวันไหนที่ผมไม่ปวดหัวเลยครับ 

“ตอนแกล้งเป็นเมียก็ไม่ค่อยกลัวอยู่แล้ว พอเป็นเมียจริง ๆ ก็ไม่เห็นจะกลัวกูเหมือนเดิม” 

“บ่นอะไรคะ” 

“บ่นอะไร กูยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ว่าพลางหันกลับไปปิดประตูห้องเดินเข้าไปหาเยลลี่ที่นั่งอยู่บนเตียง 

“อ๋อ… หนูหิวข้าวแล้วค่ะ” 

“เออ! ลูกเยล” 

“พี่ยักษ์!” 

“อะไร รีบ ๆ กิน กูง่วงแล้ว” เยลลี่เงยหน้าขึ้นมามองผม ยื่นมือมารับจานข้าวผัดไปก่อนจะขยับตัวลงมานั่งที่พื้นข้างล่างแทน “ทำอะไรของมึงน่ะ” 

“กินข้าวค่ะ แต่กินบนเตียงมันไม่ดี” 

“อ๋อเหรอ?” ก็ยังดีที่รู้ครับ ผมปล่อยให้เยลลี่นั่งกินข้าวไป ส่วนผมก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำแทน สมองกำลังคิดเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงเรื่องพ่อของเยลลี่ด้วย ในเมื่อตัดสินใจที่จะรับผิดชอบทุกอย่างแล้วจริง ๆ ผมก็อยากทำให้ดีที่สุดเหมือนกันครับ 

อาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ เยลลี่กินข้าวเสร็จพอดี เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหลบสายตาไปมองทางอื่นแทน 

“อะไร” 

“เปล่าค่ะ” 

“เขินเหรอ? ไม่ทันแล้วมั้ง ทั้งเห็น ทั้งกินมาแล้ว” 

“กินอะไรล่ะคะ” หันกลับมาเถียงแต่พอเห็นว่าผมจ้องอยู่ก็รีบหันไปมองทางอื่นแทน “รีบแต่งตัวได้แล้วค่ะ” 

“หึ!” ผมแค่นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปแต่งตัว หยิบแค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียวออกมาใส่ เสร็จเรียบร้อยก็เดินไปหาเยลลี่ที่นั่งอยู่บนพื้น “เสร็จแล้ว” 

“ทะ ทำไมไม่ใส่เสื้อด้วยล่ะคะ” 

“ปกติกูก็นอนแบบนี้” 

“ไม่เห็นรู้เลย” 

“มึงจะรู้ได้ยังไงก็เล่นหลับก่อนกูทุกคืนน่ะ” เยลลี่เงียบไป ไม่ค่อยกล้าสบตาผมเลยครับ นั่งกัดปากตัวเองเล่นแทน “กัดปากทำไม” 

“ก็…” 

“อิ่มแล้วใช่มั้ย กูจะได้เอาไปเก็บ” 

“ค่ะ”  

ผมหยิบจานข้าวเดินลงจากห้อง เอาไปเก็บไว้ที่ครัวอย่างเดิมก่อนจะเดินกลับขึ้นมาข้างบน เข้ามาถึงเยลลี่นั่งอยู่บนเตียงแล้ว ส่วนผ้าปูที่นอนที่มันเปื้อนเลือดก่อนหน้านี้ผมเปลี่ยนตั้งแต่เสร็จกิจกรรมแล้วครับ ถ้าปล่อยไว้ยัยนี่คงตกใจแน่นอน ผมเลยเปลี่ยนทิ้งไปแทน 

“หนูคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ” เหมือนมีลางบอกเหตุเลยครับ เยลลี่พูดขึ้นหลังจากที่ผมเดินขึ้นไปนั่งบนเตียงข้าง ๆ เธอ “ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หนูไม่ได้ติดต่อใครเลย” 

“ไม่มีโทรศัพท์เหรอ” 

“ไม่มีหรอกค่ะ ไม่รู้ป่านนี้ทุกคนจะเป็นยังไงบ้าง” ผมเงียบไป หันไปมองหน้าเยลลี่แทน เธอเองก็เอาแต่ก้มหน้าฝ่ามือทั้งสองข้างประสานเข้าหากัน “หนูน่าจะมีประโยชน์กว่านี้” 

“เยลมึงเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ อะไรคือมีประโยชน์” ผมรั้งตัวคนข้าง ๆ ให้หันกลับมามองหน้าสบตากัน 

“…” เยลลี่ไม่ได้ตอบอะไรผมนอกจากเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา 

“จะร้องไห้ทำไมวะ” ว่าพลางยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างไปประคองใบหน้าของเยลลี่พร้อมกับเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้ด้วย “ไม่ต้องร้องแล้ว” 

“ฮือออ” 

“เฮ้ย! จะร้องไห้ทำไมวะ กูยังไม่ได้ทำอะไรมึงเลย” 

“ฮืออ อึก… อะ อึก อยากกลับบ้าน” 

“กูไม่ให้กลับ!” 

“ฮือออ ทะ ทำไมล่ะคะ” 

“ก็มึงเป็นเมียกูแล้ว มึงต้องอยู่กับกูสิ” ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แต่ผมคิดอย่างที่พูดนั่นแหละครับ เยลลี่เงียบไปเลยมีเพียงเสียงสะอื้นเล็ก ๆ ดังขึ้นมาแทน “กูสัญญาไว้แล้วนี่ว่าจะปกป้องมึงน่ะ” 

“อึก…” 

“เงียบได้แล้ว รำคาญ!” 

“ฮือออ” 

“โอ๋ ๆ กูพูดเล่น มา ๆ นอนกันได้แล้ว” ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ อยู่กับยัยนี่จากไม่ได้บ้าก็เกือบจะบ้าเหมือนกันแล้ว 

ผมนอนกอดเยลลี่จนเสียงสะอื้นเริ่มเงียบไป กลายเป็นเสียงลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาแทน ลองเอียงตัวมองปรากฏว่าหลับไปเรียบร้อยแล้วครับ เลี้ยงง่ายโคตร ๆ ตอนนี้มีเมียเด็กแล้ว ผมคงต้องปรับตัวอีกเยอะเลยครับเพราะบางทีเด็กก็เข้าใจยาก โดยเฉพาะเมียผม! 

ความคิดเห็น