เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๒๐ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๒๐ 

 

 

 

สามทุ่ม 

เยลลี่ตื่นเวลานี้ครับ สีหน้างงๆ นั่งมองหน้าผม แต่ปากซีดมากเลยจนผมต้องยื่นมือไปวัดไข้ สัมผัสได้เลยว่าอุณหภูมิร่างกายของเยลลี่ร้อนผิดไปจากเดิม

“เป็นยังไงบ้าง”

“เจ็บค่ะ ปวดหัวมากๆ ด้วย ทำไมต้องใจร้ายกับหนู” พูดเหมือนกำลังตัดพ้อผม

“เรื่องปกติ นานไปเดี๋ยวก็ชิน”

“หนูอยากเข้าห้องน้ำ”

“อืม เดี๋ยวพาไป” ผมว่าก่อนจะรั้งผ้าห่มออก ผมแต่งตัวให้เธอแล้วนะครับ ยื่นสองแขนไปอุ้มเยลลี่เอาไว้ก่อนจะพาเดินไปที่ห้องน้ำ “อยากทำอะไร”

“ปวดฉี่ค่ะ”

“อืม” อุ้มไปที่โถส้วมก่อนจะวางเยลลี่ลง

“มองอะไรคะ ออกไปสิคะ” เงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับออกปากไล่

“มึงอายตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเพราะกูเห็นหมดแล้ว”

“ไม่ได้อาย แค่ไม่ชินค่ะ” พูดเสียงแผ่วเบาเอาแต่หลบสายตาไม่กล้าสบตาผมเลยครับ

“รีบๆ ฉี่ได้แล้ว”

“หันหลังไปก่อนได้ไหมคะ”

“เรื่องมาก”

“พี่ยักษ์”

“เออๆ” สุดท้ายผมก็ต้องยอมครับ ถ้ามัวแต่เถียงกันเยลลี่คงไม่ยอมฉี่แน่นอน ยืนหันหลังให้แค่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนด้านหลังร้องไห้ออกมาแทน

“ฮือ… แสบ” ผมรีบหมุนตัวกลับไปมองทันที

“โอเคไหม”

“ไม่ค่ะ แสบมากๆ เลย” ถึงกับน้ำตาซึมเลยครับ ผมเองก็ไม่รู้จะปลอบยังไงเพราะมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ครั้งแรกมันก็เจ็บแบบนี้แหละครับ

“ทนๆ เอาหน่อยละกัน”

“ไม่ฉี่แล้ว แสบ”

“มันเรื่องปกติ รีบๆ ฉี่”

“หนูแสบ”

“เออ! รู้แล้ว” ทำไมต้องมานั่งเถียงกันเรื่องฉี่ด้วยวะเนี่ย ถ้าบังคับไปมากกว่านี้คงร้องไห้ลั่นห้องน้ำแน่นอน รอให้ร่างกายปรับตัวได้กว่านี้ก่อนละกัน

ผมอุ้มเยลลี่กลับมาที่เตียงก่อนจะหยิบยาที่ฝากไอ้เล็กซื้อมาให้กินแทน

“ยาอะไรคะ”

“บอกไปก็ไม่รู้จักอยู่ดี รู้แค่ว่าปลอดภัยก็พอ”

“ค่ะ” รับไปกินอย่างง่ายดายเลยครับ “หิวแล้วค่ะ”

“มึงนี่เลี้ยงง่ายเนอะ ไม่ง่วงก็หิว”

“หนูได้กินตอนเช้าไปนิดเดียวเอง” แบนปากใส่ผมด้วยครับจนผมต้องส่ายหัวไปมาแทน

“เดี๋ยวกูลงไปหาอะไรขึ้นมาให้กินละกัน”

“หนูไปด้วย”

“มึงเดินไหวเหรอ”

“เอ่อ…” ตอบไม่ได้ครับ ผมเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่ ผมไม่ได้รอฟังคำพูดอะไรอีกก่อนจะเดินออกจากห้องลงไปที่ครัว แต่กลับได้ยินเสียงป้าอ่อนคุยโทรศัพท์ น้ำเสียงของท่านฟังดูซีเรียสมาก ผมรอจนท่านคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้าไปพอท่านเห็นหน้าผมก็มีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

“คุณใหญ่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“เมื่อกี้ครับ”

“อยากได้อะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวป้าทำให้”

“ดึกแล้ว ป้าอ่อนไปนอนเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ป้าอ่อนพยักหน้าให้ผมก่อนจะรีบเดินออกไป

ผมก็ไม่รู้ว่าครัวที่บ้านมีอะไรให้ทำอาหารได้บ้างเลยลองเปิดตู้เย็นดู มีหมูสับ มีไข่ไก่ ทำข้าวผัดละกันครับ เป็นเมนูง่ายๆ สำหรับผมและยัยนี่ก็ไม่ใช่เด็กกินยากด้วย ผมทำข้าวผัดจนเสร็จตักใส่จานถือออกไปข้างนอกแต่กลับเจอป้าอ่อนยืนรออยู่

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ป้ามีเรื่องอยากคุยด้วยนะคะ”

“ครับ”

“ตอนนี้พ่อของเยลอาการทรุดหนัก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ ป้าอยากให้เยลกลับบ้าน ป้าเองก็จะขอลาคุณหญิงกลับไปเหมือนกัน คุณใหญ่จะ…”

“ผมคงให้เยลกลับไปตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ” ท่านเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับแววตาผิดหวังทันที “เพราะผมจะพาป้าอ่อนไปเอง”

“คะ?”

“ผมอยากเจอพ่อของเยลลี่ ผมจะไปเองครับ”

“จะดีเหรอคะ”

“เรื่องนี้ผมเป็นคนตัดสินใจเอง ถ้าช่วยได้ผมก็อยากจะพาพ่อของเยลลี่มารักษาที่กรุงเทพแทน เธอจะได้ดูแลพ่อด้วย”

“ป้าขอบคุณคุณใหญ่มากเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

“ผมเต็มใจครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“ค่ะ”

ผมเดินถือจานข้าวผัดขึ้นมาบนห้อง เปิดประตูเข้าไปก็เจอเยลลี่นั่งทำหน้าบูดใส่ผมอยู่แล้ว บางทียัยนี่ก็เกินไปครับ ไม่มีคำว่ากลัวผมเลยจริงๆ แถมยังทำให้ผมปวดหัวเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เจอกันไม่มีวันไหนที่ผมไม่ปวดหัวเลยครับ

“ตอนแกล้งเป็นเมียก็ไม่ค่อยกลัวอยู่แล้ว พอเป็นเมียจริงๆ ก็ไม่เห็นจะกลัวกูเหมือนเดิม”

“บ่นอะไรคะ”

“บ่นอะไร กูยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ว่าพลางหันกลับไปปิดประตูห้องเดินเข้าไปหาเยลลี่ที่นั่งอยู่บนเตียง

“อ๋อ… หนูหิวข้าวแล้วค่ะ”

“เออ! ลูกเยล”

“พี่ยักษ์!”

“อะไร รีบๆ กิน กูง่วงแล้ว” เยลลี่เงยหน้าขึ้นมามองผม ยื่นมือมารับจานข้าวผัดไปก่อนจะขยับตัวลงมานั่งที่พื้นข้างล่างแทน “ทำอะไรของมึงน่ะ”

“กินข้าวค่ะ แต่กินบนเตียงมันไม่ดี”

“อ๋อเหรอ?” ก็ยังดีที่รู้ครับ ผมปล่อยให้เยลลี่นั่งกินข้าวไป ส่วนผมก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำแทน สมองกำลังคิดเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงเรื่องพ่อของเยลลี่ด้วย ในเมื่อตัดสินใจที่จะรับผิดชอบทุกอย่างแล้วจริงๆ ผมก็อยากทำให้ดีที่สุดเหมือนกันครับ

อาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมนุ้งผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ เยลลี่กินข้าวเสร็จพอดี เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหลบสายตาไปมองทางอื่นแทน

“อะไร”

“เปล่าค่ะ”

“เขินเหรอ? ไม่ทันแล้วมั้ง ทั้งเห็น ทั้งกินมาแล้ว”

“กินอะไรล่ะคะ” หันกลับมาเถียงแต่พอเห็นว่าผมจ้องอยู่ก็รีบหันไปมองทางอื่นแทน “รีบแต่งตัวได้แล้วค่ะ”

“หึ!” ผมแค่นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปแต่งตัว หยิบแค่กางเกงนอนขายาวตัวเดียวออกมาใส่ เสร็จเรียบร้อยก็เดินไปหาเยลลี่ที่นั่งอยู่บนพื้น “เสร็จแล้ว”

“ทะ ทำไมไม่ใส่เสื้อด้วยล่ะคะ”

“ปกติกูก็นอนแบบนี้”

“ไม่เห็นรู้เลย”

“มึงจะรู้ได้ยังไงก็เล่นหลับก่อนกูทุกคืนน่ะ” เยลลี่เงียบไป ไม่ค่อยกล้าสบตาผมเลยครับ นั่งกัดปากตัวเองเล่นแทน “กัดปากทำไม”

“ก็…”

“อิ่มแล้วใช่มั้ย กูจะได้เอาไปเก็บ”

“ค่ะ”

ผมหยิบจานข้าวเดินลงจากห้อง พาไปเก็บไว้ที่ครัวอย่างเดิมก่อนจะเดินกลับขึ้นไปข้างบน เข้ามาถึงเยลลี่นั่งอยู่บนเตียงแล้ว ส่วนผ้าปูที่นอนที่มันเปื้อนเลือดก่อนหน้านี้ผมเปลี่ยนตั้งแต่เสร็จกิจกรรมแล้วครับ ถ้าปล่อยไว้ยัยนี่คงตกใจแน่นอน ผมเลยเปลี่ยนทิ้งไปแทน

“หนูคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ” เหมือนมีลางบอกเหตุเลยครับ เยลลี่พูดขึ้นหลังจากที่ผมเดินขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ เธอ “ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่หนูไม่ได้ติดต่อใครเลย”

“ไม่มีโทรศัพท์เหรอ”

“ไม่มีหรอกค่ะ ไม่รู้ป่านนี้ทุกคนจะเป็นยังไงบ้าง” ผมเงียบไป หันไปมองหน้าเยลลี่แทน เธอเองก็เอาแต่ก้มหน้าฝ่ามือทั้งสองข้างประสานเข้าหากัน “หนูน่าจะมีประโยชน์กว่านี้”

“เยลมึงเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ อะไรคือมีประโยชน์” ผมรั้งตัวคนข้างๆ ให้หันกลับมามองหน้าสบตากัน

“…” เยลลี่ไม่ได้ตอบอะไรผมนอกจากเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

“จะร้องไห้ทำไมวะ” ว่าพลางยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างไปประคองใบหน้าของเยลลี่พร้อมกับเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้ด้วย “ไม่ต้องร้องแล้ว”

“ฮือออ”

“เฮ้ย! จะร้องไห้ทำไมวะ กูยังไม่ได้ทำอะไรมึงเลย”

“ฮืออ อึก… อะ อึก อยากกลับบ้าน”

“กูไม่ให้กลับ!”

“ฮือออ ทะ ทำไมล่ะคะ”

“ก็มึงเป็นเมียกูแล้ว มึงต้องอยู่กับกูสิ” ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป แต่ผมคิดอย่างที่พูดนั่นแหละครับ เยลลี่เงียบไปเลยมีเพียงเสียงสะอื้นเล็กๆ ดังขึ้นมาแทน “กูสัญญาไว้แล้วนี่ว่าจะปกป้องมึงน่ะ”

“อึก…”

“เงียบได้แล้ว รำคาญ!”

“ฮือออ”

“โอ๋ๆ กูพูดเล่น มาๆ นอนกันได้แล้ว” ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ อยู่กับยัยนี่แค่ไม่ได้แต่เกือบจะบ้าเหมือนกันแล้ว

ผมนอนกอดเยลลี่จนเสียงสะอื้นเริ่มเงียบไป กลายเป็นเสียงลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาแทน ลองเอียงตัวมองปรากฏว่าหลับไปเรียบร้อยแล้วครับ เลี้ยงง่ายโคตรๆ ตอนนี้มีเมียเด็กแล้ว ผมคงต้องปรับตัวอีกเยอะเลยครับเพราะบางทีเด็กก็เข้าใจยาก โดยเฉพาะเมียผม!

 

 

 

 

--100%--

เมียผม! เต็มปากเต็มคำเลยนะไอ้ยักษ์ พวกแกลืมยักษ์เล็กที่ห้องไปหรือเปล่า สวีทกันจนลืมแมวนะ เชอะ!

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านและคอมเมนต์ให้กำลังใจ ให้เค้าได้อ่านกันอยู่เสมอนะคะ มีความสุขจังเลย 5555555555

นิยายบ้าๆ บอๆ มาทางนี้ค่ะ แต่พระเอกห่ามไปหน่อย ใครไม่ชอบผ่านค่ะ เค้าชอบบบบบบบบบบ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น